Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_105.asp ]  Page view: 5.489 Time
Country Anonymous Proxy 2752 Peaple
2.752
Country United States 2106 Peaple
2.106
Country China 412 Peaple
412
Country Thailand 95 Peaple
95
Country United Kingdom 22 Peaple
22
Country Italy 21 Peaple
21
Country France 18 Peaple
18
Country Germany 17 Peaple
17
Country Australia 10 Peaple
10
Country Norway 10 Peaple
10
Country Japan 3 Peaple
3
Country Netherlands 3 Peaple
3
Country Switzerland 3 Peaple
3
Country Taiwan 2 Peaple
2
Country New Zealand 2 Peaple
2
Country Canada 2 Peaple
2
Country Asia/Pacific Region 2 Peaple
2
Country Hong Kong 2 Peaple
2
Country Iceland 1 Peaple
1
Country Malaysia 1 Peaple
1
Country Finland 1 Peaple
1
Country Philippines 1 Peaple
1
Country Russian Federation 1 Peaple
1
Country Slovenia 1 Peaple
1
Country Vietnam 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 28/01/2010 
ไม่ใช่ความบังเอิญที่ทำให้เราได้รักกัน ภาค 1 : เริ่มต้นจากเพื่อน 


Rimini, Italy
อุณหภูมิ -1 องศาเซลเซียส
อากาศหนาว หิมะกลายเป็นน้ำแข็ง


วันนี้ไปร้านกาแฟ ท้องฟ้าช่วงเช้าสวยมากเลย
น่าเสียดายไม่ได้เอากล้องติดตัวไปด้วย ถ่ายจากมือถือได้มาประมาณนี้
ที่รักบอกท้องฟ้าสีแดงเหมือนก่อนเกิดสงครามวียดนาม
(พูดประมาณว่าเห็นมากับตางั้นล่ะ)

 http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันสำคัญของเราสองคนอีกวันหนึ่ง
วันนี้เลยพักยกอัพเดทชีวิตประจำวัน อยากเขียนความทรงจำดีๆ ของเราสองคน
เพราะเราสองคนนั่ง countdown กันมาเป็นเดือนๆ
ทุกวันจะต้องมีประโยคที่ว่า "อีก xxx วันแล้วสินะ"

ช่วงนี้เรามักถามที่รักบ่อยเลยว่าที่รักรู้สึกว่ารักเราเมื่อไหร่
ทำเอาที่รักมึนทุกที ที่รักบอกว่าไม่รู้สิ บอกไม่ได้ แต่เราก็พอเข้าใจนะ
เพราะเราก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน ความรักของเราเริ่มต้นจากการเป็นเพื่อน
จากความใกล้ชิด สนิทสนม มันเลยกลายมาเป็นความรักโดยไม่รู้ตัว

เราสองคนรู้จักกันด้วยความบังเอิญจากโลกไซเบอร์นี่ล่ะ
จำได้ว่าเมื่อเดือนเมษายน ปี 2007 (เกือบสามปีแล้วสินะ)
เราได้รับข้อความจากผู้ชายคนหนึ่ง มีใจความว่า
" Hello beautiful lady please send me your email address. I have some gift for you"
ซึ่งในขณะนั้นผู้ชายคนนั้นมีหน้าตาแบบนี้

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
รูปในโพรไฟล์ ผู้ชายผมยาว นั่งทานขนมปัง หลับตาพริ้ม เราเห็นแล้วตลกมาก
 Location บอกว่าอิตาลี แต่ดูยังงัยๆ ก็เหมือนร้านที่ไทย

ด้วยความที่เราเป็นคนไม่ค่อยไว้ใจคนแปลกหน้า
ก็เลยต้องสอบถามกันก่อนว่าคุณเป็นใคร มาจากไหน ทำไมถึงต้องการเมล์ของเรา
ผู้ชายคนนี้ก็แค่บอกว่าเป็นคนอิตาลี แต่ตอนนี้อาศัยอยู่ที่โคราช
และพยายามขอเมล์เราอีกหลายครั้ง
ส่วนเราก็ยังปฎิเสธไม่ยอมบอกอีเมล์อยู่ดี จนครั้งที่ 10 ผ่านไป
ผู้ชายคนนี้บอกว่าโอเคฉันไม่ต้องการเมล์คุณแล้วในเมื่อคุณไม่ต้องการบอก
แต่เราอยากกวนโอ๊ยผู้ชายคนนี้ ก็เลยยอมบอกเมล์ไป

