Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1756.asp ]  Page view: 17.160 Time
Country Anonymous Proxy 15033 Peaple
15.033
Country United States 1584 Peaple
1.584
Country China 393 Peaple
393
Country Thailand 63 Peaple
63
Country Italy 17 Peaple
17
Country France 16 Peaple
16
Country Germany 16 Peaple
16
Country United Kingdom 12 Peaple
12
Country Australia 5 Peaple
5
Country Netherlands 5 Peaple
5
Country Luxembourg 3 Peaple
3
Country Asia/Pacific Region 3 Peaple
3
Country India 2 Peaple
2
Country Malaysia 2 Peaple
2
Country Japan 2 Peaple
2
Country Norway 1 Peaple
1
Country Sweden 1 Peaple
1
Country Ukraine 1 Peaple
1
Country Canada 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 09/07/2012 
ตะลอนวันหยุด Garda Lake, Venice Night and Furlo 


Sunday, 8 July 2012

Rimini,Italy

อุณภูมิ 37 องศาเซลเซียส
แดดจ้าตลอดทั้งวัน       

วันหยุดทีไรพวกเราไม่เคยอยู่ติดบ้านกันเลย
โดยเฉพาะช่วงนี้บ้านเราอากาศร้อนมากๆ ร้อนอบอ้าวอยู่ในบ้านอารมณ์เหมือนอยู่ในเตาอบ
เลยพาลหาเรื่องไปโน่นไปนี่กันตลอด แบบไม่ต้องมีการวางแผนล่วงหน้าอีกต่างหาก
ขนาดว่าวันเสาร์เรากับที่รักไปทำธุระกันจนถึงช่วงบ่าย
ตอนแรกกะว่าจะติดบ้านสักวัน แต่จนแล้วจนรอดก็อยู่ไม่ติดบ้านอีกเช่นเคย

ทำธุระเสร็จที่รักก็พูดลอยๆ ขึ้นมาว่าเราไปเที่ยวกันดีกว่า
คิดสิว่าเราจะไปไหนกันดี เราก็คิดว่าที่รักพูดเล่น เพราะนี่มันก็ปาไปเกือบบ่ายสองล่ะ
กว่าจะไปกว่าจะกลับคงเที่ยงคืนกันพอดี
ช่วงเช้ายังคุยกับเพื่อนสาว่าบ่ายนี้เราจะออกไปช็อปปิ้งในเมืองกัน
เลยต้องโทรไปยกเลิกเพื่อนสาแบบกระทันหัน 

วันนี้ที่รักให้เราเป็นคนเลือกว่าจะไปเที่ยวไหน จะขึ้นเหนือหรือลงใต้

จริงๆ เราอยากไป Siena ซึ่งอยู่ทางใต้ของฟลอแร้น
แต่ไปตอนนี้ก็คงไม่ทันได้ดูอะไรมืดซะก่อนแน่ๆ สุดท้ายนึกได้ว่าซัมเมอร์นี่เราสองคน
ยังไม่มีโอกาสไปเที่ยวทะเลสาปการ์ด้ากันเลย ปกติทุกปีเราสองคนต้องไปที่นี่กันตลอด
แต่จากบ้านเราไปทะเลสาปการ์ด้าก็ 264 กิโลเมตร ไกลโขอยู่เหมือนกัน

แต่ที่รักบอกว่าช่วงนี้มืดช้า แถมไปถึงช่วงเย็นๆ อากาศคงกำลังดี
จะได้ถือโอกาสดูพระอาทิตย์ตกดินที่ทะเลสาปการ์ด้ากันด้วย

ใช้เวลาสามชั่วโมงกว่าๆ เราสองคนก็เข้าเขตเมือง Garda

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
เข้าเขตเมือง Garda ล่ะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
พลขับแสนใจดี

