Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1257.asp ]  Page view: 2.152 Time
Country United States 1056 Peaple
1.056
Country Anonymous Proxy 862 Peaple
862
Country China 70 Peaple
70
Country France 40 Peaple
40
Country Thailand 29 Peaple
29
Country United Kingdom 24 Peaple
24
Country Italy 24 Peaple
24
Country Germany 16 Peaple
16
Country Ukraine 12 Peaple
12
Country Russian Federation 4 Peaple
4
Country Australia 4 Peaple
4
Country Canada 3 Peaple
3
Country Vietnam 3 Peaple
3
Country Asia/Pacific Region 2 Peaple
2
Country Luxembourg 1 Peaple
1
Country Netherlands 1 Peaple
1
Country Norway 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 20/03/2011 
Rome Trip Part 1: Ostia to The Colosseum 


Thursday, 17 March 2011

Rome , Italy
อุณหภูมิ 11 องศาเซลเซียส
ฝนตกตลอดทั้งวัน
 

กว่าจะเขียนไดนี้ได้เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน เดินทางไปโรมสองวัน
กลับมาก็ไปเมือง Ancona เยี่ยมเพื่อนกันต่อ สรุปสามวันตะลอนทัวร์แบบ Non-stop จริงๆ
สำหรับทริปนี้เป็นทริปที่เราสองคนไม่ได้วางแผนอีกแล้ว เพราะทริปที่เาวางแผนว่าจะไปเกิดมีปัญหา น้ำท่วมเมือง
เพราะฝนตกหนักหลายวันติดต่อกัน ดูข่าวทุกวันก็บอกว่าฝนจะตกอย่างต่อเนื่องทั่วอิตาลี

วันที่ 17 มีนาคม เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์เพราะเป็นวันสำคัญ ครบรอบ 150 ปี การรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน
จากประเทศเล็กๆ หลายๆประเทศ กลายมาเป็นประเทศอิตาลี ปีนี้เลยมีการจัดงานเฉลิมฉลองกันทั่วประเทศ
ทุกคนเลยได้หยุดงาน ส่วนที่รักก็ลางานต่อเนื่องจนถึงวันที่ 21 มีนาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของเรา
ที่รักตั้งใจว่าจะพาเราไปเที่ยวเมือง Verona เมืองแห่งตำนานรักก้องโลก โรมิโอ แอนด์ จูเลียต
แต่คืนวันที่ 16 เพื่อนที่ทำงานของที่รักส่งข้อความมาบอกว่า Verona น้ำท่วมหนัก เพราะน้ำจากแม่น้ำใจกลางเมืองล้นเอ่อ
สรุปเราสองคนเลยต้องงดทริปนี้ไปโดยปริยาย

ช่วงเช้าเราสองคนก็ออกไปร้านกาแฟกันตามปกติ แต่วันนี้วันหยุดเลยออกกันสายหน่อย
แต่พอขับรถกลับมาจากร้านกาแฟ ที่รักบอกว่าให้ไปเก็บเสื้อผ้า ของใช้ที่จำเป็น ไม่ต้องเอาอะไรไปเยอะ
พอถามว่าจะไปไหน ฝนตกหนักทุกวันแบบนี้ ที่รักบอกว่า เราจะเดินทางไปโรมกัน
เราถึงกับอึ้งกิมกี่ เพราะหลายต่อหลายครั้งเราชวนที่รักไปโรม
ที่รักแทบไม่อยากไป เพราะโรมค่อนข้างลำบากในการขับรถ ไกลจากบ้านเราค่อนข้างเยอะ
ถนนหนทางที่ไปก็มีแต่เหว แต่หุบเขา ไม่ได้ขับผ่านนมอเตอร์เวย์เหมือนไปเมืองอื่นๆ

