Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

12/10/2017
6/10/2017
6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_145.asp ]  Page view: 4.209 Time
Country Anonymous Proxy 2571 Peaple
2.571
Country United States 1507 Peaple
1.507
Country China 35 Peaple
35
Country Thailand 28 Peaple
28
Country France 14 Peaple
14
Country Italy 11 Peaple
11
Country United Kingdom 11 Peaple
11
Country Germany 7 Peaple
7
Country Vietnam 5 Peaple
5
Country Norway 4 Peaple
4
Country Australia 4 Peaple
4
Country Hong Kong 3 Peaple
3
Country Russian Federation 3 Peaple
3
Country Ukraine 2 Peaple
2
Country Iceland 1 Peaple
1
Country Canada 1 Peaple
1
Country Japan 1 Peaple
1
Country Netherlands 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 05/02/2010 
Miss Fish 


 Rimini, Italy
อุณหภูมิ 2 องศาเซลเซียส
ฝนตกตลอดทั้งวัน
http://www.diary-of-us.com - Emoticon emoticon-innamorate-06.gif

วันศุกร์แล้ว เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ
วันนี้เราก็มีเรียนวันสุดท้ายของสัปดาห์ก่อนจะได้พักอีก 2 วันเต็ม
ที่คงไปไหนไม่ได้เพราะดูจากข่าวพยากรณ์ทุกเมืองในอิตาลี
ไม่ฝนตกก็หิมะตก แล้วแบบนี้จะไปไหนได้ นอกจากเตร่ๆ อยู่แถวบ้านนี้ล่ะ

วันนี้มัวแต่ทำโน่นนี่เพลิน จนลืมไปว่าต้องอ่านหนังสือ
มาอ่านอีกทีเกือบเที่ยง อ่านได้ชั่วโมงเผลอหลับไปครึ่งชั่วโมง
ตื่นมาตกใจแทบแย่ นึกว่าเลยเวลาเรียนไปแล้ว ดูเวลาค่อยยังชั่วเที่ยงกว่าๆ
แต่ก็ต้องรีบเข้าครัวทำอาหารไว้รอที่รักกลับมาทานอาหารกลางวันด้วยกัน
วันนี้เรามีเรียนเร็วช่วงเที่ยงที่รักต้องมารับเราไปโรงเรียน
ก็เลยมีโอกาสได้ทานอาหารกลางวันด้วยกันหนึ่งวัน

แต่วันนี้ทำอะไรง่ายๆ ที่ใช้เวลาไม่เยอะเหมือนเดิม
วันไหนมีเรียนก็จะเป็นแบบนี้ทุกครั้งไป ที่รักอดทานของอร่อยๆ
แถมวันนี้ในตูเย็นก็ไม่มีอาหารสดอะไรมากมาย สรุปเลยได้เมนูง่ายๆ
แบบนี้มาล่ะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
สเต็กหมูคนละจาน อิ่มอื้อไปเลย เพราะชิ้นใหญ่มาก

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
สลัดผักถ้วยโตๆ ของเราสองคน

ทานข้าวอิ่ม รีบล้างจาน ทำความสะอาดโน่นนี่
จากนั้นก็ต้องรีบเดินทางไปโรงเรียน เพราะใกล้ถึงเวลาเต็มที

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ออกจากบ้านด้วยชุดนี้ล่ะ เดี๋ยวนี้เป็นธรรมเนียมไปแล้ว
ก่อนออกจากบ้านต้องถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ทำเอาที่รักส่ายหน้าทุกทีไป

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
จะออกจากประตูแล้วยังขอถ่ายอีกรูปหนึ่งด้วยนะ

เป็นนางแบบพอล่ะ...
รีบเดินทางไปโรงเรียน วันนี้เราถึงห้องเรียนก่อนเวลาเหมือนเดิม
เดี๋ยวนี้เราซี้กับเลขาที่โรงเรียนมากๆ ทักทาย พูดคุยกันตลอด
ว่างๆต้องทำขนมไปให้ทานบ้างแล้ว อัธยาศัยใจคอเข้ากันได้แบบนี้
วันนี้เลขาชมเราว่าเสื้อสวยด้วยนะ ทำเอาเรายิ้มหน้าบ้านไปเลย อิอิ

