Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

12/10/2017
6/10/2017
6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1730.asp ]  Page view: 31.675 Time
Country Anonymous Proxy 29712 Peaple
29.712
Country United States 1612 Peaple
1.612
Country China 121 Peaple
121
Country Thailand 89 Peaple
89
Country France 35 Peaple
35
Country Canada 30 Peaple
30
Country Italy 25 Peaple
25
Country United Kingdom 17 Peaple
17
Country Germany 11 Peaple
11
Country Australia 11 Peaple
11
Country Switzerland 4 Peaple
4
Country Norway 3 Peaple
3
Country Netherlands 2 Peaple
2
Country Spain 1 Peaple
1
Country Asia/Pacific Region 1 Peaple
1
Country Luxembourg 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 02/06/2012 
Firenze : Ponte Vecchio and Palazzo Vecchio 


Friday, 1 June 2012

Firenze , Italy

อุณภูมิ 22 องศาเซลเซียส
เมฆมากตลอดทั้งวัน

เช้านี้อยู่ๆ ที่รักก็เกิดขี้เกียจไปทำงาน เลยโทรไปลาพักร้อน
ส่วนเราเห็นที่รักไม่ไปทำงาน เลยได้โอกาสตกแต่งสวนน้อยๆ ของเราใหม่
กว่าจะเสร็จปาไปเกือบสี่โมงเช้า ถ้าที่รักไม่บอกว่าต้องออกไปจ่ายค่าไฟที่ไปรษณีย์
ก็คงไม่ได้ออกจากบ้าน เพราะมัวเพลินกับดอกไม้ต้นไม้นี่ล่ะ

กว่าจะทำธุระเสร็จก็ปาไปเกือบเที่ยง
ตอนแรกคิดว่าที่รักจะขับรถกลับบ้านมาทำอาหารเที่ยงทานกัน
ที่ไหนได้ที่รักบอกว่า เราไปเที่ยวกันดีกว่า
ตอนแรกที่รักพาขึ้นมอเตอร์เวย์ไปทางใต้ของเมืองเรา ตั้งใจไปเมือง Assisi
แต่เราเห็นว่าวันนี้อากาศไม่ดีเลย ท้องฟ้าขาวโพลน 
เลยบอกที่รักว่าเราเปลี่ยนเส้นทางไปทางเหนือกันดีกว่า สุดท้ายก็เลยตกลงที่จะไปเมืองฟลอแร้น
หรือภาษาอิตาลีเรียกว่า Firenze  นั่นเอง

จริงๆ เมืองนี้เราสองคนก็เคยไปกันมาหลายครั้ง
เพราะอยู่ห่างจากบ้านเราประมาณ 270 กิโลเมตร แต่ด้วยความที่ Firenze เป็นเมืองใหญ่
มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญค่อนข้างเยอะ ไปมาหลายรอบก็ยังเที่ยวไม่ครบสักที
อีกอย่างไปเที่ยวที่นี่ทีไร เราสองคนไม่เคยได้วางแผนอะไรกันเลย
คิดจะไปก็ไปซะงั้นล่ะ แถมส่วนใหญ่ไปถึงก็เกือบค่ำๆ ทุกที

วันนี้เราสองคนขับกันไปบนมอเตอร์เวย์ รถบรรทุกค่อนข้างเยอะมาก
แถมเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ตัดผ่านภูเขาใหญ่หลายสิบลูก ถนนเลยมีแค่สองเลน
กว่าจะไปถึงจุดหมายปลายทางทำเอาใจหัวใจแทบวายไปหลายรอบ
เพราะรถบรรทุกขนาดใหญ่เยอะมาก บางครั้ง 12-13 คันติดกัน
ตอนที่ที่รักขับรถแซงรถบรรทุกแต่ละครั้ง กว่าจะผ่านมันไปได้ แถมรถเราเล็กมาก
ถนนหนทางก็มีแต่โค้ง แซงแต่ละครั้งเสียววูบกันเลยทีเดียว

ตลอดเส้นทางอากาศก็ยังไม่ดีเหมือนตอนเริ่มต้น

ไม่มีแดดให้เห็น แถมท้องฟ้าก็ขาวโพลน แต่เราสองคนก็พยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่าเผื่อโชคดี
ไปถึงฟลอแร้นแล้วจะมีแดดให้เห็น พอให้เราสองคนได้ถ่ายรูปสวยๆ กลับมาบ้าง
แต่ปรากฎว่าไปถึงฟลอแร้นอากาศแย่กว่าที่คิด ไม่มีแดดแถมอบอ้าว
ท้องฟ้าก็ไม่สดใส ขาวโพลนไปหมด 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ดูท้องฟ้าสิ ขาวโพลนไปทั่วเลย


