Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1483.asp ]  Page view: 3.200 Time
Country Anonymous Proxy 1836 Peaple
1.836
Country United States 1214 Peaple
1.214
Country China 56 Peaple
56
Country Thailand 25 Peaple
25
Country United Kingdom 17 Peaple
17
Country France 13 Peaple
13
Country Italy 13 Peaple
13
Country Germany 10 Peaple
10
Country Vietnam 4 Peaple
4
Country Canada 4 Peaple
4
Country Hong Kong 2 Peaple
2
Country India 1 Peaple
1
Country Netherlands 1 Peaple
1
Country Norway 1 Peaple
1
Country Russian Federation 1 Peaple
1
Country Switzerland 1 Peaple
1
Country Australia 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 19/06/2011 
Florence..What a beautiful city in Italy 


Saturday, 18 June 2011

Firenze, Italy
อุณหภูมิ 33 องศาเซลเซียส
แดดร้อนอบอ้าว ครึ้มฟ้าครึ้มฝน

ทริปนี้เป็นทริปที่เราสองคนไม่ได้ตั้งใจเลยสักนิด
ไม่มีการวางแผนเอาไว้ล่วงหน้า ที่รักบอกว่าเซอร์ไพรส์เรา
จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย เพราะจากที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปขับรถเล่นกันบนเขา
ขับออกไปทางเหนือของเมืองเรา ผ่านภูเขาลูกแล้วลูกเล่า
สุดท้ายก็ตัดมาทางภูเขาทางทิศตะวันตก อากาศด้านบนเย็นสบายมากๆ
ประมาณ 17 องศา ซึ่งตรงกันข้ามกับด้านล่างร้อนจัด 30 องศาโน่นแน่ะ
หลังจากขับรถมาไกลเป็นร้อยๆ กิโล อยู่ๆ ที่รักบอกว่าลองเช็คจาก Google Maps สิ
ว่าจากที่นี่ไป Firenze หรือที่หลายๆ คนรู้จักในชื่อ Florence
เมืองใหญ่และสวยงามเมืองหนึ่งของอิตาลี

หลังจากเช็คดู จากเขาที่อยู่ ไป Firenze ระยะทางแค่ 155 กิโลเมตร
แค่เราขับไปครึ่งทาง ไปลงเขาที่เมือง Arezzo จากนั้นเดินทางขึ้นมอเตอร์เวย์ต่อ
ระยะทางแค่ 62 กิโลเมตร พอรู้แบบนั้นไม่รอช้า รีบเดินทางกันไป Firenze ทันที
เราก็มีแอบบ่นที่รักนิดๆ ว่าถ้าคิดจะไป Firenze ทำไมไม่แพลนตอนแรก ขึ้นมอเตอร์เวย์รวดเดียว
ใช้เวลา 2 ชั่วโมงกว่าๆ นี่เรามาเดินทางกันบนเขา แถมฝั่งตรงข้าม
ประมาณว่าจะกลับไทย แต่เดินทางผ่านญี่ปุ่นก่อน ประมาณนั้นเลย

ที่รักก็ได้แต่พูดตลกว่า เซอร์ไพรส์เรางัย เพราะรู้ว่าเราชอบเมืองนี้มากๆ
แต่การขับรถบนเขา โค้งหลายพันโค้ง ขนาดไม่มีรถ ความเร็วก็ไม่เกิน 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง
กว่าจะไปถึง Arezzo ปาไปเกือบ 4 ชั่วโมง
ที่รักบอกคิดในทางที่ดี เราได้มาสัมผัสอากาศเย็นๆ ดูธรรมชาติเขียวขจีตลอดทาง
แถมระหว่างเดินทาง ผ่านทะเ
ลสาปสวยมากๆ อย่าแวะลงไปเที่ยว แต่ก็ไม่มีเวลา เพราะใล้เที่ยงเต็มทีแล้วนั่นเอง

