Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1375.asp ]  Page view: 2.977 Time
Country United States 1800 Peaple
1.800
Country Anonymous Proxy 887 Peaple
887
Country China 176 Peaple
176
Country Thailand 43 Peaple
43
Country Italy 18 Peaple
18
Country France 17 Peaple
17
Country United Kingdom 13 Peaple
13
Country Germany 12 Peaple
12
Country Luxembourg 2 Peaple
2
Country Netherlands 2 Peaple
2
Country Canada 2 Peaple
2
Country Hungary 1 Peaple
1
Country Israel 1 Peaple
1
Country Denmark 1 Peaple
1
Country Finland 1 Peaple
1
Country Asia/Pacific Region 1 Peaple
1
  RSS
RSS

laontontaan 29/04/2011 
2ปีที่แล้ว 


เมื่อวานเมคินครบ 2 ขวบแล้ว ไม่น่าเชื่อเลยว่าผ่านไปแล้ว2ปี
เรายังจำความรู้สึกตอนท้อง และตอนคลอดได้อยู่เลย เหมือนเพิ่งจะผ่านไปเมื่อวันสองวันเอง

ความจริงเรามีกำหนดคลอดวันที่ 27 เมษายน 2552
แต่เราแอบไม่อยากให้คลอดวันนี้อ่ะ เพราะเป็นเลขคี่ (แอบโรคจิตนิดๆ อิอิ)
แล้วก็คิดว่า มันคงจะไม่ตรงเป๊ะขนาดนั้นหรอกน่า

คืนวันที่ 26 เราก็เข้านอนตามปกติ แอบตื่นเต้นเล็กน้อยว่าจะคลอด 27  จริงมั้ย
ความจริงช่วงสองสามอาทิตย์ก่อนคลอด เราตื่นเต้นมาก นอนไม่ค่อยหลับ
ตื่นแต่เช้าตลอด ไม่รู้ทำไม หุหุ

เช้าตรู่วันที่ 27 ประมาณ ตี4 เรานอนอยู่ก็ได้ยินเสียงดัง โป๊ะ! แล้วก็มีน้ำไหลมาจากช่องคลอด
เรารีบกระโดดผึงลงเตียงไปทันที แล้วก็ปลุกสะมี บอกว่าน้ำเดิน
เค้าก็บอกว่า รีบไปเข้าห้องน้ำดูสิ ความจริงไม่ได้ห่วงเมียหรอก ห่วงว่าน้ำจะเปื้อนพื้นตะหาก ฮ่าๆๆ
สะมี รีบไปบอกพ่อกับแม่เรา ที่นอนอีกห้องนึง (ตอนนั้นพ่อกับแม่มาหา เพื่อช่วยเลี้ยงลูก)
เราแอบคิดในใจว่า หมอเก่งเฮ้ย คลอดตรงวันเป๊ะ อิอิอิ
แล้วสะมีก็โทรไปโรงพยาบาล บอกว่าน้ำเดินแล้ว ต้องทำยังไง
พยาบาลถามว่า เราปวดท้องมั้ย เราก็ไม่รู้สึกปวดนะ ไม่ปวดเลย
เค้าเลยบอกว่า งั้นให้มาโรงพยาบาลตอนเจ็ดโมง อืมมมม
แต่พ่อกับแม่เรา แต่งตัวพร้อมออกแล้วอ่า ฮ่าๆๆๆ