เลิกเรียนที่รักก็มารอรับหน้าโรงเรียนตามปกติ
แต่เราสองคนยังไม่กลับบ้าน มุ่งหน้าไปตลาดซีฟู๊ดกัน
เพราะเราบอกที่รักไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่า วันนี้เลิกเรียนเร็ว
เราจะไปซื้อปลามาทานกัน หลังจากที่ห่างหายการกินปลาไปหลายวัน
หันมากินอาหารอิตาเลี่ยน โดยเฉพาะอาหารที่มีส่วนผสมของชีสทั้งหลาย
กินหลายวันติดกันมันก็เลี่ยนเหมือนกันนะ
ทำให้เราคิดถึงปลาที่สุดเลย คนอิตาลีส่วนใหญ่ไม่ค่อยนิยมกินปลากัน
เหตุผลหลักๆ คือปลามีก้าง และยุ่งยากในการทำความสะอาด
ส่วนใหญ่คนที่นี่ก็จะกินปลากันในโอกาสพิเศษ และปลาที่นิยมทานกันส่วนใหญ่
ก็เป็นปลาตัวโตๆ อย่างแซลมอน ก้างน้อย เนื้อเยอะ
ปลาพวกนี้เลยมีราคาค่อนข้างแพง ไม่เหมือนปลาทูตกกิโลหนึ่งประมาณ 150-200 บาท
แต่คนอิตาลีไม่นิยมกินกัน แต่เราสิตัวกินปลาทูมาตั้งแต่เด็ก เพราะบ้านอยู่ใกล้ทะเล
จนพ่อกับแม่เรียกเราว่า "ตัวกินปลาทู"
มาอยู่อิตาลีก็อย่าให้เห็นปลาทูเชียวนะ ซื้อมาทีเป็นกิโล
แต่ช่วงนี้ไม่มีปลาทู สงสัยปลาทูไม่ชอบอากาศหนาวล่ะ เราก้เลยได้แต่ปลาแซลมอน
ปลากระพง(อันนี้ตั้งชื่อเอง เพราะหน้าตาเหมือนปลากระพงที่ไทยมาก)
ปลาเนื้อไร้ก้างสำหรับที่รักโดยเฉพาะ แล้วก็กุ้งตัวโตๆ ที่เราต้องหาซื้อมาติดตู้เย็นไว้เสมอ
วันนี้จ่ายค่าปลาทั้งหลายไป 12 ยูโร หรือประมาณ 600 บาท
แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดูกันล่ะ

จากการที่ตัวเองเคยอ้วนถึง 57.8 กก. ในช่วงตุลาคมปีที่ผ่านมา
ก็คิดต่างๆ นานาๆ ว่าทำไมเราอ้วนได้ขนาดนี้ คิดไปคิดมา มาอยู่อิตาลีเกือบปี
เราไม่เคยกินอาหารจำพวกปลาเลย เพราะไปซื้อค่อนข้างลำบาก
ส่วนใหญ่อาหารหลักคือทำมาจากหมูและไก่ ตอนหลังมาคิดว่าสมัยอยู่ไทย
เรากินปลาตลอดก็ไม่เห็นจะอ้วนอะไรนะ คราวนี้เลยปรึกษากับที่รักว่าจะลองกินปลา
ดูสักเดือน ดูสิน้ำหนักลดไหม ตั้งแต่วันที่ 1/11/2009 เราเริ่มกินปลาเป็นอาหารหลัก
ทั้งช่วงเที่ยงและช่วงเย็น ส่วนเช้าคอร์นแฟล็กกับนมเหมือนเดิม

