Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

12/12/2017
22/11/2017
10/11/2017
29/10/2017
12/10/2017
6/10/2017
6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1765.asp ]  Page view: 4.416 Time
Country Anonymous Proxy 2745 Peaple
2.745
Country United States 1407 Peaple
1.407
Country China 98 Peaple
98
Country Thailand 61 Peaple
61
Country United Kingdom 20 Peaple
20
Country Italy 19 Peaple
19
Country Germany 18 Peaple
18
Country France 14 Peaple
14
Country Netherlands 10 Peaple
10
Country Australia 7 Peaple
7
Country Norway 4 Peaple
4
Country Vietnam 3 Peaple
3
Country Russian Federation 2 Peaple
2
Country Switzerland 2 Peaple
2
Country Turkey 2 Peaple
2
Country Malaysia 2 Peaple
2
Country Canada 1 Peaple
1
Country Asia/Pacific Region 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 20/07/2012 
Florence in Summer 


Sunday, 16 July 2012

Firenze,Italy

อุณภูมิ 33 องศาเซลเซียส
แดดจ้าตได้ลอดทั้งวัน

หลังจากเมื่อวานไปสูดอากาศบริสุทธิ์บนภูเขาสูงที่ Ridracoli มาแล้ว
ระหว่างเดินทางกลับผ่านวงเวียนแห่งหนึ่ง มีเส้นทางไปยังเมืองฟลอเร้นซ์ได้ด้วย
ปกติเราสองคนไปฟลอเร้นซ์ทีไรก็ใช้บริการมอเตอร์เวย์ตลอด ไม่เคยใช้เส้นทางอื่น
ทำเอาชายจีของเราสนใจเป็นยิ่งนัก อยากรู้ขึ้นมาเลยทีเดียวว่าเส้นทางนี้จะผ่านไปทางไหน
แต่ที่แน่ๆ คือระยะทางต้องสั้นกว่าการเดินทางผ่านมอเตอร์เวย์แน่ๆ

และแล้วบ่ายวันอาทิตย์ความอยากรู้อยากเห็นของชายจี
ก็ทำให้เราสองคนต้องเดินทางไปยังเมืองฟลอเรนซ์ โดยการใช้เส้นทางตัดผ่านภูเขานับสิบลูก
ข้อดีของการใช้เส้นทางนี้คือระยะยะทางสั้นกว่าๆ แต่ถนนหนทางนะสิไม่ง่ายเอาซะเลย
ถนนแคบๆ แถมมีแต่โค้งนับพัน เรียกว่าจำกัดความเร็วขับได้ไม่เกิน 60 km/h เท่านั้น
แต่ก็ดีหน่อยยิ่งขับขึ้นไปบนภูเขาสูง อากาศก็เย็นลงเรื่อยๆ
ได้ชมวิวต้นไม้ใหญ่สองข้างทางก็สวยไปอีกแบบ
ที่รักบอกว่า "คิดว่าวันนี้เราสองคนมาขับรถเล่นกันเนอะ ถึงฟลอเรนซ์เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น"
 

 http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
แวะร้านกาแฟบนภูเขาสูง

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
วิวสวยๆ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ภูเขาสูงใหญ่สลับซับซ้อน
ใช้เวลาในการขับรถประมาณ 4 ชั่วโมง เราสองคนก็มาถึงเมืองฟลอเรนซ์
ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณสี่โมงเย็น แต่อากาศที่ฟลอเรนซ์ก็ยังร้อนอบอ้าว
สมกับที่เป็นช่วงฤดูร้อนเชียวล่ะ ส่วนใหญ่เมืองทางแคว้นทัสคานี จะค่อนข้างร้อนมากในช่วงซัมเมอร์

