Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1487.asp ]  Page view: 5.523 Time
Country Anonymous Proxy 3677 Peaple
3.677
Country United States 1598 Peaple
1.598
Country China 100 Peaple
100
Country Thailand 67 Peaple
67
Country France 15 Peaple
15
Country United Kingdom 15 Peaple
15
Country Italy 13 Peaple
13
Country Australia 13 Peaple
13
Country Germany 8 Peaple
8
Country Luxembourg 4 Peaple
4
Country Netherlands 2 Peaple
2
Country Russian Federation 2 Peaple
2
Country Canada 2 Peaple
2
Country Asia/Pacific Region 1 Peaple
1
Country Japan 1 Peaple
1
Country Taiwan 1 Peaple
1
Country Ukraine 1 Peaple
1
Country New Zealand 1 Peaple
1
Country Norway 1 Peaple
1
Country Vietnam 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 20/06/2011 
ปีนหอระฆัง Giotto ที่เมืองฟลอแร้นซ์ 


Saturday, 18 June 2011

Firenze, Italy
อุณหภูมิ 33 องศาเซลเซียส
แดดร้อนอบอ้าว ครึ้มฟ้าครึ้มฝน



ตามสัญญา วันนี้เราจะพาไปเที่ยวเมืองฟลอแร้นซ์กันต่อ
หลังจากเมื่อวานพาไปชมวิวสวยๆ ของ Duomo ประจำเมืองฟลอแร้นซ์กันไปแล้ว
นอกจาก Duomo ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองนี้ ด้านข้างฝั่งซ้ายมือของ Duomo
จะมีหอระฆังสูงใหญ่ ลวดลายสวยงาม นามว่า Campanile di Giotto

เป็นหอระฆังที่มีความสูง 84.7 เมตร  มีบันไดจำนวน 414 ขั้น
เรียกว่าสูงน้อยกว่ายอดโดมของ Duomo เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
หอระฆังนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1334 ด้วยฝีมือสถาปนิกที่มีชื่อว่า Giotto
แต่ยังสร้างไม่เสร็จ Giotto ก็เสียชีวิตซะก่อน ในปี 1337
จากนั้นได้มีสถาปนิกที่ชื่อว่า Francesco Talenti เป็นผู้ดำเนินการต่อจนเสร็จ
ราวๆ ปี 1350-1359 สำหรับสถาปัตยกรรมเป็นแบบโกธิค ด้านนอกถูกปกคลุมด้วยหินอ่อนที่มีค่า 3 สี


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

Campanile di Giotto

สำหรับการเข้าไปชมด้านในของหอระฆัง จะมีประตูอยู่ด้านหลัง
ไปถึงก็ซื้อบัตรเข้าชมในราคาคนละ 6 ยูโร
สำหรับวันนี้นักนักเที่ยวไม่เยอะมากนัก เพราะมีหลายคนบอกกันว่าเป็นหอระฆังที่ค่อนข้างโหด
ด้วยความที่ทางขึ้นเป็นบันไดแคบๆ แถมสูงชัน ถูกขนาบข้างด้วยกำแพงหินสองข้าง
ค่อนข้างอับ ทำให้ขาดการหายใจได้ง่ายๆ ถึงแม้จะมีช่องลมระบายอากาศไว้ให้เป็นระยะๆ
แล้วพอมีโอกาสได้ขึ้นไปด้วยตัวเองก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
กว่าจะปีนขึ้นไปได้แต่ละชั้น เรียกว่าหอบแทบจับ เมื่อยล้าไปหมด

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ทางขึ้นหอระฆัง บันไดแคบๆ เดินสวนกันลำบากมากๆ
คนหนึ่งต้องยืนตัวเลียบติดกำแพง เพื่อให้อีกคนเดินผ่าน
สำหรับคนที่ไม่ค่อยแข็งแรงนัก ไม่แนะนำให้ขึ้นไป
เนื่องจากจะขาดอากาศหายใจได้ง่ายๆ

