Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1222.asp ]  Page view: 6.043 Time
Country United States 3345 Peaple
3.345
Country Anonymous Proxy 1951 Peaple
1.951
Country Thailand 411 Peaple
411
Country China 215 Peaple
215
Country Italy 26 Peaple
26
Country France 14 Peaple
14
Country Asia/Pacific Region 13 Peaple
13
Country Germany 12 Peaple
12
Country Australia 11 Peaple
11
Country United Kingdom 11 Peaple
11
Country Norway 8 Peaple
8
Country Austria 5 Peaple
5
Country Netherlands 4 Peaple
4
Country Lao People
2
Country Korea - Republic of 2 Peaple
2
Country Russian Federation 2 Peaple
2
Country Singapore 1 Peaple
1
Country Switzerland 1 Peaple
1
Country Kuwait 1 Peaple
1
Country Japan 1 Peaple
1
Country Malaysia 1 Peaple
1
Country New Zealand 1 Peaple
1
Country Belgium 1 Peaple
1
Country Cambodia 1 Peaple
1
Country Canada 1 Peaple
1
Country Iceland 1 Peaple
1
Country India 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 07/03/2011 
ประสบการณ์ผ่าตัดครั้งแรกในชีวิตที่อิตาลี(วันที่ 1-3) 


 Sunday, 6 March 2011

Rimini , Italy
อุณหภูมิ 12 องศาเซลเซียส
แดดจ้าตลอดวัน

กลับมาแล้วจ้า คิดถึงไดอารี่และเพื่อนๆ ที่สุด
เผลอแป๊ปเดียวเข้าสู่เดือนมีนาคม แถมไม่ได้อัพไดหลายวันเลย
เพราะมัวแต่ไปนอนอยู่ที่โรงพยาบาลซะหลายวัน
ดีใจที่ได้กลับมาอยู่ที่บ้านอีกครั้ง หายไปหลายวันคิดถึงมากๆ

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณเพื่อนทั้งในไดอารี่ FB, Email และข้อความผ่านมือถือ
สำหรับกำลังใจในช่วงที่ทำการผ่าตัดและรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล
เจ้าของไดรับรู้และทราบซึ้งมากๆ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปขอบคุณหรือทักทายทุกคนกลับ
เพราะเพิ่งจะดีขึ้น เดินได้เล็กน้อย แต่ก็ยังเดินตัวงอแบบกุ้ง
นั่งหน้าคอมนานๆ ไม่ได้ ตั้งใจว่าจะเขียนไดเล่าประสบการ์ผ่าตัดครั้งแรกในชีวิตให้เพื่อนๆ ฟัง
แต่ก็ยังไม่มีแรง กว่าจะเขียนเสร็จเล่นเอาเหนื่อย
ด้วยเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว กลัวจะลืมเรื่องราวซะก่อน
เพราะตอนอยู่โรงพยาบาล โดนทั้งยาชา ทั้งมอร์ฟีน ทั้งน้ำเกลื และยาโน่นนี่
ทำเอามึน แทบจำอะไรไม่ค่อยได้เหมือนกัน

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม 2011

เรากับที่รักเดินทางไปยังโรงพยาบาลแต่เช้า
เพราะมีนัดกับทางโรงพยาบาลเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการผ่าตัด
ไปถึงลงทะเบียน ทำการเจาะเลืด วัดความดัน การเต้นของหัวใจ
สักพักนางพยาบาลแจ้งว่าคุณหมอผู้ที่จะทำการผ่าตัด จะทำการตรวจภายในเราอีกรอบ
หลังจากคุณหมอตรวจภายในเสร็จ ก็ออกมาอธิบายรายละเอียดให้ที่รักฟัง
เพื่อเซ็นยิมยอมการผ่าตัด คุณหมอกับที่รักคุยกันหน้าตาซีเรียส
เราได้แต่ขอให้ที่รักอธิบายคร่าวๆ ที่รักก็ไม่ค่่อยจะยอมอธิบาย
บอกแต่เพียงว่าซีสยังขนาดเท่าเดิมคือ 8 ซม. ส่วนปัญหาใหม่ก็คือรังไข่ด้านซ้าย
ซึ่งคุณหมอคิดว่าน่าจะมีปัญหา ต้องตรวจดูอีกครั้งในช่วงของการผ่าตัด
ถ้าเจอกรณีที่คิดว่าไม่ปลอดภัยต่อร่างกาย คุณหมอจะตัดรังไข่ทิ้งไป
อีกอย่างการผ่าตัดคราวนี้จะเป็นวิธีการผ่าตัดสมัยใหม่ คือใช้วิธีการส่องกล้อง
แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยเลือดออกเยอะ และไม่สามารถควบคุมได้ คุณหมอจำเป็นต้องทำการผ่าตัดเปิดหน้าท้องเพื่อช่วยห้ามเลือด
นี่คือรายละเอียดคร่าวๆ ที่ที่รักแปลให้เราฟัง แต่ที่รักบอกว่าให้ไว้ใจคุณหมอ

หลังจากพบคุณหมอเรียบร้อย นางพยาบาลก็พาเราไปยังห้องพักหมายเลข 2
ภายในมีเตียงผู้ป่วยอยู่ 2 เตียง มีตู้เสื้อผ้า และห้องน้ำในตัวขนาดใหญ่พอสมควร
เราสองคนไปถึงก็มีผู้ป่วยอีกคนมานอนรออยู่บนเตียง สำหรับรอผ่าตัดพรุ่งนี้เช่นกัน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ห้องพักของเรา

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ดอกไม้น่ารักๆ หัวเตียงจากที่รัก

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
พยาบาลส่วนตัวคอยประกบติดตลอดเวลา

ช่วงเที่ยงพยาบาลให้ที่รักกับมามี๊กลับบ้านไปก่อน ส่วนเราให้พักอยู่ในห้อง
จากนั้นนำข้าวต้มแบบเปล่า คือต้มน้ำกับกลือมาให้เราทาน
ขอบอกว่าไม่อร่อยเอาซะเลย เราเลยทานไปแค่คำเดียว
ไม่อยากจะบอกว่าตัวเองพลาดอย่างแรง ไม่รู้มาก่อนว่านี้คือมื้อสุดท้ายก่อนที่จะไม่ได้ทานอะไรไปอีกหลายวัน

