Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

12/12/2017
22/11/2017
10/11/2017
29/10/2017
12/10/2017
6/10/2017
6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1750.asp ]  Page view: 20.848 Time
Country Anonymous Proxy 13780 Peaple
13.780
Country United States 5574 Peaple
5.574
Country Thailand 284 Peaple
284
Country China 255 Peaple
255
Country Argentina 168 Peaple
168
Country Netherlands 110 Peaple
110
Country Turkey 100 Peaple
100
Country Canada 93 Peaple
93
Country France 89 Peaple
89
Country United Kingdom 86 Peaple
86
Country Russian Federation 44 Peaple
44
Country Luxembourg 44 Peaple
44
Country Sweden 42 Peaple
42
Country Brazil 36 Peaple
36
Country Germany 30 Peaple
30
Country Italy 26 Peaple
26
Country Japan 25 Peaple
25
Country Mexico 18 Peaple
18
Country Asia/Pacific Region 15 Peaple
15
Country Australia 11 Peaple
11
Country Ukraine 4 Peaple
4
Country Lao People
2
Country Malaysia 2 Peaple
2
Country Hong Kong 2 Peaple
2
Country Indonesia 2 Peaple
2
Country Belgium 1 Peaple
1
Country Czech Republic 1 Peaple
1
Country Denmark 1 Peaple
1
Country United Arab Emirates 1 Peaple
1
Country Switzerland 1 Peaple
1
Country Romania 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 06/07/2012 
ตะลุยปิซา(Pisa, Italy)ตอน 3 : ปีนหอเอนปิซา(Torre pendente di Pisa) 


Tuesday, 3 July 2012

Pisa,Italy

อุณภูมิ 27 องศาเซลเซียส
แดดจ้าตลอดทั้งวัน     

มาถึงสถานที่สำคัญ ถ้ามาไม่ถึงที่นี่ก็เหมือนมาไม่ถึงปิซา
อีกอย่างคิดว่าหลายๆ คนก็คงใฝ่ฝันว่าครั้งหนึ่งในชีวิตจะมีโอกาสได้มาปีนหอเอนปิซาสักครั้ง
จริงๆ วัตถุประสงค์ของเรารอบนี้ก็เช่นกัน หลังจากสามปีก่อนมาถึงปิซาแต่ปรากฎว่าหอเอนปิดให้เข้าชม
เลยพลาดโอกาสนั้นไป มารอบนี้ตั้งใจเต็มที่ว่าจะมาปีนหอเอนปิซาให้ได้
 

หอเอนเมืองปิซา(Leaning Tower of Pisa)
ในภาษาอิตาเลี่ยนเรียกว่า Torre pendente di Pisa หรือ La Torre di Pisa
ตั้งอยู่ที่เมืองPisa ในจัตุรัส Piazza Del Duomo หรือ Campo dei Miracoli
หอเอนปิซาเป็นหอระฆังของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก 
ทรงของหอระฆังเป็นรูปทรงกระบอก 8 ชั้น

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

ตัวหอถูกสร้างด้วยหินอ่อนสีขาวลักษณะเป็นไปในรูปแบบเดียวกัน
กับ Battistero di San Giovanni และ Duomo แต่บางปีไม่ได้รับการขัดก็อาจจะดูหม่นลงไปได้

เพราะฝนแถบยุโรปยังค่อนข้างเป็นกรดที่กัดเนื้อหินอ่อนให้คล้ำลงได้ จำได้ว่าเมื่อสามปีก่อน
เราสองคนมาถึงที่นี่ในช่วงที่เจ้าหน้าที่กำลังขัดปัดฝุ่นนี่ล่ะ
เลยทำให้พลาดโอกาสการปีนหอเอนไปเลย
สำหรับตัวหอเอนมีความสูงสูง 183.3 ฟุต หรือ 55.86 เมตร 
น้ำหนักรวม 14,500 ตันโดยประมาณ และมีบันไดที่ทำจากหินอ่อนถึง 293 ขั้น

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

ตอนนี้หอเอียง 3.97 องศา หลังจากในปี ค.ศ. 1990-2001 

หอเอนปีซาได้รับการปรับปรุงฐานให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้หอล้มลงมา
ส่วนยอดของหอห่างจากแนวตั้งฉาก 3.9 เมตร
และในปีค.ศ.1987 หอเอนเมืองปิซาได้รับการคัดเลือกให้เป็น UNESCO World Heritage Centre 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

Torre pendente di Pisa เริ่มสร้างเมื่อ 9 สิงหาคม ค.ศ.1173 

สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ.1350 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี 
แต่การก่อสร้างหยุดชะงักเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3  เนื่องจากพื้นใต้ดินเป็นพื้นดินที่นิ่ม ทำให้ยุบตัว  

