Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

5/8/2018
13/7/2018
19/6/2018
17/6/2018
6/6/2018
28/3/2018
12/12/2017
22/11/2017
10/11/2017
29/10/2017
12/10/2017
6/10/2017
6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1678.asp ]  Page view: 25.647 Time
Country Anonymous Proxy 13157 Peaple
13.157
Country United States 5678 Peaple
5.678
Country Thailand 5621 Peaple
5.621
Country Australia 245 Peaple
245
Country China 228 Peaple
228
Country Asia/Pacific Region 155 Peaple
155
Country United Kingdom 84 Peaple
84
Country France 80 Peaple
80
Country Italy 68 Peaple
68
Country Germany 64 Peaple
64
Country Sweden 34 Peaple
34
Country Russian Federation 22 Peaple
22
Country Japan 21 Peaple
21
Country Singapore 20 Peaple
20
Country Norway 16 Peaple
16
Country Lao People
14
Country Netherlands 13 Peaple
13
Country Korea - Republic of 11 Peaple
11
Country Denmark 10 Peaple
10
Country Canada 9 Peaple
9
Country Luxembourg 9 Peaple
9
Country Finland 8 Peaple
8
Country Belgium 6 Peaple
6
Country Turkey 6 Peaple
6
Country Vietnam 6 Peaple
6
Country Switzerland 5 Peaple
5
Country Hong Kong 5 Peaple
5
Country Malaysia 5 Peaple
5
Country New Zealand 5 Peaple
5
Country Ireland 4 Peaple
4
Country Latvia 4 Peaple
4
Country Austria 4 Peaple
4
Country Spain 4 Peaple
4
Country United Arab Emirates 3 Peaple
3
Country Brazil 3 Peaple
3
Country Philippines 3 Peaple
3
Country Mexico 2 Peaple
2
Country Bahrain 2 Peaple
2
Country Taiwan 2 Peaple
2
Country Ukraine 1 Peaple
1
Country Venezuela 1 Peaple
1
Country Cambodia 1 Peaple
1
Country Cyprus 1 Peaple
1
Country India 1 Peaple
1
Country Estonia 1 Peaple
1
Country Maldives 1 Peaple
1
Country Portugal 1 Peaple
1
Country Romania 1 Peaple
1
Country Slovenia 1 Peaple
1
Country Peru 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 15/02/2012 
เรื่องสิวๆ ที่ไม่สิว++ที่รักป่วย 



Wednesday, 15 February 2012

Rimini , Italy
อุณภูมิ -6 องศาเซลเซียส
แดดอ่อนๆ แต่อากาศหนาวจัด


หายไปจากไดอารี่นานมาก คิดถึงมากถึงมากที่สุด
ช่วงนี้มีหลายเรื่องประดังเข้ามา จนแทบไม่มีเวลาอยู่หน้าคอม

ขนาด FB ที่เคยแวะเวียนอยู่เป็นประจำ ก็แทบไม่ได้แว่บเข้าไปเลย
เริ่มแรกประสบปัญหาสิวบุก จริงๆ มันก็บุกมาสามปีแล้วล่ะ

ตั้งแต่ย้ายมาอยู่อิตาลี ปีแรกๆ บุกเยอะมาก จนทนไม่ไหวพากันไปหาหมอผิวหนังที่นี่
หมอก็บอกว่าเพราะเราเปลี่ยนประเทศ สั่งยาแต้มหัวสิวมาให้แล้วก็กลับบ้าน
ปรากฎว่าใช้ไปเกือบหกเดือนก็แทบไม่ดีขึ้น
ที่รักก็พาไปซื้อสารพัดครีมและสกินแคร์ที่คิดว่าจะช่วยให้หน้าดีขึ้น
นับถึงปัจจุบันก็ยังหาสกินแคร์ที่เข้ากับหน้าตัวเองไม่ได้

