Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1746.asp ]  Page view: 29.953 Time
Country China 15366 Peaple
15.366
Country Anonymous Proxy 9836 Peaple
9.836
Country United States 3286 Peaple
3.286
Country Australia 685 Peaple
685
Country Ukraine 406 Peaple
406
Country Thailand 179 Peaple
179
Country France 46 Peaple
46
Country Romania 38 Peaple
38
Country Italy 26 Peaple
26
Country Germany 22 Peaple
22
Country United Kingdom 22 Peaple
22
Country Norway 10 Peaple
10
Country Malaysia 6 Peaple
6
Country Russian Federation 4 Peaple
4
Country Asia/Pacific Region 4 Peaple
4
Country Canada 2 Peaple
2
Country Hong Kong 2 Peaple
2
Country India 2 Peaple
2
Country Netherlands 2 Peaple
2
Country Japan 2 Peaple
2
Country Luxembourg 2 Peaple
2
Country Vietnam 2 Peaple
2
Country Lao People
1
Country Switzerland 1 Peaple
1
Country Taiwan 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 02/07/2012 
เที่ยวราเวนนา(Ravenna, Italy)เมืองแห่ง Mosaics และมรดกโลก 


Sunday, 1 July 2012

Ferrara,Ravenna,Italy

อุณภูมิ 39 องศาเซลเซียส
แดดจ้าตลอดทั้งวัน    

เช้านี้ตื่นมาก็รีบไปเติมน้ำมันก่อนเลย
เพราะวันนี้ราคาน้ำมัดลดราคาลงมานิดหน่อย
ที่รักเลยให้เราเติมจนเต็มถัง เพราะยังงัยเราสองคนก็ต้องใช้รถอยู่ทุกวัน
เติมวันนี้ถือว่าคุ้มค่าที่สุด เติมน้ำมันรถเสร็จเรียบร้อยที่รักบอกว่าเราไปเที่ยวกันใกล้ๆดีกว่า
เพราะจะไปไหนไกลคงไม่ได้ เนื่องจากต้องกลับมาดูฟุตบอลนัดสำคัญ
ระหว่างอิตาลีกับสเปน เรียกว่าวันนี้จะได้รู้กันล่ะว่าใครจะเป็นแชมป์ยูโร
หลังจากลุ้นกันมานาน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่คนอิตาเลี่ยนต่างพากันตั้งหน้าตั้งตารอคอย

ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวไหนกันดี ที่รักก็เลยขับรถไปเรื่อย

ตามเส้นทางไปเมืองเวนิส ขนาดเป็นเส้นทางธรรมดา รถยังติดค่อนข้างยาวเหยียด
เนื่องจากวันนี้อากาศร้อนมาก เหยียบ 40 องศากันเลยทีเดียว
นักท่องเที่ยวรวมถึงคนอิตาเลี่ยนส่วนใหญ่เลยพากันหนีร้อนไปอาบแดดริมทะเล
เส้นทางที่เราสองคนขับกันไปก็มีเมืองเล็กเมืองน้อยที่อยู่ติดทะเลซะด้วยสิ
มีบางช่วงรถติดยาวเหยียดเกือบสิบกิโลเมตร จะถอยกลับก็ไม่ได้ก็เลยตั้งรอกันในรถนั่นล่ะ
แต่พอผ่าน Cervia ได้ ถนนเริ่มโล่ง ขับรถได้เร็วขึ้นหน่อย

ขนาดไปถึง Cervia แล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะไปไหนกันดี
สุดท้ายที่รักเสนอขึ้นมาว่า เราไปเที่ยว Ferrara กันดีกว่า เพราะตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว
Ferrara เป็นเมืองหนึ่งที่ได้รับความเสียหายค่อนข้างเยอะ ที่รักเลยอยากไปเห็นด้วยตา

ยิ่งเข้าใกล้เมือง Ferrara พวกเราก็เริ่มเห็นสิ่งก่อสร้าง อาคารบ้านเรือนที่เสียหาย
แต่ส่วนใหญ่จะได้รับการซ่อมแซมปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว
ยกเว้นสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่มากๆ ที่ยังคงมีร่องรอยให้เห็น
ไปถึงใจกลางเมือง Ferrara ผ่านวังโบราณที่เราสองคนเคยไปเที่ยวมาบ่อยๆ
กำลังถูกปรับปรุงซ่อมแซมในส่วนยอด วันนี้เลยปิดไม่ให้เข้าชมเหมือนทุกครั้ง
แต่ด้วยความที่เราสองคนมาที่นี่บ่อย เพราะ Ferrara เป็นเมืองที่ที่รักอยู่อาศัย
และเรียนมหาลัยในสมัยหนุ่ม เลยเปรียบเหมือนบ้านหลังที่ 2 ของที่รักล่ะ