ไปถึง Firenze ก็บ่ายโมงนิดๆ เพราะเราแวะทานอาหารกันที่ปั๊มก่อนเข้าเมือง Firenze
ไม่รอช้า มุ่งหน้าไปที่ Piazzale Michelangelo
 ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญและสวยงามมากอีกแห่งหนึ่งของเมือง Firenze  
เพราะสามารถชิมวิวได้ทั่วเมือง Firenze 
และที่สำคัญเราสองคนต้องการมาหาซื้อแผนที่ สำหรับเป็นตัวช่วยในการเดินทางท่องเที่ยง
ก็อย่างที่รู้ๆ Firenze เป็นเมืองขนาดใหญ่ มีที่ท่องเที่ยวสำคัญเยอะมากๆ เรียกว่าต้องเที่ยวกันสักสี่ห้าวัน
ถึงจะทั่ว แต่ต้องเป็นการเดินเที่ยวนะ เอารถไปด้วยแบบเราสองคนจะค่อนข้างลำบาก

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
รูปปั้น David ที่ลานด้านหน้า Piazzale Michelangelo

เสียดายที่ตอนที่เราไปถึง อากาศ ท้องฟ้าไม่ค่อยเป็นใจนัก
อากาศร้อนอบอ้าว ทำเอาเหนียวตัวไปหมด แต่ท้องฟ้าดูมืดๆ ครึมๆ มีแววว่าฝนจะตก
เลยได้รูปมาแบบไม่ค่อยสดใส เท่าปีก่อนที่เรามาเที่ยวที่นี่กัน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
วิวเมือง Firenze จากจุดชมวิวที่ Palazzo Michelangelo

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
สักรูป ลมแรงหัวยุ่งเชียว

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ร้านอาหารด้านล่างจาก Palazzo Michelangelo บรรยากาศดีมาก

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
มองเห็นวิวแม่น้ำ Arno แม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านเมือง Firenze

ลองซูมเข้าไปใกล้ๆ สิ ว่าที่คนยืนเบียดเสียดกันจนแทบไม่มีที่หายใจ
มันคืออะไร
เฉลยให้ก็ได้ Ponte Vecchio สะพานเก่าแก่ที่สำคัญของเมืองฟลอแร้นซ์นั่นเอง

สะพานเก่าแก่ที่ชื่อว่า Ponte Vecchio 
เป็นสะพานที่สร้างขึ้นเมื่อ ปี 1345 เป็นสะพานแรกที่สร้างข้ามแม่น้ำ Arno
เป็นสะพานเดียวที่เหลือรอดจากสงครามในยุคมืดและสงครามโลกครั้งที่สอง


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
Ponte Vecchio ของจริงเห็นคนยืนถ่ายรูปกันบนสะพานแน่นเอ๊ยดไปหมด

จุดเด่นของที่นี่ คือสามารถชมวิวเมือง Firenze ได้ทั่ว
รวมถึงสามารถมองเห็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ได้อย่างชัดเจน มีกล้องส่องทางไกลไว้บริการ
ใครที่มีกล้องใหญ่ ความสามารถในการซูมเยอะๆ ก็จะได้ภาพสถานท่องเที่ยวที่สำคัญๆ มาเกือบครบ
อย่างกับถ่ายรูปใกล้ๆ เชียวล่ะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ยอดโดมสีแดงๆ เอกลักษณ์อันโดดเด่นของ Duomo อันเลื่องชื่อ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
มองเห็น Piazza Novella ได้อย่างชัดเจน

นี่เป็นแค่ตัวอย่างที่เราเอามาฝากกัน ยังมีสถานที่สำคัญอีกเยอะมากที่สามารถมองเห็นจากจุดนี้
เพราะวันนี้เราสองคนเดินทางมาที่นี่ค่อนข้างสาย มีเวลาในการท่องเที่ยวไม่มากนัก
อีกอย่างเราอยากไปเที่ยวในสถานที่ที่เรายังไม่เคยมาด้วย

และหนึ่งในนั้นก็คือ
Santa Maria del Fiore ซึ่งตั้งอยู่ที่ Piazzale San Giovanni
เป็นมหาวิหารขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกในปัจจุบัน
อดีตเคยเป็นอันดับหนึ่งของโลกมาแล้ว
ใช่ว่าไม่เคยแวะมาซะเลย เคยมาครั้งหนึ่ง แต่ด้วยโอกาสที่ไม่อำนวย เลยทำให้อดเข้าไปชมด้านใน
วันนี้เราตั้งใจว่าให้รอนานแค่ไหน ก็ต้องเข้าไปด้านในให้ได้