พอใกล้เจ็ดโมง ก็ออกไปโรงพยาบาลกัน ซึ่งห่างจากบ้านเราประมาณสิบกว่ากิโล
ไปถึง ก็นั่งรอตั้งนาน กว่าจะได้เข้าห้องตรวจ
พยาบาลก็วัดโน่นนี่นั่น เช็คช่องคลอด แล้วก็ถามว่าน้ำออกเยอะมั้ย
เราก็บอกว่าไม่เยอะนะ ท้องก็ไม่ปวดด้วย
เค้าเลยให้เรากลับบ้านไปก่อน เพราะช่องคลอดยังไม่เปิด ท้องก็ไม่ปวด
เราเคยได้ยินมาว่า ถ้าน้ำเดินแล้ว ต้องรีบคลอดภายใน 24 ชม.
แต่พยาบาลบอกว่า เรายังไม่คลอดวันนี้หรอก  ไรฟระ แอบไม่เชื่อเค้าด้วย ฮ่าๆๆ
กลับบ้านไป พร้อมกับความเซ็ง นี่ถ้าเป็นที่เมืองไทย ก็แอดมิทแล้วเหอะ
ที่นี่เค้าประหยัดห้อง ถ้าใครไม่ใกล้คลอดจริง อย่าหวังว่าจะได้นอนรอที่โรงพยาบาล
แต่โรงพยาบาลใหญ่ๆบางแห่ง จะมีห้องให้เช่าอยู่ สำหรับคนที่บ้านไกล
หรือขี้เกียจไปๆมาๆ โรงพยาบาลที่เราไปคลอดไม่มีแบบนั้น เลยต้องกลับไปรอที่บ้าน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ตากับยายเตรียมพร้อม

ตอนบ่ายกลับไปใหม่ ก็ยังไม่มีวี่แววของการปวดท้อง และปากมดลูกเปิดแต่อย่างใด
เค้าเลยให้ยาเหน็บมาเพื่อเร่งให้ปวดท้อง
แล้วก็เหมือนเดิมค่ะ กลับไปรอที่บ้าน ถ้าเริ่มมีอาการปวดท้อง
ให้จดเอาไว้ว่าถี่ขนาดไหน แต่ถ้าไม่ปวด ให้กลับมาเหน็บยาใหม่

ยกขบวนกันกลับไปรอที่บ้านเป็นครั้งที่สอง
จนตากับยายบ่นว่า เมคินเล่นตัว ไม่ยอมออกมาซะที ฮ่าๆๆ
ระหว่างที่รอ เราเลยไปอาบน้ำสระผม เพราะคิดว่า ถ้าคลอดแล้ว คงไม่มีเวลาได้อาบแน่
แล้วก็นั่งดูละคร เรื่องอะไรไม่รุ ที่ป้องกับบีแสดง วันนั้นตอนอวสานด้วย (เกี่ยวไรมั้ยเนี่ย)
ช่วงที่ดูละคร ก็มีอาการปวดท้อง เป็นระยะๆ แต่ยังไม่สม่ำเสมอ
สะมีโทรไปโรงพยบาล บอกว่า ตอนนี้ปวดท้องแล้ว ยังต้องไปโรงพยาบาลอยู่มั้ย
เค้าก็บอกว่า มาตรวจดูก็ได้ เอาเข้าไป รอบที่สามของวัน
สี่ทุ่มกว่า ไปโรงพยาบาล เค้าก็เช็คเหมือนเดิม
คราวนี้ให้ยาแก้ปวดและยานอนหลับชนิดอ่อนๆมาให้เรากิน
เพราะเค้าต้องการให้เราได้พักผ่อน ก่อนจะเจอกับศึกหนัก

กลับบ้านไป กินยานอน แต่ขอโทษค่ะ เราแทบไม่ได้นอนเลย
มันปวดท้องมาก แล้วมาเป็นระยะๆ ทั้งคืนเลยอ่ะ
นอนทรมานมากกกก คอยดูแต่นาฬิกา ว่าเมื่อไหร่จะเช้า

วันอังคาร ที่ 28 เมษายน 2552

พอฟ้าเริ่มสว่าง เราก็ไม่ไหวแระ เข้าไปหาพ่อกับแม่ นั่งรอเวลาไปโรงพยาบาลกัน
ประมาณแปดโมง ก็ขนข้าวของไปโรงพยาบาล
คราวนี้พ่อกับแม่บอกว่า ถ้ามันไล่ก็จะไม่กลับแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ

ไปถึงเข้าห้องตรวจ เค้าก็บอกว่าปากมดลูกเปิดแล้วประมาณ 4 ซม.
ให้เตรียมเข้าห้องคลอดรอคลอดได้เลย  เยสส ไฟนอลลี่
พยาบาลถามว่า จะเข้าไปในห้องคลอดกันหมดนี่เลยใช่มั้ย (มีสะมี พ่อกับแม่)
เราบอก ใช่ เค้าเลยให้เข้าไปห้องใหญ่ ที่มีอ่างจากุชชี่ ไว้สำหรับคนที่จะคลอดในน้ำ
ที่นี่ดีอย่าง เราอยากให้ใครเข้าไปอยู่ในห้องคลอดด้วยก็ได้ กี่คนก็ได้ ก็จัดไป อิอิ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
จากุชชี่

ห้องคลอดที่นี่ แบ่งเป็นห้องส่วนตัว ของใครของมันเลย ไม่คลอดรวมกับชาวบ้าน
เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกลัวว่าลูกเราจะไปสลับกับใคร ฮ่าๆๆ
แม่เราตื่นเต้นใหญ่เลย มาเห็นห้องคลอด เครื่องไม้เครื่องมือทันสมัย
อ้อ ลืมบอกว่าแม่เราเป็นพยาบาลเคยอยู่ห้องคลอดมาก่อน แล้วก็ไปอยู่หลังคลอดก่อนที่เค้าจะเกษียณ
ก็เลยมีความชำนาญการเป็นพิเศษ ในเรื่องการดูแลเด็กอ่อน
แล้วเราก็ดีใจมากก ที่มีแม่มาอยู่ด้วยในวันสำคัญของเราแบบนี้
เคยคิดเอาไว้นานแล้วว่า ถ้าเราจะคลอดลูก จะคลอดกับแม่
แต่ที่นี่ ถึงแม้แม่ไม่ได้เป็นคนทำคลอดเอง แต่เราก็สบายใจมากๆเลยที่แม่มาอยู่ข้างๆแบบนี้

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ที่นั่ง(นอน)รอ สำหรับญาติ

พ่อกับแม่ก็ถ่ายรูปในห้องใหญ่เลย เราก็นอนเจ็บท้องไป เอิ้กกก
เค้าเอาสาย สาระพัดอย่างมาพันท้องเราไว้ เพื่อฟังหัวใจลูกกับดูความถี่เวลามดลูกบีบตัว
เราไม่สามารถคลอดในน้ำได้ เพราะน้ำเดินก่อน เค้ากลัวจะติดเชื้อ (ถึงคลอดได้ ก็ไม่เอาอ่ะ หนาว)
ตอนแรกเราหยิ่งนะ จะไม่บล็อคหลัง ดมแก๊สเอา
เค้ามีแก๊สไว้ให้ดม เวลาที่เราปวดท้อง จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้นิดหน่อย (นิดหน่อยจริงๆ)
แล้วเค้าก็จัดการสวน ให้เราถ่ายท้องออกให้หมด
จำได้ว่าเข้าห้องคลอดตั้งแต่เก้าโมงกว่า จนเที่ยงๆ พยาบาลมาตรวจช่องคลอด
มันก็ยังไม่ไปไหน กว้างเท่าเดิม เราก็ต้องนอนปวดทรมานต่อไป
อ้อ เค้าเอายาเร่งคลอดใส่ทางสายน้ำเกลือให้เราด้วย
มันปวดท้องมากกกกกก แต่ก็คลอดไม่ได้ นึกออกมะ เพราะปากมดลูกไม่เปิด
กินก็ไม่ได้กิน ทรมานสุดๆ จนสะมีถามพยาบาลว่า ผ่าเลยได้มั้ย
เค้าบอกว่า ถ้าจะผ่า ให้บล็อคหลังจะง่ายกว่า เพราะผ่าเนี่ย ต้องเตรียมหลายอย่าง (ขี้เกียจ ว่างั้น)
เราก็เอาวะ บล็อคก็บล็อค ชั่วโมงนั้น ขออะไรก็ได้ที่จะไม่ทำให้ชั้นเจ็บปวด