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet


ต่อมาในปี ค.ศ.1272 Giovanni di Simone สร้างให้เอนกลับไปอีกด้านหนึ่ง
เพื่อให้สมดุล แต่การก่อสร้างในครั้งนี้ ก็ต้องหยุดชะงักลงอีกครั้งเนื่องจากเกิดสงคราม
ต่อมาก็มีการสร้างหอต่อขึ้นอีกและสร้างเสร็จ 7 ชั้น ในปี ค.ศ.1319 
แต่จริงๆ หอระฆังถูกสร้างเสร็จในปี ค.ศ.1372 โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมดรวม 177 ปี
ประวัติการสร้างอันยาวนานของหอเอนปิซา สมกับที่ได้เป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางเชียวล่ะ


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

ต่อมาในปี ค.ศ.1934 Benito Mussolini (Benito Amilcare Andrea Mussolini)

พยายามจะทำให้หอกลับมาตั้งฉากดังเดิม โดยเทคอนกรีตลงไปที่ฐาน 
แต่ความหวังดีนี้ กลับกลายเป็นว่ากลับทำให้หอยิ่งเอียงมากขึ้นไปอีก 
แต่ในปัจจุบันกลับกลายเป็นผลดี เพราะความเอียงของหอเอนปิซา
ยิ่งทำให้ La Torre di Pisa มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

ต่อมาในปี ค.ศ.1964 รัฐบาลอิตาลี พยายามหยุดการเอียงของหอเอนเมืองปิซา
โดยผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น วิศวกร นักคณิตศาสตร์ และนักประวัติศาสตร์ 
โดยใช้เหล็กรวมกว่า 800 ตัน ค้ำไว้ไม่ให้หอล้มลงมา 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

ในวันที่ 7 มกราคม ปีค.ศ.1990 Torre pendente di Pisa ถูกปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม
เพื่อความปลอดภัยของตัวหอเอง ตลอดจนนักท่องเที่ยว
พร้อมกันนั้นยังได้ทำการขุดดินของอีกด้านหนึ่งออก เพื่อให้ตัวหอสมดุลยิ่งขึ้น 
และในวันที่ 15 ธันวาคม ปี คศ 2001 หอเอนเมืองปิซาถูกเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมอีกครั้ง 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

 การที่จะขึ้นไปชมความงามบนหอเอนปิซาจำเป็นจะต้องซื้อบัตรเข้าชมก่อนล่วงหน้า
ขอบอกว่าค่าขึ้นหอคอยแพงจาเดิมเยอะมาก ถึงกับตกใจตอนที่เจ้าหน้าที่บอกราคาคนละ 15  ยูโรเลยทีเดียว
แถมให้ขึ้นได้เป็นรอบๆ รอบละ 40 คน และอยู่ได้เพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้น 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

ถ้าใครจะขึ้นก็ให้รีบไปจองรอบแต่เนิ่นๆ แล้วไปเดินดูอย่างอื่นก่อน 
เขาต้องการจำกัดจำนวนคนขึ้นไปเพื่อความปลอดภัย อีกอย่างสถานที่คับแคบ
การถ่ายรูปก็ยากลำบาก 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet


ตอนแรกที่รักบอกว่าอย่าขึ้นไปเลย เพราะคนเยอะมาก
แต่ด้วยความที่เราอยากลองปีนหอเอนสักครั้งในชีวิต

ที่รักก็เลยพาไปซื้อตั๋ว ขอบอกว่าเป็นการตัดสินใจที่ค่อนข้างผิด
เนื่องจากมาซื้อตั๋วเอาช่วงบ่ายแก่ๆ กว่าจะได้ขึ้นหอคอยต้องรอถึง 3 ชั่วโมง
นั่นคือได้ขึ้นตอน 17.15 น. คราวนี้เลยต้องนั่งเล่น เดินดูโน่นนี่แก้เบื่อไปพลางๆ 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ตึกด้านหน้าเป็นสถานที่จำหน่ายบัตรเข้าชม

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ได้มาล่ะตั๋วราคาแพง

นี่คือการมาเที่ยวแบบไม่ได้วางแผน จริงๆ ถ้าซื้อตั๋วออนไลน์มาจากบ้าน
ป่านนี้เราคงได้ขึ้นหอคอตั้งแต่มาถึง แถมช่วงที่เราขึ้นไปเป็นช่วงย้อนแสง
ภาพที่ได้มาเลยไม่ค่อยสวยสมใจ ไม่น่าตัดสินใจช้าเลย แอบบ่นที่รักว่ารู้งี้ขึ้นไปตั้งแต่แรกดีกว่า  