แต่ด้วยความที่ทะเลสาปการ์ด้าใหญ่มาก ครอบคลุมหลายเมือง
พอไปถึงทางแยก ต้องตัดสินใจอีกครั้งว่าจะไปทางเหนือหรือลงใต้ของทะเลสาป
เราเห็นว่ารอบก่อนลงใต้ไป Sirmione มาแล้ว รอบนี้ขอขึ้นเหนือไปทาง Garda บ้าง
ปรากฎว่าตลอดทางรถติดยาวเหยียดเลยทีเดียว ผ่านเมืองไหนก็หาที่จอดรถกันไม่ได้
ซัมเมอร์เมื่อไหร่ทะเลสาปการ์ด้าไม่เคยเงียบเหงาเลย
นักท่องเที่ยวพากันมานั่งอาบแดด อารมณ์ประมาณนั่งอาบแดดริมชายหาดยังงัยยังงั้นล่ะ
แต่ดีหน่อยนั่งอาบแดดริมทะเลสาปบรรยากาศดี และร้อนน้อยกว่าริมทะเลเยอะเลย


ในเมื่อหาที่จอดรถกันไม่ได้ แถมรถก็ติดตลอดทาง
ที่รักเลยเสนอมาว่า เราก็ขับรถชิมวิวลัดเลาะไปตามเมืองต่างๆ ริมทะเลาปการ์ด้าแล้วกัน
เมืองไหนหาที่จอดรถได้ก็ค่อยแวะชมความงามแบบใกล้ชิด
ถ้าไม่มีที่จอดรถก็ถือว่าขับรถเล่น

แล้วก็เป็นไปอย่างที่คิด ขับรถลัดเลาะกันไปเรื่อยๆ
ผ่านเมืองเล็กเมืองน้อย นักท่องเที่ยวก็แน่นเอี๊ยดทุกเมือง เรื่องหาที่จอดรถ
เป็นอะไรที่ยากลำบากมากๆ วันนี้เราเลยแทบไม่ได้ยกกล้องมาถ่ายรูปเลย
อาศัยถ่ายบนรถบ้างไรบ้าง แล้วแต่โอกาสจะอำนวย
ที่รักบอกว่าการที่เรามาเที่ยวพักผ่อน โดยไม่คิดเรื่องถ่ายรูปมันก็ดีไปอีกแบบ
คือเราได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศสวยๆ ริมทะเลสาปแบบเต็มที่
ประกอบกับอากาศเย็นๆ ลมพัดแผ่วๆ เป็นอะไรที่เราโหยหามากๆเลยตอนนี้


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
บรรยากาศดีมาก

ขับรถลัดเลาะกันไปหลายมืองหลายกิโลเมตร

ที่รักก็เริ่มโหยหาคาปูชิโน่ขึ้นมาล่ะ แต่ไปเมืองไหนก็หาที่จอดรถไม่ได้
เราเห็นท่าไม่ค่อยดี ถ้าที่รักไม่ได้ดื่มคาปูชิโน่เดี๋ยวไม่มีแรงขับรถแน่ๆ
เลยชวนที่รักย้อนกลับมาทางใต้ของทะเลสาปการ์ด้า
โชคดีผ่านเมือง Torre del Benaco เจอที่จอดรถว่างอยู่หนึ่งที่
ทำเอาดีใจยังกะได้แก้ว ที่รักนี่ประมาณว่า ฉันรอดตายแล้ว คาปูชิโน่รอฉันอยู่ ประมาณนั้นเลย

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
บรรยากาศยามเย็นริมทะเลสาปที่ Torre del Benaco

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
คาปูชิโน่ เครื่องดื่มที่ที่รักขาดไม่ได้เลย

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ผ่านร้านเซรามิคสวยๆ

อิ่มหนำสำราญก็เดินทางกันต่อ เพราะเริ่มโพล้เพล้ลงไปทุกที
จากเหนือก็ลงมาทางใต้ ผ่านเมือง Peschiera อีกหนึ่งเมืองที่ติดกับทะเลสาปการ์ด้า
เราสองคนมาเที่ยวเมืองนี้กันหลายรอบ มาทีไรก็สวย ประทับใจทุกครั้ง
ขนาดช่วงที่เรามาถึงประมาณ 2 ทุ่ม แต่ก็ยังมีแดดอ่อนๆ ให้พอเก็บภาพมาฝากกันเล็กน้อย

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ด้านหลังคือทะเลสาปการ์ด้าที่เมือง Peschiera