เดินทางมาเหนื่อยๆ อากาศก็ร้อนจนแทบจะละลาย หิวก็หิว
เลยชวนกันไปทานแม็คโดนัลประทังความหิวกันไปก่อน
เพราะวันนี้วันอาทิตย์ร้านรวงส่วนใหญ่จะพากันปิด ไปที่นี่ทีไรก้หนีไม่พ้นแม็คโดนัลนี่ล่ะ
ช่วยชีวิตไว้ตลอด

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
อิ่มล่ะ มีแรงเที่ยวต่อ

ทานเสร็จก็พากันเดินเล่นแถว Piazza Duomo

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
อากาศร้อน คนโล่งมาก

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
หมวกพร้อม แว่นพร้อมแต่ก็แทบละละลาย

 มีเวลาเลยเข้าไปชมความสวยงามใน Duomo เล็กน้อย
เพราะหลังจากเข้าไปชมความงามด้านในได้ไม่นานก็ต้องถูกเชิญออกมา
เนื่องจากที่นี่จะเปิดให้เข้าชมเฉพาะช่วงเช้าเท่านั้น หลังบ่ายโมงป็นต้นไปก็ปิด 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
Duomo di Ferrara

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ลานนี้มีแต่เรา

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
อากาศร้อนจัดท้องฟ้าไม่สดใสเอาซะเลย

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ทางเดินขึ้นโบสถ์

ด้วยอากาศที่ร้อนอบอ้าวมากๆ เราสองคนเลยแทบไม่ได้เดินดูอะไร
ที่รักบ่นอุบตลอดเวลา ทั้งที่ก่อนหน้าชอบตากแดดดีนัก
มาเจออุณหภูมิ 40 องศาที่ Ferrara หน่อยเดียวถึงกับยอมแพ้
ส่วนเราเกิดอาการมึนๆ ตาพล่ามัวเช่นกัน
ที่รักเห็นท่าไม่ดี เลยชวนกันกลับบอกไปเที่ยวที่อื่นกันดีกว่า 

ตอนแรกกะว่าจะไปเดินเล่นริมทะเลที่ Porto di Galribaldi
ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมือง Ferrara มานัก แต่พอไปถึงหาที่จอดรถไม่ได้
แถมอากาศก็ร้อนระอุมาก ต้นไม้หลบแดดก็หายากเหลือเกิน
สุดท้ายเลยขับรถกันต่อ กลับเส้นทางเดิม
เราเห็นยังมีเวลาเหลืออีกหลายชั่วโมง ก่อนจะถึงการแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญ
เลยชวนที่รักแวะเที่ยวที่เมือง Ravenna เพราะเป็นเส้นทางกลับไปยังบ้านเราอยู่แล้ว

ราเวนนาเคยเป็นเมืองหลักของจักรวรรดิโรมันตะวันตก
และอาณาจักรออสโตรกอท (Ostrogoth Kingdom)
ในเวลาต่อมา ปัจจุบันเป็นเมืองหลวงของจังหวัดราเวนนา มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 652 ตารางกิโลเมตร
ราเวนนาเป็นเมืองที่มีเนี้อที่ใหญ่เป็นที่สองของอิตาลีรองจากกรุงโรม 

เมืองราเวนนามีคริสต์ศาสนสถานสมัยคริสเตียนยุคแรก
ที่ได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก 8 แห่ง

