Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1654.asp ]  Page view: 4.165 Time
Country United States 1978 Peaple
1.978
Country Anonymous Proxy 1716 Peaple
1.716
Country China 308 Peaple
308
Country Thailand 47 Peaple
47
Country Germany 19 Peaple
19
Country France 18 Peaple
18
Country United Kingdom 15 Peaple
15
Country Italy 13 Peaple
13
Country Russian Federation 9 Peaple
9
Country Japan 7 Peaple
7
Country Netherlands 7 Peaple
7
Country Canada 6 Peaple
6
Country Asia/Pacific Region 5 Peaple
5
Country Australia 5 Peaple
5
Country Hong Kong 3 Peaple
3
Country Taiwan 2 Peaple
2
Country Luxembourg 2 Peaple
2
Country Vietnam 2 Peaple
2
Country Sweden 1 Peaple
1
Country Turkey 1 Peaple
1
Country Denmark 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 04/01/2012 
Florence New Year Surprised Trip++น้ำท่วมบ้านหนักรับปีใหม่ 


Sunday, 1 January 2012

Firenze , Italy
อุณภูมิ 10 องศาเซลเซียส
แดดจ้า ตลอดทั้งวัน

กว่าจะมีอารมณ์อัพไดนี้ทำใจอยู่นาน
เหตุเพราะเพิ่งรู้ข่าวว่าบ้านที่ไทยน้ำท่วมหนักเนื่องจากน้ำป่าไหลหลาก
บ้านเราเสียหายอย่างหนัก ทำเอาเศร้ากันทั้งครอบครัว
เดี๋ยวมาเล่ารายละเอียดให้ฟังท้ายไดอารี่ ไม่งั้นเดี๋ยวอัพไดทริปล่าสุดไม่ได้แน่ๆ
เพราะคงเขียนไปน้ำตาไหลไป

...............................

วันแรกของปี  2012
เราสงคนตื่นค่อนข้างสาย เพราะวันส่งท้ายปีไปเฉลิมฉลองกันที่บ้านมามี๊จนดึก
อีกอย่างปีนี้มามี๊ขอร้องว่าปีใหม่อย่าเดินทางไกล ให้อยู่ทานอาหารกับมามี๊สักที
เราสองคนได้ไม่ได้แพลนไปไหนทั้งสิ้น ตื่นก็สาย
กว่าจะได้ออกไปร้านกาแฟก็ปาไปเกือบห้าโมงเช้า แต่ไม่นานมามี๊ก็โทรมายกเลิกนัดทานข้าวกลางวัน
เนื่องจากมามี๊ปวดแขนมาก จนต้องเลื่อนนัดไปเป็นอาหารค่ำแทน

พอมามี๊เลื่อนนัด ที่รักก็ดีใจยกใหญ่
บอกว่าเราไปเที่ยวกันดีกว่า เราเห็นว่ามีเวลาไม่ถึงสามชั่วโมงก็ค่ำล่ะ จะไปเที่ยวที่ไหนได้
เมืองใกล้ๆ พวกเราก็ไปกันหมดล่ะ แต่ที่รักก็ยืนยันว่าจะไป
เริ่มต้นที่รักก็ขับรถตรงไปยังประเทศ San Marino เราก็นึกว่าที่รักจะพาไปเที่ยวประเทศนี้เหมือนเคย
แต่พอขับไปเรื่อยๆ จนถึงใจกลางเมืองประเทศ San Marino ที่รักกลับไม่ยอดรถ
ขับอ้อมไปทางด้านหลังซึ่งเป็นภูเขา ไม่นานก็กลับเข้าสู่เขตประเทศอิตาลีอีกครั้ง
พยายามถามที่รักอยู่หลายรอบว่าตกลงจะไปไหน ที่รักก็บอกว่า เซร์ไพรส์ เซอร์ไพรส์ อยู่นั่นล่ะ
จนเราหมั่นไส้เลิกถามไปเลย