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
เตียงคลอด

แต่ก็รอตั้งนานนนน กว่าหมอบล็อคหลังจะมา
ระหว่างนั้นเนี่ย แม่เราก็พยายามมาบีบนวดขา นวดเท้าให้เราผ่อนคลาย หายเจ็บ
พยาบาลบอกว่า แม่เธอเนี่ย ชำนาญมากเลยเนอะ อิอิ
ส่วนพ่อ ขอหลบฉากไปเลียแผล เอ๊ย ไปรอที่ห้องรับรองแทน
เพราะทนฟังเสียงลูกสาวร้องด้วยความเจ็บปวดไม่ไหว
พร้อมกับโทรรายงานให้น้องสาวเราฟัง เป็นระยะๆ (ตอนนั้นน้องมาเป็นโอแพร์อยู่เดนมาร์ก)
สะมีก็คอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ แล้วก็ทำหน้าเจ็บไปด้วย (บางทีทำเหมือนเจ็บกว่าด้วย ฮ่าๆๆ)

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
โห โคตรอืดเลยตรู

พอหมอมา ก็เริ่มลงมือ ไอ้ขั้นตอนการทำเนี่ย สุดแสนจะทรมาน
เพราะเราต้องหลังตรง และนิ่งที่สุด ห้ามกระดุกกระดิก
แต่ตรูปวดท้องเฟ้ยย จะให้นิ่งได้ไงฟระ ช่วงเวลานั้นมันชุลมุนมาก
ต้องมีคนจับเราไว้ไม่ให้ดิ้น เพราะมันอันตรายมากถ้าเกิดผิดพลาด
แล้วอิตาหมอคนนี้ก็ใช้เวลานานโคตร สะมีบอกว่า สงสัยจะเป็นแพทย์ฝึกหัด (เวรกรรม)
พอทำเสร็จ เราก็รู้สึกชาข้างเดียว จำไม่ได้ว่าซ้ายหรือขวา แต่อีกข้างเจ็บมากกก
เราก็คิดว่ายายังไม่ออกฤทธิ์เต็มที่ แต่มันผ่านไปเป็นชั่วโมงก็ยังเหมือนเดิม
จนเราทนไม่ไหว บอกพยาบาล เค้าก็ให้เลือกว่า จะทำใหม่ทั้งหมด หรือแค่ให้เค้ามาปรับนิดหน่อย
เราบอกว่า ถ้าแค่ปรับนิดหน่อยแล้วหาย ก็โอเค
อิตาหมอคนเดิมมาปรับให้ แต่กว่าเค้าจะมา ก็โคตรนานอ่ะ
จะบอกว่า มันไม่ได้ผลฮ่ะ อิชั้นยังชาข้างเดียวอยู่
ที่นี้เลยต้องทำใหม่ตั้งแต่ขึ้นตอนแรกทั้งหมด ฮือๆๆๆ

คราวนี้เป็นหมอคนใหม่ มีอายุหน่อยนึง แกทำไวมาก แล้วก็หายปวดเลยอ่ะ
โอ้ อเมซซิ่งมากๆ พอหายปวดท้องปุ๊บ เราก็ง่วงทันทีเลยอ่ะ
หลับไปเลย แต่แม่กับสะมีตกใจ คิดว่าเราเป็นลม หรือสลบ เรียกใหญ่เลย
เราก็บอกว่า ง่วงงง ขอนอนด้ายม้ายยยย ฮ่าๆๆๆ