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
มาเมืองนี้ต้องผ่านสะพานนี้ทุกคน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
อีกสักรูป ทริปนี้รูปน้อยเหลือเกิน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
บรรยากาศดีไหมล่ะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ท่าเทียบเรือของเมืองนี้เค้าล่ะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ช่วงหัวค่ำอากาศดีขนาดนี้ คิดดูว่ากลางวันอากาศดีขนาดไหน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ไม่ทันยิ้มเลย ที่ัรัก แช๊ะๆ ไปก่อนล่ะ

ออกจากเมือง Peschiera ขับรถไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร
ก็ถึงเมือง Sirmione เมืองนี้เป็นเมืองที่โด่งดังและสวยงามมากเมืองหนึ่ง
ของทะเลสาปการ์ด้า ถ้าใครเคยอ่านไดอารี่เราจะเห็นว่าเราสองคนมักมาเที่ยวที่นี่กันบ่อยๆ
ไม่ว่าฤดูไหนที่นี่ก็ยังเป็นเมืองที่สวยงามถูกใจเราสองคนตลอด
ขนาดวันนี้มาถึงใกล้ค่ำเต็มที่ สองทุ่มกว่าๆ พระอาทิตย์เริ่มต่ำลง แดดก็เริ่มน้อยลงตามไปด้วย
แต่บรรยากาศรอบทะเลสาปเริ่มเย็นสบาย รู้สึกผ่อนคลายกว่าช่วงกลางวันเยอะเลย

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
วิวทะเลสาปจากเมือง Sirmione

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ใจกลางเมือง

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
หอคอยซึ่งเราเคยปีนขึ้นไปชมวิวมาแล้ว

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
กำแพงเก่าแก่ที่ยื่นออกไปในทะเลสาป

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ร้านอาหารริมทะเลสาปที่มีให้เห็นอยู่ทั่วไป

เราสองคนมาถึงที่นี่ช่วงหัวค่ำ ใจกลางเมืองเลยคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว
โดยเฉพาะตามร้านอาหารและภัตตาคารเต็มหมดทุกร้านเลยทีเดียว
สำหรับเราสองคนไม่ได้เน้นเรื่องการทานอาหารมากนัก เพราะส่วนใหญ่ทานบนรถกันตลอดทาง
มาถึงที่นี่ก้แค่แวะดื่มคาปูชิโน่กับเจลาโต้เย็นๆ ของโปรด แล้วก็เดินขึ้นเขาไปที่จุดชมวิว
ดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเย็นที่เมือง Sirmione 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
บนจุดชมวิว แสงแดดมากระทบหน้าแบบเต็มๆ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ผู้คนพากันมานั่งชมวิวริมทะเลสาปยามเย็น

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ส่วนเราก็ถ่ายรูปบ้างไรบ้าง

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
พระอาทิตย์ตกดินที่ Sirmione

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ชอบแสงอาทิตย์เวลากระทบผิวน้ำที่สุดเลย

มัวแต่ดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเย็นริมทะเลสาปการ์ด้าที่เมือง Sirmione
เผลอดูเวลาอีกทีก็ปาไปสามทุ่ม ที่รักก็วางแผนล่ะว่าเราจะกลับบ้านกันทางไหนดี
จะกลับโดยใช้เส้นทางเดิมผ่าน Verona หรือจะผ่าน Venice ซึ่งอ้อมโลกหน่อย
แต่เส้นทางค่อนข้างดีกว่ากันเยอะมาก

แล้วที่รักก็เลือกขึ้นมอเตอร์เวย์ไปเส้นทางเมืองเวนิส
ตอนแรกเราก็งงว่าที่รักจะไปทางนี้ทำไม เพราะมันไกลจากบ้านเราเกือบ 400 กิโลเมตรเลยทีเดียว
แต่ที่รักบอกว่าไหนๆ ก็มาแล้ว จากทะเลสาปการ์ด้าไปเวนิสก็แค่ 124 กิโลเมตร

ขับผ่านเวนิสช่วงกลางคืน จะได้ถือโอกาสไปชมความงามของเวนิสยามค่ำคืนด้วย
เพราะในชีวิตที่รักก็ยังไม่เคยไปเที่ยวเวนิสช่วงกลางคืนเลยสักครั้ง