ขับรถมาได้หน่อยก็กลับมายังเส้นทางเดิมที่เราไปเที่ยว Eremo ดูหิมะกันมาในไดอารี่ก่อน
เราก็คิดว่าที่รักต้องพาไปดูหิมะอีกรอบแน่ๆ แต่พอเข้ามาใกล้ Eremo ที่รักก็เปลี่ยนเส้นทางอีกรอบ
ยิ่งขับไกลไปเรื่อยๆ ก็มีแต่ภูเขาสูงชัน ด้านข้างเต็มไปด้วยหิมะแข็งๆ คาดว่าตกมาหลายวัน
ดีหน่อยที่วันนี้อากาศไม่ค่อยหนาวเย็นนัก
ที่รักเห็นเราถามหลายรอบว่าจะไปไหน ที่รักเลยบอกว่าจะพาไปดูหิมะที่เมือง Arezzo
เราก็ลงมือเสิร์ชหาข้อมูลเมืองนี้ มันค่อนข้างไกลจากบ้านเราเยอะมาก
ร้อยกว่ากิโลกันเลยทีเดียว แถมเส้นทางที่จะไปต้องผ่านภูเขาหลายสิบลูก

ขับขึ้นเขา ลงเขาไปได้สักสองชั่วโมงก็ยังไม่ถึงที่หมายสักที
เพราะถนนค่อนข้างลื่น มีทั้งหิมะและน้ำแข็งปกคลุม เส้นทางก็มีแต่โค้ง แต่เหว
นับไม่ถ้วนว่าผ่านไปกี่โค้ง จากเริ่มแรกที่สดใสร่าเริง นั่งรถไปร้องเพลงไป เปลี่ยนเป็นหน้าบึ้งแทน
เพราะท้องไส้เริ่มปั่นป่วนคล้ายจะอาเจียน ยังดีที่มียาดมติดตัวไปด้วย
แถมอาการปวดฉี่ก็เพิ่มขึ้นมาอีก ที่รักก็พยายามหาร้านกาแฟ หรือปั๊มที่เปิดบริการ
แต่ท่ามกลางหุบเขาแบบนี้ แถมเป็นวันปีใหม่ ไม่ง่ายเลยที่จะหาเจอ
ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมงเราก็ยังหาห้องน้ำไม่ได้ ปวดฉี่แสนทรมาน น้ำเปล่าก็ไม่กล้าดื่ม
เพราะกลัวอั้นฉี่ไว้ไม่ได้

ที่รักก็เป็นหวัด ทั้งไอ ทั้งจาม น้ำมูกไหลตลอดเวลา
เวลาจามแต่ละที มือไม่นิ่ง ทำเอารถโอนเอียง เราก็ลัวจะตกเหว จะเปลี่ยนเป็นคนขับเองก็ไม่กล้า
อีกอย่างหาที่จอดรถไม่ได้อีกต่างหาก

คราวนี้กาญจนาก็เริ่มเปลี่ยนเป็นนางยักษ์ บ่นที่รักเป็นหมีกินผึ้งเลยทีเดียว
แต่พอที่รักบอกว่า ขอโทษ ที่รักไม่ได้ตั้งใจ แค่อยากเซอรืไพรส์ พาเราไปเมือง Firenze
หรือ Florence ที่หลายๆ คนรู้จัก เพราะที่รักรู้ว่าเราชอบเมืองนี้มาก
ถึงแม้จะไปมาหลายครั้ง แต่ก็ยังเที่ยวไม่ทั่ว มีความสุขทุกครั้งที่ได้ไปเยือนเมืองนี้
แต่อารมณ์นั้นอารมณ์โกรธมากกว่า พูดแบบไม่รักษาน้ำใจไปว่า
"ถ้าเซอร์ไพรส์แล้วทำให้ต้องทรมานแบบนี้ ไม่ต้องพามาดีกว่า"

ที่รักถึงกับหน้าถอดสี เรามองแล้วก็สงสารจนคิดได้ว่าตัวเองพูดแรงไปไหม
แถมพอเห็นจมูกที่รักแดงก่ำจากการสั่งน้ำมูกตลอดการเดินทาง ทำเอาสงสาร
ที่รักอยากพาเราไปในที่ที่เราชอบ อยากให้เรามีความสุขในวันปีใหม่
ที่รักคงไม่คิดจะพาเรามาทรมานให้ลำบาก แค่รู้เท่าไม่ถึงการณ์
ขนาดไม่สบายก็ยังอยากพามาเที่ยวฉลองปีใหม่ด้วยกันสองคน เหมือนทุกๆ ปีที่ผ่านมา
สรุปเลยต้องขอโทษกันและกัน กลับมายิ้มให้กันอีกครั้ง