หลังจากทานอาหารเที่ยงอิ่ม ก็ถึงเวลาล้างท้องแล้วนั่นเอง
พยาบาลนำยาถ่ายมาให้ 2 ซอง ให้เราผสมกับน้ำดื่ม 2 ลิตร ดื่มทุกๆ 15 นาที
รสชาดไม่ต้องบอก อร่อยจนเกือบอ๊วก ดีนะเพื่อนร่วมห้องของเราทำการตั้งเวลาทุกๆ 15 นาที
หลังจากอยู่ห้องเดียวกัน เลยได้ทำความรู้จักกัน
Cristina มีปัญหาปวดท้องอย่างหนักเวลามีประจำเดือนนานเป็นปี ไปหาหมอหลายที่ หลายโรงพยาบาล
แต่ก็ไม่เคยเจอสาเหตุ จนมีคนบอกว่าให้มาหาคุณหมอที่จะทำการผ่าตัดเรา
ซึ่งเป็นคุณหมอที่เก่งอันดับหนึ่งของอิตาลี เราก็เลยเพิ่งถึงบางอ้อก็คราวนี้
ว่าทำไมเราต้องรอผ่าตัดนานถึง 5 เดือน เพราะมามี๊กับที่รักตั้งใจให้เราผ่าตัดกับคุณหมอที่เก่งและไว้ใจได้ที่สุด
ถ้าเราจะไม่รอ ผ่าตัดกับคุณหมอท่านอื่นก็สามารถทำได้ทันที แต่จะเจอสาเหตุที่แท้จริงรึเปล่าต้องลุ้นกันอีกที
ขนาด Cristina อยู่เมืองใหญ่อย่าง Ancona มีโรงพยาบาลขนาดใหญ่
แต่ก็ใช่ว่าแต่ละโรงพยาบาลจะมีคุณหมอเชี่ยวชาญด้านนั้นๆ ที่อิตาลีผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเดินทางไปหาคุณหมอ
ที่เชี่ยวชาญทางสาขานั้นๆ โดยตรง ซึ่งโรงพยาบาลเรามีคุณหมอที่เก่งทางด้านสูตินารีเวชและการผ่าตัด
ผู้ป่วยที่มารอผ่าตัดจึงมาจากหลากหลายเมือง

พอได้ฟังเรื่องราวและประวัติของคุณหมอทำให้เราใจชื้นขึ้นเยอะเลย
ก่อนหน้ารู้สึกกังวลเล็กน้อย พอได้ฟังแบบนี้รู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูก อย่างน้อยเราก็ฝากชีวิตไว้กับคนที่เราไว้ใจได้นั่นเอง
หลังจากทานยาถ่ายไปหลายชั่วโมง คราวนี้ท้องไส้เริ่มปั่นป่วน
อย่างกับมีเครื่อง Mixer ทำงานอยู่ด้านใน สุดท้ายก็วิ่งเข้าห้องน้ำแทบไม่ทัน
ส่วน Cristina ทนทานยาจนหมดไม่ไหว แอบเททิ้งเล็กน้อย แถมบอกให้เราเงียบไว้
เราละอดขำไม่ได้

จากนั้นจนถึงหัวค่ำเราก็ถ่ายอย่างหนัก ชนิดที่มีแต่น้ำอยู่อีก 5-6 รอบ
แถมที่ทรมานก็โดนงดอาหารตั้งแต่เที่ยง ดื่มได้แต่น้ำ แถมช่วงเย็นสิ่งที่นางพยาบาลพามาเสิร์ฟก็คือชาร้อนๆ หนึ่งแก้ว
โทษใครไม่ได้ช่วงเที่ยงไม่ยอมฝืนทานข้าวนั่นเอง

ช่วงค่ำที่รัก มามีีและพี่สาวของที่รักเข้ามาเยี่ยมอีกรอบ
ก่อนที่จะหมดเวลาเยี่ยม วันนี้ทางโรงพยาบาลไม่อนุญาตให้ญาตเฝ้าไข้ เพราะอยู่ระหว่างรอผ่าตัด
แต่ที่รักกับมามี๊ก็เป็นห่วงเรามาก เพราะภาษาอิตาลีเราไม่แข็งแรง กลัวคุยกับพยาบาลไม่รู้เรื่อง
แต่คริสติน่ารับปากว่าจะช่วย เพราะคริสติน่าพอพูดภาษาอังกฤษได้เล็กน้อย

ช่วงกลางคืนเรากับคริสติน่าเลยได้คุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันหลายเรื่องราว
ด้วยภาษาอังกฤษบ้าง ภาษาอิตาลีบ้าง ดีใจที่ได้เพื่อนร่วมห้องน่ารักๆ และกลายมาเป็นเพื่อนกันในที่สุด

ก่อนนอนคืนนั้น นางพยาบาลก็มา
เรียกตัวแต่ละคนให้ไปโกนขนเพชร(ติดเรทหน่อยนะ) นางพยาบาลเป็นคนจัดการให้เสร็จสรรพ
เพื่อไม่ให้มีปัญหาสำหรับวันพรุ่งนี้ จากนั้นก็ให้สบู่เหลวสำหรับทำความสะอาดและฆ่าเชื่อกลับมาที่ห้อง
ซึ่งตอนนี้เองเราได้รู้ว่า พรุ่งนี้เราจะได้รับการผ่าตัดเป็นคนที่ 3 ซึ่งก็คือคนสุดท้ายนั่นเอง

สี่ทุ่มนางพยาบาลเข้ามาแจ้งว่าใหงดดื่มน้ำหลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป
ส่วนเราไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เที่ยง แถมถ่ายจนหมดท้อง หิวมากๆ ท้องร้องโจ๊กๆ เลยทีเดียว
จากนั้นนางพยาบาลก็เอายาแคปซูลสำหรับสอดเข้าไปในช่องคลอด
ช่วยไม่ให้ปวดปัสสวะในช่วงกลางคืน พร้อมกับยาฆ่าเชื้อสำหรับล้างช่องคลอดสำหรับพรุ่่งนี้เช้ามาอีกหนึ่งชุด

คืนแรกเลยผ่านไปด้วยดี แทบไม่มีอาการปวดปัสสวะในช่วงกลางคืน
แต่อาการหิวน้ำสิมีมากเช่นกัน ปากเริ่มแห้ง ลอกเป็นขุยเลยทีเดียว

วันพฤหัส ที่ 3 มีนาคม 2011

วันนี้เราตื่นเช้าเหมือนเดิม พยาบาลเข้ามาตรวจเลือด วัดความดัน
จากนั้นแจ้งให้แต่ละคนเตรียมทำความสะอาดร่างกาย คืออาบน้ำ สอดน้ำยาฆ่าเชื้อเข้าไปในช่องคลอด
จากนั้นก็มาใส่ชุดบางๆ เปิดหลัง สุดเซ็กซี่ที่ทางโรงพยาบาลเตรียมไว้ให้

ช่วงเช้ามามี๊กับที่รัก ก็มาให้กำลังใจเราตั้งแต่เช้า
ที่เราตื่นเต้นมากก็คือเช้านี้หิมะตกลงมาอย่างหนัก จริงๆ ทะยอยตกลงมาตั้งแต่คืนก่อนหน้า
แต่เรานอนอยู่ในโรงพยาบาลมีเครื่องทำความร้อน ทำให้อุ่น ไม่ได้รู้สึกหนาวนั่นเอง
แต่มามี๊กับที่รักบอกว่าข้างนอกอากาศหนาวมาก