ถึงจะเหนื่อย จะเมื่อยขนาดไหน แต่มีเหรอกาญจนาจะยอมแพ้
เรื่องเที่ยวแบบสมบุกสมบัน สู้ตายเชียวล่ะ
ในที่สุดก็ขึ้นมาถึงจุดชมวิวชั้นแรก นั่งพักเหนื่อยนิดหน่อย ก็ตะลุยถ่ายรูป
จากประสบการณ์ขอบอกว่าการถ่ายรูปที่จุดชมวิวชั้นแรก จะได้ภาพสวยที่สุด
เนื่องจากแต่ละชั้นจะมีตะแกรงกั้นเอาไว้ ชั้นแรกตะแกรงค่อนข้างห่าง
พอขึ้นไปชั้นบนจะแคบลงเรื่อยๆ กล้องๆใหญ่ๆ หมดโอกาสได้ภาพงามๆ
ส่วนกล้องเล็กๆ แบบเราไม่ค่อยมีปัญหานัก

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
Duomo จากมุมสูงบนจุดชมวิวชั้นแรก

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
แนวนอนกันบ้าง มีเครื่องบินขับผ่านพอดี

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ช่องลมของ Duomo แบบชัดๆ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
วิวด้านหน้าของหอระฆัง ผู้คนตัวเล็กเท่ามดเลยเนอะ

ชมวิวชั้นแรกจนพอใจ ก็ตะลุยขึ้นไปชั้นสอง
แต่คราวนี้บันไดเริ่มแคบลงเรื่อยๆ แถมเป็นลักษณะวนจนน่าปวดหัว
นักท่องเที่ยวก็มีทั้งขึ้นทั้งลง กว่าจะผ่านกันได้ทุลักทุเลพอสมควร
บางช่วงก็ไปติดกันอยู่ในมุมแคบๆ หุ่นเอเซียอย่างเราๆไม่เท่าไหร่
มาเจอฝรั่งไซส์ L เข้าสิลำบากมาก ต้องทำตัวลีบชิดผนังกำแพงเพื่อให้อีกคนผ่านไปได้
กว่าจะขึ้นไปถึงจุดชมวิวชั้นที่สองได้เล่นเอาเหนื่อยจนหมดแรง

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ระฆังขนาดใหญ่บนจุดชมวิวชั้นที่ 2

ไม่อยากบอกว่ามาถึงจุดชมวิวชั้นที่ 2 นี่ล่ะที่ทำให้เราเกือบเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่
อยู่ๆ หน้ามืด เข่าอ่อน ศรีษะหมุนโคลงเคลงไปหมด
จนต้องรีบนั่งในลักษณะยืดขา ให้ศีรษะต่ำที่สุด นักท่องเที่ยวก็เริ่มมองว่าเราเป็นอะไร
แต่ก็ไม่มีใครพูดหรือถาม จากนั้นไม่นานผิวหนังเราก็เริ่มเย็นลงๆ เหงื่อออกจนท่วมตัว
รู้ตัวล่ะว่าตัวเองกำลังจะเป็นลมแน่ๆ อาจจะเป็นเพราะเดินผ่านที่แคบๆ
ขาดอากาศหายใจมาเป็นช่วงๆ ประกอบกับร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง เพราะพักผ่อนน้อยช่วงนี้
จำได้ว่าเวลาเราไปเที่ยวปีนเขา บันไดหลายร้อยขั้น แต่ก็ไม่เคยหน้ามืดเป็นลมเหมือนคราวนี้
ดีหน่อยที่มาถึงจุดชมวิวชั้นที่สอง มีช่องลมขนาดใหญ่ ลมพัดแรงมากๆ
ช่วยให้ดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็เอนหลังพนักกำแพง พร้อมหลับตาไปนานเหมือนกัน
ตอนนี้สิ่งที่คิดถึงมากที่สุด คือยาดมตราโป๊ยเซียน
ถ้าเรามีติดกระเป๋าสักนิด คงช่วยได้เยอะ แถมได้แต่ภาวนา ว่าอย่าให้เป็นลมจนสลบไปเท่านั้น
เพราะคงไม่มีใครสามารถช่วยพาเราลงไปด้านล่างได้ เพราะไม่มีลิฟท์
แถมไม่มีช่องว่าง ทุกอย่างถูกปกคลุมด้วยตะแกรงตาถี่ๆ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
จากจุดชมวิวชั้นที่ 2 ถูกปกคลุมด้วยตะแกรงแบบนี้
ค่อนข้างลำบากในการถ่ายรูปนิดหน่อย

หลังจากนั่งพักอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง รับลมเย็นๆ อาการเริ่มดีขึ้น
ไหนๆ จะลงก็ลงไม่ได้ ขอขึ้นไปให้ถึงจุดชมวิวสูงสุดเลยแล้วกัน
แล้วก็ลากสังขารแบบไม่สมบูรณ์นัก ขึ้นไปถึงจุดชมวิวชั้นที่สาม
คราวนี้ลำบากมากกว่าเดิม บันไดเล็กและแคบมากๆ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
บันไดแคบๆ ลักษณะวนไปวนมา

แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะได้เห็นวิวและทัศนียภาพสวยๆ ของเมืองฟลอแร้นซ์
แต่ด้วยความที่เรายังมีอาการหน้ามืด ส่วนใหญ่เลยจะนั่งพัก
แทบไม่ได้ได้ถ่ายรูปดั่งที่ตั้งใจไว้แต่แรก

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
จากจุดชมวิวชั้นที่ 3 สามารถเห็นทัศนียภาพเมืองฟลอแร้นซ์ ไกลสุดลูกหูลูกตาเชียวล่ะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
วิวด้านล่าง มองลงไปเสียวไส้เล็กน้อย

หลังจากนั่งพักที่จุดชมวิวชั้นที่ 3 อยู่นานพอสมควร
ตอนแรกที่รักบอกว่าให้ลงไปด้านล่าง กลับบ้านกันเลยดีกว่า
เพราะเราอาการไม่ดีเลยตอนนี้ แต่เราเห็นว่าเดินลงไปตอนนี้ก็ค่าเท่ากัน
เพราะขาเริ่มอ่อนแรง ว่าจะเดินลงไปถึงชั้นล่างต้องผ่านบันไดหลายร้อยขั้น
สู้นั่งอยู่ด้านบนให้อาการดีขึ้นแล้วค่อยลงไปดีกว่า

สุดท้ายเลยตัดสินใจเดินขึ้นไปชั้นบนสุดของหอระฆัง
เพราะเหลือบันไดอีกไม่กี่ขั้นเท่านั้น ไปถึงชั้นบนสุด มีจุดให้นั่งพัก
มีเจ้าหน้าที่นั่งเล่นคอมพิวเตอร์ มีกล้องวงจรปิด ที่สามารถตรวจสอบตามจุดต่างๆที่นักท่องเที่ยว
เดินขึ้นบันไดมา หลังจากนั่งพักอยู่นานก็เริ่มสังเกตุว่านักท่องเที่ยวหลายคน
ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งหญิง ทั้งชาย ก็มีอาการไม่แตกต่างจากเรามากนัก
หลายคนนั่งพักนานพอๆ กัน หลายคนเริ่มปากซีด ตัวสั่น
ตอนแรกคิดว่ามีแต่เราซะอีกแน่ะ ส่วนตัวเองนั่งพักก็ได้แต่ภาวนาขอให้ดีขึ้นเร็วๆ
ตอนนั้นไม่ค่อยคิดเรื่องการชมวิวแล้วล่ะ คิดแต่ว่าขอให้ดีขึ้น
เพราะอยากลงไปด้านล่างให้เร็วที่สุด แต่คิดว่าตัวเองตัดสินใจถูกที่ขึ้นมาถึงจุดสูงสุด
เพราะอากาศค่อนข้างถ่ายเทสะดวก ลมแรงมากๆ หนาวยะเยือกเชียวล่ะ
ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นมากๆ แล้วไม่นานอาการหน้ามืดก็เริ่มหายไป
ขอบคุณ คุณพระคุณเจ้า ที่ยังคุ้มครองให้เราปลอดภัย

หลังจากเริ่มดีขึ้น เลยเริ่มมีแรงตะลอนชมวิวพร้อมเก็บภาพสวยๆ
ให้สมกับที่ดั้นด้นขึ้นมา จนแทบเป็นลมตายคาหอระฆัง

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ทางเดินรอบๆ สำหรับชมวิว บนจุดสูงสุงของหอระฆัง

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
อีกมุม

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ซูมให้เห็นนักท่องเที่ยวบนยอดโดมของ Duomo แบบชัดๆ
เรียกว่าต่างผลัดกันถ่ายรูปไปมา เสียดายที่เรายังไม่มีโอกาสได้ขึ้นไป

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ยิ้มแบบซีดๆ หลังจากผ่านการเป็นลมมาหมาดๆ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
หลักฐานว่าปีนขึ้นมาถึงจุดสูงสุดของหอระฆังแล้ว