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
เห็น Ponte Vecchio อยู่ไม่ไกล


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ซูมแบบใกล้ๆ มองเห็นคนบนสะพานกันไหม


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ร้านอาหารบรรยากาศดีๆ ริมแม่น้ำอาร์โน


เดินทางกันมาเหนื่อยๆ ที่รักแวะดื่มคาปูชิโน่ส่วนเราขอทานเจลาโต้ที่หน้าตาน่าทานมาก
แต่พอชิมไปคำแรกขอบอกว่าเป็นเจลาโต้ที่แย่ที่สุดเท่าที่เคยทานมา แถมราคาก็แพงมาก
เรียกว่าสามสี่เท่าจากปกติกันเลยทีเดียว แต่คงไม่แปลกนัก เพราะร้านที่เราสองคนไปทาน
ตั้งอยู่บน Ponte Vecchio สะพานที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองฟลอแร้น

Ponte  Vecchio สะพานข้ามแม่น้ำอาร์โน เป็นสะพานไม้อายุหลายร้อยศตวรรษแห่งแรก 

เป็นสะพานโบราณสะพานเดียวที่เหลืออยู่ในเมืองฟลอเรนซ์ 
และยังแป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำอาร์โนสะพานแรกของเมืองฟลอเรนซ์ 
สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 972 แต่เกิดน้ำท่วมใหญ่ 2 ครั้ง (ปีค.ศ. 1177 กับปีค.ศ. 1333) 
กระแสน้ำพัดทำให้สะพานพังทลายไป 
ต่อมาจึงได้มีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำอาร์โนขึ้นมาใหม่ในปีค.ศ. 1345 และใช้มาจนถึงปัจจุบัน

            ผู้ออกแบบสะพานคือ วาซารี (Vasari) ผู้เป็นทั้งสถาปนิกและจิตรกร
 วาซารีออกแบบทางเดินบนสะพานให้มีหลังคาคลุม

            ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 สะพานเวคคิโอรอดพ้นจากการทิ้งระเบิดของพวกนาซี
และฝ่ายสัมพันธมิตรมาได้อย่างน่าอัศจรรย์

(ที่มาจากหนังสือ ท่องเที่ยวอิตาลี

จำได้ว่าวันปีใหม่ เราสองคนมาเที่ยวที่นี่กัน
วันนั้นท้องฟ้าสดใส แดดจ้า ทำให้วิวริมแม่น้ำอาร์โนสวยงามมากๆ
โดยเฉพาะภาพสะท้อนบนผิวน้ำ แต่วันนี้ช่างแตกต่างจากวันนั้นมากๆ
อากาศแย่ แต่ด้วยความสวยงามของเมืองฟลอแร้นที่มาทีไรก็ประทับใจทุกครั้ง

อาจจะไม่ค่อยได้ภาพสวยๆ กลับบ้านเพราะอากาศไม่เป็นใจ
แต่ได้เดินชมวิวสวยๆ ก็ทำให้รู้สึกดีได้เช่นกัน  

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ตามมาชม Ponte Vecchio กัน

นอกจากเป็นสะพานไม้เก่าแก่อายุนับพันปี สิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์และมีชื่อเสียง
นั่นก็คือร้านค้าขายทอง เงินและอัญญมณีต่างๆ ที่ตั้งอยู่บนสะพาน
เรียกว่าตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายทองและอัญมณีต่างๆ
แสงวูบวาบสะท้อนเข้าตากันเลยทีเดียวล่ะ จากการเดินสำรวจราคา
ก็ไม่ได้แพงมากนัก แถมการออกแบบสวยงามชนิดที่เรียกว่าบางอย่างไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
บนสะพาน Ponte Vecchio

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายทองและอัญญมณีต่างๆ


ตรงจุดกลางสะพานจะเปิดโล่งให้นักท่องเที่ยวได้ชิวิวสวยๆ
ของแม่น้ำอาร์โนและบรรยากาศสองฝั่งแม่น้ำ


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ย้อนแสง นางแบบดำปิ๊ดปี๋ไปเลย


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ฝั่งซ้ายมือจากบนสะพาน


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
นอกจาก Ponte Veccchio ที่นี่ยังมีสะพานข้ามแม่น้ำอีกนับสิบ