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ข้างนอกหิมะกำลังตกหนักเลย

ประมาณแปดโมงเช้าพยาบาลก็เข้ามาทำการใส่เข็มให้น้ำเกลือให้กับเราและคริสติน่า
เพราะผู้ป่วยรายแรกเข้ารับารผ่าตัดตั้งแต่ช่วงหกโมงเช้า แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะออกไปเมื่อไหร่
สรุปเราเลยซ่าไม่ได้ เพราะตอนนี้แขนขวาถูกพันธนาการด้วยเข็มน้ำเกลือ
ที่ตั้งใจว่าจะถ่ายรูปโน่นนี่เลยอดไป แถมเราทำการผ่าตัดเป็นคนสุดท้ายเลยเจ็บตัวนานกว่าคนอื่นๆ
ดีนะคราวนี้พยาบาลที่ทำการแทงเข็มน้ำเกลือให้เราเบามือมาก ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บสักเท่าไหร่
ผิดกับคริสติน่า ครั้งแรกหาเส้นเลือดแดงไม่เจอ ต้องแทงเข็มน้ำเกลือช่วงข้อมืออีกรอบ
ร้องโอ๊ย แบบเจ็บปวดมากๆ ผิดคาดนะเนี่ย แทนที่จะเป็นเรา คนที่กลัวเข็มสุดชีวิต

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
เตรียมพร้อมก่อนขึ้นเขียง

แต่ละชั่วโมงผ่านไปอย่างช้าๆ เพราะเรารอคอยที่จะได้รับการผ่าตัดนัั่นเอง
สรุปคริสติน่าถูกส่งตัวไปห้องผ่าตัดประมาณเก้าโมงเช้า ส่วนเราก็ตั้งหน้าตั้งตารอกันต่อไป
หิวน้ำสุดชีวิต ทำได้แค่ใช้ลิ้นเลียริมฝีปากช่วยบรรเทาอาการหิวน้ำได้เพียงเล็กน้อย
ส่วนท้องไส้ก็ยังปั่นป่วน จริงๆ เราถ่ายท้องอีสองรอบช่วงเช้า
ก่อนเข้ารับการผ่าตัดท้องเราเลยว่าง ปราศจากสิ่งใดๆจริงๆ

หลังจากรอกันอยู่หลายชั่วโมง
ในที่สุดก่อนเที่ยงวันของวันนั้นเราก็ถูกลำเลียงไปยังห้องผ่าตัด
ห้องพักกับห้องผ่าตัดอยู่ไกลกันคนละโยช เจ้าหน้าที่แจ้งว่าให้ที่รักไปส่งเราที่หน้าห้องผ่าตัดได้
พอไปถึงหน้าห้องแผนกผ่าตัด ที่รักหันมาหอมที่หน้าผากเรา บอกว่า "ขอให้โชคดี"
วินาทีนี้เองที่รักร้องไห้โฮเลยทีเดียว จนเราถึงกับต้องเมินหน้า ก่อนที่จะถูกเข็นเข้าไปในห้องผ่าตัด
พยายามไม่ให้น้ำตาไหล ไม่อยากให้ที่รักกับมามี๊เห็นว่าเราอ่อนแอ
เราสัญญากับที่รักว่าเราจะกลับมาหาที่รัก ไม่ต้องห่วงนะ

ไม่นานเราก็ถูกเข็นไปอยู่หน้าห้องผ่าตัด ซึ่งเป็นห้องเย็น
เพื่อเป็นการฆ่าเชื่อแบคทีเรีย และเปิดโอกาสให้คุณหมอและทีมงานได้ทำการเคลียร์พื้นที่
พร้อมเตรียมพร้อมการผ่าตัด คุณหมอและทีมงานผ่าตัดออกมาคุยกับเราเป็นระยะ
ถามโน่นนี่ โดยเฉพาะพอรู้ว่าเราไม่ค่อยพูดภาษาอิตาลี
ก็เข้าไปถามคนโน้น คนนี้ว่าใครพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง ทำเอาเราขำ หายเครียดไปพักใหญ่
ไม่นานเจ้าหน้าที่ก็มาเข็นเราไปยังห้องผ่าตัด เป็นเตียงเล็กๆ มีขาหยั่ง
คุณหมอที่จะทำการวางยาสลบให้เราก็เข้ามาพูดคุยโน่นนี่ พูดภาษาอังกฤษแบบงูๆปลาๆ เป็นที่เฮฮากันทั้งห้อง
คุณหมอถามว่าเราน้ำหนักถึง 50 รึเปล่าเนี่ย ทำไมตัวเล็กจัง
พอบอกว่าน้ำหนัก 57 เท่านั้นล่ะ ทำหน้าเอ๋อกันเป็นแถว

หลังจากจัดระเบียบร่างกาย เตรียมความพร้อมโน่นนี่ให้เราเรียบร้อย
คุณหมอที่จะทำการวางยาสลบ ก็บอกเราว่าจะฉีดยาสลบผ่านสายน้ำเกลือให้ 3 เข็มด้วยกัน
พอคุณหมอบอกว่าเข็มแรกลงไปแล้วนะ สิ้นสุดคำของคุณหมอเราก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย
ยาออกฤทธิ์เร็วมากจริงๆ

หลังจากนั้นผ่านไป 4 ชั่วโมง เรารู้สึกสลึมสลืออีกที
เหมือนมีคนเรียกชื่อ "Kangi" อยู่ข้างๆ หู แต่ลืมตาไม่ขึ้น
ที่แท้เราถูกเข็นกลับมาที่ห้องพักแล้วนั่นเอง พร้อมกับมีพยาบาลและหลายๆ คนห้อมล้อมรอบตัวเรา
จัดการเปลี่ยนชุด ใส่แพมเพิร์สขนาดใหญ่ให้เราเสร็จสรรพ เพราะมีเลือดไหลออกมาตลอดเวลานั่นเอง
เพราะตอนนั้นเราไม่มีสติสตางค์อะไรเลยจริงๆ

ได้ยินเสียงที่รักบอกว่ามาเตโอ้หลานชายสุดที่รักมาเยี่ยม
เพื่อนที่ทำงานที่รักโทรมาถามไถ่อาการ เราก็ได้แต่พยักหนารับรู้ แต่ลืมตาไม่ขึ้นเหมือนเคย
เราได้แต่บอกที่รักว่าเราหิวน้ำมาก แต่คุณหมอกับพยาบาลสั่งห้าม
เพราะถ้าเราทานอะไรเข้าไปจะอาเจียนออกมาจนหมด เพราะฤทธิ์ของยาสลบที่ยังค้างอยู่ในเส้นเลือด