แต่เมื่อที่รักชวน มีเหรอจะปฎิเสธ ใฝ่ฝันอยากไปเที่ยวโรมมานาน
หลังจากไปมาสองรอบ แต่ก้ไปทำธุระมากกว่าเที่ยว เลยอยากไปแบบเที่ยวอย่างเดียวอีกสักครั้ง
เราสองคนเดินทางออกจากบ้านประมาณ 8.30 น.
โดยใช้เส้นทาง Rimini-Fano-Perugia-Terni-Roma รวมเป็นระยะทาง 343 กิโลเมตร
เป็นเส้นทางที่สั้นที่สุด เพราะตัดผ่านภูเขาหลายสิบลูก
ตลอดการเดินทาง แดดออก สลับกันฝนตก บางช่วงก็ตกหนักชนิดไม่ลืมหูลืมตา
เราสองคนขับกันไปเรื่อยๆ แวะพักรายทาง หากาแฟดื่มบ้าง พักบ้าง เพราะที่รักขับรถคนเดียว
ดีหน่อยที่วันนี้รถนอยกว่าปกติ เพราะเป็นวันหยุด อุปสรรคในการขับรถก็คือฝนตก กับลมแรงมากๆ
ขนาดเราไม่ได้ขับรถเองยังรู้สึกเสียวไส้มากๆ

เราสองคนเดินทางไปถึงโรมประมาณบ่ายสองกว่าๆ หลังจากนั้นก็เดินทางไปหาโรงแรมที่พัก
ตอนแรกตั้งใจว่าจะพักในใจกลางเมือง เพื่อง่ายต่อการเที่ยวชม แต่พอไปถึงถนนหนทางถูกปิดเกือบหมด
เพราะวันนี้ทั่วทั้งโรมมีการจัดงานเฉลิมฉลอง เราสองคนแวะสอบถามราคาห้องพักตามโรงแรมต่างๆ
ใกล้กับสถานีรถไฟ แต่ปรากฎว่าไม่ถูกใจเลยสักโรงแรม ห้องเล็กเท่ารูหนู แถมสกปรก
ราคาตกคืนละ 90 ยูโร ไม่รวมอาหารเช้า ไม่มีที่จอดรถ

สุดท้ายที่รักเสนอว่าเราไปพักโรงแรมนอกเมือง ติดกับทะเล ซึ่งเป็นเมืองที่คนโรมนิยมไปพักผ่อน อาบแดดที่นี่
จะเรียกว่าเป็นเมืองเดียวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็ว่าได้ เพราะใกล้กับกรุงโรมที่สุด
แถมช่วงนี้ฝนตกหนัก ราคาห้องพักคงไม่แพงมากนัก แถมมีโรงแรมให้เราเลือกได้หลายระดับ ตามความพอใจ
ที่รักบอกว่าสมัยเด็กๆ ตอนที่มีบ้านอยู่ที่กรุงโรม ที่รักกับครอบครัวมาเที่ยวที่นี่กันตลอด
เมืองที่เราจะไปพักกันชื่อว่า Ostia เป็นเมืองขนาดกลางๆ อยู่ติดริมทะเล มีชายหาดยาวสุดลูกหูลูกตา
พอๆกับเมืองริมินิของเรา แถมไม่ไกลจากกรุงโรม ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตรเท่านั้น

ใช้เวลาไม่นาน เราสองคนก็เดินทางมาถึง Ostia ฝนยังตกปรอยๆ ฟ้ามืดครึ้ม แถมลมแรงแบบสุดๆ
หนาวยะเยือกเลยทีเดียว แต่ก็ยังมีผู้คนหลั่งไหลมาเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นวันหยุด

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
บรรยากาศเมือง Ostia


 http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ลมแรง และครึ้มฟ้าครึ้มฝน


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ชายหาดยาวสุดลูกหูลูกตา


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
คลื่นลมแรงมาก แต่ก็มีผู้คนมาเดินเล่นอย่างต่อเนื่อง


หลังจากพักเหนื่อยกันพอสมควร เราสองคนก็เห็นพ้องต้องกันว่าควรจะไปหาที่พักได้แล้ว
เพราะบ่ายแก่ๆ ใกล้ค่ำไปทุกที และไม่รอช้า เราก็ไปสอบถามขอมูลจากโรงแรมแรก ซึ่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับวงเวียน
จากรูปแรกด้านบนสุด เป็นโรงแรม 3 ดาว ไม่เล็กไม่ให่ญ่ เราเห็นว่าสะดวกสบายๆ
อยู่ใกล้กับภัตตาคารและใกล้กับริมทะเล เลยตัดสินใจเข้าไปถามข้อมูลดู
หลังจากได้รับข้อมูล ที่รักก็ตัดสินใจอย่างไม่ลังเล เราสองคนจะพักกันที่นี่คืนนี้
ส่วนราคาห้องพักตกคืนละ 69 ยูโรพร้อมอาหารเช้า Check-out หลัง 11.00 น. ของวันถัดไป