แต่นอนได้แป๊บเดียว ก็มีหมอมาขอตรวจลูก เพราะเค้าบอกว่า เด็กอยู่ในท้องนานมากแล้ว
กลัวจะเป็นอันตราย มาเจาะเลือดจากหัวของลูกที่โผล่มาให้เห็นนิดหน่อยนั่นแหล่ะ
โห ลูกชั้น โดนเจาะเลือดตั้งแต่ยังไม่คลอดเลยวุ้ย
ผลการตรวจก็ไม่มีอะไร ลูกแข็งแรงดีอยู่
หลังจากนั้นไม่นาน พยาบาลก็เอาเครื่องฟังเสียงหัวใจลูกมาทาบท้องเรา
เพื่อจะให้เราได้ยินเสียงว่าหัวใจลูกยังเต้นอยู่นะ
แต่ปรากฏว่า ไม่มีเสียงตอบรับจากลูกเลยอ่ะ ไม่ได้ยินอะไรเลย
เรากับแม่มองหน้ากัน ใจหายแว้บเลยอ่ะ คิดว่าเค้าหัวใจหยุดเต้น
พยาบาลก็ตกใจใหญ่เลย รีบไปเอาอีกเครื่องมาทาบใหม่
ทีนี้ได้ยินแล้วค่ะ อีเครื่องนั้นมันพังนี่เอง โอย หัวใจจะวาย อย่าทำแบบนี้อีกนะ >.<

บ่ายแก่ๆ ปากมดลูกยังไม่ไปถึงไหน มีพยาบาลคนหนึ่งเอะใจ
คิดว่าน้ำคร่ำเราคงแตกไม่หมด เพราะมันมีสองชั้น อะไรเนี่ยแหล่ะ
คิดได้ดังนั้น เค้าเลยจัดการเจาะเอาน้ำคร่ำออกซะเลย
หลังจากนั้นไม่นาน ปากมดลูกก็เริ่มเปิดมากขึ้น (ทำไมไม่คิดได้แต่แรกฟระ)

พอมดลูกเปิดได้ 9 ซม. (ต้อง 10 ซม. ถึงจะคลอดได้)
แม่เราก็บอกว่า ถ้าเป็นเมืองไทยนะ เค้าจะช่วยให้มันเปิดเร็วๆเลย
แต่ที่นี่ ปล่อยให้มันเปิดเองตามธรรมชาติค่ะ

ประมาณสองทุ่ม เราเริ่มปวดถี่ ใกล้จะคลอด
เรารู้สึกว่าเราหนาว สั่น จนฟันกระทบกันเลยอ่ะ ไม่รู้เป็นไร
แล้วเริ่มเบ่งตอนประมาณสองทุ่มสี่สิบ (มีเวลาดูนาฬิกาด้วยอ่ะ)
ใช้เวลาประมาณ ยี่สิบกว่านาทีในการเบ่ง
สามทุ่มสี่นาที เมคินก็คลอดออกมาอย่างสวยงาม ฮ่าๆๆๆ
พ่อมันก็มาตัดสายสะดือ เสร็จแล้วก็ถามเราว่า
เอาอีกคนมั้ย เราตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า เอา เอิ้กกกก

พอเมคินออกปุ๊บ เรานี่แบบว่า รู้สึกโล่งมากกกก
เค้าเอาลูกมาให้ดู ก็แบบว่า ดีใจ แต่ไม่ร้องไห้ รู้สึกแปลกๆ
บอกไม่ถูก นี่ลูกเราจริงๆหรอเนี่ย นี่เราเป็นแม่แล้วนะ

พยาบาลจัดการช่างน้ำหนัก วัดส่วนสูง แล้วก็ให้เราพักผ่อน
เรานะหิวมากกก หิวน้ำด้วย ไม่ได้กินอะไรเลยทั้งวัน
ได้ขนมปัง กับน้ำหวานเย็นๆที่เค้าเตรียมมาให้ ก็ค่อยยังชั่วหน่อย