ถึงแม้วันนี้ร่างกายจะไม่สมบูรณ์นัก แต่ก็ไม่เสียดายทีได้ขึ้นมา
เพราะวิวสวยมากๆ คุ้มค่าจริงๆ ชั้นบนสุด สามารถเดินชมวิวได้โดยรอบ
สามารถมองเห็นวิว ทิวทัศน์เมืองฟลอแร้นซ์ได้ทั่วถึง
มีกล้องส่องทางไกลไว้บริการเป็นจุดๆ ถึงแม้ท้องฟ้าจะไม่แจ่มใสนัก
แต่ลมเย็นๆ ก็ทำให้สบายเนื้อสบายตัวขึ้นเยอะเลย
สำหรับคนที่จะถ่ายรูป แนะนำให้แขวนกล้องถ่ายรูปไว้กับคอ
เนื่องจากด้านบนลมกระโชกแรงมากๆ แถมเราต้องเอากล้องสอดไปในช่องว่างของตะแกรง
สำหรับเก็บภาพสวยๆ ถ้าพลาดไป กล้องอาจจะหล่นลงพื้นได้ล่ะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ทัศนียภาพเมืองฟลอแร้นซ์

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
มองเห็นโบสถ์ที่ Piazza San Croce

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
Piazza di Madonna

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
มองเห็นขบวนพาเหรดอันสวยงามที่ Piazza del Repubblico

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
โบสถ์สวยๆ รูปทรงแปลกๆ


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
Piazza della Signoria จากมุมสูง
ใครอยากดูรูปปั้นเดวิด หมายเลข 2 ต้องไปที่นี่เลยจ้า

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
มองเห็น Piazza San Firenze อยู่ไม่ไกล

นี่เป็นแค่เพียงภาพตัวอย่างที่นำมาฝากกัน ใครอยากชมวิวสวยๆ ของเมืองฟลอแร้นซ์แบบจุใจ
สามารถมาปีนหอระฆัง Giotto ได้นะจ๊ะ ขอบอกว่าความสวยงามไม่ได้แพ้จุดชมวิว
บนยอดโดมของ Duomo เลยสักนิด ด้วยความสูงในระดับไล่เลี่ยกันนั่นเอง

เสียดายที่วันนี้เราไม่ค่อยสบายตัวนัก ภาพที่ออกมาก็ไม่ค่อยชัด
เพราะมื่สั่นๆ แถมลมกรรโชกแรง แต่รับรองว่าของจริง สวยงาม ตระการตามากๆ

หลังจากอาการดีขึ้น มีแรงที่จะเดินลงบันได 400 กว่าขั้น
ก็ตัดสินใจเดินลงมา ขอบอกว่าตอนช่วงเดินลงเร็วมากๆ คงเป็นเพราะเกือบหกโมงเย็น
ใกล้เวลาปิดทำการให้เข้าเยี่ยมชมนั่นเอง นักท่องเที่ยวเลยมีน้อยราย
ไม่ต้องคอยหลบ คอยเบี่ยง เดินลงแบบสบายๆ ไม่ลำบากเหมือนตอนขาขึ้น

มาถึงชั้นล่างเช็คอุณหภูมิ 33 องศา แม่เจ้า!!! ร้อนมากๆ
มิน่าเราถึงกับเป็นลม ที่รักเลยรีบพาไปที่ร้านอาหาร หาอะไรเย็นๆ ดื่มกัน
ที่รักสั่งชาเย็นๆ ใส่เลม่อนให้เรา ดื่มไปแก้วใหญ่มากๆ เพราะอยู่บนหอคอยหลายชั่วโมง
ร่างกายค่อนข้างขาดน้ำ คราวหน้าถ้ามีโอกาสได้ไปปีนอีก จะไม่ลืมพกขวดน้ำไปด้วยเด็ดขาด

นั่งพักกันจนหายเหนื่อย ที่รักบอกว่าวันี้อาการเราไม่ค่อยดี
กลับบ้านกันดีกว่า โอกาสหน้าค่อยมาเที่ยวกันใหม่
แอบเสียดายเหมือนกัน เพราะตอนแรกแพลนว่าจะไปอีกหลายที่เลยทีเดียว
ถ้าไม่ติดอยู่บนหอระฆังหลายชั่วโมง คงไปเที่ยวสถานที่สำคัญๆ ได้อีกเยอะ