หอศีลจุ่มเนโอเนียน (Neonian Baptistery) - ประมาณปี ค.ศ. 430
สถานที่เก็บศพกาลลาพลาชิเดีย (Mausoleum of Galla Placidia) - ประมาณปี ค.ศ. 430
หอศีลจุ่มอาริอัน (Arian Baptistry) - ประมาณปี ค.ศ. 500
ชาเปลอาคิเอพิสโคพาล (Archiepiscopal Chapel) - ประมาณปี ค.ศ. 500
บาซิลิกาซานอพอลลินาเรนูโอโว (Basilica Sant'Apollinare Nuovo) - ประมาณปี ค.ศ. 500
สถานที่เก็บศพทีโอโดริค (Mausoleum of Theodoric) ประมาณปี ค.ศ. 520
บาซิลิกาซานวิทาเล (Basilica of San Vitale) ค.ศ. 548
บาซิลิกาซานอพอลลินาเรอินคลาสเซ (Basilica of Sant' Apollinare in Classe) ค.ศ. 549
 
เมืองราเวนนา (Ravenna) ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลี 

อยู่ในภูมิภาคเอมิเลีย-โรมันญ่า (Emelia-Romagna)
เมืองนี้เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของอาณาจักรโรมันตะวันตกในราวคริสตศตวรรษที่ 5-6
ภายในโบสถ์วิหารเก่าแก่ประกอบไปด้วยภาพจากกระเบื้องโมเสกที่สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจต่อผู้พบเห็นเป็นอย่างมากอย่างมาก ไม่น่าเชื่อว่าภาพโมเสกทั้งหลายจะมีอายุมาถึงเกือบ 1,500 ปี
และยังคงสีสันสดใสได้ขนาดนี้ องค์การยูเนสโก้กำหนดให้โบสถ์วิหารเหล่านี้เป็นมรดกโลก
จริงๆ แทบจะทุกเมืองที่ไปมาในอิตาลีก็เป็นมรดกโลกทั้งสิ้น
ถือว่าเป็นประเทศที่มีจำนวนมรดกโลกมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลกเลยก็ว่าได้  

จริงๆ เราสองคนก็ไปเที่ยวที่นี่กันมาบ้างแล้ว
แต่สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก เราสองคนยังไปเที่ยวกันไม่ครบ
วันนี้เลยตั้งใจชวนที่รักไปเที่ยวกันต่อ โชคดีมากๆที่วันนี้มีการแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญ
ทำให้เมืองราเวนนาผู้คนบางตากว่าทุกครั้ง

ไม่รอช้าเราสองคนรีบหาข้อมูลสถานที่สำคัญที่เป็นมรดกโลก
แล้วก็ได้มาหนึ่งสถานที่ที่เราสองคนยังไม่มีโอกาสไปเยือนนั่นคือ Basilica di Vitale 
สำหรับการเข้าชมที่นี่จำเป็นจะต้องซื้อบัตรเข้าชมก่อน สงวนราคาอยู่ที่คนละ 8.50 ยุโร
ตอนแรกก็คิดว่าแพงนะ แต่พอได้เข้าไปเห็นสถานที่ต่างๆ ถือว่าคุ้มค่ามากๆ

สำหรับการเข้าไปชมด้านใน Basilica di Vitale
สามารถเข้าชมได้สองทาง อาจจะเป็นทางด้านประตูใหญ่ แต่เนื่องจากพวกเราจอดรถกันด้านข้าง
เลยเลือกที่จะเข้าทางประตูเล็ก ซึ่งเมือเข้าไปถึงเดินไม่ได้ก็ได้เข้าไปชมด้านใน 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetประตูทางเข้าด้านข้าง

เดินผ่านประตูเข้าไป จะเห็นโบสถ์ Basilica di San Vitale คู่ขนานกับหอคอยทางด้านซ้ายมือ
มองจากภายนอกจะมองเห็นโบสถ์ก่อด้วยอิจฐ หลายคนอาจจะรู้สึกว่าธรรมดามาก
แต่ใครจะเชื่อว่าโบสถ์นี้เก่าแก่กว่าพันห้าร้อยปี

เสียดายมากๆที่วันนี้เราสองคนไปเที่ยวในวันที่อากาศร้อนจัด

ทำให้ท้องฟ้าไม่สดใสเอาซะเลย เวลาถ่ายรูปออกมาเลยดูมืดๆ มัวๆ 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the InternetBasilica di Vitale จากประตูเล็กด้านข้าง