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
บรรยากาศที่มีให้เห็นตลอดทางเดิน


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ช่วงนี้น้ำไม่ค่อยเยอะมาก 


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
สังเกตว่าที่นี่สิ่งก่อสร้างจะเป็นสีส้มเป็นส่วนใหญ่

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
น่ารักเนอะ มีชื่อ Firenze ห้อยท้ายด้วยแน่ะ


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
มาเดินเล่นอีกฝั่ง


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
โอกาสน้อยมากที่คนจะไม่เดินผ่าน


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ชอบมุมนี้ของ Ponte Vecchio


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
มีให้เห็นทั่วไป ใหญ่โตอลังการ


เราสองคนเดินเล่นกันที่ Ponte Vecchio ค่อนข้างนานเลยล่ะ
เราชอบนั่งเล่นดื่มด่ำกับบรรยากาศริมแม่น้ำ ส่วนที่รักสนใจทอง
และอัญญมณีต่างๆ เดินสำรวจราคามันแทบทุกร้าน
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรกลับมาเลย เพราะชอบหลายชิ้นเกิน
จนไม่สามารถตัดสินใจว่าจะเลือกชิ้นไหนดี
จริงๆ ที่รักอยากให้เราซื้อต่างหูรูปหยดน้ำ น่ารักมากๆ
แต่เราเห็นว่าช่วงนี้รายจ่ายค่อนข้างเยอะ แถมมาเที่ยวรอบนี้
จ่ายค่าน้ำมัน ค่ากินและอื่นๆ ไปเยอะมาก เลยอยากช่วยที่รักประหยัด
ไม่เอาดีกว่า ไว้โอกาสหน้าค่อยมาดูกันใหม่

ออกจาก Ponte Vecchio เกือบหกโมงเย็น
ที่รักเริ่มเหนื่อย บอกว่ากลับบ้านกันดีกว่า เพราะกลัวรถติดระหว่างทาง
แถมเส้นทางไม่ค่อยปลอดภัยนัก โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่เต็มไปด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่
แต่เราเห็นว่าช่วงนี้พระอาทิตย์ตกดินค่อนข้างช้า
แถมมีสถานที่หนึ่งที่เรายังไม่มีโอกาสได้ไปเยือนสักที นั่นคือ Palazzo Vecchio
หรือวังเก่าแก่ แถมอยู่ใกล้ๆ กับ Ponte Vecchio

สุดท้ายที่รักก็ใจอ่อนพาเรามาเที่ยวที่ Palazzo Vecchio จนได้

ปาลาซซ่า เวคคิโอ(Palazzo Vecchio) 

             แต่เดิมวังแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า ปาลาซโซ เดลลา ซินญอเรีย (Palazzo della Signoria)
กว่าที่จะเป็นอย่างที่เห็นในปัจจุบันก็ได้รับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงมา 3 หน
ในช่วงศตวรรษที่ 13-16 ในปี ค.ศ.1540 เมื่อดยุคโคสิโมที่1 (Cosimo l de’ Medici)
ได้เข้ามามีอำนาจ เขาก็ได้ใช้วังแห่งนี้เป็นที่พักอาศัย และเป็นศูนย์กลางทำงานของรัฐ
ยุคโคสิโมได้ว่าจ้างจิออร์จิโอ วาซารี (Giorgio Vasari) ให้แก้ไขและตกแต่งภายในใหม่
และก็คงรูปแบบตามที่วาซารีออกแบบจนถึงทุกวันนี้