และเราสองคนก็เริ่มติดต่อกันตั้งแต่วันนั้น
แรกๆก็คุยกันผ่าน MSN บ้าง อีเมล์บ้าง ส่งข้อความผ่านเว็บบ้าง
คุยกันทุกวันมากๆ ขึ้นๆ ก็เลย้รู้ว่าตานี่เป็นคนอิตาลี แต่มาอาศัยอยู่ไทยหลายปี
เพราะด้วยความที่รักประเทศไทยมาก ยอมขอเจ้านายางานมาทำที่ไทย
เนื่องจากเป็นโปรแกรมเมอร์ ดังนั้นจึงสามารถทำงานออนไลน์ได้
ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก
มีปัญหาอะไรก็่ Remote ผ่านหน้าจอเข้ามาแก้ไขโดยไม่มีปํญหาใดๆ

ส่วนเราฏ้ทำงานกับบริษัทซอฟแวร์ สายงานเราสองคนค่อนข้างตรง
ดังนั้นเวลามีปํญหาเรื่องคอมพิวเตอร์ หรือโปรแกรม ผู้ชายคนนี้ก็จะคอยดูแล Support
เราตลอด สบายไปเลยช่วงนั้น แถมเพื่อนร่วมห้องเราทำงานที่สนามบิน
อยากรู้ภาษาอิตาลี พอเราบอกไปว่าเพื่อนอยากให้สอนภาษาอิตาลีให้
ผู้ชายแสนดีคนนี้ก็ไปลงทุนไปซื้อ Dictionary Thai-English-Italiano
ส่งไปรษณย์จากโคราชมาให้เราสองคนคนละเล่ม
และนั่นคือของขวัญชิ้นแรกที่เราได้รับจากผู้ชายคนนี้

เท่านั้นยังไม่พอไม่นานผู้ชายคนนี้ทำเว็บไซด์หนึ่งขึ้นมา
เป็นเว็บไซด์ Italaino Dictionary Online โดยตัวเขาเองจะใส่คำภาษาอิตาลีลงไป
ส่วนเรามีหน้าที่อัพเดทเป็นภาษาอังกฤษและไทย
ทั้งนี้ทั้งนั้นเขาอยากให้เราเรียนรู้ภาษาอิตาลี
ด้วยตัวเอง จากการที่เรานั่งอัพเดทคำแปลทุกวันๆ
ทำให้เราเริ่มรู้คำศัพท์อิตาลีมากขึ้นเรื่อยๆ
ช่วงนั้นเรารู้สึกสนุกกับการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มากขึ้น

เวลาผ่านไป เราสองคนเริ่มคุยกันมากขึ้น จนเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ
ว่าตานี่ไม่ได้เป็นฝรั่งที่มาหลอกสาวไทยแน่ๆ เราเลยยอมแลกเบอร์โทรศัพท์กัน
คราวนี้เลยได้คุยกันหลายทางเลย จำได้ครั้งแรกที่ได้ยินเสียงผู้ชายคนนี้ในโทรศัพท์
คิดเลยผู้ชายอะไรเนี่ยเสียงใหญ่ชะมัด แถมภาษาอังกฤษก็แย่มาก ฟังแทบไม่รู้เรื่อง
แต่ก็ยังพยายามฟัง กว่าจะรู้เรื่องก็เกือบจะทะเลาะกันตาย