สามชั่วโมงผ่านไป เราก็มาถึงเมือง Arezzo คราวนี้รีบพากันขึ้นมอเตอร์เวย์
เพราะที่นั่นมีปั๊ม มีห้องน้ำแน่นอน แต่กว่าจะขับไปถึงมอเตอร์เวย์ ปาไป 20 กว่ากิโล แม่เจ้า!!!
ปวดฉี่จนแทบกลั้นไว้ไม่อยู่ ปวดท้องทรมานที่สุด
แต่ในที่สุดเราก็ได้เข้าห้องน้ำจนได้ อาการปวดท้องหายไปเป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียว
รีบหาซื้อขนมปังใส่แฮมมาทานกัน เพราะเลยอาหารเที่ยงมานาน
ปรากฎว่าอาหารแพงมากๆ ขนมปังใส่แฮมธรรมดาชิ้นล่ะ 5.90 ยูโร แต่ที่หนักกว่า
คือน้ำส้มถุงเล็กๆ ที่เราซื้อทานกันบ่อยๆ ที่เมืองเราขาย 0.35 ยูโร แต่ที่นี่ 2.50 ยูโร
มันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน แต่ทำงัยได้ไม่มีทางเลือก

ออกจากปั๊มบนมอเตอร์เวย์ ขับรถต่อไปอีก 50 กิโลเมตรก็ถึงเขตเมือง Firenze
ซึ่งเวลานั้นเป็นเวลาบ่ายสามกว่าๆ ซึ่งหมายถึงเหลือเวลาอีกไม่เกิน 1-2 ชั่วโมงให้เราได้เที่ยวกัน
หน้าหนาวมืดเร็ว แต่ที่รักก็บอกว่าตั้งใจพาเรามาดูพระอาทิตย์ตกดินที่ Firenze ก็ต้องมาใกล้มืดแบบนี้ล่ะ
 เพราะเราเคยบ่นๆ ว่ามาทีไรอดดูพระอาทิตย์ตกดินเพราะต้องรีบเดินทางกลับบ้านตลอดทุกครั้ง
แต่เราก็ยังอยากเที่ยวสถานที่อื่นๆ ในช่วงเวลากลางวันด้วยนี่น่า

มาถึงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบบึ่งรถเข้าใจกลางเมืองก่อนเลย
วันนี้ฟลอแรนซ์เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว ใจกลางเมืองรถติดอย่างหนัก ทั้งรถยนต์ รถบัส
ส่วนถนนคนก็เดินกันขวักไขว่ ขับรถลำบากเป็นที่สุด
ก็วันนี้ฟลอแร้นซ์อากาศดีมาก อุณหภูมิ 10 องศาเลยทีเดียว
ขนาดบ่ายสามกว่าๆ ปกติบ้านเราพระอาทิตย์ตกดินไปล่ะ ที่นี่ยังมีแดดจ้าอยู่เลย
เราเห็นพอมีเวลา เลยชวนที่รักไปเที่ยวที่ Ponte Vecchio
สะพานที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดอันดับ 5 ของโลกเลยทีเดียว
(ข้อมูลจาก http:/travel.mthai.com/travel-blog/40713.html )

Ponte  Vecchio สะพานข้ามแม่น้ำอาร์โน เป็นสะพานไม้อายุหลายร้อยศตวรรษแห่งแรก

เป็นสะพานโบราณสะพานเดียวที่เหลืออยู่ในเมืองฟลอเรนซ์
และยังแป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำอาร์โนสะพานแรกของเมืองฟลอเรนซ์
สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 972 แต่เกิดน้ำท่วมใหญ่ 2 ครั้ง (ปีค.ศ. 1177 กับปีค.ศ. 1333)
กระแสน้ำพัดทำให้สะพานพังทลายไป
ต่อมาจึงได้มีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำอาร์โนขึ้นมาใหม่ในปีค.ศ. 1345 และใช้มาจนถึงปัจจุบัน

            ผู้ออกแบบสะพานคือ วาซารี (Vasari) ผู้เป็นทั้งสถาปนิกและจิตรกร
 วาซารีออกแบบทางเดินบนสะพานให้มีหลังคาคลุม

            ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 สะพานเวคคิโอรอดพ้นจากการทิ้งระเบิดของพวกนาซี
และฝ่ายสัมพันธมิตรมาได้อย่างน่าอัศจรรย์

(ที่มาจากหนังสือ ท่องเที่ยวอิตาลี)

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
บรรยากาศริมแม่น้ำอาร์โน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
น้ำใสแจ๋ว นี่คือเสน่ห์ของที่นี่ล่ะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ย้อนแสงมองไม่เห็นคนเลย

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ฝั่งตรงกันข้ามเป็นพิพิธภัณฑ์กาลิเลโอ ยังไม่มีโอกาสไปเยือนสักที


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ฝั่งตรงข้ามที่เห็นเต็มไปด้วยร้านทอง

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
มองเห็น Ponte Vecchio กันไหม

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ชัดๆ


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
Kangi & Ponte Vecchio

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
อีกแนว

เสียดายเราไม่ได้ไปถ่ายรูปกลางสะพาน เพราะคนเยอะมาก
เข้าไปแล้วมองไม่เห็นอะไรเลย ฝรั่งตัวโตๆ ก็พากันตั้งกล้องถ่ายรูป แย่งกันไปกันมา
จนที่รักทนรอไม่ไหว บอกไปถ่ายริมกำแพงใกล้ๆ สวยกว่าตั้งเยอะ

เลยได้รูปมาแบบที่เห็น จริงๆ ถ้าอยากได้แบบสวยๆ เราต้องเดินไปไกลอีกประมาณ 1 กิโลเมตร
จะมีสะพานซึ่งสามารถซูมและถ่ายภาพสะพานในระดับตรง จะสวยงามมากๆ
แต่เราก็ไม่มีโอกาส เพราะเอารถมาด้วย ขับย้อนศรไม่ได้อีกต่างหาก
อีกอย่างพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ที่รักตั้งใจพาเรามาดูพระอาทิตย์ตกดิน
ก็เลยต้องรีบออกจากที่นี่ เพื่อมุ่งหน้าไปยัง Piazzale Michelangelo
สถานที่ที่สำคัญอีกที่หนึ่งของเมืองฟลอแร้นซ์ ที่สามารถชมวิวเมืองฟลอแร้นซ์ได้ทั่ว
แถมนักท่องเที่ยวนิยมมาชมพระอาทิตย์ตกดินกันที่นี่
ว่ากันว่ามาถึงเมืองฟลอแร้นซ์ต้องไม่พลาดมาชมความสวยงามยามพระอาทิตย์ตกดินที่นี่ล่ะ
ดังนั้นวันนี้พลาดไม่ได้ล่ะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ระหว่างเดินทาง เริ่มมืดล่ะ

กว่าจะมาถึง Piazzale Michelangelo รถติดยาวเหยียด
หลายกิโลเมตรเลยทีเดียว ดีหน่อยที่เราอ้อมไปอีกทาง
แต่ค่อนข้างอันตรายมาก เพราะเป็นทางแคบๆ ดิ่งขึ้นเขา ที่รักต้องใช้เบรคมืออยู่หลายรอบ
แต่ให้ไปทางธรรมดา คงอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึง
ในที่สุดเราก็มาถึงที่หมายจนได้ แต่กว่าจะหาที่จอดรถได้วนหาอยู่หลายสิบรอบ
เรียกว่าแย่งที่จอดรถกันสุดฤทธิ์ แต่ในที่สุดโชคก็เข้าข้าง
เราสองคนก็ได้ที่จอดรถซึ่งไม่ไกลจากจุดชมวิวมากนัก

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
รูปปั้น David ที่ Piazzale Michelangelo

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ด้านหน้า

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
เบื้องหลัง


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
Kangi

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
แล้วก็ Kangi อีกล่ะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
วิวเมืองฟลอแร้นซ์

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
มีแต่ผู้คนยืนเกาะกำแพงรอชมวิวยามพระอาทิตย์ตกดิน


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
แดดส่องมองไม่เห็นตาเลยเนอะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
กับยอดโดมสีแดง สัญลักษณ์ของเมืองฟลอแร้นซ์

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
วิวสวยๆ ของเมืองฟลอแร้นซ์

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
มองเห็นสถานที่สำคัญๆ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
Duomo ประจำเมืองฟลอแร้นซ์ เราเคยไปเป็นลมบนหอคอยที่นี่ล่ะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
กับวิวแบบไกลๆ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
มาเห็นแล้วยิ้มออกเลย