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ถึงแล้วจ้า ใหญ่โตอลังการดีไหม

ด้านหน้าสุดเป็นอาคารสามชั้นมีชื่อว่า Battistero di San Giovanni
ใช้สำหรับทำพิธีศีลจุ่มและสวดมนต์
อาคารแห่งหนึ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1049 ซึ่งก็เกือบพันปีมาแล้ว 
ถือเป็นสถานที่สำคัญและเก่าแก่ของที่นี่เลยก็ว่าได้ 
การสร้างใช้ระยะเวลาหลายร้อยปีเลยทีเดียว
มีจุดเด่นคือประตูทั้งสองด้านทำจากทองคำแท้ๆ แกะสลักลวยลายสวยงามมากๆ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet


ประตูที่ทำจากทองคำแท้ๆ แกะสลักๆ ลวดลายอย่างสวยงาม
เป็นประติมากรรมที่ได้ชื่อว่าเปิดโฉมหน้าใหม่
ให้ประติมากรรมแห่งอิตาลีในยุคต้นเรอเนสซองส์
ไม่ว่าใครมาเที่ยวที่นี่ก็ต้องหยุดอยู่ตรงประตูนี้ล่ะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ประตูที่ผู้มาเยือนต้องหยุดถ่ายรูปกันเป็นแถว

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ลวดลายการแกะสลักบนทองคำแท้ๆ นี่แค่ตัวอย่าง สวยงาม อ่อนช้อยมากๆ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
กะว่าจะได้รูปสวยๆ กับประตูทองคำ คุณลุงก็กลับแย่งซีนซะงั้น
ทำงัยได้โอกาสทองมีน้อย

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
รถม้าด้านหน้าโบสถ์ มีให้ใช้บริารอยู่ทั่วไป แต่ราคาก็แพงใช่ย่อยเชียวล่ะ

Santa Maria del Fiore  เป็นโบสถ์หินอ่อน 3 สี 
(สีขาว จากเมืองคาร์ราร่า สีชมพูจากเซียน่า และ สีเขียว จากปราโด)
 เป็นโบสถ์ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของอิตาลี รองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ 
เป็นวิหารประจำเมือง และใช้เวลาสร้างประมาณ 165 ปี 
เพดานข้างใต้โดมเป็นภาพ The Last Judgement ซึ่งใช้เวลากว่า 7 ปีในการวาด

มหาวิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นช่วงปลายคศ ที่ 13 
ออกแบบโดย Filippo Brunelleschi
ด้านหน้าโบสถ์ประดับตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาว เขียว และชมพู
มีความยาว 153 เมตร และฐานของโดมกว้างถึง 90 เมตร

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ด้านหน้า ไม่เคยเงียบเหงาจากนักท่องเที่ยว แน่นขนัดตลอดทั้งปี

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ด้านข้าง คือ Catterale di Giotto หอระฆังที่สูงโดดเด่น
เคียงคู่กัมานานแสนนาน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
วิวสวยๆ ด้านบน ชอบสถาปัตยกรรมและลวดลายที่สุด

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ด้านหลังก็เป็นยอดโดมสีแดงที่เรามองเห็นจากจุดชมวิวก่อนหน้า

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ฟ้าไม่สดใสมากนัก แต่ก็ยังสวยงาม