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
Belvedere Century โรงแรมที่เราเลือกพักกัน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
บันไดภายในโรงแรม ที่รักบอกให้ถ่ายมาด้วย


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ห้องพัก สำหรับเราสองคน สะอาด และเข้าของเครื่องใช้ครบครัน


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ห้องน้ำขนาดใหญ่ กว้างมาก


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ส่วนคนนี้หมดสภาพ หลังจากขับรถมาเกือบ 8 ชั่วโมง


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
จากระเบียงห้องพัก มองไปเห็นชายหาด

หลังจากให้ที่รักนอนพักพอหายเหนื่อย ก่อนค่ำเราสองคนก็ออกไปสำรวจเมืองนี้กันพอหอมปากหอมคอ
แต่ด้วยความที่ฝนตกปรอยๆ ลมแรงมากๆ ก็เลยไม่ค่อยได้เที่ยวชมสถานที่ต่างๆ แค่ขับรถผ่านๆ
ยกเว้นโบสถ์ประจำเมือง ซึ่งไม่ว่าจะไปเมืองไหน เราต้องแวะไปชมโบสถ์ประจำเมืองตลอด


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
โบสถ์ประจำเมือง Ostia


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ด้านข้าง




http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
บรรยากาศภายใน สวยใช้ได้เลย แต่ที่รักบอกว่าธรรมดามากๆ


หลังจากชมความงามของโบสถ์ประจำเมืองเรียบร้อย
เราสองคนก็เดินทางกลับมายังโรงแรม เพราะยังไม่ถึงเวลาที่ภัตตาคารต่างๆ จะเปิดให้บริการ
ที่อิตาลีภัตตาคารร้านอาหารไม่ได้เปิดบริการทั้งวันแบบเมืองไทย จะเปิดบริการแค่สองช่วง
คือ 11.00-14.00 น. และ 19.00-24.00 น.
เราสองคนหิวกันมาก แต่ก็ต้องอดทนรอ ไม่งั้นก็ต้องไปร้านกาแฟ ดื่มคาปูชิโน่กันเหมือนเดิม
หลังจากแอบงีบไปหนึ่งชั่วโมง ตื่นมาทุ่มครึ่ง ก็ออกจากโรงแรมไปทานอาหารกันที่ภัตตาคาร Old Wide West
ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงแรม สะดวกสบาย สามารถเดินไปได้

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
สลัดไก่ย่างของเรา อร่อย และจานใหญ่มากๆ จานนี้แค่ 10 ยูโรเท่านั้น ถูกอย่างไม่น่าเชื่อ

ปกติราคาส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 15 ยูโรขึ้นไป

หลังจากทานอาหารกันอิ่ม ก็เดินทางกลับมายังโรงแรม
และไม่ได้ออกไปไหนอีกเลย เพราะฝนตกลงมาอย่างหนัก จากที่ตั้งใจว่าจะแวะไปโรมชมความงามยามค่ำคืน
ผู้คนที่นี่ก็บอกว่าไม่ต้องคิดไปเลย เพราะทั่วกรุงโรมจัดงานเฉลิมฉลอง
นอกจากจากคนเยอะ ถนนปิด ฝนก็ตกหนัก สรุปเราสองคนเลยขอนอนเอาแรงสำหรับทัวร์กรุงโรมในวันพรุ่งนี้
ได้แต่ภาวนาว่าขอให้ฝนหยุดตก อย่าเป็นแบบวันนี้หรือแบบหลายๆ วันที่ผ่านมาเลย