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
Ponte Vecchio ที่เราไปเที่ยวกันมาก่อนหน้านี้

ยิ่งใกล้ค่ำ ผู้คนก็เริ่มเยอะ แน่นขนัดไปหมด
หลายคนมาชมวิว บ้างก็มานั่งฟังเพลง วันนี้มีนักดรตรีเปิดหมวกมาร้องเพลงขับกล่อมให้ได้ฟังกัน
ไพเราะ และโรแมนติกเป็นที่สุด

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
นั่งรอดูพระอาทิตย์ตกดิน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
Sunset at Firenze

สุดท้ายก็ได้มาดูพระอาทิตย์ตกดินที่เมืองฟลอแร้นซ์ดังที่เคยตั้งใจไว้
สวย โรแมนติก ประทับใจที่สุด
ต้องขอบคุณที่รักนะเนี่ย ถึงแม้จะเป็นเซอรืไพรส์ที่ค่อนข้างทรมานไปนิด
แต่เมื่อมาถึง กลับทำให้เรามีความสุขที่สุด

แต่คนพามานี่สิอาการหนักเอาการ ทั้งไอ ทั้งจาม
แถมมาเจออากาศเย็นๆ ตัวร้อนจี๋ขึ้นมาทีเดียว เราห่วงที่รักเลยขอยกเลิกการไปทัวร์เมืองฟลอแร้นซ์ยามค่ำคืน
ชวนที่รักขึ้นมอเตอร์เวย์เดินทางกลับบ้าน
แม้ระยะทางบนมอเตอร์เวย์จะค่อนข้างไกลกว่าเส้นทางหุบเขาที่ที่รักพาเรามาเกือบ 100 กิโลเมตร
แต่ก็อุ่นใจกว่ากันเยอะ อย่างน้อยมีปั๊ม มีห้องน้ำให้เราได้พัก
มีเพื่อนร่วมเดินทาง ไม่ใช่โดดเดี๋ยวอยู่ท่ามกลางหุบเขาเหมือขามา
แต่ก็จ่ายค่ามอเตอร์เวย์ไปค่อนข้างเยอะเช่นกัน เพราะเส้นทางนี้เป็นเส้นทางตัดผ่านภูเขาหลายสิบลูก
มีแต่อุโมงค์นับไม่ถ้วน ราคาค่าผ่านทางเลยค่อนข้างแพงกว่าเส้นทางสายอื่นๆ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ท้องฟ้าสีสวย กำลังจะบอกลาช่วงกลางวัน

ขับรถกัมาเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก ใช้เวลา 3 ชั่วโมง
เราสองคนก็ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ แต่มาถึงที่รักก็ถึงกับจับไข้ตัวร้อนจี๋
จากที่ง่วงนอนมากๆ เพราะเหนื่อยจากการเดินทาง
ต้องมานั่งเฝ้าไข้ที่รัก คอยเช็ดเนื้อเช็ดตัว กว่าจะได้นอนปาไปตีหนึ่งกว่าๆ
แถมตีสามที่รักตื่นมาเพราะไออย่างหนัก
สรุปคืนนั้นทั้งคืนแทบไม่ได้หลับได้นอนกันเลยทีเดียว
แถมเช้ามาที่รักอาการก็ยังไม่ดีขึ้น ต้องรีบพาไปหาหมอ ซื้อยามาทาอีกเพียบ
ณ ปัจจุบัน อาการไข้ลดลง แต่ก็ต้องลางานต่อเนื่องถึงสองวัน
พรุ่งนี้หวังว่าที่รักจะอาการดีขึ้น กลับไปทำงานได้ตามปกติ

ปีใหม่ปีนี้บ้านเราเลยเจอเรื่องไม่ค่อยดีนัก
ทั้งที่รักป่วยเป็นไข้หวัดอย่างหนัก ต้อนรับปีใหม่
แถมวันนี้เราโทรหาเพื่อนสนิท เพื่อนบอกว่าที่บ้านน้ำท่วมหนัก ตั้งแต่คืนวันปีใหม่
เพราะฝนตกหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง จากนั้นน้ำป่าก็ไหลหลากเข้าท่วมหมูบ้านอย่างรวดเร็ว
ชนิดที่ไม่ทันตั้งตัว บ้านเพื่อนเป็นบ้านไม้สองชั้น ยังแทบไม่มีที่อยู่
แถมบางบ้านน้ำก็พัดบ้านไปทั้งหลัง เสียหายหนัก