เราสองคนเลยใช้วิธีการส่งข้อความผ่านมือถือ เพราะเป็นอะไรที่เข้าใจง่าย
ไม่ต้องมาแปลกันอีกรอบ แถมตานี่ก็ขยันส่งข้อความหาเราเหลือเกิน วันๆหนึ่งเราได้รับ
ข้อความจากเยอะมาก ไม่ว่าเขาจะทำอะไร อยู่ที่ไหน ส่งมาบอกหมด
แต่ข้อความที่เราจะได้รับทุกวัน เป็นข้อความสั้นๆ ที่เรายังจำได้จนถึงบัดนี้ 
"Cappuccino? Kisses G"
มีอยู่วันหนึ่งผู้ชายคนนี้ต้องไปต่อวีซ่าที่กัมพูชา เพราะวีซ่าที่ไทยใกล้หมดอายุ
วิธีที่จะทำให้ได้อยู่ไทยต่อคือออกนอกประเทศก่อน แล้วก็จะกลับเข้าไทยได้อีกครั้ง
ช่วงนั้นฝรั่งส่วนใหญ่ก็ใช้วิธีไปต่อที่ักัมพูชากันทั้งนั้น
วันนั้นเป็นวันที่เราได้รับข้อความเกือบ 100 ข้อความถ้าจำไม่ผิด
ทุกๆ กิโลเมตรนับจากโคราช จนถึงกัมพูชา คุณเธอส่งข้อความบอกเราหมด
ว่าอยู่ที่ไหน เจออะไรบ้าง ข้อความหนึ่งที่ตลกมากคือ "I see baby mango"
ตอนนั้นขับรถผ่านจังหวัดสระแก้ว คงเห็นต้นมะม่วงนั่นเอง 
สำหรับคนไทยก็คงเป็นเรื่องธรรมดา จะตื่นเต้นอะไรมากมายกับต้นมะม่วง
แต่สำหรับผู้ชายคนนี้เป็นเรื่องตื่นเต้นสำหรับเขามากมายเชียวล่ะ กับการได้เห็นต้นมะม่วง
ต้นเล็กๆ แต่มีลูกห้อยระย้าไปหมด จนทำให้ต้องส่งข้อความหาเราอยู่หลายข้อความ

เวลาผ่านไปหลายเดือน
เราสองคนก็ยังคุยแบบนี้กันทุกวัน ผ่าน MSN ผ่านมือถือ และข้อความ
จากคนที่แค่รู้จักกันทางอินเตอร์ กลายมาเป็นเพื่อนที่สนิทสนมกันมาก จนทำให้เราสามารถพูดเรื่องส่วนตัวให้ฟังแทบทุกเรื่อง เวลามีปัยหาหรือไม่สบายใจก็ได้ผู้ชายคนนี้ล่ะเป็นคนคอยรับฟัง
 
จนวันหนึ่งผู้ชายคนนี้ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด
ช่วงนั้นเราก็คุยกันมาหลายเดือนเต็มที ผู้ชายคนนี้อยากเจอเราตัวเป็นๆ
และโทรมาบอกว่าอยากให้เราเดินทางไปร้อยเอ็ด โดยจะจ่ายเงินค่าตั๋วเครื่องบินให้
โดยให้ไปจองตั๋วกับสายการบิน PBAir เราก็เพิ่งจะรู้ว่าร้อยเอ็ดมีสนามบินก็คราวนั้นล่ะ
แต่ด้วยความที่เราคิดว่าผู้ชายคนนี้คงพูดเล่นๆ ก็เลยไม่ได้คิดอะไร และไม่ได้คิดจะไปด้วย
ผู้ชายคนนี้ก็ชวนเราอีกหลายครั้ง เพราะบอกว่าที่นั่นมีอาหารอร่อย
โดยเฉพาะปลาตัวใหญ่มาก
ตอนนั้นเราเข้าใจว่าเขาคงอยากให้เราไปชิมปลาบึกจากแม่นำโขงนั่นเอง

แต่จนแล้วจนรอดเราก็ไม่ได้ไปอยู่ดี อ้างโน่นอ้างนี่ไปเรื่อยด้วยความขี้เกียจ
เลยผลัดวันประกันพรุ่ง บอกว่าไม่ว่างโน่นนี่ไปเรื่อยๆ
อีกอย่างจะให้ไปหาผู้ชาย เราซึ่งเติบโตมาจากครอบครัวที่ค่อนข้างหัวโบราณก็คงต้องคิดหนักกันหน่อย แต่แล้ววันหนึ่งด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ กลับไปบอกผู้ชายคนนี้ว่าเราจะไปเที่ยวเชียงใหม่กับเพื่อนๆ ผู้ชายคนนี้เลยโกรธเราเอามากๆ
เขาตอบกลับเรามาว่า ไหนบอกว่าไม่ว่าง
ไม่มีเวลาไปเยี่ยมเขาที่ร้อยเอ็ด แต่มีเวลาไปเที่ยวกับเพื่อนที่เชียงใหม่
เป็นครั้งแรกที่เราเห็นผู้ชายคนนี้โกรธ และแสดงสีหน้าเศร้าสุดๆ จากคนที่เคยพูดไม่หยุด
วันนี้กลับเงียบไปถนัดตา ทำเอาเราอึ้ง เพิ่งรู้ว่าเขาจริงจังกับการเจอเราครั้งนี้มากๆ
และหลังจากนั้น เขาบอกเราว่า โอเคเราจะไม่คุยกันอีกหนึ่งปี เจอกันปีหน้าแล้วกัน