จากคนที่หน้าเคยใสกิ๊กๆ ตอนอยู่ไทย ทำเอาเครียดไม่เป็นอันกินอันนอน
ยิ่งเครียดมันก็ยิ่งขึ้นมากขึ้น แถมปีที่สองที่มาอยู่อิตาลี
ปรากฎว่าสิวขึ้นบริเวณรอบปากและคางเยอะมาก 
ตอนนั้นก็ยังไม่ได้สังสัยว่าตัวเองมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในร่างกายในคือซีสนั่นเอง
จนกระทั่งออกอาการ และผ่าตัดในที่สุด คุณหมอบอกว่าสิวที่ปรากฎบริเวณรอบปาก
และบริเวณคาง ร่างกายสื่อให้ทราบว่ามีปัญหาเรื่องมดลูกและรังไข่
เช่นเจ้าซีสหรือเนื้องอกเป็นต้น
หลังจากตรวจเจอเจ้าซีสก็ต้องมาศึกษาหาข้อมูลเรื่องตำแหน่งสิวบอกโรค
มันก็เป็นจริงดังที่คุณหมอบอกนะ เพราะก่อนหน้าเราเป็นสิวใต้ริมฝีปากซ้ายและขวา
เลยมาจนถึงคางจริงๆ แถมเป็นนานมาก ไม่มีทีท่าว่าจะหายเลยด้วยซ้ำ
ใครสนใจเรื่อง สิวบอกโรค คลิกอ่านได้ที่นี่นะจ๊ะ

หลังจากผ่าตัดก็คิดว่าเจ้าสิวตัวร้ายจะลาจากกันไปสักที

ปรากฎว่ามันก็ลาจากอยู่นะ แต่ไม่ตลอดไปนะสิ แค่เดือนสองเดือน
หลังจากนั้นก็บุกหนักกว่าเดิมอีก รอบนี้เพิ่มขึ้นมาเป็นบริเวณแก้มซ้ายอีกด้วย
แถมเป็นสิวเม็ดใหญ่ๆ แค่เม็ดเดียวก็สามารถมองเห็นในระยะ 100 เมตรแล้วล่ะ

อีกอย่างที่ร้ายว่านั้นคือเป็นสิวแบบไม่มีหัว ทายายุบไป ไม่กี่วันก็ขึ้นมาใหม่
ซ้ำๆ อยู่ที่เดิม บางทีเม็ดหนึ่งอยู่บนหน้า 3-4 เดือน แดงๆบวมๆ อยู่แบบนั้นล่ะ
ทำเอาเราเครียดไม่เป็นอันกินอันนอน สุดท้ายก็เอามือไปบีบ
คราวนี้เลยอักเสบและลุกลาม เพราะหน้าคนมีโครงสร้างเป็นรูปตาข่าย
มีต่อมไขมันอยู่ใกล้ๆ กัน เวลาบีบเม็ดหนึ่งก็จะลุกลามไปอีกทีหนึ่ง
โดยเฉพาะบริเวณคาง อย่าได้เผลอบีบเชียว บีบหน่อยเดียว
รับรองขึ้นมาพรึ่บ เหมือนที่เราเคยเป็นมาก่อน

ก็พยายามศึกษาหาข้อมูลว่าเกิดจากสาเหตุอะไร?
สองตำแหน่งนี้ ถ้าไม่มีปัญหาเกี่ยวับรังไข่ ก็ต้องเกี่ยวกับฮอร์โมนหรือการแพ้ควันบุหรี่
ซึ่งมีส่วนมาก เพราะที่รักสูบบุหรี่ และเราอยู่ใกล้ที่รักตลอดเวลา
แต่ปัญหาเรื่องแพ้ควันบุหรี่คงยากที่จะแก้ไข ตราบใดที่ที่รักยังไม่เลิกสูบบุหรี่

ส่วนใหญ่เป็นคนที่ชอบสิงสถิตย์อยู่ห้องแป้ง
ชอบดูเค้าแต่งหน้าสวยๆงาม แต่ตัวเองแต่งไม่ได้เพราะแพ้ สิวบุกตลอด
ขนาดไม่แต่งยังบุกได้ขนาดนี้ ถ้าแต่งไม่อยากจะคิดเลยว่าจะขนาดไหน
แต่ข้อดีของการเข้าห้องแป้งคือ มีเพื่อนๆ มารีวิววิธีรักษาสิวแบบตัวเอง
ด้วยยาบ้าง สกินแคร์บ้าง ซึ่งก็เข้าทางเราพอดี เพราะอยู่นี่ไม่มีหมอสิวให้หา
เป็นสิวก็ต้องรักษากันเอง หลังจากศึกษามาพอสมควร
อะไรที่เป็นตัวเด่น ตัวดังของห้องแป้ง เราไปเสาะหามาใช้หมด
ตั้งแต่ Benzac 5% , Differin ปรากฎว่าแค่ใช้ไปไม่ถึงสัปดาห์สิวบุกแทบทุกรูขุมขน
จนทนไม่ได้หยุดใช้ไป จริงๆ มีหลายคนบอกว่าสองตัวนี้จะขับสิวออกมาก่อน
ต้องใช้ความอดทนประมาณ 2-3 เดือน
แต่เราเป็นคนที่มีความอดทนต่ำเรื่องสิวมากๆ ขึ้นมาเมื่อไหร่ทั้งบีบทั้งแกะ
จนเป็นจุดดำๆไปทั้งหน้า จริงๆ ถึงไม่บีบไม่แกะ มันก็ดำอยู่แล้วล่ะ
เพราะเราเป็นโรคต่อมน้ำเหลืองเสียตั้งแต่เด็ก