เราเลยรีบโทรกลับบ้าน แม่รับสายบอกเราด้วยเสียงเศร้า
ว่า "บ้านเราไม่เหลืออะไรแล้ว" ลูกตาลหมาที่พ่อกับแม่รักมาก อายุ 10 ปี
เพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากของพ่อกับแม่ก็หายไปกับน้ำตั้งแต่คืนวันปีใหม่
เราฟังได้แต่ช็อค ไม่เข้าใจว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร
เพราะวันปีใหม่ ช่วงบ่ายๆ ตามเวลาที่ไทย เรายังโทรไปอวยพรปีใหม่กับพ่อและแม่อยู่เลย
เผลอไม่ได้โทรหาทางบ้านวันเดียว เพราะมัวเป็นพยาบาลดูแลที่รัก
ปรากฎว่าบ้านเราน้ำท่วมอย่างหนัก ระดับน้ำในบ้านสูงระดับคอ
ข้าวของเสียหายหมดเกลี้ยง เพราะน้ำมาช่วงกลางดึก พ่อกับแม่เก็บอะไรไม่ทัน
แถมบ้านเรามีเด็กตัวเล็กๆ อายุแค่ 8 เดือน
ทุกคนเลยพุ่งเป้าไปที่หลานก่อนอันดับแรก

แค่ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง บ้านเราก็เต็มไปด้วยน้ำ
พ่อต้องพยายามช่วยชีวิตหมูจำนวน 40 ตัว หมาแมวอีกเกือบ 10 ไหนจะไก่ที่เต็มบ้านไปหมด
สองวันสองคืนเต็มๆ ที่พ่อต้องทำงานหนักมาก แม่บอกว่าพ่อทั้งเหนื่อยทั้งล้า
เพราะก่อนหน้าก็นอนซมเพราะพิษไข้ ยังไม่หายดีเลยด้วยซ้ำ
ทำเอาเราน้ำตาซึม สงสารพ่อกับแม่จับใจ
พ่อบอกว่าจะทิ้งบ้านหนีเอาตัวรอดก็ไม่ได้ พ่อสงสารสัตว์เลี้ยงตาดำๆ
จะให้มันจมน้ำไปต่อหน้าต่อหน้า พ่อทำไม่ได้จริงๆ
ก็เลยไม่ยอมออกจากบ้าน ใช้ไม้กระดานแผ่นเล็กๆ วางบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยข้าวของ
ใช้นั่งไปวันๆ พ่อกับแม่ไม่ได้นอนกันสองวันเต็มๆ
อาหารก็แทบไม่ตกถึงท้อง ครั้งนี้บ้านเราลำบากกันแสนสาหัสจริงๆ
ไหนจะเอกสารสำคัญต่างๆ ทั้งของเราและของพ่อ จมน้ำจนหมด
พ่อถึงกับบอกว่า "ถ้าพ่อตาย ก็คงนอนตายตาไม่หลับ"
เราถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ไม่อยากร้องไห้ให้ท่านได้ยิน
ไม่งั้นพ่อคงไม่มีกำลังใจ

แต่ก็โชคดีที่เช้านี้หลานชายของพ่อเข้ามาช่วยรับหลานกับน้องออกจากบ้าน
เพราะดูระดับน้ำแล้วคงไม่ลดง่ายๆ ถ้าฝืนอยู่กันแบบนี้ต่อไปคงลำบากแน่ๆ
โทรศัพท์แบตเตอรี่ก็ใกล้หมดเต็มที บ้านเราอยู่กลางสวน ห่างไกลจากผู้คน
ถ้าแบตหมดก็ขาดการติดต่อกันเลยทีเดียว