ปรากฎว่าหนึ่งเดือนผ่านไป น้ำหนักลดลงมาอยู่ 53.8 กก.
ลดลงมาเยอะเชียวล่ะ ผลที่ได้เป็นที่น่าพอใจมากๆ คราวนี้เดือนธันวาคม
เรากินปลาไปแค่ไม่ถึงสิบวันเพราะอยู่ในช่วงคริสมาสต์ มีอาหารอ้วนๆ ให้กินมากมาย
จากนั้นน้ำหนักเราก็ลดลงมาอยู่ที่ 52.9 แต่พอช่วงคริสมาสต์ประมาณครึ่งเดือน
น้ำหนักก็เพิ่มๆ ลดๆ แต่ก็ไม่เกิน 53.3 ก็ยังอยู่ในระดับที่พอรับได้
แต่ช่วงนั้นเราก็ได้กินปลาน้อยลง จนในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา
แทบทุกสัปดาห์อย่างน้อยสามวัน เราสองคนพยายามกินปลาให้มากที่สุด
กลางเดือนมกราคม น้ำหนักเลยลดลงมาอยู่ที่ 52.0 ดีใจมากมาย
เพราะเหลืออีก 1 กิโลกรัมเราก็จะมีน้ำหนักมาตรฐาน
http://www.diary-of-us.com - Emoticon emoticon-in-cucina-19.gif
แต่ด้วยความที่เป็นคนที่ชอบทำอาหาร
และชอบกินของอ้วนยิ่งเป็นช่วงที่มามี๊มาสอนทำอาหารอิตาเลี่ยน
ไม่ต้องพูดถึงได้กินอาหารอิตาเลี่ยนสามวันรวด
จนถึงเมื่อวานไปชั่งน้ำหนัก เพราะคิดว่าตัวองต้องน้ำหนักขึ้นเยอะแน่ๆ
ปากฎว่าน้ำหนักเราอยู่ที่ 51.4 กก. เย้ๆ อีก 3 ขีด ก็จะอยู่ในระดับมาตรฐานแล้วนะ
คิดไปคิดมาเรากินอาหารครบสามมื้อ แถมไม่เคยอดอะไรด้วย มื้อหนึ่งก็เยอะ
แต่น้ำหนักก็อยู่ประมาณนี้ นี่คงเป้นผลจากการกินปลาแน่ๆ
เพราะเราเป็นคนเลือดกรุ๊ปบี อาหารที่เข้ากับเลือดมากที่สุดคือปลา โดยเฉพาะแซลมอน
ส่วนอาหารต้องห้ามคือไก่ เพราะมีแลคติคที่จะไปบล็อคเม็ดเดือดแดง
ทำให้มีผลกระทบการไหลเวียนของเลือด รวมถึงการดเผาผลาญพลังงานในร่างกาย
เท่าที่ศึกษามาเรากินไก่เข้าไป แทบไม่ให้ประโยชนฺอะไรกับร่างกายเลย
แต่ก็ยังชอบกินไก่ทอด รวมถึงเมนูไก่อีกเยอะแยะเหมือนกัน
แต่ตอนนี้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมากินปลาเหมือนสมัยอยู่ไทย
จนที่รักเรียกเราว่า "Miss Fish" ไปอีกหลาย
แต่ที่รักก็สนับสนุนให้เรากินปลานะ เพราะเห็นผลจากที่น้ำหนักเราลด
แถมสิวบนหน้าก้ห่างหายไปเยอะ ผิดกับช่วงที่กินไก่เยอะๆ เป็นสิวมาราธอนหกเดือน
รักษายังงัยก็ไม่หาย แต่พอปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินบวกกับใช้ครีมรักษาสิว
คราวนี้หน้าใสขึ้นเยอะเลย

http://www.diary-of-us.com - Emoticon emoticon-in-cucina-15.gif
ว่าแล้ววันนี้ได้ปลามาแล้ว ก็ทำเมนูปลาทานกันดีกว่า
แต่ด้วยเวลาน้อยนิดเพิ่งเลิกเรียนมา ก็ทำเมนูปลาแบบง่ายๆ กินแก้ขัดไปก่อน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ปลาเนื้ออ่อนไร้ก้างชุบเกล็ดขนมปังทอดในน้ำมันมะกอก
จานนี้สำหรับที่รักโดยเฉพาะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ส่วนจานนี้ของเราโดยเฉพาะ แซลมอนอบ โรยพริกไทยเยอะๆ
พริกไทยช่วยลดโคเลสเตอรอลได้ดี ทานคู่กับสลัดผักสดถ้วยโตๆ
อร่อยมาก กินจนเพลินไปเลยวันนี้

http://www.diary-of-us.com - Emoticon emoticon-sexy-01.gif
ที่รักเห็นเราทานปลาอย่างเอร็ดอร่อยทีไร ก็ต้องเรียกเราว่า "Miss Fish"
และนี่ก็คือฉายาใหม่ของเราล่ะ