จากนั้นเราสองคนก็ขับรถเดินทางกลับบ้าน
แต่ระหว่างเดินทางผ่านซอยเล็กๆ กลับไปเจอกับขบวนพาเหรดยาวหลายกิโล
จนต้องหยุดรถ แล้วรอให้ขบวนพาเหรดผ่านไปนานเกือบชั่วโมงเลยทีเดียว
ขบวนพาเหรดวันนี้สวยงาม อลังการ มีการแต่งกายแบบนักรบโบราณ
ของชาติต่างๆ ในยุโรป รวมถึงเมืองต่างๆ ของอิตาลี ให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงามกันตลอดทั้งเมือง
เราเลยลงไปเก็บภาพมาฝากกันเล็กน้อย

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ขบวนพาเหรดอันสวยงาม

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
เจ้าชาย

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
กลุ่มนี้ได้รับความสนใจมากๆ โดยเฉพาะการโยนธงขึ้นฟ้าพร้อมๆ กัน ตามจังหวะกลอง

หลังจากขบวนสุดท้ายผ่านไป ตำรวจก็เปิดทางให้รถผ่านได้
เราสองคนขับรถกันมาอีกนิดหน่อยก็เจอ Piazza Novella
เลยแวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันเล็กน้อย แต่ไม่ได้เข้าไปเยี่ยมชมด้านใน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
บรรยากาศด้านหน้า Piazza Novella นักท่องเที่ยวนักพักผ่อนกันบนลานหญ้า

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
โบสถ์สวยๆ ที่ Piazza Novella

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
พอจะกลับ ฟ้าสดใสขึ้นมาเชียว

บอกลาฟลอแร้นซ์ด้วยรูปนี้แล้วกันเนอะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

หลังจากออกจาก Piazza Novella เราสองคนก็มุ่งหน้าสู่มอเตอร์เวย์
คราวนี้ใช้เส้นทาง Firenze-Bologna-Rimini
ออกจาก Firenze ประมาณ 6 โมงเย็น ถึงบ้านสองทุ่มนิดๆ
เร็วกว่าตอนขากลับเยอะเชียวล่ะ จ่ายค่าผ่านทางกันไป 14.60 ยูโร
มอเตอร์เวย์เส้นนี้ค่อนข้างแพง เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ตัดผ่่านภูเขา มีอุโมงค์หลายสิบ
อัตราการผ่านทางเลยจะแพงกว่าเส้นทางสายอื่นๆ นั่นเอง

ต้องขอบคุณที่รัก สำหรับทริปนี้ เซอร์ไพรส์มากๆ
อาจจะเที่ยวได้ไม่มากนัก เพราะร่างกายไม่ค่อยเป็นใจ
แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ามากๆ โอกาสหน้าเจอกันใหม่นะฟลอแร้นซ์
ไม่นานเกินรอแน่ๆ


ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์น่ารักๆ ที่ฝากไว้ให้ครอบครัวเราเสมอมานะค่ะ





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


ไว้มาเดิน บันได วน ที่ โบสถ์ Dom ที่เมือง Cologne บ้างน่ะค่ะพี่มีน ไม่ใช่เล็กอย่างเดียว ยังวน ๆๆๆ อีกต่างหาก 

คราวหน้าขึ้นไปอีกก็ต้องพกยาดม ไปด้วยก็แล้วกันเน่อะ แต่ถึงยังไงก็คุ้มที่ได้ไปดูของสวย ๆ ข้างบน...

tik
23/06/2011 21:51:00

มีนเป็นนักท่องเที่ยวที่สปิริตดีมากๆ เป็นติ๊กคงถอยหลังตั้งแต่เห็นบันไดขึ้นแล้วล่ะ
แต่ก็คุ้มค่าจริงๆนะ รูปออกมาสวยเหมือนเปิดแมกซีนเลยอ่ะ
สุดท้ายยังยิ้มสู้ได้นะจ๊ะ เหมือนไม่เคยผ่านการเป็นลมมาก่อน อิอิ

hellonano
23/06/2011 07:54:00

http://hellonano.diaryclub.com »

วันนี้พาเที่ยวซะทั่วเลยค่ะพี่มีน เห็นแล้วอยากไปมากเลย แต่คงไม่กล้าเดินลงบันไดวนๆ แคบๆ แบบนั้นแน่ๆ ค่ะ มันหวาดเสียวนะเนี่ย

{cholticha@cindynam}
22/06/2011 22:44:00

http://cindynam.diaryclub.com »

เหนื่อยแต่ถือว่าคุ้มใช่มั้ยเพื่อน สวยมากเลยจ้า

โอ๋
22/06/2011 14:10:00

http://luuksorn.diaryclub.com »