แต่กว่าจะพาหลานออกไปได้ ต้องใช้มือชูหลานชายไว้เหนือศีรษะ
แล้วเดินฝ่าน้ำระดับคอไปเกือบสองกิโลเมตร น้ำเชี่ยวและไหลแรง ทำเอาเกือบล้มไปหลายครั้ง
พ่อบอกว่าส่งน้องกับหลานแค่ครึ่งทาง พ่อก็ต้องรีบกลับมาดูแลที่บ้านต่อ
จากนั้นก็ขาดการติดต่อกับน้องสาวไประยะหนึ่ง กว่าจะติดต่อกันได้ก็ช่วงเย็นๆ วันนี้
ตอนนี้ทั้งน้องทั้งหลานไปอยู่กับญาติอีกอำเภอหนึ่งปลอดภัยดี

เราก็ได้แต่โทรหา ติดตามสถานการณืตลอดทั้งวัน
สงสารครอบครัวที่ไทยจับใจ โดยเฉพาะพ่อกับแม่ อยากช่วยแต่ก็ไปไม่ได้
จำได้ว่าตั้งแต่เด็กจนโต น้ำท่วมบ้านทีไร เราก็มักจะอยู่ด้วยทุกครั้ง
มีอะไรก็ช่วยๆ กัน ตายก็ตายด้วยกัน
ยกเว้นรอบนี้ล่ะ ท่วมหนักกว่าทุกครั้ง
แต่เราไม่มีโอกาสได้อยู่ช่วยบรรเทาทุกข์ให้พ่อกับแม่ เป็นอะไรที่เศร้าที่สุด
รู้แต่ช่วยอะไรไม่ได้ มันทรมานจริงๆ นะ

ก่อนค่ำโทรหาพ่ออีกครั้ง พ่อบอกว่าพยากรณ์อากาศแจ้งว่า
จะมีพายุลูกใหม่พัดผ่าน ให้ระวังน้ำป่าไหลหลาก พ่อกับแม่คงต้องเฝ้าติดตาม
ไม่ได้หลับได้นอนกันอีกหนึ่งคืน  ได้แต่หวังว่ามันจะไม่เกิดขึ้น
และขอให้พรุ่งนี้น้ำลดลง

ช่างเป็นปีใหม่ที่ประทับใจเหลือเกิน
หวังว่าเรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเราจะผ่านไปในเร็ววัน
ขอคุณพระคุณเจ้าคุ้มครอทุกคนที่บ้านให้ปลอดภัยด้วยเถอะ

...................

ปล.

ขอบคุณสำหรับทุกคำอวยพรจากไดอารี่ก่อนหน้านี้
และขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจผ่านไดอารี่และ FB ด้วยนะค่ะ
ครอบครัวเราจะเข้มแข็งและผ่านเหตุการ์ร้ายๆ นี้ไปให้ได้ค่ะ





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


ไม่เป็นไรนะมีน ใจเย็นๆทำใจให้สบาย ตอนนี้ทุกอย่างน่าจะดีขึ้นแล้วใช่มั๊ย
คุณจีก็ไม่สบายมีนต้องเป็นกำลังใจให้ทุกคนน๊า
ขอให้คุณจีหายป่วยไวไว ครอบครัวมีนผ่านปัญหาไปให้ได้
เป็นกำลังใจให้อีกคนจ๊ะมีน

ทริปนี้สวย และโรแมนติกจัง คุณจีนี่โรแมนติกเนาะ
หายป่วยแล้วพามีนไปเที่ยวอีกนะค๊า 

hellonano
05/01/2012 07:57:00

http://hellonano.diaryclub.com »

พระอาทิตย์ตกดินที่ฟลอเร้นซ์ สวยที่สุดเคยได้อ่านเรื่องราวของประเทศนี้นานมาแล้วววค่ะ

รู้ข่าวทางบ้านน้อง แสนเศร้าไปด้วยเลย ปีนี้เมืองไทยแย่มากๆ บ้าคุณแม่ที่ไทยทั้งที่อยุธยาและบ้านแม่ใหญ่ก้เสียหายหนัก โดยเฉพาะที่อยุธยาเสียหายมากกว่าห้าล้านบาทเครื่องจักรเสียหายด้วยปีนี้น้ำท่วม มากกว่าสามเดือนพูดไปออกกันเลยค่ะ ต้องฟื้นฟูกันมากเลยค่ะปีนี้ และยังได้ข่าวมาว่าน้ำจะท่วมอีกด้วยในปลายปีนี้ ก็เตรียมตัวรับมืออีก