หลังจากชมความสวยงามด้านนอกพอสมควร
ก็ถึงเวลาต้องไปต่อแถวเข้าชมด้านในกันแล้วล่ะ ประตูทางเข้าที่นี่จะมี 4 ประตูด้วยกัน
ด้านหน้าหนึ่งประตู ด้านซ้ายมือหนึ่งประตู สำหรับขึ้นไปชมวิวบนยอดโดมสีแดง
ส่วนอีกสองประตูอยู่ฝั่งด้านซ้าย หลังจากที่พยายามไปต่อแถวเพื่อขึ้นไปชมวิวบนยอดโดม
ปรากฎว่ารอกันนานเกือบชั่วโมงก็ไม่ถึงคิวสักที ด้วยความที่มีการจำกัดจำนวนผู้ขึ้นไปชมวิวด้านบน
ต้องรอให้นักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งลงมาก่อน ชุดต่อไปถึงมีโอกาสได้ขึ้นไป
ก็จะทำงัยได้ล่ะ กว่าจะขึ้นไปบนยอดโดมต้องเดินด้วยเท้า กับจำนวนบันไดถึง 463 ขั้น
เป็นบันไดวัดใจสำหรับๆ ใครหลายๆ คนเชียวล่ะ

ในที่สุดทนร้อนต่อแถวไม่ไหว เลยเปลี่ยนมาประตูหน้า
สำหรับต่อแถวเข้าชมความงามด้านในตัวมหาวิหารแทน ซึ่งคนก็ไม่ได้น้อยกว่ากัน
แต่ค่อนข้างเร็วกว่าการต่อแถวขึ้นไปชมวิวใบนจุดสูงสุดของยอดโดม

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
เห็นคนต่อแถวกันไหม ยาวเหยียดไปถึงดานหลังโน่นแน่ะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ภายในมหาวิหาร

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ย้อนไปยังประตูด้านหน้า

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ซุมให้เห็นภาพเขียนบนยอดโดม แต่ค่อนข้างไกล มองไม่ค่อยชัด
แต่ของจริงสวยงามมากเลยนะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ภาพวาดตามมุมต่างๆ ของเสาแต่ละต้น

ด้านล่างของมหาวิหาร เป็นร้านขายหนังสือเกี๋ยวกับประวัติศาสตร์เมือง Firenze
รวมถึงจำหน่ายสินค้าที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยว อีกอย่างจะมีพิพิธภัณฑ์ประวัติความเป็นมา
ให้เข้าเยี่ยมชม แต่ต้องจ่ายค่าตั๋วเข้าชมคนละ 6 ยูโร เราเห็นมีเวลาน้อย
เลยไม่ได้เข้าเยี่ยมชมในส่วนนี้ เพราะมีเป้าหมายอื่นที่น่าสนใจกว่า

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
วิวด้านข้างมหาวิหาร จากทางออกด้านซ้าย

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ด้านหน้าก็เป็นทางเข้าหอระฆังที่สูงตระหง่านๆ แหงนคอมองเมื่อยไปหมด

และสถานที่นี้ล่ะ คือเป้าหมายของเรา
มาที่นี่ถ้าไม่ได้ขึ้นไปชมวิวบยยอดโดมของมหาวิหาร ก็ต้องขึ้นไปชมวิวบนหอระฆังนี้เลย
ความสูงพอๆ กัน แต่ที่ต่างกัน คือความลำบากในการขึ้น
เรียกว่ายากกว่าการขึ้นไปชมวิวบนยอดโดดมหลายเท่า ด้วยความแคบของบันได
ในลักษณะวนไปวนมา ทางแคบๆ ที่เดินสวนกันแทบไม่ได้
ต้องรอให้คนหนึ่งลงมา อีกคนหยุดให้อีกคนผ่าน ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยว
ค่อนข้างน้อยกว่าจุดชมวิวบนยอดโดม

แถมที่นี่ล่ะ ที่ทำให้เราเกือบเอาชีวิตไม่รอด
เกือบหมดสนุกไปกับทริปนี้เลยทีเดียว ไว้เดี๋ยวพรุ่งนี้มาเล่าให้ฟังนะจ๊ะ
วันนี้มีธุระต้องไปบ้านมามี๊อีกแล้ว อีกอย่างยังเพลียๆ ไม่เลิก
ตั้งแต่เมื่อวาน นี่ขนาดนอนทั้งวันยังไม่ค่อยดีขึ้นเลยห่ะ

ปิดท้ายด้วยรูปสวยๆ ที่เราจะพาไปชมกันพรุ่งนี้น๊าา...

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet


ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์น่ารักๆ ที่ฝากไว้ให้ครอบครัวเราเสมอมานะค่ะ

ปล.