ก่อนสามทุ่มของคืนนั้นที่รักกับมามี๊เข้ามาบอกเราว่า
มามี๊กับที่รักต้องกลับไปบ้านเพราะหมดเวลาเยี่ยม แต่พี่สาวของที่รักจะมาเป็นคนเฝ้าไข้เราสำหรับคืนนี้
เพราะเรายังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ โดยเฉพาะช่วงเข้าห้องน้ำ
คุณหมอบอกว่าให้พยายามทำให้่างกายผายลม เอาอากาศออกจากช่องท้อง
เพราะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้าเราทำได้ก็จะได้กลับบ้าน แต่ตลอดทั้งคืน
เราแทบไม่ผายลมออกมาเลย ที่รักบอกว่าเราคงอาย
ผิดกับคริสติน่าผายลมออกมาดังมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่สุด
ส่วนเราได้แต่รอลุ้นว่าจนถึงเช้าจะทำได้ไหม

คืนนั้นทั้งคืนมือขวาของเราเต็มไปด้วยสายน้ำเกลือ มอร์ฟีน และยาอื่นๆ อีกสองตัว
เรียกว่ามือขวากระดุกกระดิกไม่ได้เลย นางพยาบาลก็เข้ามาวัดไข้ วัดความดัน และการเต้นของหัวใจทุกๆ 2 ชั่วโมง
ช่วงดึกความดันของเราต่ำมาก 80-50 จนพี่สาวที่รักเป็นห่วงมาก โทรแจ้งที่รักเป็นระยะๆ
สรุปคืนนั้นทั้งมามี๊กับที่รักเลยได้แต่รอฟังข่าว ไม่ได้นอนกันทั้งสองคน
ช่วงกลางคืนเราก็เข้าห้องน้ำเป็นระยะๆ โดยมีพยาบาลและพี่สาวของที่รักช่วยกันพยุง
เพราะแค่ลงจากเตียงก็เกิดอาการเวียนศีรษะจนแทบล้มทั้งยืน
แถมตอนปัสสวะ ออกมาทีละนิด และปวดหน้าท้องมากๆ ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าหน้าท้องเรามีแผลกี่แผล
เพราะมีพลาสเตอร์ปกปิดอยู่ รู้แต่ว่าเจ็บใช้ได้เลย แถมเลือดก็ออกมาเยอะแดงเต็มโถส้วมไปหมด

น่าสงสารพี่สาวที่รักมาก แทบไม่ได้นอนตลอดคืน
เพราะมีแค่เก้าอี้ตัวเดียว จะนอนก็ลำบาก อีกอย่างเป็นห่วงเราด้วย
กลัวไข้ขึ้น ความดันต่ำ ต้องคอยเช็คตลอด

วันศุกร์ ที่ 4 มีนาคม 2011

ตีห้าของเช้าวันใหม่ ตื่นมาด้วยความดีใจว่าอีกไม่นานเราจะได้ดื่มน้ำแล้ว
หลังจากอด น้ำอดอาหารมาสองวัน
แต่ช่วงเช้าพยาบาลเข้ามาวัดไข้ เราไข้ขึ้นสูงอีกแล้ว แต่ความดันดีขึ้นหน่อย

ที่รักกับมามี๊ก็รบมาหาเราแต่เช้า
วินาทีนั้นดีใจมากๆ ที่รักเข้ามากอดบอกว่าไม่เป็นไรแล้วนะ
คราวนี้เราเลยได้รับรู้เรื่องราวช่วงที่เราผ่าตัดอยู่ 4 ชั่วโมง
ที่รักบอกว่า 4 ชั่วโมงสำหรับที่รักและมามี๊เป็นอะไรที่นานมากๆ
ทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่เข็นเตียงผู้ป่วยออกมาจากแผนกผ่าตัด ที่รักจะดีใจและรีบวิ่งไปดูทุกครั้ง
ว่าคนๆ นั้นคือเราไหม แต่ก็ตองผิดหวังตลอด
จนสุดท้ายที่รักทนไม่ไหว กดกริ่งขอคุยกับเจ้าหน้าที่ด้านใน

เจ้าหน้าที่เลยเรียกคุณหมอที่ทำการผ่าตัดเราออกมาคุยกับที่รัก
คุณหมอบอกว่านอกจากซีสก้อนใหญ่แล้ว ยังเจอปัญหาเกี่ยวกับรังไข่ ที่ถูกปกคลุมด้วยซีสเล็กๆ
รวมถึงภายในรังไข่ด้วย เวลาเรามีรอบเดือนมันจะขยายและไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ
ทำให้เราปวดท้องอย่างหนัก นี่คือสาเหตุหลัก ไม่ใช่ปวดท้องจากซีสก้อนใหญ่
แถมปัญหานี้น่าจะเกิดมานาน ดูจากจำนวนซีสที่ปกคลุมรังไข่ด้านซ้าย
เพียงแต่เราไม่เคยเข้ารับการตรวจภายในและรักษาแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้ลุกลาม และเป็นปัญหาในอนาคต
คุณหมอและทีมงานเลยตัดสินใจตัดรังไข่ข้างซ้ายของเราทิ้งไป

พอได้ฟังคุณหมอแจ้งเรื่องนี้ ที่รักกังวลมาก
บอกว่าเราหวังที่จะมีเจ้าตัวเล็กมากๆ โดนตัดรังไข่ไปแบบนี้จะมีโอกาสมีลูกไหม
คุณหมอแจ้งว่า รังไข่ข้างขวายังทำงาน แถมไม่ได้ตัดมดลูกออกไป
โอกาสที่จะมีลูกยังมี แต่อาจจะน้อยกว่าเดิม แต่ถ้าเรากับที่รักพยายามแล้วไม่มีจริงๆ
คุณหมอบอกว่า ให้เรากลับมานะ คุณหมอจะช่วย
แต่ 6 เดือนหลังการผ่าตัดให้งดการตั้งครรภ์ไปก่อน จากนั้นค่อยพยายามกันต่อไป

เราฟังที่รักเล่ามาถึงตอนนี้น้ำตาเริ่มไหล
ถามที่รักไปว่า "ไม่มีอะไรปิดบังเราใช่ไหม" ยอมรับว่าตอนนั้นกลัวมาก
กลัวว่าตัวเองจะประวัติซ้ำรอย เหมือนพี่สาวที่โดนตัดรังไข่ทิ้งไปจนไม่มีลูกถึงปัจจุบัน
ที่รักได้แต่บอกว่า ที่รักไม่เคยโกหกเราสักครั้ง สัญญาว่าเราจะมีลูกด้วยกัน
แต่ตอนนี้ขอให้เรารักษาตัวให้หายดีก่อน