เราสองคนไม่รอช้า รีบเข้าไปชมความงามด้านBasilica of San Vitale
ต้องยอมรับว่าครั้งแรกที่เห็นถึงกับตะลึงกับความสวยงามของโบสถ์แห่งนี้
เลยทีเดียว สีทองระยิบระยับ สลับกับสีเขียวอ่อน โดดเด่นออกมาแต่ไกล ถึงแม้จะมืดไปบ้าง
แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความงามของโบสถ์แห่งนี้ลดน้อยลงไปสักนิด กลับเด่นชัดและสวยงามมากขึ้น
เสียอย่างเดียวถ่ายรูปแล้วออกมาไม่ค่อยสวยเท่าของจริง

โบสถ์แห่งนี้ถือว่าเป็นโบสถ์ที่มีศิลปะงานสร้างจากไบเซนไทน์ (Byzantine)
ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในราเวนน่า ถูกสร้างขึ้นโดยบิชอป Ecclesious ในปี ค.ศ. 527
โดยได้รับเงินสนับสนุนจาก Guiliaano Argentarino
นายแบงค์ใหญ่ของราเวนน่าในสมัยนั้น


พวกเราเดินชมความสวยงามของโมเสค ซึ่งสวยงามอลังการณ์มากๆ
ใครจะเชื่อว่าภาพโมเสคเหล่านี้อายุมากกว่า 1500 ปี แต่ยังคงสีสันสดใสสวยงาม

เป็นที่เตะตาต้องใจต่อผู้พบเห็นเป็นยิ่งนัก 
เสียดายที่กล้องเราคุณภาพต่ำ ทำให้ภาพไม่ค่อยชัด 
แต่ยังงัยความสวยงามที่เราได้เห็นก็ยังอยู่ในความทรงจำของเราสองคน
ที่รักชอบที่นี่มากๆ เพราะบรรยากาศภายในเย็นสบายแถมเงียบสงบ

โชคดีมากๆ ที่ตอนที่เราไปถึงไม่มีเจ้าหน้าที่คอบดูแลควบคุม
ทำให้เราได้เก็บภาพโมเสคสวยๆ มาฝากกันเล็กน้อย เพราะหลังจากนั้นไม่นาน
เจ้าหน้าที่ก็ห้ามนักท่องเที่ยวทุกคนถ่ายภาพด้านใน
ภาพด้านล่างคือผลงานโมเสคอันสวยงามที่ Basilica di Vitale
สวยงาม สมกับเป็นมรดกโลกจริงๆ ด้วยล่ะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetห้องโถงด้านใน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetยอดโดม
ภาพโมเสกพวกนี้จะ บรรยายเรื่องราวต่าง ๆ
ในคัมภีร์ไบเบิ้ลโดยเฉพาะจากพระคัมภีร์เดิม (The Old Testament)
ด้วยภาพโมเสกตามเสาตามช่องตามโค้ง
ภาพโมเสกลักษณะนี้จะโดดเด่นมากในศิลปะแบบไบแซนไทน์

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetชอบทุกรายละเอียด

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetโมเสคล้วนๆ ไม่เว้นแม้แต่บนพื้น

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetรายละเอียดยิบย่อย

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetทายสินี่คืออะไร

ชมความงามด้านในโบสถ์จนพอใจ เราสองคนก็เดินไปชมความงามด้านใน
ซึ่งปกติถ้าเข้าทางประตูใหญ่ จะต้องผ่านสวนหย่อม และทางเดินที่เต็มไปด้วยวัตถุโบราณ
อายุนับพันปี วางเรียงรายให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม
แต่เราสองคนแอบลัดขั้นตอนไปนิด มาชมความงามด้านใโบสถ์กันก่อน
เลยต้องย้อนกลับเข้าไปด้านใน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetวัตถุโบราณที่วางเรียงรายให้ดูตลอดเส้นทาง

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ส่วนหย่อมด้านใน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

งานแกะสลัก

จากนั้นเราสองคนก็เดินออกจากด้านใน เพื่อไปชมความงามด้านนอกกันบ้าง
อออกมาจากด้านใน อากาศก็ยังร้อนอบอ้าวเหมือนเดิม
เรียกว่าไม่ใช่ร้อนธรรมดาด้วยนะ ร้อนแผดเผากันเลยทีเดียว
จนที่รักบอกว่าอยากนั่งอยู่ด้านในโบสถ์จนถึงเย็น
 
http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ภาพผ่าน the arch of Basilica di San Vitale 