ช่วงนี้ไม่ค่อยมีโอกาสได้นั่งหน้าคอม อาจจะไปเยี่ยมเพื่อนๆ ที่ไดช้าหน่อย
อย่าโกรธกันนะจ๊ะทุกคน คิดถึงเพื่อนๆ เสมอจ้า





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


เป็นเมืองที่งดงามจริงๆ ค่ะ

น้องน้ำ
22/06/2011 22:37:00

http://cindynam.diaryclub.com »

สวย สวย สวยมากเลยเพื่อน คุณจีเซอร์ไพรสแบบนี้น่ารักตลอดเลยอ่ะ

โอ๋
22/06/2011 14:14:00

http://luuksorn.diaryclub.com »

สวยมากม๊ากเล้ย น่าอยู่น้อ นางแบบก็น่ารัก และวิวก็สวยๆๆ

sa
20/06/2011 17:00:00

ถ่ายมุมไหนก็สวย - - เมืองบ้าอะไรเนี่ย ชอบๆ อิอิ

 

น้องทอง
20/06/2011 16:27:00

http://timemykung.diaryclub.com/ »

อยากได้บ้านที่มีประตูทองคำบ้างจัง อิอิอิ  

maita
20/06/2011 11:36:00

ขอบคุณนะคะน้องมีน ขอบคุณมากๆจริงๆค่ะ
ตอนนี้พี่ฝนปวดไหล่และหลังสุดๆเลย สงสัยจะไปรับจ้างแบกข้าวสารไม่ได้ละ

FooN
20/06/2011 09:31:00

ประตูทองคำนั่นสวยจริงๆเลยนะน้องมีน เห็นแล้วเกิดกิเลส 555
พี่ชอบเสื้อน้องมีนวันนี้ค่ะ ดูน่ารักใสๆดี

คิดถึงนะคะ

FooN
20/06/2011 07:40:00

บ้านเมืองนี้สวยจังเลยพี่มีน เห็นแล้วก็ละลานตา บรรยากาศดีมากๆ 

พยายามมองหาคนยืนถ่ายรูปบนสะพาน เยอะมากจริงๆ ค่ะ

ถูกใจประตูทองคำบานนั้นมาก นี่ถ้ามาสร้างที่เมืองไทย คงไม่ได้มีแค่คนถ่ายรูปอ่ะ

 

ตูน
20/06/2011 06:32:00

สวยมากเลยค่ะ เห็นแล้วอยากไปเที่ยว วิวดีมากเลยค่ะ 

น้องตาล
20/06/2011 05:47:00

รู้แล้วหล่ะ ถ้าจะไปเมืองนี้คงต้องอ่านประวัติจิตรกร และปฏิมากร ก่อนคงยิ่งเพิ่มอรรถรสการเที่ยวมากๆ ^^


20/06/2011 03:22:00

http://tykatai.diaryclub.com »

โห ชายจีเซอร์ไพรส์ไกลอ่ะ อิอิ แต่ก็สวยมากกเลยนะ โดยเฉพาะประตูทองนั่น อยากได้ซักบาน ฮ่าๆๆๆ

จะมาอ่านต่อนะจ้ะ ว่าเพื่อนมีนของเราจะตกบันไดรึป่าว ลุ้นๆ   

นู๋นิต
19/06/2011 23:29:00

ชอบเมืองนี้ค่ะ ย้อนอ่านได้แค่สลัดพริกหวานสไตล์อิตาเลี่ยน ต้องรีบจดสูตรไว้ทำก่อนเลยค่ะ (หน้าอื่นๆผลัดไว้ก่อนนะคะ)

..............
ขอบคุณค่ะ น้องมีนที่เป็นห่วง พี่นุชต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้แวะมาเยี่ยมเยียนทักทายเลย ยุ่งมากๆเลยค่ะ
ปิดเทอมก็พาหลานๆเที่ยว หลานๆกระตื้อรือล้น สนใจเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างมากกกกก
(โดยเฉพาะด้านเทคนิค และทางวิทยาศาสตร์)