ช่วงเที่ยงของวันนี้ดีใจมากๆ ได้ดื่มน้ำ ได้ทานอาหารสักที
แต่พอถึงคราวจริงๆ ทานอะไรแทบไม่ได้เลย เพราะอาหารที่ทางโรงพยาบาลนำมาให้
ก็คือข้าวต้มกับซุป แต่เป็นข้าวของอิตาลี รสชาดคงไม่ต้องบอกนะ
สรุปก็คือทานไปได้หน่อยเดียว ดีหน่อยที่มามี๊ไปซื้อพวกน้ำผลไม้มาให้ ทำให้เราพอทานได้บาง
พยาบาลที่ดูแลเราหลายคนทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน ดีกับเรามาก
เอ็นดู พยายามเข้ามาหอมแก้ม บอกว่าขอให้หายเร็วๆ ทั้งที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้
หลายคนก็พยายามสื่อสารแบบใช้มือ บางคนก็มาพูดฝรั่งเศสบ้าง สเปนบ้าง
จนเราต้องบกไปว่าไม่ใช่ภาษาอังกฤษนะ

แต่เที่ยงวันนี้เราก็เศร้าๆ เล็กน้อย หลังจากคุณหมอหัวหน้าแผนกสูตินารีเวช
เข้ามาตรวจอาการเรากับคริสติน่า คุณหมอแจ้งว่าคริสติน่าากลับบ้านได้
ส่วนเราให้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอีกหนึ่งคืน แต่ไม่ตองมีคนเฝ้าไข้ เพราะเริ่มเดินได้บ้างแล้ว
แถมมอร์ฟีนก็ช่วยให้อาการปวดแผลน้อยลง

สรุปคริสติน่ามีปัญหาปวดท้องประจำเดือนอย่างหนัก
เพราะห้าปีก่อนทำการผ่าตัดตอนคลอดลูก จากนั้นร่างกายก็เหมือนทำงานผิดปกติ
หนังมดลูกมายึดตึดกับผิวหนัง มีพังผืดเกาะอยู่ ช่วงที่มีประจำเดือนทำให้ปวดท้องอย่างหนัก
ให้ตรวจภายในสักกี่ร้อยรอบพันรอบก็หาสาเหตุไม่เจอ จนกว่าจะได้ผ่าตัดถึงได้รู้สาเหตุนั่นเอง
แต่คริสติน่ากต้องหมั่นมาตรวจเป็นระยะๆ เพราะร่างกายอาจจะกลับมาเหมือนเดิมได้

ช่วงบ่ายที่รัก มามี๊มาเยี่ยมเราตามปกติ
มามี๊บอกว่าพรุ่งนี้เราออกจากโรงพยาบาล มามี๊ทำอาหารอร่อยๆ เตรียมไว้ให้หลายอย่าง
เป็นอาหารที่เราชอบทั้งนั้นเลย ส่วนงานบ้านก็ไม่ต้องเป็นห่วง
มามี๊ทั้งกวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า รีดผ้าให้จนหมดตะกร้า
และจะคอยมาดูแลบ้านและที่รักให้ตลอดช่วงเรารักษาตัว
มามี๊ดีกับเราสองคนมากๆ ยังคิดไม่ออกเลยว่าถ้าไม่มีมามี๊จะวุ่นขนาดไหน
มามี๊ลางาน 4 วันรวด คอยเทียวไปเทียวมา ขนสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้มาให้เราที่โรงพยาบาล
ดูแลบ้าน ดูแลที่รักให้เป็นอย่างดี ส่วนที่รักก็ไม่ค่อยได้หลับได้นอน
แอบเข้ามาเยี่ยมเราบ่อยๆ ขนาดหมดเวลาเยี่ยม แต่แอบเข้ามา
จนนางพยาบาลด่าไปหลายรอบ ที่รักก็ได้แต่ยอมรับบอกว่า "ใช่ครับผมเลว แต่ผมเป็นห่วงภรรยา"
แล้วก็เข้ามาอยู่กับเราเฉยเลย

ที่รักบอกว่าทุกคืนที่รักนอนหลับแบบไม่สนิทสักคืน
มองไปข้างๆ ไม่มีเราอยู่ข้างกาย แถมรู้ว่าเราอยู่โรงพยาบาล ไม่ใช่บ้านหรือที่ที่ควรจะมีความสุข
ที่รักเป็นห่วง กังวลไปหมด ได้แต่รอฟังข่าว ว่าเราไข้ขึ้นไหม ความดันเป็นงัยบ้าง
จากคนที่ไม่เคยตื่นเองเลยสักครั้งในช่วงเช้า แถมปลุกยากมาก
แต่พอเราอยู่โรงพยาบาลที่รักตื่นตั้งแต่ตีสามตีสี่โดยไม่ต้องใช้นาฬิกาปลุก
และรอให้ถึงหกโมงเช้าของทุกวัน เพราะจะได้เข้าไปเยี่ยมเรานั่นเอง

ทุกๆ เช้าเราจะได้เห็นรอยยิ้มของผู้ชายที่เรารักเดินเข้ามาในห้อง
พร้อมกับดอกไม้บ้าง ช็อคโกแล็ตที่มีของขวัญซ่อนอย่ข้างในบ้าง มีอะไรน่ารักๆให้เรายิ้มได้ตลอด
เราเมือยมือเพราะกระดุกกระดิกไม่ได้ ที่รักกคอยมานวด
เล่าเรื่องตลกสารพัดให้เราฟัง แอบเห็นตาที่รักกับมามี๊เป็นรอยคล้ำ เพราะการอดหลับอดนอน
แล้วรู้สึกสงสารมากๆ เราบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ให้กลับบ้านไปพักผ่อน ที่รักก็ไม่ยอม

แต่สามทุ่มของคืนนั้นที่รักกับมามี๊ก็ต้องกลับบ้านโดยปริยาย
นั่นหมายถึงเราต้องนอนอยู่ในห้องเพียงคนเดียว ก่อนหลับที่รักก็กำชับนักหนา
ว่าจะเข้าห้องน้ำก็ให้กดกริ่งเรียกพยาบาล เวลาพยาบาลมาวัดไข้
ก็ให้รายงานเป็นระยะๆ

หลังจากที่รักกลับไปไม่นาน พยาบาลเข้ามาตรวจอาการเราตามปกติ
ปรากฎว่าตรวจความดันจากแขนข้างซ้าย ความดันต่ำมาก 80-40 แต่พอตรวจด้านขวา
ปรากว่า 90-75 และมีไข้เล็กน้อย ก่อนนอนเราก็เลยโทรบอกที่รักตามปกติ

ที่รักได้ฟังแค่นั้นบอกว่าตรวจกันยังงัย ความดันต่ำขนาดนี้เรามีสิทธิ์ช็อคได้
แถมทำไมตรวจสองข้างถึงไม่เท่ากัน เราก็บอกที่รักไปว่าไม่ต้องกังวล เที่ยงคืนถ้าพยาบาลมาตรวจอีกรอบ
จะแจ้งให้ทราบ ที่รักก็บอกว่าโอเค นอนหลับฝันดีนะ