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ยายเอาไปห่อเรียบร้อย

คืนนั้นเราต้องนอนโรงพยาบาลคนเดียว เพราะเค้าไม่ให้มีคนเฝ้า แย่อ่ะ
ความจริงท้องแรก น่าจะให้สามีอยู่ด้วยได้ แต่เค้าไม่ให้อ่ะ
ตอนนั้นประมาณตีสองแล้ว ที่เราได้ย้ายไปห้องพัก ห้องน้ำก็ไม่มีนะ
มีห้องน้ำรวมข้างนอก กว่าจะเดินไปถึง โคตรทรมานเลย
ความจริงห้องนึงเค้าให้อยู่สองคน แต่เราโชคดีที่ยังไม่มีอีกคนมา เลยครองห้องคนเดียว
สะมีบอก จะรีบมาแต่เช้าเลย เค้าให้มาเฝ้าได้ตั้งแต่แปดโมง ถึง สี่ทุ่ม
แต่คนอื่นมาเยี่ยมได้ ตอนหกโมงเย็น ถึงสองทุ่ม
เพราะเค้าต้องการให้แม่กับลูกพักผ่อนเยอะๆ

คืนแรกที่นอนกับลูก เราก็แอบกลัวๆนะว่าจะทำยังไง ถ้าเกิดเค้าร้อง เค้าหิว จะทำไง
คิดไปสาระพัด ก็คนไม่เคยมีลูกนี่นะ อยู่ๆ ได้มาอยู่ตามลำพังกับเด็กอ่อน สองต่อสอง
ก็ต้องแอบนอยด์เป็นธรรมดา แต่เมคินก็หลับยาวถึงเช้า ไม่กวนเลย สงสัยเหนื่อย
เรานอนโรงพยาบาลสองคืน ก็กลับบ้าน ดีใจมากกกก ความจริงอยากนอนคืนเดียว
แต่เค้าไม่ให้กลับ เพราะกลัวลูกติดเชื้อ ไรเนี่ยแหล่ะ
มีบางคนที่คลอดเสร็จ สามชั่วโมง ก็กลับบ้านเลย ป๊าดดดด ทำยังกะไปอึ ฮ่าๆๆๆ

ไดหน้านี้ยาวหน่อยนึง เพราะเราอยากจะบันทึกเอาไว้เป็นความทรงจำของตัวเอง
 ใครอ่านจบลงชื่อไว้เป็นหลักฐานด้วยนะค้า อิอิอิ

นู๋นิต แม่เมคินรายงานคับผม


ปล ไม่ค่อยมีรูปตัวเองเท่าไหร่ เพราะน่าเกลียดมาก อ้วนอืดกลม ขนาดหนัก เอิ้กกกก





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


นู๋นิตบรรยายภาพได้เจ็บปวดจริงงงงงง จริ๊ง
คนเป็นแม่นี่เก่งจริง ๆ เนอะ ขอคารวะเลย

jeab77
03/05/2011 07:50:00

ดีแล้วล่ะเพื่อน ยิ่งผักผลไม้ให้เค้าทานเยอะๆ พวกปลาด้วย มันมีประโยชน์ อย่าให้เหมือนหลานชายของมีน แทบไม่ทานอะไรเลย ผักก็เขี่ยทิ้ง ขนมต้อง Chocolate เท่านั้น แบบว่าลูกหลง มีแต่คนตามใจ ตอนเด็กๆ ก็ไม่ฝึก เค้าเลยไม่ทานผัก ผลไม้ก็ทานนิดๆ หน่อยๆ พาสต้าก็เลือกด้วยนะ เรื่องมากคนเล็กเนี่ย ดีอย่างหน้าตาหล่อ อิอิ

มีน
30/04/2011 22:41:00

งั้นคุณเพื่อนต้องระวังไม่ให้เมคินเลียนแบบพ่อเรื่องนี้นะ เดี๋ยวพาลไม่ทานปลา ไม่ทานอาหารหลายอย่างไปด้วย มีนโชคดีนะเนี่ย จีเป็นคนทานง่าย ยกเว้นก้างปลาากับพริกที่เค้าไม่กล้า ขนาดข้าวคลุกกะปิทานได้ ก็ถือว่าโอเคแล้วเนอะ จะลายเป็นคนไทยไปแล้วจีนะ ก็เพราะมีนทำแต่อาหารไทยให้ทานตลอดนี่ล่ะ