หลังจากวันนั้นหนึ่งวัน เราก็ไม่ได้รับการติดต่อจากผู้ชายคนนี้อีกเลย
เสียงข้อความ เสียงโทรศัพท์ ที่เคยกริ๊งกร๊างมาทุกวัน กลับเงียบสนิท
รู้สึกใจหายและเศร้าๆ ยังงัยไม่รู้ เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองพลาดไปแล้ว
ทำให้คนๆ หนึ่งเสียความรู้สึกกับเราเอามากๆ ทั้งที่เราไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้เลย

ผ่านไปวันที่สองก็ยังเงียบเชียบเหมือนเดิม จนเราทนไม่ได้เป็นคนส่งเมล์
และข้อความไปขอโทษ บอกไปว่าเราไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้ เราแค่กลัวคนแปลกหน้า
ถึงแม้เราจะคุยกันมานานจนเริ่มสนิทใจ แต่การไปเจอสองต่อสองก็ยังกลัวๆ อยู่ดี

จำได้ว่าง้ออยู่หลายวันเหมือนกัน ว่าเขาจะติดต่อมา
แถมมีการยื่นคำขาดว่า โอเคเราเจอกันที่โคราชอีกสองสัปดาห์
ถ้าคราวนี้ถ้าไม่คิดจะเจอกันอีก ก็ไม่ต้องเจอกันตลอดไป
ครั้งนี้เราตัดสินใจเดินทางไปโคราชในเช้าวันเสาร์ ด้วยรถทัวร์
และเป็นครั้งแรกที่เราได้ไปโคราช
กลัวๆ นิดๆ ว่าจะไปลงที่ไหน อย่างไร แต่ผู้ชายคนนี้ก็ทำให้เราอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
ตั้งแต่ก้าวแรกที่เราเดิออกจากบ้าน จะได้รับข้อความและโทรศัพท์อยู่ตลอด
ว่าไม่ต้องกลัวนะ เขาจะโทรหาเราทุกสิบนาที ไม่ให้เราต้องเหงาและกลัวที่จะต้อง
เดินทางคนเดียว
และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ใช้เวลาเกือบสี่ชั่วโมงกว่าจะถึงโคราช

ก้าวแรกที่ลงจากรถทัวร์
เราเห็นผู้ชายตัวขาวๆ หน้าตาอิตาเลี่ยนๆ นั่งรอเราอยู่ที่ บขส. โคราช
เรารู้เลยว่าต้องผู้ชายคนนี้แน่ๆ เดินตรงเข้าไปหา ไหว้อย่างสวยงาม พร้อมพูดว่า สวัสดีค่ะ
และได้รับยิ้มหวานๆ กลับมา พร้อมคำว่า สวัสดีครับ
ตอนนั้นเราไม่ได้รู้สึกเขินหรืออะไรเลย รู้สึกเหมือนว่าเพื่อนสนิทมาเจอกัน
แต่แอบคิดในใจ ผู้ชายคนนี้ตัวจริงดูดีกว่าในรูปและใน webcam ตั้งเยอะแน่ะ
เสียอย่างเดียวไว้ผมยาว ถ้าตัดผมคงจะหล่อกว่านี้เยอะเลย

และวันนั้นทั้งวันผู้ชายคนนี้ก็พาเราทัวร์โคราช
ไปเที่ยวสวนสัตว์บ้าง นั่งรถชมวิวเมืองโคราช และไม่ลืมที่จะแวะไปหาคาปูชิโน่
ร้านประจำของเขาที่ส่งข้อความบอกเราทุกวัน ว่าร้านนี้ล่ะอร่อยสุดในโคราชแล้ว
สรุปวันนั้นทั้งวันพาเรากินๆ เที่ยวๆ จนถึงเย็น
ใกล้ค่ำแล้ว เราก็กลัวรถจะไม่ทันรถทัวร์เที่ยวสุดท้าย เลยบอกให้รีบไปส่งเราที่ บขส.
ผู้ชายคนนี้กลับบอกว่าไม่ต้องกลับรถทัวร์หรอก เดี๋ยวติดรถไปกับเขา
เพราะเขาเหมารถแท็กซี่ไว้จะไปทำธุระที่กรุงเทพฯ พอดี