แต่หลังจากนั้นไม่นาน เรากำลังเคลิ้มๆ ใกล้จะหลับ
ได้ยินเสียงเดินก๊อกๆ เข้ามาในห้อง ลืมตาขึ้นมาเห็นที่รักกับมามี๊มายืนอยู่ตรงหน้า
ถามที่รักว่ามาได้งัย นี่หมดเวลาเยี่ยมไปนานแล้ว
แถมตอนคุยกันที่รักก็บอกว่าที่รักจะเข้านอนแล้ว ที่รักบอกว่าบางครั้งคนเราก็จำเป็นต้องโกหกคนที่เรารัก
ถ้าที่รักบอกว่าจะมาโรงพยาบาล เราคงไม่ยอมแน่ๆ เพราะไม่อยากให้ที่รักมีปัญหากับหมอและพยาบาลที่นี่
แต่ด้วยความเป็นห่วง อยากมาเห็นกับตาที่รักมาจนได้

สุดท้ายก็เลยโดนพยาบาลเข้ามาเตือนกันไปเต็มๆ ที่เข้ามาทั้งที่หมดเวลาเยี่ยม
หลังจากพยาบาลธิบายให้ที่รักเข้าใจ พร้อมยืนยันว่าจะดูแลเราอย่างดี ที่รักกับมามี๊ก็ยินยอมกลับบ้านโดยดี

วันนี้ไดอารี่ยาวเกินลิมิตไปแล้วล่ะ ไว้มาต่อไดอารี่ถัดไปะจ๊ะ
เจ้าของไดเริ่มปวดแผลแล้วด้วยล่ะ นั่งนานไปหน่อย นี่ขนาดนอนเขียนบนเตียงบ้างแล้วนะ
แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะจะพยายามหายวันหายคืน ให้สมกับที่เพื่อนๆ เป็นห่วงจ้า





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


พี่มีน บอกตรงๆ เลยอ่ะว่าอ่านไปน้ำตาคลอไปเลยน่ะ

มันลุ้นมันหลาย ๆ อย่างอ่ะ เข้าใจความรู้สึกพี่จี พี่มีน ม๊ามี๊และทุก ๆ คน

สู้สู้น่ะค่ะพี่มีน

น้องติ๊กเองจ้า
09/03/2011 20:40:00

พี่จีกับหม่ามี๊ น่ารักจังเลย
พยายาม เดินหน่อยนะ สู้ๆ ไม่กี่วันก็หายแล้ว

Tukie
07/03/2011 17:46:00

กลับถึงบ้านมาอ่านแบบละเอียดอีกรอบ ... อ่านไปก็น้ำตาไหลไป เวอร์จริงๆเลยพี่ ...  สงสารทั้งคนป่วยทั้งคนเฝ้าไข้
ยิ่งพอบอกว่าไม่ได้กินน้ำสองวันด้วยแล้วนะ  ผ่านมาได้ถือว่าสุดยอดมากมากเลยค่ะ ต่อไปนี้ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว :)

maita
07/03/2011 17:45:00

ดีใจด้วยนะค่ะน้องมีนที่การผ่าตัดผ่านไปด้วยดี  ขอให้หายไวนะค่ะ
ถึงแม้ว่าน้องมีนจะเข้าการผ่าตัดที่อิตาลี่
ครอบครัวของน้องมีนได้อ่านไดที่น้องมีนบันทึกต้องคลายกังวล
เพราะครอบครัวของที่รักของน้องมีน ห่วงใย ดูแลน้องมีนดีมาก ๆ

patrickandakemi
07/03/2011 17:40:00

 อ่านจบจนได้ ขวัญเอ๊ย ขวัญมา ไม่เป็นไรนะจ๊ะ เท่าที่อ่านดูคุณหมอเก่งมาก
ตอนนี้เป็นหน้าที่คนไข้ ดูแลตัวเองให้มากๆ จะได้หายไวๆ อยากคิดมากเรื่องรังไข่
พี่เห็นเขาท้องได้เยอะแยะ  มีข้างเดียวนี่ล่ะ 
อ่านไปซึ้งไป น้องมีนโชคดีได้ครอบครัวน่ารักเหลือเกิน ดูแลเราดี ไม่ต่างกับลูกสาว 
บนความโชคร้าย พี่มองเห็นความโชคดีของมีนไปด้วย 
พระคุ้มครองน้า  

พี่ปุ๋ย
07/03/2011 16:25:00

หวัดดีจ้าน้องมีน พี่ขอรายงานตัวก่อน
ขอบคุณที่ไปทักทาย ถามข่าวคราว ที่ไดและ facebook นะจ๊ะ
พี่สบายดี แต่หนีกลับเมืองไทยมา ตอนนี้กลับมาประจำการอ่านไดเหมือนเดิม
เดี๋ยวพี่ขออ่านหน้านี้อย่างละเอียดก่อน ว่าเกิดอะไรขิ้นกับน้องเรา
เป็นห่วงเสมอจ้า

พี่ปุ๋ย
07/03/2011 14:38:00

อ่านแล้วก็กังวลไปกับเพื่อนแต่คุณหมอมือหนึ่งแบบนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วเน๊าะ

ขั้นตอนการผ่าตัดเหมือนตอนผ่าคลอดทุกอย่างเลยมีน แต่ของมีนแผลเล็กไม่นานมีนก็ปกตินะ

คุณจีดีมากๆ ติ๊กปลื้มแทนมีนอ่ะ รักและดูแลดีเหลือเกิน ส่วนเรื่องลูกไม่ใช่ปัญหาเลยมีน

สมัยนี้วิวัฒนาการการแพทย์ไปไกลถ้าเราตั้งใจจริงๆมีได้อยู่แล้วแหละ หมอยังยืนยันมาด้วย 
ตอนนี้ก็ดูแลตัวเองนะจ๊ะ ยังไม่ต้องรีบทำงานหนัก หายไวไวจ๊ะเพื่อน

hellonano
07/03/2011 14:21:00

http://hellonano.diaryclub.com »

ดีแล้วล่ะมีน อย่าอยู่เฉยๆ ยิ่งลุกขึ้นทโน่นทำนี่เบาๆมันจะทำให้แผลหายเร็วขึ้นล่ะ

แต่ก็อย่าหักโหมนะ แล้วก็ห้ามเกาแผลด้วยล่ะ อิอิ ยิ่งเกาถ้าผิวแตกมันจะลายและไม่สวยนะจ๊ะ
ส่วนเรื่องไดรินช่างมันเหอะ พอรู้ว่ามีนลองโพสดูก็เข้าใจละจ้ะไม่ต้องซีเรียสนะช่างมันเถอะ
ไม่เป็นไร:):):)
Fairy
07/03/2011 13:41:00