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


 สวัสดีค่ะคุณมีน
ขอบคุณมากนะค่ะที่แวะไปเยี่ยมไดน้องนาโน
ขอให้น้องมาเกิดกับคุณมีนไวไวนะค่ะ คงจะน่ารักน่าชังแน่ๆเลยนะค่ะ

hellonano
06/02/2010 17:10:00

http://hellonano.diaryclub.com »

Chi e' Miss Fish?

http://www.diary-of-us.com - Emoticon emoticon-innamorate-14.gif

 

 

 

Kangi
06/02/2010 14:37:00

http://www.cupid-chat.com »

 พี่ก็ชอบกินปลาเหมือนกันน้องมีน แต่ปลาทูนี่ไม่มีกิน อิอิ กาเร็ธนะไม่ชอบปลามากเลย พี่ล่ะรำคาญ  คิดถึงน้าน้องสาว พักผ่อนให้เต็มที่นะจ๊ะ

yaya
06/02/2010 09:04:00

น้ำสลัดพี่ทำเองจ้าก้อย ง่ายๆ ไม่มีอะไรมาก แค่ น้ำมันมะกอก เกลือป่น Aceto คนอิตาลีไม่กินสลัดครีมแบบคนไทย สลัดของเค้าจะเป็นผักสดๆ บวกกับสามอย่างนี้ล่ะ

Kangi
06/02/2010 07:53:00

 แต่ละอย่างน่าหม่ำทั้งนั้น หุหุ เอ่อ ว่าแต่ว่านะพี่มีน ก้อยเห็นสลัดมาหลายตอนแล้ว ทำน้ำสลัดเองเหรอ

ก้อย
06/02/2010 05:58:00

ลืมดูอะ พิมพ์ผิดเยอะเลย อิอิ... : D

Fairy
06/02/2010 01:05:00

 ปลาน่ากินมากๆเลยค่ะคุณเพื่อ แต่เราไม่ค่อยชอบพวกแซลมอน ล่ะแล้วก็ซาบะด้วยมันมีกลิ่นแปลกๆอาจจะเป็ฯเพราะเป็ฯปลาที่มีไขมันเยอะก็เป็นไปได้ เหอะๆ กินยากเนอะ อย่างอื่นก็กินไม่ได้ปลาก็ยังเลือกอีก ถ้าสมมุติไปอยู่ที่นั่นคงตายแน่เลย ... : P

Fairy
06/02/2010 01:04:00

พี่ก็ชอบกินปลามากที่สุดนะ อยู่ที่นี่ก็กินบ่อยโดยเฉพาะปลาแซลมอนเนี่ย ใจจริงพี่ชอบกินปลาน้ำจืดแบบบ้านเรามากกว่าแต่ที่นี่มันหาไม่ได้ เฮ้อ.. พูดแล้วคิดถึงเมืองไทย

น้องมีนเป็นคนที่ดูแลสุขภาพแบบนี้ดีจัง พี่ก็พยายามเพราะพี่ต้องการพลังงานมาสู้กับลูกชายจอมซน น้องมีนเรียนภาษาอิตาลีได้เยอะรึยัง ต้องเรียนอีกนานมั๊ย ภาษาพี่ก็พอได้แต่ยังไม่เก่ง อาศัยว่าพยายามสื่อสารกับคนในครอบครัวให้มากที่สุด เราไม่ค่อยได้ออกไปเจอคนเยอะๆเพราะไม่ได้ทำงานนอกบ้านก็เลยต้องพยายามพูดในชีวิตประจำวันกับครอบครัวนี่แหละ แล้วก็พูดไทยกับลูก หวังว่านิโคลัสจะพูดไทยได้ในอนาคต หรืออย่างน้อยก็เข้าใจภาษาไทยที่แม่พูด

littleviking
05/02/2010 22:17:00

http://littleviking.diaryclub.com »

 Hello Nong Mean...โห้มาแล้วแอบหิวอย่างว่ามะน่าเล้ย
เชื่อมีนแต่แรกก้อดีว่าไม่ควรเข้ามาดึก ๆ คะ น่ากินไปหมดทุกสิ่งอย่าง
ไว้จะหาโอกาสมาทานฝีมือน้องมีนนะคะ
Tell Khun G duay I miss U 555+
Take care dear

nanny
05/02/2010 21:25:00