ขับรถไปชั่วโมงกว่าๆ พวกเราก็ถึงเมืองเวนิส
โชคดีมากได้ที่จอดรถใกล้กับท่าเทียบเรือ Piazzale Roma 
แต่ก็ต้องตกตะลึงกับจำนวนผู้คนที่ล้นหลาม ทั้งที่กำลังรอรสบัสและรอเรือ

เชื่อแล้วล่ะว่าเมืองเวนิสไม่เคยหลับไหลจริงๆ

ไม่รอช้ารีบซื้อตั๋วและรีบลงไปที่ท่าเรือ
แต่ไม่อยากบอกเลยว่าเราสองคนผิดพลาดอย่างรุนแรง เนื่องจากที่ท่าเทียบเรือ Piazzale Roma
จะมีอยู่สองท่า เราสองคนตั้งใจไปที่ San Marco ใจกลางเมืองเวนิส
แต่ปรากฎว่าเรือที่เราขึ้นไปกลับไม่ได้ไปที่ San Marco แต่ไปท่าต่างๆ นอกเมืองเวนิส
เราสองคนมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เรือออกไปได้ไม่ไกล เพราะแต่ละท่าที่จอดไม่คุ้นเอาซะเลย
แถมยิ่งไกลออกไปก็เหมือนอยู่กลางทะเล แถมเรือที่นั่งขับเร็วมาก
คลื่นก็แรง ทำเอาเราปวดหัวคลื่นไส้ไปเลย


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
หนุ่ม(น้อย) มาดเข้ม

จากที่ตั้งใจว่าจะมาชมบรรยากาศยามค่ำคืนที่เมืองเวนิส
กลับกลายเป็นว่ามาหลงอยู่ในรอบนอกของเวนิสแทน 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
เรือสำราญที่จอดเทียบท่านอกเมืองเวนิส

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ไม่รู้ว่าตึกอะไร มองไกลๆ สวยมาก

หลังจากนั่งเรือมาจนถึงท่าสุดท้าย ก็รู้แน่ๆ ว่าไปไม่ถึง San Marco ล่ะ
สุดท้ายเลยต้องลงจากท่าสุดท้าย เพื่อนั่งเรือกลับไปยัง Piazzale Roma
สถานที่ที่เราสองคนจอดรถกันไว้อีกครั้ง ทำเอาเสียอารมณ์กันเล็กน้อย

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
รูปนี้เหมือนจะชัดสุดล่ะ ถ่ายรูปกลางคืนมันยากจริงๆ นะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
เรือลำเดิม แต่ถ่ายตอนขากลับ

ไหนๆ ไปไม่ถึง San Marco ล่ะ เพราะมัวหลงขึ้นเรือผิดท่า
มาถึง Piazzale Roma เลยพากันชวนกลับบ้าน เพราะตอนนั้นก็ปาไปเที่ยงคืนกว่าๆ
ถึงแม้ผู้คนในเวนิสจะยังล้นหลาม แต่เราสองคนก็เหนื่อยล้าจากการเดินทาง
แถมมาเจอเรือที่ขับแบบเร็วมาก จอดทีชนโน่นนี่โครมคราม
ทำเอาเราแทบอ๊วกออกมาหลายต่อหลายครั้ง
เลยไม่มีอารมณ์ไปซื้อตั๋วที่เครื่องอัตโนมัติเพื่อต่อไป San Marco แล้วล่ะ
ที่รักถึงกับบอกว่าเข็ดกับการมาเที่ยวเวนิสยามค่ำคืน ยังงัยก็สวยสู้กลางวันไม่ได้อยู่ดี

คืนนั้นกว่าจะถึงบ้านก็เลยปาไปเกือบเช้า ที่รักถึงกับสลบคาที่
ตื่นมาอีกทีก็สิบโมงเช้าวันอาทิตย์เลยทีเดียว ส่วนเราให้นอนดึกขนาดไหน
แต่นิสัยตื่นเช้าก็เลิกไม่ได้ ทั้งที่รู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลียมากๆ
แต่ก็ยังตื่นมาทำโน่นทำนี่ได้อีก 