            แม้ปัจจุบันปาลาซโซ เวคคิโอจะทำหน้าที่เป็นที่ว่าการเมือง
ซึ่งเป็นที่ทำงานของผู้ว่าการรัฐแต่ก็มีสถานที่อีกหลายแห่งที่เปิดให้เข้าชม
อย่างเช่น ซาโลเน เด ซินเควเชนโต (Salone dei Cinquecento)
หรือห้องทำงานของคณะผู้ว่าการรัฐ 500 คน ภายหลังดยุคโคสิโมที่1
ได้เปลี่ยนแปลงห้องนี้ให้ดูใหญโตขึ้น
เพิ่มความสูงของเพดานขึ้นอีก 7 เมตร และให้วาซารีวาดภาพสงครามที่ผนังห้อง
หรือห้องควาร์ติเร ดิ เอลโอโนรา (Quartiere di Eleonora)
เป็นห้องชุดของภรรยาของดยุคโคสิโมที่1
และซาลา เด จิคลิ (Sala dei Gigli) ซึ่งตั้งชื่อตามดอกลิลลี่
สัญลักษณ์ของฟลอเรนซ์ ที่ใช้ตกแต่งผนัง 3 ด้านของห้องนี้
อีกด้านหนึ่งเป็นภาพเฟรสโกของโดเมนิโก จิร์แลนดาโอ (Domenico Ghirlandaio)
เป็นภาพตอนหนึ่งจากประวัติศาสตร์โรมัน
ซาลา เดลเล คาร์เตซีโอกราฟิเค (Sala delle Carte Ceografiche) หรือห้องแผนที่
เป็นห้องสะสมแผนที่สมัยศตวรรษที่16 ของดยุคโคสิโมที่1
มีแผนที่ของทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นทะเลแคริบเบียน หรือขั้วโลกเหนือ ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีน้ำพุรูปเนปจูนที่สลักด้วยหินอ่อนคาร์เรร่า
ได้ถูกสร้างสรรค์โดย แบร์โตโลมิโอ แอมแมนนาติ (Bartolomeo Ammannati)
และที่โดดเด่นคือ เดวิดจำลอง ซึ่งเมื่อก่อนเคยยืนตระหง่านอยู่ที่ลานแห่งนี้ จนปี ค.ศ. 1873
จึงได้ย้ายเข้าไปที่แกลเลอเรีย เดล อะคาเดเมีย
ตอนนี้จึงได้วางรูปจำลองขนาดเท่าของจริงไว้ให้ชมต่างหน้า 

 ที่มา: หนังสือคู่มือเที่ยวอิตาลีด้วยตนเอง

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet มาถึงอากาศก็ยังแย่เหมือนเดิมล่ะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetนักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะเหมือนเช่นเคย


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetลืมอ่านชื่อว่าเป็นรูปปั้นใคร

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetแต่อย่างน้อยคงเป็นบุคคลสำคัญของที่นี่ล่่ะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

ลานน้ำพุรูปเนปจูนที่สลักด้วยหินอ่อนคาร์เรร่า


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetรอบๆ น้ำพุ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetที่ระลึกให้รู้ว่ามาถึงแล้ว

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetด้านหลังเป็นหินอ่อนสลักทั้งนั้นเลย

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetไม่มีคำบรรยาย

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetรถม้ามีให้เห็นอยู่ทั่วเมือง แต่ค่านั่งคงแพงมาก

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetรูปปั้น David จำลอง

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetรูปปั้นอีกฝั่งของประตูทางเข้า

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetด้านซ้ายมือของ Palazza Vecchio

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetดูน่ากลัวเนอะ

กำลังถ่ายรูปด้านนอก Palazzo อยู่เพลินๆ
มามี๊ก็โทรมาบอกว่าไม่สบาย ต้องการให้เราสองคนนำยาไปให้ที่บ้าน
ที่รักเลยชวนเรากลับบ้านแบบเร่งด่วน ทั้งที่ยังไม่ได้เข้าไปดูด้านในเลยสักนิด
แค่เดินผ่านประตูเข้าไปนิดเดียว ก็เห็นถึงความสวยงามอลังการ
ทั้งสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม โดยเฉพาะภาพบนฝาผนัง
แอบเสียดายมากๆ แต่ทำงัยได้มามี๊ต้องการให้เราสองคนกลับบ้านด่วน
เลยจำใจต้องกลับ ที่รักบอกว่าไว้โอกาสหน้าจะพาเรามาเที่ยวที่นี่ใหม่แน่นอน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetบ๊าย บาย Palazzo Vecchio

ระหว่างเดินทางกลับที่รักขับรถเร็วมาก จนเราเริ่มกลัว
ที่รักถึงชะลอลง ที่รักคงเป็นห่วงมามี๊ด้วยล่ะ
แถมพอมาใกล้จะถึงโบโลญญ่าปรากฎว่ารถติดยาวเหยียด
เราสองคนติดอยู่บนมอเตอร์เวย์ประมาณ 2-3 ชั่วโมง
กว่าจะผ่านมาได้ เรียกว่าเหนื่อยไปตามๆ กัน

มาถึงก็รีบโทรหามามี๊ ปรากฎว่ามามี๊หายปวดท้องล่ะ
เราสองคนค่อยใจชื้นขึ้นหน่อย แต่กว่าจะถึงบ้านก้ปาไปเกือบสี่ทุ่ม
ที่รักถึงกับสลบคาที่ ส่วนเราก็เช่นกันหลับยาวถึงเช้าเลยทีเดียว

..................................................