และแล้วเราก็กลับถึงกรุงเทพฯอย่างปลอดภัย
มีคนมาส่งถึงหน้าบ้าน ซึ่งถือว่าเป็นการเจอครั้งแรกที่ประทับใจเชียวล่ะ
ตอนยังไม่เจอกันดูผู้ชายคนนี้บ้าๆ วันๆ เอาแต่นั่งเขียนโปรแกรม
เวลาพูดก็กวนโอ๊ยเอามากๆ
หาความหวานแทบไม่เจอ แต่พอเจอตัวจริง ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
ผู้ชายคนนี้สุภาพ และอ่อนโยนกว่าที่เราคิดไว้เยอะเลย
อีกอย่างที่ประทับใจคือ เขาให้เกียรติเรามาก แม้แต่มือเราเขาก็ไม่กล้าแตะ

หลังจากนั้นไม่นานเราเพิ่งรู้ความจริงว่า จริงๆ แล้วผู้ชายคนนี้ตั้งใจมาส่งเราที่บ้าน
เพราะเป็นห่วง ไม่อยากให้เราเดินทางกลับกรุงเทพฯ คนเดียว แต่ไม่กล้าบอกเราตรงๆ กลัวเราจะเกรงใจไม่ยอมให้มาส่ง เลยยอมเหมารถแท็กซี่ไปกลับ 5000 บาท มาส่งเราถึงบ้านให้เห็นกับตา
ว่าปลอดภัยจริงๆ

และนี่คือการเริ่มต้นของเราสองคน

ไดนี้ยาวเกินไปล่ะ
เดี๋ยวค่อยมาเขียนต่อ ภาค 2 ภาค 3 ดีกว่า
ไม่งั้นก็คงยาวเป็นหางว่าว เพราะระหว่างเราสองคนมีเรื่องราวที่เกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน







New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


 อิอิ ซึ้งๆๆๆๆๆ

Fairy
28/01/2010 21:06:00

โหห เกือบพลาดเรื่องรักข้ามโลกซะแล้นน ดีนะมาตามอ่านได้ทัน อิอิ ตามอ่านด้วยคนจ้า

ee
28/01/2010 17:04:00

 น้องมีน พี่หญิงอ่านแล้วอมยิ้มตามอ่ะ น่ารักจังว่าเลย เหมารถมา 5000 บาทเพือมาส่งบ้านจะได้รู้ปลอดภัย น่ารักที่สุด
ชนะใจกรรมการมาก อิอิ

เดี๋ยวพี่หญิงมาดูภาคต่อนะจ๊ะ หวานๆๆๆๆ มาก ไดหน้านี้

หญิง lovegrade4
28/01/2010 13:37:00

http://lovegrade4.diaryclub.com »

 กิ๊ดด หวานๆ อยากอ่านต่อค่ะ

เทคแคร์ค่ะ


28/01/2010 13:11:00

http://www.mrbrodie.diaryclub.com »

สวัสดีตคะมีม

อ่านไปลุ้นไปตัวโก่งเลย ว่ามีมจะยอมไปเจอพ่อหนุ่มผมยาวรึเปล่า ^^

น่ารักจังคะ แล้วที่ส่งข้อความหานี่นับถืออะ 100 ข้อความในวันเดียว

ขำที่บอกว่า Baby mango อะ ^^  แล้วถ้าเห็นมะม่วงลูกใหญ่ๆจะบอกว่าอะไรคะ อิอิ

หนุ่มอิตาเลี่ยนที่เค้าบอก friendly นี่ถ้าจะจริง ^^

greenapple
28/01/2010 12:39:00

http://greenapple.diaryclub.com »

 ขอบคุณมากนะคะที่ให้ติดตามตอนต่อไป ... (อ่านจนปวดตา อิอิอิอิ  )

maita
28/01/2010 12:39:00

นี่แหล่ะหน๊ออ พรหมลิขิต

น่าร๊ากกคร๊าา

tik
28/01/2010 12:04:00

http://tikkachan.diaryclub.com »

what's next .. what's next??

jeab77
28/01/2010 12:00:00

 อ่านแล้วอิจฉาจังค่ะ

FooN
28/01/2010 11:48:00

 แวะมาขอบคุณน้องมีนค่ะที่ไปอวยพรวันเกิดให้พี่ น้องมีนน่ารักที่สุดเลย ^____^

pinkwidow
28/01/2010 10:53:00