แล้วพี่นุชไม่เก่งด้านนี้ ก็เลยพาลูกท่องพิพิธภัณฑ์แทน จนพี่นุชจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ไปแล้ว อิอิ

คิดถึงเสมอเสมอนะคะ น้องมีน ฝากความคิดถึงถึงน้องติ๊กด้วยค่ะ

พี่นุช
19/06/2011 23:22:00

http://jasmindajen.diaryclub.com/ »

Kangia go to travel...
i no sleep
http://www.diary-of-us.com - Emoticon 124.gif  

G
19/06/2011 21:34:00

why you go to firenze
and send G to Cattolica...http://www.diary-of-us.com - Emoticon 330-4766.gif

G
19/06/2011 21:24:00

เมืองนี้สวยไม่เคยเปลี่ยนเลย กุ๊กไก่จำได้ว่าเคยไปเมื่อปี 2005 ยังติดใจอยู่ไม่หาย ถ้ามีโอกาสก้ออยากกลับไปอีก อีกอย่างเพื่อนสนิทของพี่คริสอยู่ที่เมืองนี้เลย 
ว่าแต่เซอร์ไพร์เนี่ย นั่งรถกันจนเหนื่อยเลยนะเนี่ย อิอิ แต่ก้อคุ้มเนอะ 

Kookkai
19/06/2011 21:08:00

ลงชื่อไว้ก่อน เดี๋ยวมาอ่าน 
เป็นพวกสมาธิต่ำ ต้องใช้สมาธิอ่านอย่างตั้งใจ
จะได้เม้นท์ถูก^_^
พี่เคยไปจ๊ะเมืองนี้ หลายปีมาแล้ว แต่ดูในรูปก็สวยไม่มีเปลี่ยน  

พี่ปุ๋ย
19/06/2011 20:57:00

คุณจีมองโลกในแง่ดีมากๆ คุณเพื่อนยืนบนนั้นไม่หนาวเหรอจ๊ะ
17 องศา ถ้าเป็นติ๊กคงสั่นงึกๆแล้วล่ะ แต่เพื่อนใส่เสื้อกล้ามกระโปรงยีนส์ยืนยิ้มแฉ่งเลย
อยากรู้เรื่องตื่นเต้น ต้องมาต่อพรุ่งนี้ใช่ม่ะ วันนี้ได้ดูรูปสวยๆไปก่อน
ชอบหลังคาเค้าสีเดียวกันหมดเลยเนอะ สวยดี

hellonano
19/06/2011 20:15:00

http://hellonano.diaryclub.com »

wooow สวยมากๆพี่มีนอลังการงานสร้าง วิวสวยดีค่ะ
วันนีพี่มีนแต่งตัวน่ารักค่ะชอบ^^
คิดถึงนะค่ะ ไปนอนแล้วพรุ่งนี้ต้องไปมหาลัยอีก^^

darling
19/06/2011 19:23:00

ครอบครัวนักเดินทางจริง ๆ เลยน๊า ครอบครัวนี้

ตามตัวไปเที่ยวก่อน เดี๋ยวจังหวะดีดีน๊า จะให้ตัวเป็นไกด์ละก็ทำกับข้าวเมนูอร่อย ๆ ให้เค้าหม่ำด้วยน๊า อิอิ

ตลกบริโภคจริง ๆ เลยนะเค้าเนี่ย อิอิ

 

ดาว
19/06/2011 19:06:00

ว๊าวววว สวยมากเลยอ่ะมีน ตอนแรกที่ดูยังง่วงๆ อยู่ แต่พอมาอ่านและดูรูปไปเรื่อยๆ หายง่วงซะงั้น แบบว่าตระการตามากเลยอ่ะ
 จอยแม่วีนัสเองจ้า

จอย
19/06/2011 18:58:00

สวย ๆๆๆ บอกได้คำเดียวว่าสวยมาก ๆ ค่ะ อยากไปเห็นด้วยตาสักครั้ง คิดว่าต้องมีสักวันค่ะ

ทางพี่มีนร้อนทางติ๊กทั้งลม ทั้งฝน สลับกันตลอดเลยเน่อะ^^

tik
19/06/2011 18:43:00