 วันนี้เป็นไงมั่ง ดีขึ้นกว่าเมื่อวานมั้ย
ยังไงก็อย่าเพิ่งทำอะไรหักโหมนะจ๊ะ
ส่วนเรื่องไดที่หายไปช่างมันเถอะ รินแค่งงๆ
ว่าอยู่ดีๆทำไมมันหายไปแล้วพอมันกลับมา
ชื่อไดก็เปลียน แถมรูปภาพยังสลับกันอีก
เลย งงว่าเกิดอะไรขึ้น..แต่ถ้าหาคำตอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอก
หายไวไวนจ๊ะ

Fairy
07/03/2011 13:09:00

 อ่านไปแล้วก็ลุ้นไป ใช้เวลาผ่าตัดนานมาก ๆ เรื่องโดนตัดรังไข่ไม่เป็นไรนะเพื่อน ประจำเดือนจะมาเดือนเว้นเดือน ถ้าปรึกษาคุณหมอไม่น่ายากเรื่องมีเบบี้

ขอให้เพื่อนฟื้นตัวเร็ว  ๆ เดี๋ยวก็หายเนอะ


โอ๋
07/03/2011 13:08:00

http://luuksorn.diaryclub.com »

หายไว ๆ นะน้องมีน มีกำลังใจดีจากคุณสามีและทุกคนรอบ ๆ ข้างแบบนี้ หายวันหายคืนแน่ ๆ ค่ะ

get better soon ja

memaviemeo
07/03/2011 12:56:00

 มีนดีใจมากนะที่เพื่อนปลอดภัยดีแล้ว ดึกๆจะเข้ามาอ่านต่อนะ
ยังอ่านไม่จบนาโนตื่นซะก่อนจ้า

hellonano
07/03/2011 11:29:00

อ่านแล้วประทับใจที่รักและมามี๊ของพี่มีนมากๆ เลย
เค้ารักและเป็นห่วงพี่มีนมากจริงๆ นะคะ ถึงขนาดแอบเข้ามาเยี่ยมกันเลย น่ารักจริงๆ ค่ะ

วิธีการเตรียมผ่าตัดของอิตาลีกับเมืองไทยไม่ค่อยเหมือนกันเนอะ

ตอนตูนผ่าคลอด ไม่เห็นต้องงดข้าว งดน้ำ ล่วงหน้าเป็นวันแบบนี้เลย ตอนนั้นคุณหมอให้งดหลัง 3 ทุ่มค่ะ ถ้าจะให้ดีได้ตั้งแต่ 6 โมงเย็นก็จะดีมาก แต่ที่เหมือนกันก็คือต้องโกนขนหมดเกลี้ยงเลย อิอิอิ

แม่ตูนแกเป็นพยาบาล กำชับเสมอว่า หลังผ่าตัดห้ามเดิมงดตัวค่ะ ไม่งั้นแผลด้านในจะเป็นพังผืด

ขอให้พี่มีนหายไวๆ นะคะ พักผ่อนเยอะ งดเล่นเน็ตบ้างก็ได้น๊า คริคริ

lovenannam
07/03/2011 10:53:00

http://lovenannam.diaryclub.com »

คุณเพื่อนไม่ยอมพักผ่อนน้า ยังแอบมาเมนท์ไดให้เห็นอีกแน่ะ

แอบไปฟ้องคุณจีดีกว่ามั๊ยน้า อิอิ

ปอลอ
พอเค้าอายุ 77 นะ เค้าคงจะเต่งตึงและใหญ่กว่าตอนนี้เยอะเลย เอิ๊ก ๆๆ

jeab77
07/03/2011 10:28:00

 ขอให้หายหวันหายคืนนะคะ   อย่าเดินตัวงอนะคะ เพราะเส้นจะยึดพอหายแล้วตัวจะงอ(จากประสบการณ์คนใกล้ตัว)

maita
07/03/2011 09:43:00

อ่านจบแล้วแต่เมนท์ไม่ถูกว่าจะเมนท์เรื่องไหนก่อนดีอ่ะ =="

เอาทีละเรื่องเนอะ ถ้าลืมเรื่องไหนจะกลับมาเมนท์ใหม่อีกรอบ อิอิ

1. ผ่าตัดหน้าท้องทำไมต้องโกนตรงนั้นด้วย(ไม่เข้าใจ) อิอิ

2. ที่นี่เค้าให้กินยาถ่ายเหรอ ไม่ได้สวนก้นเหรอ ที่เมืองไทยใช้สวนก้นอ่ะ

3. ให้ยานอนหลับเยอะมากกกกกก 4 เข็มแน่ะ แต่ก็ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมถึงให้เยอะเพราะผ่าตัดนานถึง 4 ชม.

4. เสียใจด้วยนะคะที่หมอตัดรังไข่ทิ้งไปข้างนึง แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องไม่มีลูกค่ะ อย่างที่หมอบอกถ้าพยายามถึงที่สุดแล้วยังมีไมไ่ด้ ให้มาหาหมอ เท่าที่รู้คุณหมอสามารถนับวันไข่ตกข้างซ้ายข้างขวา อันนี้สามารถช่วยให้มีนมีลูกได้ อย่ากังวล เดี๋ยวนี้เค้าไฮเทคโนโลยีกันจะตาย

5. อ่านตอนท้ายเรื่องแฟนมีนแล้วชอบมากก น่ารักจัง แต่ก็แอบเศร้าจะร้องไห้ตามไปด้วยตอนที่แฟนมีนบอกว่าเหงาที่มีมีนด้วยอยู่ข้างๆ

6. แม่สามีน่ารักมากๆ หยุดงานมาดูแลลูกชายแล้วยังมีเวลาเป็นห่วงลูกสะไภ้อีกอ่ะ หาแบบนี้ได้ที่ไหนเนี่ย ไม่มีอีกแล้วนะ อิอิ

7. ตอนพี่สะใภ้เราผ่าคลอด แม่เราบไม่ให้กินของหวาน เพราะจะทำให้แผลแฉะหายช้า แล้วก็อย่ากินไข่นะเดี๋ยวแผลปูดเป็นตะตัวตะขาบอ่ะ

8. ที่สำคัญขอให้มีนฟื้นตัวไข้ๆ นะจ๊ะ แล้วก็รักษาสขภาพด้วย ดื่มน้ำอุ่นเยอะๆ ช่วงนี้งดน้ำเย็นไปก่อนน๊ะ ^^

จอยแม่น้องวีนัสเองจ้า ^^

จอย
07/03/2011 08:55:00

อ่านแล้วรู้สึกว่าครอบครัวพี่จีแฟนมีมีน รักและเป้นห่วงสะใภ้มากๆเลยนะคะ
คนอิตาเลี่ยนดูแล้วคล้ายๆคนไทยเลยเนอะพี่มีน ไม่รู้จะเป็นแบบนี้ทุกคนหรือเปล่า พี่มนโขคดีมากๆเลยค่ะที่มีครอบครัวสามีที่ร่านักแบบนี้
ขอให้พี่มีนรักษาสุขภาพ ให้หายไวๆนะคะ