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
Benzac and Differin
 
สิวไม่ยอมลาจากไปจากหน้า ก็ต้องพยายามรักษากันต่อไป
นี่ขนาดอายุ 33 แล้วมันก็ยังไม่ยอมหายไปจากหน้า

เรียกว่ามีสิวตอนแก่ใช่ไหมเนี่ย เมื่อก่อนเคยคิดว่าอายุมากขึ้นสิวคงไม่มาเยือนแล้วแล้วล่ะ
เป็นความคิดที่ผิดถนัดจริงๆ
เพื่อนๆ พี่ๆ หลายคนเห็นเราเครียด ก็พยายามแนะนำกับสกินแคร์สารพัด
เราก็ลองมาหมดนะ ไม่ว่าถูกหรือแพง สมุนไพรไทยที่หลายคนบอกว่าได้ผลชงัดอย่างปัถวี
เพื่อนนกใช้แล้วได้ผลแนะนำต่อ อุตส่าห์อิมพอร์ตจากไทยแลนด์
ทาไปแค่สองวันแม่เจ้า เป็นสิวผื่นขึ้นมาอย่างหนักก็ต้องหยุดใช้ไป

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ของไทยๆ ซึ่งใช้ไม่ได้ผลกับเราเลย

จากนั้นหลายคนแนะนำชุดรักษาสิวของ Vichy Normaderm
ไม่รอช้าไปถอยมาทั้งชุด จ่ายค่าเสียหายไปเกือบหมื่น
ใช้ไปสองเดือนก็ไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง แค่รู้สึกว่าจุดที่ไม่เป็นสิวหน้าเนียนขึ้นเท่านั้นเอง
แต่เรื่องสิวแทบไม่ได้ช่วยอะไร นี่เป็นความเห็นส่วนตัวนะค่ะ
เพราะคิดว่าผิวหน้าคนเราไม่เหมือนกัน แต่ก็ขอบคุณเพื่อนๆ ที่แนะนำมาด้วยจ้า

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
Vichy Normaderm เหลืออยู่แค่นี้ ตัวอื่นๆ ยกให้เพื่อนจนเกลี้ยง
 
Vichy เอาไม่อยู่ ก็ต้องสรรหาสกินแคร์กันต่อไป
ไม่อยากบอกเลยว่าตัวเองลองมาแล้วแทบทุกยี่ห้อตั้งแต่ถูกยันแพง
แต่ส่วนใหญ่พวกยี่ห้อที่เค้าขายกันทั่วไป เช่น โอเลย์ การ์นิเย่ ลอรีอัล หรือแม้แต่ครีมบำรุงหน้า
ยี่ห้อทั่วไปของอิตาลี ก็สรหามาลองใช้ แต่ส่วนใหญ่จะแพ้หนักกว่าเดิม
เพราะครีมที่นี่ส่วนใหญ่เหมือนจะเหมาะกับคนผิวแห้ง มีส่วนผสมของน้ำมันค่อนข้างเยอะ
เราพื้นฐานเป็นคนผิวมัน หน้ามัน แต่ตัวกลับเป็นคนผิวแห้ง บ้าบอดีแท้ใช่ไหมล่ะ
สรุปเลยใช้ครีมพวกนี้ไม่ได้ ใช้แล้วสิวเห่อทุกที

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet 
Clinique บางตัวก็แทบยังไม่เคยใช้ 

หลังๆ เภสัชกรที่นี่แนะนำให้ใช้สกินแคร์สำหรับกลุ่มคนที่เป็นผิวแพ้ง่าย
อย่าง Laroche-Posay หรือ Bioderma ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มสกินแคร์จากฝรั่งเศส
ราคาแต่ละตัวก็แพงใช่ย่อยเชียวล่ะ แต่เพื่อหน้าใส สิวลาจาก ยอมลงทุน
สำหรับ Laroche-Posay หลายตัวถือว่าโอเค ไม่แพ้ โดยเฉพาะชุด Effaclar 
ซึ่งเป็นชุดสำหรับผิวมันและรักษาสิวโดยเฉพาะ
ไม่แพ้แต่ก็ไม่ได้ทำให้สิวบนหน้าเราหายไป โดยเฉพาะก่อนช่วงวันนั้นของเดือน
ยังคงบุกหนักเหมือนเดิม แต่ก็ยังอุ่นใจที่เจอสกินแคร์ที่ไม่แพ้กับเค้าบ้าง