มีน
30/04/2011 22:35:00

ฝากบอกสามีคุณเพื่อนด้วย ว่าคนเรามันต้องลองอะไรใหม่ๆ กันบ้าง ไม่งั้นจะจำเจนะจ๊ะ จียังลองอาหารแทบทุกอย่างที่มีนทำเลย 

มีน
30/04/2011 22:30:00

ที่นี่มันไม่มีมะม่วงสุกอร่อยๆ ให้ทานนะสิ มะม่วงบราซิล เคยเอามาทำข้าวเหนียวมูนแล้วมันไม่อร่อย มันจืดๆไปล่ะ มีนก็ทำวุ้นข้าวเหนียวมูนครั้งแรกเหมือนกัน ไม่น่าเชื่อมันผสมผสานด้วยกันดีนะ ออกมาอร่อย แจ่มมาก คุณเพื่อนลองทำดูสิ อิอิ

มีน
30/04/2011 22:21:00

คุณน้องเกิดอะไรขึ้นคะ อัพไดทู๊กวันเลย ฮ่าๆ จริงๆไดนี้น่าจะแบบซีเรียสนะเพราะแบบมันเป็นการคลอดลูก มันเจ็บอ่ะ แต่กลายเป็นว่าพี่อ่านไปก็ขำไป ฮ่าๆ ของน้องนิตว่าสุดๆแล้ว เดี๋ยวเอาไว้พี่เขียนเรื่องตอนคลอดนิโคลัสบ้าง แล้วจะรู้ว่าของพี่อ่ะสุดๆขนาดหนายยยย ...
ปล. ย้อนกลับไปอ่านครบทุกไดเลยน๊า

 

P'Lek
29/04/2011 22:46:00

พิมพืผิดซะงั้น จะบอกว่าตอนมีนคลอด ไม่ใช่ ตอนมีนลอด เฮ้อ!!!

มีน
29/04/2011 18:52:00

ตอนมีนลอด แม่ก็เข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลหลายหน สุดท้ายมาเกิดที่บ้านเอาซะงั้น คนเป็นแม่ต้องอดทนจริงๆ นะ ยอมเหนื่อย ยอมเจ็บเพื่อลูก แต่ถึงยังงัยมีนก็อยากลองเป็นแม่คนดูบ้าง คุณเพื่อนก็มีน้องให้เมคินได้แล้วจ้า น่าจะพร้อมแล้วเนอะ เมคินสองขวบแล้ว กำลังดีเลย เชียร์ให้มีลูกสาว บ้านนี้อยากได้มากมาย

มีน
29/04/2011 18:47:00

ครั้งแรกผ่านไปด้วยดี เพราะฉะนั้นถึงเวลาหนุ่มน้อยมีน้องแล้วววววววว  ^ _ ^  

maita
29/04/2011 18:15:00

แอบเข้ามาอ่านจนจบ แล้วก็ลุ้นไปกับคุณแม่ด้วยจริงๆ
อ่านแล้วลุ้นเหนื่อยอย่างกับว่าอยู่ในเหตุการณ์เลยจ๊ะ  สามารถมากๆ ที่ต้องทนปวดท้อง
และเดินทางเข้า-อกโรงพยาบาลตั้งหลายรอบนะค่ะ กว่าได้เห็นหน้าหล่อๆของหนุ่มน้อยเมคิน :) 


แอบย่องมาอ่านบ่อยๆ แต่ไม่ได้ทิ้งล่องรอยไว้ ตามมาจากไดของพี่มีนค่ะ ^^ 

แก็ป
29/04/2011 15:36:00

http://gapdiary.diaryclub.com/ »

มาร่วมเก็บความทรงจำค่ะคุณนู๋นิต และสุขสันต์วันคล้ายวันเกิดน้องเมคินย้อนหลังด้วยนะค่ะ 

Aied
29/04/2011 14:34:00