เมืองสวยมากเลยพี่มีน
ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะค่ะ

oh uk
22/06/2011 13:30:00

ready to aggancia?
http://www.diary-of-us.com - Emoticon 2334.gif

G
22/06/2011 12:22:00

พี่จี นี่น่ารักตลอด นะค่ะพี่มีน ดีนะพี่มีน ไม่กลิ้ง (เอ่ย เป็นลม) แต่เห็นบรรยากาศ
แล้วคุ้มเหนื่อยน๊า พี่มีน เมืองเค้าสวยแปลกตาดีจริงๆ เลยคะ่ คิดถึงนะค๊า ^___^ 

calipso
22/06/2011 08:11:00

แหมน้องมีน มีกองเชียร์เรื่องการขับรถดีๆอย่างนี้นี่เอง เม้นท์คุณจีข้างล่างนะคะ น่ารักกันจริงคู่นี้

FooN
21/06/2011 13:19:00

น้องมีน ชอบยาดมยี่ห้อไหน แบบไหน บอกมาเลยจ้าพี่จะส่งไปให้ ห้ามเกรงใจเด็ดขาด!

FooN
21/06/2011 13:17:00

You know professional driver kangia?
davvero brava...
http://www.diary-of-us.com - Emoticon Cheerleader.gif  

G
21/06/2011 08:24:00

รักษาสุขภาพ อากาศร้อนๆดื่มน้ำเยอะๆนะคะ น้องมีน


20/06/2011 23:22:00

http://jasmindajen.diaryclub.com/ »

สวยมากม๊ากเล้ย ตรงนี้แหละมีน ที่นี่เขาไม่ได้ขึ้นไป คงเหนื่อยมากเหมือนกันนะมีน

sa
20/06/2011 17:07:00

ดีนะพี่ไม่เป็นลมไป ไม่งั้นแย่แน่ๆ บันไดก็โครตสูงเลยครับ ยังไงขอบคุณที่เอารูปสวยๆมาฝาก อิอิ

แฟนพี่ก็ดีน้า ขับรถตั้งไกลไม่บ่นเลย น่ารักจริงๆครับผม :)

น้องทอง
20/06/2011 16:39:00

http://timemykung.diaryclub.com/ »

จี ขึ้นไปกับตัวเองด้วยเหรอ? โห เป็นเค้าไม่ขึ้นไปหรอก ลงตั้งแต่ชั้นแรกแล้ว

amp
20/06/2011 15:52:00

นึกว่ามีนจะตกบันไดซะอีก ที่แท้เป็นลมนี่เอง วันหลังจะไปเที่ยวอย่าลืมพกน้ำกับยาดมไปด้วยนะจ้ะ เป็นห่วงๆ แต่รูปถ่ายที่ได้มา ก็ถือว่าคุ้มนะจ้ะ

นู๋นิต
20/06/2011 15:09:00

ถ้าจาไปแล้วเจอต้องขึ้นบันไดแบบนั้นก็คงจะเป็นลมเหมือนกันค่ะ เดี๋ยวนี้แค่ขึ้นบันไดที่บ้านชั้น 2 ชั้นก็เหนื่อยแฮ่กๆแล้วค่ะ ><

JaJa
20/06/2011 14:49:00

http://chocochub.diaryclub.com/ »

เห็นบรรไดกับชั้นแคบๆเป็นดาร์ลิ้งคงจะเป็นลมเหมือนกันเพราะช่องบรรไดแคบมากนึกภาพออกเลยเวลาเดินสวนกับฝรั่งไซส์บิีกต้องทำตัวลีบมากแค่ไหน
แต่พอเห็นภาพกับวิวก็สมกับการเหนื่อยเพราะสวยมากๆเลยค่ะพี่มีน

darling
20/06/2011 14:19:00

great shoes that you
http://www.diary-of-us.com - Emoticon 2334.gif

G
20/06/2011 13:23:00

น้องมีน มียาดมหรือเปล่าคะ ไม่มีบอกพี่นะพี่จะส่งไปให้ พี่จะต้องมีติดกระเป๋าไว้ตลอดเลยเพราะพี่อ่ะขี้โรค แถมมีหลายแท่งด้วยเอาไว้ติดหลายๆกระเป๋า 555 ออกจากบ้านลืมอะไรยังไม่ห่วงเท่ายาดมเลย รูปที่น้องมีนถ่ายมาสีสวยชัดจริงๆค่ะ
FooN
20/06/2011 13:17:00