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet 
ชุดรักษาสิวของ Laroche-Posay 

หลังๆ เริ่มคิดว่าเราล้างหน้าไม่สะอาดหรือไม่ถูกต้องรึเปล่า
เพราะวันๆ ก็ทาแค่ครีมบำรุงกันครีมกันแดด ไม่ได้แต่งหน้า ก็เลยใช้วิธีการล้างหน้าแบบง่ายๆ
ใช้เจลล้างหน้ารอบเดียวจบ แต่จากการศึกษาข้อมูลทั้งในหนังสือและอินเตอร์เน็ต
บอกว่าครีมกันแดด ถ้าเราล้างออกไม่หมดจะก่อให้เกิดสิวอุดตัน และเกิดเป็นสิวอักเสบต่อมาได้
แสดงว่าเราเข้าใจผิดมาตลอด ตอนนี้เลยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
หันมาใช้ผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางค์หรือครีมกันแดดก่อนล้างหน้า
อย่าง Bioderma Sensibio ขอบอกว่ามันเทพมาก
ให้ความรู้สึกเหมือนน้ำ แต่เช็ดหน้าได้สะอาดเกลี้ยงเกลา ไม่เว้นแม้แต่รอบดวงตาและปาก
จากการทดลองใช้มาหนึ่งเดือน เห็นผลชัดเจนขึ้นมาก
เวลาเช็ดแต่ละครั้งจะเห็นถึงคราบสกปรกที่ติดอยู่บนสำลีเยอะมาก
นี่คงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราเป็นสิวไม่เลิก เพราะเช็ดล้างพวกครีมกันแดดไม่หมด

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet 
ชุดรักษาสิวของ Bioderma

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet    
ตัวนี้ที่ปลื้มมาก แต่เห็นราคาที่ไทยลมแทบจับ แพงมว๊ากก 

นอกจากนี้ไปอ่านเจอเรื่องการล้างหน้าตามแนวโพรงขน
อ่านไปๆ น่าสนใจมากๆ แรกๆคิดว่าจะทำยาก แต่พอลองทำไปสักพัก
รู้สึกว่าหน้าดีขึ้นมาก สะอาดเกลี้ยงเกลา แต่เราคงทำช้าไปพวกสิวอักเสบ
ก็รอยบีบสิวที่อยู่ก่อนหน้าก็ต้องรักษากันต่อไป
แต่หลังจากใชวิธีการล้างหน้าตามแนวโพรงขนมาได้เดือนกว่าๆ
ปรากฎว่าสิวอักเสบลดลง โดยเฉพาะสิวเสี้ยนและสิวอุดตันเหมือนบางครั้งจะหลุดไปเอง
อันนี้ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่านะ แต่รู้สึกแบบนั้นจริงๆ
หลายวันก่อนเอาลง FB ให้เพื่อนๆ ดูกัน 
ใครสนใจวิธีล้างหน้าตามแนวโพรงขน คลิกดูที่นี่นะจ๊ะ
น้องเอิ๊กอธิบายได้ละเอียดมากๆ เราชอบหน้าน้องเค้าสุดๆ ดูสุขภาพดีและใสกิ๊กเชียวล่ะ