ปล.

ขอบคุณ คุณแฟนไดด้วยนะค่ะที่เป็นห่วง มีนสบายดีค่ะ
แผ่นดินไหวเมืองเราแค่รู้สึกถึงการสั่นสะเทือนแต่ไม่ได้เสียหายอะไร
เพราะค่อนข้างห่างจากจุดศูนย์กลาง แต่ช่วงนี้แผ่นดินไหวบ่อย
แถมไม่ไกลจากเมืองเรามาก ทำให้ทุกคนกังวลมากๆ เช่นกันค่ะ 





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


มาเยี่ยมค่ะ น้องมีน ไม่ได้มาซะนาน งานยุ่งมากค่ะ

เมืองนี้ มีชื่อเสียงมากในหมู่คนไทยที่นิยมเที่ยวต่างประเทศนะคะ ใครที่ได้มาต้องถ่ายกับสะพานอันนั้นเนอะ

อยากไปบ้างจัง

ป้าอิ๋ว
10/06/2012 02:31:00

วันนี้ เห็นน้องมีนในลุคสาวหวาน น่ารักดีจ๊ะ ^^

น่าเสียดายที่วันนี้ อากาศไม่เป็นใจ แต่ความสวยของเมืองก็ยังสวยไม่เปลี่ยนนะจ๊ะ

เอาไว้อากาศดี ๆ ค่อยกลับไปใหม่เนอะน้องมีน 

memaviemeo
06/06/2012 11:01:00

ชอบชุดพี่มีนวันนี้จังคะ สดใสดีจัง
ถึงจะถ่ายรูปย้อนแสงไปบ้างก็ตาม อิอิ

270 กิโลนี่ขับรถกี่ชั่วโมงคะพี่มีน
แต่ถือว่าเที่ยวได้เยอะมากทีเดียวคะ
ภายในเวลาแค่ครึ่งวันเท่านั้นเอง

แอบ

ป.ล.พี่มีนใช้ผงชาเขียวยี่ห้ออะไรคะ
แล้วตัวเป็นวุ้นสีขาวด้านบนทำยากไหมคะ
รบกวนบอกวิธีทำด้วยคะ -/\- ขอบคุณคะพี่มีน

ปู
05/06/2012 10:52:00

http://littlecrab.diaryclub.com »

bella signora con il vestito bello

maita
04/06/2012 16:58:00

โห 270 กิโลไม่ใช่ใกล้ๆ เลยนะคะพี่มีน ขับรถกันเหนื่อยเลย

พ่อเทรุเคยไปเที่ยวเมืองนี้มา ชอบมากๆ น้องชายเทรุไป outlet ใกล้ๆ ได้กระเป๋าพราด้ามาฝากใหม่ด้วย เสียดายที่หายไปตอนกระเป๋าถูกขโมย

สวยมากๆ เลยค่ะ ถ้ามีแดดซักหน่อยคงจะยิ่งสวยนะคะพี่มีน

monthly
03/06/2012 19:41:00

วันนี้น้องมีนใส่เดรสด้วย สวยแปลกตาไปเลยค่ะ

อิจฉาจังได้ไปเที่ยวอีกแล้ว รักษาสุขภาพด้วยนะคะน้องมีน 

FooN
03/06/2012 09:57:00

คุณจีป่วยเป็นอะไรคะน้องมีน ยังไงก็ขอให้หายไวๆ สุขภาพสมบูณณ์แข็งแรงนะคะ
น้องมีนสบายดีนะคะ พี่สบายดีแต่ยุ่งสุดๆกับหลานๆเหมือนเดิมค่ะ

ย้อนกลับไปอ่าน
วุ้นชาเขียวอลังการ น่ารักสุดๆ
คิดถึงเสมอนะคะ


03/06/2012 08:22:00

http://jasmindajen.diaryclub.com/ »

หนีเที่ยวนี่เองน้องมีน บ้านนี้สุดยอดขับรถเล่น 270 โล มีนช่วยขับด้วยหรือเปล่า ^_^
ฟิลานเซ่ คิดถึงอยากกลับไปดูทอง ดูเฉยๆ ไม่ซื้อเนื่องจากไม่มีเงิน อิอิอิ

ปล.ตามมาดูผัดซีอิ๊ว แต่ไม่มีในได สงสัยน้องมีนกับคุณจีหม่ำหมดแล้ว

พี่ปุ๋ย
02/06/2012 20:28:00

ma dove sei andata che pioveva e faceva freddo???

G
02/06/2012 18:35:00