ด้วยความที่เป็นคนที่ไม่เคยนอนที่อื่น นอกจากบ้านของตัวเอง
ปรากฎว่าตื่นตลอดแทบทั้งคืน ได้นอนพักแค่นิดหน่อยเท่านั้น ตีสี่ก็ตื่นมาล้างหน้า ล้างตา รอให้ที่รักตื่น
พอใกล้เช้าก็ออกไปเก็บภาพบรรยากาศยามเช้าอีกนิดหน่อย

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
บรรยากาศยามเช้าที่ Ostia โล่ง สบายตาดีจริงๆ


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
คลื่นลมเริ่มสงบขึ้นเยอะเลย

จากนั้น 7.00 น. เราสองคนก็ลงมาทานอาหารเช้า พร้อม Check-out ออกจากโรงแรม
อาหารเช้าของที่นี่มีให้เลือกหลากหลายใช้ได้เลยทีเดียว เราทานคอร์นแฟล็กกับนม เค้กอร่อยๆ อีกหนึ่งชิ้น น้ำส้มอีกหนึ่งแก้ว
อิ่มจนท้องแทบปริ ส่วนที่รักก็ชากับขนมปังเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ดอกไม้สวยๆ หน้าโรงแรม



http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
บอกลา Bevedere Century กันด้วยภาพนี้ ไว้มีโอกาสคงได้เจอกันใหม่


หลังจาก Check-out เรียบร้อย เราก็ตรวจเช็คสภาพรถ
หลังจากโดนฝนมาอย่างหนักเมื่อคืน เลอะเทอะไปหมด แถมอากาศเย็นๆ ทำให้น้ำแข็งเกาะตามกระจก
ต้องทำความสะอาดกันพักใหญ่ ก่อนที่จะมุ่งหน้าเดินทางเข้าสู่กรุงโรม

ตลอดการเดินทาง เราแอบดีใจเมื่อเห็นแสงอาทิตย์รำไรและเริ่มจ้าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
รถติดเป็นระยะๆ เพราะวันนี้หลายคนยังคงกลับไปทำงานตามปกติ
ส่วนที่รักถูกอกถูกใจ เพราะระหว่างทางเจอรถตำรวจ ที่ใช้รถ SMART

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ติดไฟแดง กำลังเข้าสู่ใจกลางเมืองโรม


ที่หมายแรกที่เราจะไปกันวันนี้ก็คือ Colosseum สัญลักษณ์ของกรุงโรมนั่นเอง
เค้าบอกกันว่าใครมากรุงโรมแล้วมาไม่ถึง Colosseum ก็เหมือนไม่ได้มา
จริงๆ เราเคยมาเที่ยวที่นี่ล้วสองรอบ แต่ก็ยังไม่เคยเดินจนทั่ว เพราะกว้าง และต้องใช้การเดิน
วันนี้เลยเหมือนมาระลึกความหลัง ครั้งที่เราเคยมาเที่ยว Colosseum กัน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
เห็น Colossuem อยู่ไกลๆ


สนามกีฬาโคลอสเซียม (ประเทศอิตาลี) - The Colosseum
หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ขของโลกที่ได้รับการคัดเลือกจาก องค์กร New 7 Wonders

สนามกีฬาโคลอสเซียม (ประเทศอิตาลี) - The Colosseum 
โคลอสเซียม (อังกฤษ: Colosseum หรือ Flavian Amphitheatre; อิตาลี: Colosseo - โคลอสโซ)
 เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เริ่มสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสเปเซียนแห่งจักรวรรดิโรมัน
 และสร้างเสร็จในสมัยของจักรพรรดิไททัส ในคริสต์ศตวรรษที่ 1 หรือประมาณปี ค.ศ. 80
อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร
 สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน มีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี
 เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก
 ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆในปัจจุบัน

แต่เดิม สัญลักษณ์ของกรุงโรมแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่า "ฟลาเวียน แอมพิเธียเตอร์"
ตามนามสกุลของจักรพรรดิผู้ให้การสนับสนุนการก่อสร้าง โดยนับเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างขึ้นมาในสมัยอาณาจักรโรมัน ครั้นเมื่อเสร็จสมบูรณ์ โคลอสเซี่ยมได้ถูกใช้จัดการแข่งขันกลาดิเอเตอร์ การประหาร และการแสดงละครเกี่ยวกับทวยเทพเพื่อมอบความบันเทิงให้แก่ผู้ชม ปัจจุบัน สนามกีฬาโคลอสเซียมได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อต้านโทษประหารชีวิต โดยโคลอสเซียมจะส่องสว่างด้วยสีเหลืองทุกครั้งที่มีการกลับคำตัดสินหรือยกเลิกโทษประหารชีวิตไม่ว่าจะที่ใดในโลก 