ถึงแม้วิธีการเช็ดล้างเครื่องสำอางค์
กับทฤษฎีล้างหน้าตามแนวโพรงขนจะช่วยให้หน้าดีขึ้นบ้าง
แต่สิวบนหน้าก็ยังไม่หาย ยังผลุบๆ โผล่ๆ มาเป็นระยะ
หลายวันก่อนที่รักพาไปพบคุณหมอประจำตัว คุณหมอบอกว่าเราอาจจะเป็นสิวที่เกิดจากฮอร์โมน
คุณหมอแนะนำให้ทานยาคุมกำเนิด เพื่อปรับฮอร์โมนในร่างกาย
จริงๆ เราพอรู้เรื่องนี้มานานแล้วล่ะ แต่ด้วยความที่อยากมีลูก
แถมเป็นคนที่มีลูกยากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เลยไม่คิดจะทานยาคุม
อีกอย่างในชีวิตนี้ไม่เคยทานยาคุมมาก่อน กลัวผลข้างเคียงสารพัด
แต่หลายวันก่อนก็ปรึกษากับที่รัก ว่าเราจะลองทานยาคุมดีไหม
แต่จะเสียโอกาสในการมีลูกไปอย่างน้อย 3-5 เดือน
ที่รักก็บอกว่าให้ทาน เพราะเห็นว่าเราเครียดเรื่องสิวมาหลายปี
เผื่อสิวหาย ความเครียดน้อยลง ลูกอาจจะมาเกิดก็ได้ เกี่ยวกันไหมเนี่ย
เลยมานั่งศึกษาว่ายาคุมตัวไหนที่ฮอร์โมนต่ำสุด ทานแล้วผลข้างเคียงน้อยสุด
สุดท้ายเลยตัดสินใจซื้อ yasmin โชคดีที่น้องคนไทยอยู่ไทยเลยได้ฝากซื้อ
แล้วเมื่อวานก็เป็นวันแรกที่เราทานยาคุม เรียกว่าเม็ดแรกในชีวิตเชียวล่ะ
ทานก่อนนอน เพราะกลัวเวียนหัว คลื่นไส้
แต่ปรากฎว่าทานไปวันแรกก็ไม่มีอาการอะไรนะ หวังว่าทานไป 2-3 เดือน
จะช่วยให้สิวหายเหมือนที่หลายๆ คนใชวิธีนี้ได้ผลมาแล้ว

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ไม่เคยคิดว่าจะกินมันเลย จริงๆ นะ  
ขอแค่ 3 ดือนนะลูก แม่หน้าใสเมื่อไหร่จะหยุดกินทันที


นอกจากพวกยาและสกินแคร์แล้ว การรักษาสิวกต้องรักษาทั้งจากภายในและภายนอก
เดี๋ยวนี้เราเลยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเยอะมาก

1. ลดจำนวนอาหารมันๆ และพวกอาหารหวาน ทานผักผลไม้ให้มากขึ้น
ดื่มน้ำเยอะๆ อันหลังนี่กำลังพยายามแบบสุดๆ

2. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อันนี้ทำยากมากๆ เพราะปกติเป็นคนนอนดึกตื่นเช้า
พอเปลี่ยนมานอนเร็วขึ้น ก็ตื่นเร็วขึ้นตามไปด้วย ช่วงนี้ตื่นนอนตีสามทุกวัน
3. เปลี่ยนปลอกหมอน ผ้าปูที่นอนทุกๆ 3 วัน ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง อิอิ
4. ใช้สำลีเช็ดหน้า แทนการใช้ผาขนหนู ซึ่งอาจจะมีสิ่งสกปรกหรือแบคทีเรียติดค้างอยู่
5. เช็ดล้างสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางค์ให้สะอาด จากนั้นล้างหน้าตามแนวโพรงขน
6. ตื่นนอนตอนเช้า ดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำมะนาว ก่อนทานอาหารประมาณ 30 นาที
อันนี้น้องตุ๊กตาจาก FB แนะนำมา หลังจากได้ลองปฎิบัติมาสัปดาห์กว่า
รู้สึกว่าร่างกายดีขึ้นนะ

ขอบคุณคำแนะนำจากน้องตุ๊กตาด้วยจ้า

ตอนนี้ก็ถือว่าอยู่ในขั้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกับทานยาควบคู่กันไปด้วย
ได้ผลยังงัยจะมาเล่าให้ฟังกันอีกทีนะจ๊ะ
ใครมีคำแนะนำดีๆ รบกวนแนะนำกันมาด้วยนะ
อีกอย่างต้องขอบคุณสำหรับหลายๆ คำแนะนำจากเพื่อนๆ ก่อนหน้าด้วยจ้า

.......................................