เช้าวันนี้กว่าเราสองคนจะออกไปร้านกาแฟเลยปาไปเกือบเที่ยง
ทำเอาพนักงานที่ร้านกาแฟงงกันเป็นแถบ
เพราะปกติเจ็ดโมงเช้าต้องเห็นหน้าเราสองคนที่ร้านกาแฟแลวล่ะ
ออกจากร้านกาแฟ ที่รักบอกว่าวันนี้เราจะพาที่รักไปไหนดี
เพราะเมื่อวานที่รักขับรถคนเดียวเหนื่อยมาก
จะไม่เหนื่อยได้งัยล่ะทั้งไปทั้งกลับปาไปเกือบพันกิโลเมตร วันนี้ที่รักเลยให้เราทำหน้าที่สารถี
พาที่รักไปโน่นนี่ เราก็เลยพาที่รักไป Le befane ช็อปปิ้งของเซลล์ซะเลย
ได้รองเท้าในราคาแสนถูกใจมาคู่หนึ่ง ขอบคุณมากนะจ๊ะที่รัก

ช๊อปปิ้งเสร็จ เราก็แวะทานอาหารกันที่ Old Wild West
นานล่ะที่เราสองคนไม่ได้ทานอาหารนอกบ้านด้วยกันแบบนี้
ส่วนใหญ่ทำอาหารทานเองกันตลอด

ออกจาก Le befane ที่รักก็ให้เราทำหน้าที่เป็นพลขับอีกเช่นเคย
พอถามที่รักว่าจะให้พาไปไหน ที่รักก็บกว่าตามใจคนขับ เราเลยขับรถพาที่รักไปเมือง Cattolica
ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองเรามากนัก แต่พอไปถึงลานน้ำพุที่รักกลับเปลี่ยนใจ
ชวนขับรถขึ้นมอเตอร์เวย์ต่อไปยัง Furlo ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเราประมาณ 110 กิโลเมตร
Furlo เดิมเป็นเส้นทางที่ใช้ผ่านไปยังโรม แต่ตอนหลังมีการสร้างอุโมงค์ตัดผ่านภูเขาขนาดใหญ่แทน
เส้นทางนี้เลยกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ไว้พักผ่อนหย่อนใจ
โดยเฉพาะผู้ที่หลงไหลในธรรมชาติสวยๆ กลางหุบเขา
ซึ่งเราสองคนก็เป็นหนึ่งในนั้น เวลาเบื่อๆ อยากหนีจากความวุ่นวายในตัวเมือง
ไปนั่งพักผ่อนแบบใกล้ชิดธรรมชาติ ก็มักจะนึกถึงที่นี่กันแทบทุกครั้ง
โดยเฉพาะวันนี้ที่อากาศบ้านเราร้อนมากเฉียด 40 องศา
Furlo เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการพักผ่อนที่สุด

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
แม่น้ำใจกลางหุบเขาที่ Furlo

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ถ้าไม่ย้อนแสง น้ำจะเป็นสีเขียวมรกต งดงามมากๆ

ออกจาก Furlo ได้ไม่ไกล ผ่านเมือง Fossombrone
เมืองเล็กๆ ใจกลางหุบเขา มีแม่น้ำไหลผ่านใจกลางเมือง
เราสองคนตั้งใจไปเดินเล่นชมวิวที่นี่สักเล็กน้อยก่อนเดินทางกลับบ้าน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
วิวสวยๆ ที่เมือง Fossombrone

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
เมืองเล็กๆ ก็มีเสน่ห์อยู่นะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

หมดไปอีกหนึ่งวันกับวันหยุดของเราสองคน
ตะลอนกันจนแทบไม่ได้อยู่ติดบ้าน เหนื่อยกับการเดินทาง
แต่ก็มีความสุขที่ได้เปิดโลกกว้างและทำในสิ่งที่รัก

เพราะชีวิตของเราสองคนคือ การเดินทาง นี่นา 





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


วันนี้ไม่สนใจวิวเพราะนางแบบสวยวันสวยคืน

maita
12/07/2012 20:21:00

ผ่านมาเกือบปีแร๊ะที่ไปอิตาลีคราวโน้น ไวยังกะโกหกเลยเน่อะ
คิดถึงบรรยายกาศ ชายทะเล (แต่ก็ได้ไปทะเลญี่ปุ่นมาล่ะปีนี้ 55)
เที่ยวเก่งกันจริงๆ เลยน๊าา 