ในบางครั้งจะมีการเรียกชื่อ โคลิเซียม (Coliseum)

7 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 โคลอสเซียมได้รับเลือกให้เป็น1 ในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่
จากการลงคะแนนทั่วโลกทั้งทางอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ


ที่มา : อ้างอิงวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


หลังจากวนหาที่จอดรถกันอยู่นานสองนาน
เพราะรถติด แถมที่จอดรถหายากมากๆ ในที่สุดก็หาจนเจอ ดีใจมากๆ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
จากที่เราจอดรถ เดินไปอีกหน่อยก็เจอ Colosseum


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
สิ่งแรกที่ทำ แวะหาคาปูชิโน่ดื่มก่อนเลย ร้านนี้ดีหน่อย สามารถชมวิว Colossuem ได้อย่างสบาย


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ขอสักรูป หน้าตาดูไม่ค่อยได้ อดหลับอดนอน


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
คาปูชิโน่ยามเช้า ณ กรุงโรม


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ราคาตามสถานที่  แก้วล่ะ 4 ยูโรเท่านั้นเอง เกือบ 4 เท่าจากราคาปกติ

ส่วน้ำดื่มแก้วล่ะ 2.50 ยูโร ขูดเลือดขูดเนื้อมากๆ

อิ่มหนำสำราญ ก็ถึงเวลาเก็บภาพสวยๆ มาฝากเพื่อนๆ แล้วล่ะ
แต่ขอบอกว่าวันนี้เราไม่ได้เข้าไปชมด้านในนะจ๊ะ เพราะช่วงนี้ปิดซ่อมแซม
อนุญาติให้เข้าชมเฉพาะชั้นล่างรอบนอกเท่านั้นจ้า เราเลยขอเก็บภาพจากด้านบน ใกล้ๆ กับที่จอดรถ
เพราะจะได้มองเห็นโคลอสเซียมในมุมกว้าง

มาเที่ยวโรมวันนี้ เกิดอยากได้กล้อง DSLR มากๆ มองไปทางไหนก็มีแต่คนถ่ายรูปด้วยกล้อง DSLR
ส่วนเราก็ใช้กล้องคอมแพ็คตัวเล็กของเราถ่ายมา อายุกล้องก็สามสี่ปี ภาพอาจจะไม่สวยมาก เพราะฝีมือคนถ่ายยังไม่เข้าขั้น
แต่ก็อยากเก็บบรรยากาศดีๆ มาฝากเพื่อนๆ เผื่อใครบางคนอยากมาเที่ยวที่นี่บ้าง


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ท้องฟ้าใสๆ ด้านตรงกันข้ามกับโคลอสเซียม



http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet



http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร รู้แต่ว่าเคยเดินไปชมมาแล้วเมืองสองปีก่อน



http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ภาพถ่ายจากบนสะพาน มองเห็นโคลอสเซียมอยู่ไกลๆ



http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
อีกด้านจากบนสะพาน



http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
บอกลาโคลอสเซียมกันด้วยภาพนี้แล้วกันเนอะ


จริงๆ แล้วโคลอสเซียม ยังมีอีกหลายมุมให้ได้เก็บภาพกัน
แต่ด้วยความที่วันนี้เรามีเวลาจำกัด ตั้งใจว่าจะไปเที่ยวสถานที่สำคัญๆ อีกหลายที่
เลยต้องทำเวลา เลยเก็บภาพมาฝากกันแค่นี้ แต่ถ้าเพื่อนๆ มีโอกาสมาเที่ยว
คงต้องพักที่นี่สักหนึ่งสัปดาห์ เพื่อที่เที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ให้ทั่ว

ส่วนทริปกรุงโรมของเรายังไม่จบนะจ๊ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะพาไปเที่ยวกันต่อ
จะพาไปไหน ดูภาพตัวอย่างจากด้านล่างได้เลยจ้า

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
น้ำพุเทรวี น้ำพุแบบบาโรกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงโรม



ปล.