จบเรื่องสิวๆ มาต่อด้วยเรื่องที่รักบ้าง
คืนวันพฤหัสที่ 9 ประมาณตีสอง ที่รักตื่นมาบอกว่าฝันร้าย
จากนั้นก็เริ่มมีอาการหายใจไม่ออก ปวดหัว และเริ่มพูดไม่ชัด
พอเราบอกใหลุกขึ้น ที่รักก็บอกว่าขยับร่างกายไม่ได้ แค่ผงกหัวก็จะอาเจียนออกมา
สุดท้ายเลยต้องโทรตามรถพยาบาลฉุกเฉิน

เจ้าหน้าที่กับพยาบาลมาถึง ก็สอบถามอาการจากนั้นปฐมพยาบาลเบื้องต้น
แต่ด้วยความที่พยาบาลจู้จี้จุกจิกมาก ถามสารพัดอย่าง
ในขณะที่ที่รักปวดมาก จนแทบพูดไม่ได้ ที่รักเลยแทบไม่ให้ความร่วมมือใดๆ
แต่พยาบาลท่านนั้นก็ไม่ยอมหยุด จนที่รักโมโหตะคอกบอกให้ออกไปจากห้อง
จากนั้นมามี๊กับพี่สาวที่รักมาถึง พยาบาลก็ฉีดยาบรรเทาอาการปวดให้ที่รัก
และรอดูอาการอีกเล็กน้อย ก็ยังไม่ดีขึ้น
เจ้าหน้าที่เลยบอกว่าคงต้องนำส่งไปโรงพยาบาลแล้วล่ะ
แต่ที่รักก็ลุกขึ้นจากเตียงไม่ได้ อาเจียนออกมาตลอด
สุดท้ายเลยต้องใช้การหามด้วยเปลออกจากบ้าน ทุลักทุเลกันน่าดู เพราะบ้านเราอยู่ชั้นสอง

ระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาลหิมะก็กระหน่ำตกลงมาอย่างหนัก
ด้วยความตกใจ เราขับรถออกจากบ้าน ลืมโน่นลืมนี่สารพัด
กะว่าจะกลับมาเอาทีหลังก็กลับมาไม่ได้ เพราะหิมะเริ่มหนาขึ้น

ที่รักไปถึงโรงพยาบาล กว่าจะได้พบคุณหมอรอไป 3 ชั่วโมง เรียกว่าเช้าพอดี
พวกเราเห็นว่านานเกินไปล่ะ ก็เดินไปถามพยาบาลท่เค๊าเตอร์ คุณพยาบาลก็ทำหน้ายักษ์ใส่
บอกว่าคุณหมอกำลังดูผู้ป่วยท่านอื่นให้รอกันไปก่อน
มามี๊ถึงกับบอกว่า พยาบาลที่นี่ดุเหมือนหมา แต่มันจริงๆ นะ
มาโรงพยาบาลทีไร แทบไม่เคยได้รับความรู้สึกดีๆ กลับไปสักครั้ง
ยเว้นตอนเราผ่าตัดซีสยังพอเจอหมอกับพยาบาลที่ดีๆ อยู่บ้าง
แต่สำหรับห้องฉุกเฉินเป็นอะไรที่แย่มากๆ

หลังจากที่รักเข้าพบคุณหมอ คุณหมอก็ฉีดยาบรรเทาอาการปวดให้ที่รัก
ที่รักก็ดีขึ้นมาก กลับมายิ้มและพูดได้ตามปกติ 
ขั้นแรกคุณหมอคาดว่าสาเหตุอาจจะเกิดจากมีลมเข้าไปทางหู
เพราะช่วงนี้อากาศหนาวมาก เลยส่งตัวที่รักไปเอ็กซเรย์หู
ปรากฎว่าไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ 

คราวนี้เลยสันนิษฐานกันใหม่ว่าอาจจะเกิดจากส่วนสมองมีสิ่งผิดปกติ
หลังจากถามไถ่ที่รักว่าผ่านการสแกนสมองมานานรึยัง ที่รักก็บอกว่า 4 ปีผ่านมา
คุณหมอบอกว่าตอนนี้ที่รักจำเป็นต้องสแกนสมองอีกครั้ง เพื่อหาสิ่งผิดปกติ
แต่โรงพยาบาลที่นี่ไม่มีเครื่องสแกนสมองที่ทันสมัยพอ
ต้องเดินทางไปยังโรงพยาบาลหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเราประมาณ 500 กิโลเมตร
แต่ด้วยความที่หิมะตกหนักติดต่อกันมาหลายวัน
หลังจากที่รักออกจากโรงพยาบาล เราก็ยังไม่มีโอกาสเดินทางไปโรงพยาบาลนั้น
เพราะมัวติดแหง็กอยู่ในบ้าน ช่วงนี้เลยใช้วิธีการไปฉีดยาที่โรงพยาบาลทุกวัน
เพื่อให้เลือดไหลเวียนตามปกติและบรรเทาอาการปวด
คุณหมอบอกว่าเมื่อที่รักดีขึ้น ค่อยเดินทางไปสแกนสมองเพื่อหาสาเหตุอีกครั้ง