หนูนิด
07/03/2011 07:53:00

 อ่านแล้วซึ้งในความรักของครอบครัวคุณจีที่มีให้คุณมีนนะคะ
คุณมีนโชคดีมากที่ได้อยู่กับครอบครัวที่น่ารักนะคะ
ยินดีด้วยที่การผ่าตัดเรียบร้อยดี ไม่มีปัญหานะคะ ขอให้คุณมีนแข็งแรงเร็วๆนะคะ  มีน้องจีน้อยเร็วๆเช่นกันค่ะ  เป็นกำลังใจให้นะคะ^ ^

นี
07/03/2011 05:51:00

วันนี้ไดเพือนซาบซึ้งมากเลย คุณจีกับมามี๊น่ารักมาก ๆๆๆๆๆ โชคดีของมีนจริง ๆ
รักษาตัวดี ๆ นะ ไม่ต้องห่วงเรื่องเขียนไดหรอก ไว้ดีขึ้นแล้วค่อยมาเล่าต่อก็ได้
เป็นห่วงจ้ะ

jeab77
07/03/2011 05:15:00

ดีใจที่การผ่าตัดผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และรู้ว่าพี่มีนดูแลโดยคุณหมอที่เก่งๆนะค่ะ
เข้าใจอารมณ์คุณจีเลยจ๊ะ คงห่วงน่าดู เพราะไมค์เคยต้องผ่าตัดเล็กที่ไหล่เมื่อปีก่อนที่เกาหลีเหมือนกัน
แต่ได้อยู่ห้องรวมเผ้าไข้ไม่ได้ แก็ปก็ตั้งไปหาแค่ตอนกลางวันทำกับข้าวไปให้เอา น่ากลัวและห่วงเพราะพูดภาษา
เกาหลีกันไม่ได้ทั้ง 2 คน เข้าใจความกังวลของพี่จีจริงๆ ตอนนี้ก็พักผ่อนเยอะๆนะค่ะ
เรื่องเจ้าตัวน้อยจะคอยเป็นกำลังใจให้ค่ะ แต่แก็ปว่ายังมีโอกาศเยอะอยู่นะ อย่าคิดมากนะจ๊ะ
เด๋วเบบี้จีก็มา :)

Gap
07/03/2011 04:21:00

http://gapdiary.diaryclub.com/ »

ดีจังที่การผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่น  อ่านแล้วประทับใจความรักของพี่จีและมามี๊ที่มีต่อพี่มีน ความรักจะเป็นพลังงานที่ยิ่งใหญ่ หายไวๆนะคะ

lovekaopan
07/03/2011 03:30:00

 พี่มีนเป็นไงบ้างคะ ทุกอย่าง OK แล้วเนอะ ส่วนเรื่องรังไข่ อย่าคิดมากเลยค่า
เพราะจริงๆเราใช้ไข่แค่ 1 ใบในมีลูกเท่านั้นเอง ถ้าวิธีธรรมชาติไม่ได้ ใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ก็ยังได้
อย่ากังวลเลยน๊า

คุณ G กับมามี๊น่ารักมากเลย เป็นกำลังใจกำลังแรงให้เนอะ

ยังไงหายไวไวนะคะพี่

fai
07/03/2011 03:02:00

พี่มีนนน ดีใจดว้ยจิรงๆนะค้าที่ปลอดภัยไม่มีอะไรเเล้วว ยังไงพักผ่อนเยอะๆๆน้าาาาา >.<

cookiecreams
07/03/2011 02:30:00

http://cookiecreams.diaryclub.com/ »

 อ่านแล้วก็ดีใจที่ทุกอย่างหมดห่วงแล้ว ไดยาวแต่พี่อ่านทุกบรรทัดทุกคำเลยน้องมีน แอบน้ำตาซึมตอนที่ที่รักน้องมีนเดินไปส่งที่ห้องผ่าตัด และก็อีกหลายๆตอนที่ผู้ชายคนนี้ทำทุกอย่างให้กับคนที่เค้ารัก น้องมีนโชคดีที่สุดที่ได้ใช้ชิวิตกับเค้า ทุกคนในครอบครัวดีมากๆ ทั้งหม่ามี๊ ทั้งพี่สาวคุณจี พี่ดีใจด้วยจริงๆที่น้องมีนได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้

รักษาตัวดีๆ หายเร็วๆนะน้องมีน พักผ่อนเยอะๆ แล้วพี่จะรออ่านไดหน้าต่อไป

คิดถึงๆๆ

P'Lek
06/03/2011 21:49:00

I am glad that the operation went well. Do u still have a lot of pain? So glad to see that your beloved husband and his family love u so much. They are such a great people. I read your diary with a big smile .. not that it was about the operation but it was about your sweetheart and his mom visiting you when it was not allowed. I could see the picture. :) Now I can imagine that u had to wait such a long time because of this doctor. It was a good choice to wait.  Now I understand that the waiting was worth. Get well soon, my lovely friend. :) Take care na ja.

Por
06/03/2011 19:53:00

อ่านจนจบแล้วแทบร้องไห้เลยอ่ะ สงสารมีน แล้วก็ซึ้งในความรักของจี คุณแม่ และพี่สาวมากๆ มีนโชคดีนะที่อยู่ไกลถึงอิตาลี แต่ก็มีคนคอยห่วงและดูแล ขอให้หายวันหายคืนนะจ้ะ อีก6เดือน อาจจะมีมีนน้อย หรือจีน้อยก็ได้ ใครจะรู้ 

นู๋นิต
06/03/2011 19:48:00

ทุกคนสุดแสนน่ารัก กำลังใจมากมายขนาดนี้
หายวันหายคืนนะคะ  น้องมีน

P'Nut
06/03/2011 19:39:00

http://jasmindajen.diaryclub.com/ »

รักษาสุขภาพตัวเองก่อนน้า ดีใจด้วยที่ได้กลับบ้านแล้ว
ส่วนเรื่องมีลูกตะเองยังมีรังไข่อีกข้างนึงนะ มดลูกก็ยังอยู่
คิดในแง่บวกดีกว่านะ เราเชื่อว่ายังไงก็ต้องมีได้แน่นอนจ้า
ตอนนี้ส่วนเกินในร่างกายออกไปแล้ว สุขภาพแข็งแรง
อีกไม่นานเท่าไหร่ก็ลองพยายามมีใหม่ เอาใจช่วยเพื่อนจ้า สู้ๆๆนะ :):):)

Fairy
06/03/2011 19:37:00

น้องมีนเป็นอะไรคะ ขอให้หายเจ็บไวๆ

เป็นกำลังใจให้น๊า.. ^^

oattoto ^^
06/03/2011 19:13:00

http://www.diary-of-us.com - Emoticon emoticon-innamorate-02.gif

G
06/03/2011 19:06:00