ด้านนอกของ Basilica di San Vitale
โครงสร้างมีลักษณะเป็นแปดเหลี่ยม และมี arches ตั้งประกอบ
เสียดายย้อนแสง เลยถ่ายรูปออกมามองแทบไม่ชัด 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

ด้านนอกของ Basilica di San Vitale

นอกจากนั้นฝั่งตรงกันข้ามกับ Basilica di San Vitale 

ก็เป็นสุสานของ Galla Placia (Mausoleum of Galla Placidia หรือ Mausoleo di Galla Placidia 
 ผู้ซึ่งเป็นน้องสาวของจักรพรรดิ์แห่งอาณาจักรโรมัน Homorius 
สุสานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 425 - 430
ถือว่าเป็นสุสานที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะความงามของโมเสคที่ใช้ตกแต่งด้านใน 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
Mausoleum of Galla Placidia (Mausoleo di Galla Placidia) 
สุสานของ Galla Placia

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

สำหรับที่นี่ทุกคนสามารถเข้าชมได้เพียง 5 นาทีเท่านั้น เนื่องด้วยาสถานที่มีขนาดจำกัด
และห้ามใช้แฟรชเวลาถ่ายรูป 
ดูจากด้านนอกคิดว่าจะไม่มีอะไร แต่พอเข้าไปถึงด้านในจริงๆ แอบตะลึงกับความสวยงาม
ผลงานโมเสคสวยงามไม่น้อยกว่าด้านใน Basilica di Vitale เลยแม้แต่น้อย
เลยไม่แปลกใจเลยสักนิดว่าทำไมที่นี่ถึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ถูกจัดให้เป็นมรดกโลก
เพดานทำด้วยโมเสครูปดวงดาว หรือเรียกที่ว่า Starry Sky
และด้านข้างก็มีภาพที่ทำจากโมเสคให้ชมอีกด้วย
แม้จะจำกัดเวลาในการเข้าชม แต่เราก็สามารถเก็บทุกรายละเอียดไว้ในความทรงจำได้เช่นกัน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the InternetStarry Sky ด้านหน้าทางเข้า

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the InternetSt. Lawrence with his burning grill

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the InternetStarry Sky แบบชัดๆ ด้านในมืดมาก เลยได้ชัดมาแค่นี้ล่ะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetไม่ต้องแปลกใจถ้าแว่นจะคุ้นๆ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetสมมุตว่าเป็นหอเอนปีซ่า

ออกจาก Basilica di San Vitale ที่รักเกิดอาการอยากดื่มคาปูชิโน่ขึ้นมาอีกล่ะ
รีบขับรถวนหาร้านกาแฟกันแทบไม่ทัน สุดท้ายมาเจอร้านกาแฟใจกลางเมืองเปิดให้บริการ
ที่รักสั่งคาปูชิโน่มาดื่ม ส่วนเราขอ Sorbetto เย็นๆมาดื่มให้ชื่นใจ
แต่พอคิดเงินนี่สิไม่ค่อยชื่นใจนัก เพราะที่นี่ชาร์ต Sorbetto แก้วเล็กตั้ง 4 ยูโรแน่ะ
แพงเว่อร์มากๆ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetแพงนะแก้วนี้

ออกจากร้านกาแฟ ตั้งใจจะไปเที่ยวสถานที่อื่นกันต่อ
ขับรถตามป้ายบอกทางกันไปเรื่อยๆ ปรากฎว่าหลงหาไม่เจอซะงั้น
อีกอย่างขี้เกียจเปิดเจ้า GPS ด้วย เพราะใช้บริการมันทีไรพาเราหลงกันทุกที

โชคดีที่ขับรถผ่านโบสถ์ Santa Maria
อีกหนึ่งโบสถ์สำคัญของเมืองราเวนนา ถึงแม้จะไม่ถูกจัดใหเป็นมรดกโลก
แต่ด้วยความเก่าแก่ ความสวยงามทั้งภายใน ภายนอก
ก็ทำให้เราสองคนตะลึงได้เช่นกัน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetโบสถ์ Santa Maria

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetนางแบบด้านหน้าโบสถ์

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetวิวแบบไกลๆ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetยิ้มสู้แดดค่ะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetสวยเนอะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
รูปปั้นด้านบนของโบสถ์