ขอให้ครอบครัวน้องมีนผ่านพ้นเรื่องร้ายๆนี้ไปให้ได้นะคะ น้องมีนต้องเข้มแข็งน้าาาาาาา...และขอให้แฟนน้องมีนหายป่วยไวไวนะคะ แฟนน้องมีนน่ารักและใจดีมากนะคะ หายากนะแบบนี้ ดูแลกันดีดีนะคะ รักกันให้มากๆนะคะ

คุณแม่
05/01/2012 01:22:00

http://http:khunmae.diaryclub.com/ »

เป็นกำลังใจให้น้องมีนและครอบครัวนะคะ

ขอให้ทุกคนปลอดภัย ลูกตาลกลับมาบ้านและสถานการณ์ดีขึ้น ๆ ๆ ในเร็ววันค่ะ 

memaviemeo
04/01/2012 22:40:00

ทุกคนในบ้านปลอดภัยถือเป็นข่าวดีที่สุดค่ะน้องมีน  อย่างอื่นค่อยๆแก้ไขกันไป  เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ

maita
04/01/2012 16:21:00

be strong na ja


04/01/2012 15:26:00

http://tunyong.diaryclub.com »

สวัสดีปีใหม่นะจ๊ะมีน ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองมีนและครอบครัวนะคะ ขอให้ครอบครัวที่ไทยผ่านเหตุการณ์ร้ายๆไปได้โดยเร็วนะคะ ผ่านพ้นจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคกลาง ก็ไปต่อที่ภาคใต้อีก ไม่รู้เมื่อไรจะจบเรื่องร้ายๆเสียที หลายๆคนบอกธรรมชาติกำลังให้บทเรียนกับเราที่ไม่รักและดูแลธรรมชาติ แต่บทเรียนครั้งนี้รุนแรงเกินไปจริงๆ

เมือง Florence สวยจังเลยจ๊ะ โรแมนติก พี่เคยรู้จักเมืองนี้จากการอ่านนิยายญี่ปุ่นยังนึกอยากไปอยู่เหมือนกัน ไม่รู้เมื่อไรจะมีโอกาส

พี่บ๊วย
04/01/2012 07:43:00

ตอนนี้เป็นไงบ้าง น้ำที่บ้านลดลงบ้างยัง เมื่อเช้าน้องที่ หญ จะกลับ กทม ก็ยังต้องไปอ้อมละแม แล้วมาโผล่ที่สวีอยู่เลยอ่ะ ขอให้น้ำลดลงไวไว อย่ามีมาเพิ่มอีกเลยนะ และขอให้พ่อ-แม่ปลอดภัย มาเริ่มต้นกันใหม่นะ สู้ๆ
Nok
04/01/2012 06:54:00

มาเป็นกำลังใจให้พี่มีนและครอบครัวนะคะ
ปูเชื่อว่าครอบครัวพี่มีนจะปลอดภัยคะ
ขอคุณพระคุ้มครองครอบครัวพี่มีนนะคะ

ปู
04/01/2012 06:51:00

http://littlecrab.diaryclub.com »

เอาใจช่วยนะมีน อย่าคิดอะไรมาก กุ๊กไก่ดูข่าวอยู่เค้าบอกว่าน้ำค่อยๆ ลดลงแล้วอ ภาวนาอย่าให้ฝนตกซ้ำลงมา กุ๊กไก่ว่าลองคุยกับพ่อแม่ให้ออกมาก่อนดีไหม  

สู้ๆ นะ สวัสดีปีใหม่นะจ๊ะ กุ๊กไ่ก่ไม่ได้แวะมาทักทายเลย 

kookkai
04/01/2012 06:10:00

แวะมาเป็นอีก 1 กำลังใจค่ะ

FooN
04/01/2012 04:53:00

เมืองฟรอเร้นท์สวยจริง ๆ เลยค่ะ แต่กว่าจะได้ไปคงอีกนาน เอาใจช่วยพี่มีนน่ะค่ะ ขอให้ทุกคน รวมทั้งสัตว์ทั้งหลายปลอดภัย ดีที่เอาหลานออกมาได้ทัน สู้ ๆ นะค่ะพี่มีน...
Tikkachan
03/01/2012 22:30:00

สู้ๆนะเพื่อนมีน เข้มแข็งไว้นะ เราเอาใจช่วย

นู๋นิต
03/01/2012 22:13:00