ที่รักหยุดงานไปหลายวัน เราก็เลยยุ่งๆ
วิ่งๆเข้าออกโรงพยาบาลนี่ล่ะ กว่าจะไปรอหมอแต่ละครั้งใช้เวลานานพอสมควร
กลับถึงบ้านเหนื่อยจนแทบสลบทุกวัน

เราสองคนต้องขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจทั้งจากไดอารี่และ FB ด้วยนะค่ะ
ช่วงนี้ต้องขอโทษจริงๆ ที่ไม่ได้แวะไปทักทายเพื่อนๆ เลย 





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


Counter in diary :-)

G
20/02/2012 20:45:00

หน้าใสไวไวนะน้องมีน ^^

จีหายไวไวด้วยนะครับ เด้วไม่ทันพี่ไปเที่ยวอิตาลี่ ^^ 


18/02/2012 11:57:00

http://tykatai.diaryclub.com »

ขอให้พี่จีหายดีในเร็ววันนะคะพี่มีน เวลาป่วยแล้วหาสาเหตุไม่ได้นี่มันทรมานใจจริงๆ

สรุปว่าพี่มีนเริ่มทานยาคุมแล้วเนอะ ใจเย็นๆ นะคะ อีกซักเดือนสองเดือนหน้าคงกลับมาใสกิ๊กเหมือนเดิมแน่นอน ถือเป็นการปรับฮอร์โมนด้วยเนอะ พอเลิกกินยาคุมก็ได้มีน้องซะที

เรื่องครีมกันแดดนี่จำเป็นมากนะคะที่ต้องใช้ make up remover ล้างออกจะก่อนที่จะล้างโฟม เพราะส่วนใหญ่ครีมกันแดดจะมีส่วนผสมที่ทำให้กันน้ำ ถ้าล้างแต่โฟมไม่สะอาดแน่นอน ใหม่สังเกตนะ ถ้าวันไหนทาครีมกันแดดแล้วไม่เช็ดออกก่อนล้าง วันต่อมาสิวผดขึ้นมาเลยสี่ห้าเม็ด เลยต้องระวังเต็มที่ค่ะ

 

สู้ๆ น้าพี่มีน

monthly
18/02/2012 09:38:00

ผู้ชำนาญการเรื่องสิวตัวจริง  อิอิ   พี่จะไปลองล้างหน้าตามเส้นขน (คงเรียกอย่างนี้แหละเน๊อะ อิอิอิ) เผื่อจะสวย อิอิ

ปล. ขอให้คุณจีหายเร็วๆค่ะ น้องมีนก็รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

maita
16/02/2012 13:39:00

เอาใจช่วยเรื่องสิวนะค่ะพี่มีน ขอให้สิวหายไวๆ^^

ดาร์ลิ้งก็ชอบดูคลิปของพี่เอิ๊กบ่อยๆพี่เค้าหน้าใสมากๆ

darling
16/02/2012 12:07:00

ตัวล้างเครื่องลำอาง Bioderma ตัวนี้...ฮอตฮิตจริง ๆ ใคร ๆ ก็มี ฮี่ ๆ (แน่นอน...พี่ก็ด้วย)

เรื่องสิว ๆ นี้...ไม่สิวจริง ๆ นะน้องมีน แรก ๆ พี่มาอยู่ที่นี่ หน้าใส ๆ ก็แพ้น้ำ กว่าจะปรับได้ หน้าเป็นรอยดำไปเยอะเลย กว่าจะหาย...เล่นเอา "เฮ้อ" แต่ก็ต้องพยายามต่อไปจ้า

นอกจากครีมต่าง ๆ อาหารสำคัญจริง ๆ จ้า เพลา ๆ อาหารทอดนะน้องมีน (เท่าที่สังเกต น้องมีนทอด ๆ เยอะเหมือนกันนะคะ)

พี่จะมี Clinda M ติดบ้านเอาไว้แต้มสิว...ปกติแต้มปุ๊บ วันรุ่งขึ้นยุบ ^^ รอยสิวก็ใช้ยาอื่น ๆ แต้มลดรอย เดี๋ยวก็จางค่ะ