ด้วยความที่ต้องรอนานมาก ขนาดเดินดูโน่นนี่จนครบก็ยังไม่ถึงเวลาที่กำหนดในตั๋วสักที
คือถ้าไม่ถึงรอบของเรา เจ้าหน้าที่ก็ไม่อนุญาตให้ขึ้น เพราะแต่ละรอบคนเต็มตลอด
เราได้ตั๋วเวลา 17.15 น. ก็ได้ขึ้นเวลานั้นจริงๆ 
สำหรับคนที่จะขึ้นบนหอเอนปิซาเจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้นำกระเป๋าหรือสัมภาระขึ้นไปเลย
ยกเว้นกล้องถ่ายรูปและมือถือ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา
ต้องกลับมาใหม่อีกรอบ จะต้องนำกระเป๋าไปฝากไว้ที่แผนกฝากกระเป๋า
ติดกับออฟฟิศที่จำหน่ายบัตรเข้าชม เพราะเราเห็นนักท่องเที่ยวเยอะมาก
มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องกระเป๋า ต้องวิ่งกระหืดกระหอบกลับไปกลับมาหลายรอบ
ซึ่งเสียเวลาไปมิใช่น้อยเลยทีเดียว

มีเรื่องตลกมากตอนสแกนตั๋วแล้วเดินผ่านประตูเข้าไป
ทุกคนจะต้องไปรวมกันที่ห้องโถงชั้นแรกของหอเอน เพื่อฟังคำบรรยาย
อธิบายถึงวิธีเดินขึ้นไปอย่างปลอดภัย จากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำทางขึ้นไปอีกที
แต่ด้วยความที่เราคิดว่าคงเป็นกรุ๊ปทัวร์ เราเลยไม่สนใจเดินขึ้นบันไดดุ่มๆไปคนเดียว 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
บันไดทางขึ้นหอเอนปิซา

สำหรับบันไดทั้งหมด 293 ขั้น ทำด้วยหินอ่อนล้วนๆ
ตอนเดินขึ้นไปจะลื่นนิดหน่อย จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้นำกระเป๋าขึ้นมาด้วย
แต่บันไดที่หอเอนปิซาค่อนข้างกว้าง แถมแต่ละชั้นก็มีช่องระบายอากาศขนาดใหญ่

ทำให้อากาศถ่ายเทสะดวก
ผิดกับหอคอยที่เมืองฟลอแร้นทำเอาเราเป็นลมเพราะขาดอากาศหายใจมาแล้ว 

ตอนที่ขึ้นไปถึงชั้นที่ 7 จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล ควบคุม
เนื่องจากในรอบนั้นมีเราเผลเดินขึ้นไปโดยไม่ฟังคำอธิบายจากเจ้าหน้าที่ ประตูเข้าชมเลยปิดอยู่
แต่เจ้าหน้าที่ก็เปิดให้เราเข้าไปชมด้านใน สำหรับชั้นที่ 8 ซึ่งเป็นชั้นบนสุด
มีประตูเล็กๆ และบันไดวนขึ้นไป สำหรับคนที่กลัวความสูงก็คงรู้สึกหวิวๆเช่นกัน 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
บันไดวนสำหรับขึ้นไปชั้นที่ 8 ของหอเอนปิซา

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ลานกว้างๆ บนชั้นบนสุด ล้อมรอบด้วยระฆังขนาดใหญ่

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
กับระฆังสักหน่อย ให้รู้ว่าขึ้นมาถึงแล้วนะ

ด้วยความที่หอเอนปิซ่ามีลักษณะเปิดโล่ง เพื่อความปลอดภัยเลยมีการทำกรงเหล็ก
ปิดกั้นทุกด้าน ทำให้เวลาถ่ายรูปยากลำบากมาก
มีแค่ช่องเล็กๆ ระหว่างกรงเหล็กแต่ละอัน สำหรับยื่นกล้องออกไป
ทุกอย่างต้องอยู่ภายในสายตาของเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา เพราะถ้าเผลอพลาดตกลงไป
มีอันจบชีวิตแน่ๆ ตอนเดินชมวิวรอบด้านลมพัดมาโดนผิวหนัง
รู้สึกเย็นวูบเหมือนกันนะ อีกอย่างด้วยความเอียงของหอเอน
ทำให้เกิดอาการกลัวอยู่บ้างเป็นบางครั้ง เราพยายามเดินแบบระมัดระวังเป็นที่สุด

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

แต่ด้วยความสวยงามของวิวด้านบนที่มองเห็นวิวเมืองปิซา
ก็ทำเอาตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย เสียดายช่วงที่เราขึ้นไปเป็นช่วงย้อนแสง
ทำให้ได้ภาพ Duomo และ Battistero di San Giovanni มาแบบไม่ค่อยสดใสนัก
จากท้องฟ้าใสๆกลายเป็นขาวในบัดดล 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