สามวันที่ผ่านมายังไม่มีโอกาสได้อยู่หน้าคอมเลย รู้สึกเกรงใจเพื่อนๆ มากๆ ที่มาทักทายกันในไดอารี่และ FB
แต่ยังไม่มีโอกาสตอบหรือตามไปเยี่ยมเพื่อนๆ เลย ต้องขอโทษจริงๆ นะจ๊ะ
ห้ามโกรธหรือน้อยใจกันนะจ๊ะ ช่วงนี้กำลังพยายามจะอัพไดทริปนี้ให้จบ เหลืออีกหลายสถานที่เลยล่ะ
แล้วยังงัยจะตามไปเยี่ยมทุกวันนะจ๊ะ

ขอบคุณสำหรับมิตรภาพดีๆ และคอมเม้นท์น่ารักๆ ที่ฝากไว้ให้ครอบครัวเรานะค่ะ





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


ตามมาเที่ยวโรมด้วยคนคะ ร้านกาแฟข้างๆไคลอสเซียมนี่ท่าทางจะวิวดีนะค่ะพี่มีน

JaJa
20/03/2011 15:37:00

http://chocochub.diaryclub.com/ »

 Very pretty. I think all your pictures look good even though they are not from a DSL camera.

Colossuem looks very grand.

P' Ree
20/03/2011 08:48:00

โรมมาแล้ว สวยเหมือนเดิมไม่มีที่ติ อยากไปอีกจัง
พี่ไปส่วนใหญ่ พักใกล้ๆ สถานีรถไฟล่ะ สะดวกดี แต่ห้องรังหนูชัด อิอิอิ เล็กม๊าก ราคาแบบที่มีนว่า 90 ยูโร
ไอเดียคุณจีโอเคเลย พักไกลหน่อย แล้วเมืองที่มีนไปพัก มันไกลโรมเปล่าจ๊ะ
ขับรถกี่นาที เสาๆ ที่โคลีเซียม เรียกแอคติก ฟอรั่มเปล่าถ้าพี่จำไม่ผิด
ตามดูภาคต่อไป น้ำพุเทรวี

 

พี่ปุ๋ย
20/03/2011 07:32:00

สวย สมคำล่ำลือดีแท้เจ้าคร้า ^^
ราคาคาปูแพงมากก  กินกาแฟดีๆที่ไทยได้หลายแก้วเลย อิอิ

Tukie
20/03/2011 06:23:00

 I really wanna go to Colossuem mak mak ka P Mean do u go to inside Colossuem ka?

nikki
20/03/2011 06:15:00

 คุณจีเซอร์ไพรส์ได้ตลอดเนอะ พาคุณเพื่อนเที่ยวอีกแล้วดีจัง  แต่ละที่สวยมาก ๆ เลยจ้า วันแรกฟ้าครึ้ม แต่วันที่สอง ฟ้าเป็นฟ้าเลยเนอะ

โอ๋
20/03/2011 03:07:00

http://luuksorn.diaryclub.com »

สวยมากเลยคะ รู้สึกเหมือนได้เที่ยวไปด้วยกัน


20/03/2011 01:15:00

ถ้าเราได้มีโอกาสไปอิตาลี มีนมาเป็นไกด์ให้เรานะ อิอิ รออ่านตอนต่อไปนะจ้ะ จะดูว่ามีนได้โยนเหรียญที่น้ำพุรึป่าว อิอิ 

นู๋นิต
19/03/2011 23:17:00

สวยมาก ๆ เลยค่ะพี่มีน สักวันติ๊กต้องไปบ้างให้ได้เลยเชียว

ต้องฝ่าพายุก่อนใช่ม่ะ ถึงจะเจอท้องฟ้าที่สดในและสวยงาม ฟ้าหลังฝนย่อมสวยอยู่เสมอเน่อะ

รออ่านต่อจ้าาาา

น้องติ๊กเองจ้า
19/03/2011 22:45:00