ป.ล. เห็นเซ็ทคลีนิคแล้ว...จะบอกว่า เซ็ทนี้ พี่แพ้อย่างแรงงงงงงงงงงงง ใช้ปุ๊บ สิวเห่อปั๊บ ><'' ชะตาไม่ต้องกะยี่ห้อนี้อย่างแรงงงงงง 

memaviemeo
15/02/2012 21:57:00

เอาใจช่วยเรื่องสิวๆ ที่ไม่สิวนะจ๊ะมีน  จริงๆ กุ๊กไก่ว่ากินยาคุมปรับฮอโมนก้อดีนะมีน เพราะตอนกุ๊กไก่ไปตรวจภายในที่อิตาลี เรื่องมีลูกยากนี่แหละ หมอเค้าก้อแนะนำให้กินยาคุม 5-6 เดือน กินยี่ห้อเดียวกับที่มีนกินเลย ตอนนั้นสิวหายเกลี้ยงจริงๆ หน้าใสปิ้งมากๆ อิอิ ไม่แน่หลังจากมีนหยุดยาแล้ว เจ้าตัวเล็กอาจจะมาก้อได้นะ
แต่ตอนนั้นกุ๊กไก่หยุดกินไปหลายปีก้อยังไม่มาอ่ะ แต่กุ๊กไก่เชื่อว่าวันนึงเค้าจะมาเองนะมีน ตอนนี้พยายามอย่าเครียดนะ

ขอให้จีหายไวๆ นะ และผลสแกนออกมาไม่มีอะไรนะจ๊ะ

Kookkai
15/02/2012 21:39:00

พี่มีนไม่ต้องตกใจ หลินเองจ้า แต่หลินสวยก็เรียกได้น๊า
อ่านไดอารี่พี่มีนย้อนกลับไปหลายหน้าได้เมนูเด็ดๆ มาเยอะเลยจ้า 
หลินปีกไก่ทอดไว้แล้ว จองไว้เน้อ เดี๋ยวทำเสร็จจะมาอวด
พี่มีนบ้านอยู่ใต้เหรอคะ หลินก็คนใต้ (คนคอนค่าาาา)
ถ้าใช่เผื่อได้เจอกันก็แหลงกันให้ไฟแล่บเลยนะคะ
รักษาสุขภาพด้วยจ้า 

หลินสวย
15/02/2012 15:13:00

พี่มีนลองใช้ที่แต้มสิว Burt's bee ดูนะคะ ^^

JaJa
15/02/2012 12:56:00

ทฤษฎีเรื่องล้างหน้าตามแนวขนดีอ่ะมีน เราต้องลองไปใช้แล้ว เพราะมีสิวเสี้ยน อุดตันเยอะ ส่วนคำแนะำนำเราคงไม่มีอ่ะ เพราะตัวเองก็เอาไม่รอด ฮ่าๆๆๆ แต่เราใช้ของแอมเวย์มาสิบปีแล้วนะ ถูกกับหน้าเรามาก ไม่ค่อยมีิสิวอักเสปเท่าไหร่ ไม่รู้ที่อิตาลีมีแอมเวย์ขายรึป่าว

ชายจีเป็นไงมั่งจ้ะ ขอให้หายเร็วๆนะ หิมะหยุดตกรึยัง ที่นี่ไม่ตกแล้ว แต่ยังมีหิมะค้างอยู่บ้าง แต่อากาศตอนนี้ไม่ติดลบแล้ว หวังว่าจะไม่กลับมาหนาวอีกนะ  

คิดถึงนะจ้ะ ว่าจะเข้าไปเขียนไดแหล่ะ แต่จำพาสเวิร์ดไม่ได้แระ ฮ่าๆๆๆ 

นู๋นิต
15/02/2012 11:51:00

พี่มีนเดี๋ยวนู๋จะลองทำตามบ้างเพื่อสิวจะลดลงแต่ไม่ขอตามเรื่องยาคุมนู๋คนหนึ่งหล่ะมีลูกยากกลัวไม่มีลูกจริงๆค่ะแต่ที่นี่ไม่มีBiodermaขายค่ะต้องยอมจำใจซื้อที่ไทยแพงๆเพื่อนหน้าอิอิ ขอให้พี่จีหายไวๆนะค่ะ

นิคกี้
15/02/2012 11:35:00

ขอให้พี่มีน กับ พี่จี หายไว ๆ นะคะ
ทั้งเรื่องสิว แล้วก็เรื่องป่วยด้วย

ปูว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจากภายในสำคัญมากเลยคะ
แต่ว่าพี่มีนทำอาหารที่มีประโยชน์อยู่ทุกวันแล้ว
หายเร็วแน่นอนคะ      

ปู
15/02/2012 10:31:00

http://littlecrab.diaryclub.com »