แต่ถ้าเดินไปอีกด้านซึ่งเป็นฝั่งตรงข้ามก็จะเห็นวิวสวยๆ ของเมืองปิซา
กว้างสุดลูกหูลูกตาเชียวล่ะ 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ด้านบนหอเอนปิซา

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

ครบ 30 นาที ก็เดินลงมาจากหอเอนปิซาความรู้สึกช่างแตกต่างจากขาขึ้นมาก
ขาขึ้นเมื่อยขา จนต้องแวะพักเป็นระยะๆ แต่ขาลงนี่เร็วมากไม่ถึงสามนาทีลงมาถึงด้านล่าง
ที่รักบอกว่ารอบนี้เราแข็งแรงกว่าตอนขึ้นหอคอย Giotto ที่ฟลอแร้นเยอะมาก
ลงมาหน้าตายังดูสดใสไม่เหนื่อยมากนัก ทั้งที่เดินขึ้นบันไดถึง 293 ขั้นแน่ะ
ที่สำคัญมารอบนี้เราเตรียมยาดมมาอย่างดี เพราะรู้ว่าต้องมาปีนหอเอน
แต่สุดท้ายกลับไม่ได้ใช้งาน

ก่อนเดินทางกลับแวะชมที่ว่าการเมืองปิซาเก็บภาพอีกเล็กน้อยไหนๆก็มาแล้ว


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetที่ว่าการเมืองปิซา

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internetตรงกลางเป็นลานโล่งๆ รูปแบบเดียวกันกับอีกหลายๆ เมือง

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ปิดท้ายไดอารี่วันนี้ด้วยภาพ Piazza Del Duomo หรือ Campo dei Miracoli
สถานที่สำคัญที่องค์การ UNESCO จัดให้เป็นหนึ่งในมรดกโลก 
ใครที่มีโอกาสก็อย่าลืมมาเยือนเมืองปิซากันนะจ๊ะ  

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นด้วยนะค่ะ
แล้วเจอกันทริปหน้า ซึ่งยังไม่รู้ว่าที่ไหนและเมื่อไหร่ 





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


เห็นแล้วอยากไปจังเลยค่ะน้องมีน ไม่รู้จะมีโอกาสเมื่อไหร่ หือๆ

FooN
08/07/2012 13:00:00

เที่ยวทุกวันเลยน้องมีน อยากไปบ้างจัง สเปน เยอรมัน ฝรั่งเศส ไปหมดแล้ว แต่อิตาลียังเลย ซักวัน.. น้องมีน ;-)

P'Lek
06/07/2012 18:52:00

มาทั้งทีก็ต้องลองปีนดูให้ได้ซักครั้งเนอะพี่มีน แต่แบบต้องรอนานเลยเนอะ อารมณ์ประมาณรอคิวเครื่องเล่นดิสนีย์แลนด์เลยค่ะ แล้วมันจะล้มลงมามั้ยคะเนี่ย ใหม่ดูแล้วหวาดเสียวแทน เอียงมากๆ เลยเจ้าหอเอนเนี่ย
Monthly
06/07/2012 09:03:00

อยากไปบ้าง พาไปหน่อยยยยยย

นก
06/07/2012 03:22:00

สวยจัง!!แต่คนกลัวความสูงอย่างเราคงขอแค่แหงนคอตั้งบ่าดูไปละกัน ท้ังสูงทั้งแคบ คนก็เยอะ เสียวอ่ะ!!..เอ้อ..คุณมีนเจ้าขา leky เปลี่ยน bg.แล้วนะ ตาลายเหมียนกัลลล์ อิอิ..แต่แปะรูปไม่เป็นเจ้าค่ะ!!( อยากเปลี่ยนprofile รูปแมวเป็นรูปงามๆของlekyบ้างน่ะ) ทำงัย ช่วยที!!!

leky
06/07/2012 00:09:00

หูยๆๆๆ อยากขึ้นบ้างอ่า สวยมากเลยเนอะ มันมหัศจรรย์มากกก

นู๋นิต
05/07/2012 23:53:00

สวยค่ะสวยมาก ๆ ก็ถึงว่าซิเน่อะว่าทำไมยังสีขาวอยู่ที่แท้ก็มีขัดฝุ่นนี่เอง 
ไว้มาลองขึ้นบรรไดที่โบสถ์ โดมที่ Colgne บ้างน่ะค่ะ แต่คงน้อยกว่าที่หอเอน อ่ะ
แต่ก็เหนื่อยเหมือนกัน เพราะมันเล็กและวนด้วย ...มาสักครั้งน๊าา 

Tikkachan
05/07/2012 22:53:00

very beautifull  and your are beautifull

riminilisa
05/07/2012 21:48:00