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
หลังๆ ที่รักเริ่มบ่นว่าร้อนมาก ไม่ยอมถ่ายรูปให้เราแล้วล่ะ
คราวนี้เลยต้องเดินเก็บภาพท่ามกลางอากาศร้อนระอุอยู่คนเดียว

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetจากมุมไกลๆ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ดอกไม้นานาพันธุ์

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
สีสดๆ ทั้งนั้นเลย

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

ด้วยความที่ที่รักเหนื่อยมาก แอบมาหลบแดดอยู่ในรถก่อนส่วนเราก็เดินต้อยๆ ตามหลังมา
ขนาดร้อนจนเหงื่อโชกไปทั้งตัวแต่ก็ยังบ้าถ่ายรูปอยู่นั่นล่ะ
จนที่รักกลัวว่าเราจะเป็นลมไปซะก่อน 

มาถึงรถรีบถอดแว่น ถอดหมวก เหงื่อเต็มหน้าเต็มตัว
ดีนะที่รักเปิดแอร์ในรถรอไว้ก่อน ไม่งั้นอาจจะเป็นลมเอาได้
ที่รักบอกว่าวันนี้เราสองคนเหนื่อยกันมาก กลับบ้านกันก่อนดีกว่า
ไว้มีโอกาสค่อยม่าเที่ยวกันใหม่ เพราะยังงัย Ravenna ก้ห่างจากบ้านเราแค่ 50 กิโลเมตร
มาบ่อยๆ ยังได้เลย อีกอย่างที่รักกลัวกลับมาดูฟุตบอลไม่ทันด้วยล่ะ

รายนี้มั่นใจมากๆ ว่าอิตาลีจะชนะ
แต่สุดท้ายผลการแข่งขันก็ไม่ได้เป็นไปตามที่หวัง แต่อย่างว่ากีฬาก็ต้องมีแพ้มีชนะ
รอบนี้เราอาจจะเป็นผู้แพ้ แต่โอกาสหน้าก็คงไม่แน่
สู้ต่อไปนะจ๊ะทีมอิตาลี 





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


ท้องฟ้าสดใสลมแรงเหมาะแก่การถ่ายรูปมาก ๆ คะ
อิตาลี่นี่สถาปัตยกรรมสวยมาก ถ่ายมุมไหนก็สวย
วันนี้ชุดพี่มีนหวานมาก ๆ ด้วย  

ปู
04/07/2012 06:40:00

http://littlecrab.diaryclub.com »

นางแบบสวยตลอดเลยค่ะ

maita
03/07/2012 20:48:00

ต้องยอมรับเลยจริงๆ ว่า อิตาลีนี่สวยคลาสสิคทุกเมืองเลยจริงๆ

ทุกเมืองมีประวัติศาสตร์ มีเรื่องเล่า มีความเป็นมา ศิลปะก็เริ่ด ดูอย่างโมเสกที่เมืองราเวนน่านี่สิ ใหม่ว่าของจริงสวยกว่านี้แน่นอน พอถ่ายรูปออกมาความอลังการมันก็หายไป เพราะรูปใบนิดเดียวเอง
อย่างที่พี่มีนว่าแหละค่ะ กีฬาก็ต้องมีแพ้มีชนะ นัดที่แล้วที่เยอรมันตกรอบ เพื่อนๆที่โรงเรียนขับรถใหม่พากันเศร้าหมดเลย ก็บอกเค้าไปว่า it's just the game ทีมไหนชนะเราคนดูก็ได้กำไร เพราะได้ดูเกมส์ที่ดี

เอาไว้อีกสองปีบอลโลก อิตาลีสู้ๆ

ปล. นักบอลอิตาลีหล่อม๊ากกกก

monthly
02/07/2012 22:22:00

น่าเสียดายที่Italy พลาดคราวนี้ 2หนุ่มที่บ้าน(หนุ่มน้อยกับน้อยมากกก)ผิดหวังมากเลย..ต้องออกไปรดน้ำ
ต้นไม้ พริก มะเขือ..นอกบ้าน สงสัยจะทำให้(อารมณ์)เย็นลงบ้างน่ะนะ ที่Swedenก็ยังร้อนๆหนาวๆแดดก็ยังเป็นนางอายอยู่ อิจฉาคุณมีนจริงๆเกือบ 40 องศา โอ้แม่เจ้า...

leky
02/07/2012 16:35:00

model kangioppia dove sei andata?

G
02/07/2012 14:17:00