Tikkachan
10/07/2012 22:46:00

เรื่องงานใหม่ก็ปลงไปเยอะแล้วล่ะค่ะพี่มีน ต้องทำใจว่าอาจจะไม่ได้งานในสายที่เรียนมา เพราะเราเองก็มาอยู่ต่างบ้านต่างเมือง หางานก็ยากแล้วเพราะต้องแข่งกับคนประเทศเค้าอีก

แต่ยังไงงานก็คืองานเน๊าะ ใหม่ก็จะพยายามให้ดีที่สุด ตอนนี้ยังทำงานไม่ได้ก็หาความรู้ใส่ตัวไปก่อน เอาไว้ทำได้เมื่อไหร่ล่ะค่อยว่ากัน

monthly
09/07/2012 22:02:00

เป็นใหม่ ถ้าร้อนๆ แบบนี้ก็คงอยู่บ้านไม่ไหวเหมือนกันล่ะค่ะพี่มีน

บ้านเราร้อนก็ยังมีพัดลม มีแอร์ แถมยังมีน้ำเย็นๆ ใส่น้ำแข็งดื่มกันตลอดเวลา ที่ยุโรปคนไม่ชอบเครื่องดื่มใส่น้ำแข็ง อากาศร้อนๆ แบบนี้ไม่รู้เค้ารอดมาได้ยังไงกัน

ขอบคุณที่ถ่ายภาพสวยๆ จากทะเลสาบกราโด้มาให้ดูนะคะพี่มีน

ก่อนหน้านี้ใหม่เคยดู documentary program ที่เกี่ยวกับ water rescue dog ที่ทะเลสาบกราโด้ เค้าฝึกน้องหมาให้โดดลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ แล้วก็ยังว่ายน้ำไปช่วยคนที่กำลังจะจมน้ำอีกต่างหาก สุดยอดไปเลย

เพื่อนเยอรมันของใหม่ก็ชวนไปเที่ยวอยู่เหมือนกัน เพราะเค้ามีเรือลำเล็กๆ ที่ไปเช่ามารีนาที่อิตาลีจอดเอาไว้ช่วงหน้าร้อน ก็เลยไปกันอยู่บ่อยๆ แทบจะทุกอาทิตย์เลย เอาไว้กลับมาจากบอลข่านใหม่คงได้ติดรถเค้าไปเที่ยวอิตาลีซักที

monthly
09/07/2012 14:40:00

ตามคู่หวานที่รักการท่องเที่ยวไปเที่ยวเพลินเลยะเนี่ย เชื่อละว่าร้อนนี้อยู่ไม่ติดบ้านจริง ๆ เลยเนอะ ๆ ขับรถเป็นพันกิโลสุดยอดมาก ๆ เลยอ่ะ เหมือนขับจากเหนือลงใต้เลยนะเนี่ย

ตัวเองแต่งตัวซัมเมอร์น่ารักจริงเชียว ได้บรรยากาศซัมเมอร์มาก ๆ เลยนะเนี่ย

ตามไปเที่ยวแล้วแบบว่าทำให้รู้สึกอยากแพ๊คกระเป๋าไปเที่ยวอิตาลีทันทีทันใดเลยนะตัว

ตอนนี้เขียนโครงการคร่าว ๆ เอาไว้ ไว้เดี๋ยวจังหวะลงตัวจะไปเที่ยวหาตัวที่อิตาลีน๊า

ดาว
09/07/2012 14:08:00

Mi correggo sono 919KM e non 800KM

G
09/07/2012 12:09:00

very beautifull everythig and your are nice .have a nice day .

riminilisa
09/07/2012 10:03:00

ติดตามมาตลอด  เพื่อเห็น พลขับ ก็วันนี้เอง หอคอย อลัง ม๊าก มาก

laky
09/07/2012 08:11:00

spiegami che non ho capito:
1) lago di garda
2) Venezia di notte
3) passo del furlo, fossombrone....
quindi hai fatto 800 KM hai girato messa italia...
e l'altro giorno se non sbaglio sei andata a PISA
you really crazy http://www.diary-of-us.com - Emoticon 55.gif

G
08/07/2012 23:41:00