 Florence เป็นเมืองหลวงของแคว้น Tuscany ของอิตาลี
 โดยเมืองนี้ทอดตัวอยู่ริวแม่น้ำอาโน (Arno River)  
เมื่อตอนยุคกลางเป็นศูนย์กลางการค้า และ เศรษฐกิจ เมืองหนึ่งของยุโรปเลย
ก็เลยมีเศรษฐีมากมาย Florence เป็นเมืองที่รวบรวมศิลปวิทยาการในยุค Renaissance ไว้มากมาย
ได้ชื่อว่า เป็นที่กำเนิดยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ (Renaissance) ของยุโรปเลยทีเดียว
  การอุปถัมภ์ศิลปินในสมัยนั้น โดยโบสถ์ และ พวกคนรวย ทำให้ศิลปินมมีโอกาสสร้างผลงานมากมาย
อย่างที่เราคุ้นๆ ชื่อกันก็เช่น ลีโอนาร์โด ดา วินชี มิเกลันเจโล ราฟาเอล
ในฟลอเรนซ์ ก็มีตระกูล Medici เป็นตระกูลสำคัญที่ให้การสนับสนุนการศิลปินหลากหลายแขนง
ใครมาเที่ยวที่นี่ และชอบศิลปะแขนงต่างๆ ที่นี่คงเป็นสวรรค์ของผู้ที่ชื่นชอบศิลปกรรม
 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราสองคนมาเที่ยวเมืองนี้ เรียกว่านับไม่ถ้วนเลยก็ว่าได้
ฟลอเรนซ์เป็นเมืองใหญ่ มีสถานที่ท่องเที่ยวค่อนข้างหลากหลาย
แต่ที่เราชอบมากที่สุดคือบรรยากาศริมแม่น้ำอาร์โนที่ตัดผ่านใจกลางเมืองฟลอเรนซ์นี่ล่ะ 
พูดถึงแม่น้ำอาร์โน ก็ต้องนึกถึง Ponte Veccchio สะพานไม้ข้ามแม่น้ำอาร์โนของมืองฟลอเรนซ์
อายุนับพันๆ ปี มีเรื่องราวเกี่ยวกับสะพานนี้มากมาย ใครมาเยือนเมืองฟลอเรนซ์ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
มองเห็น Ponte Vecchio อยู่ไม่ไกล

Ponte  Vecchio สะพานข้ามแม่น้ำอาร์โน เป็นสะพานไม้อายุหลายร้อยศตวรรษแห่งแรก 
เป็นสะพานโบราณสะพานเดียวที่เหลืออยู่ในเมืองฟลอเรนซ์ 
และยังแป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำอาร์โนสะพานแรกของเมืองฟลอเรนซ์ 
สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 972 แต่เกิดน้ำท่วมใหญ่ 2 ครั้ง (ปีค.ศ. 1177 กับปีค.ศ. 1333) 
กระแสน้ำพัดทำให้สะพานพังทลายไป 
ต่อมาจึงได้มีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำอาร์โนขึ้นมาใหม่ในปีค.ศ. 1345 และใช้มาจนถึงปัจจุบัน

            ผู้ออกแบบสะพานคือ วาซารี (Vasari) ผู้เป็นทั้งสถาปนิกและจิตรกร
 วาซารีออกแบบทางเดินบนสะพานให้มีหลังคาคลุม

            ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 สะพานเวคคิโอรอดพ้นจากการทิ้งระเบิดของพวกนาซี
และฝ่ายสัมพันธมิตรมาได้อย่างน่าอัศจรรย์

(ที่มาจากหนังสือ ท่องเที่ยวอิตาลี)

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
Ponte Vecchio ถ่ายจากสะพานฝั่งตรงข้าม

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ที่ระลึกสักรูป

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ไปเดินเที่ยวบนสะพาน Ponte Vecchio กัน

 http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ผู้คนล้นหลาม

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet 
มองเห็นยอดโดมของ Duomo อยู่ไม่ไกล 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
วิวสวยๆ ริมแม่น้ำอาร์โน ถ่ายจาก Ponte Vecchio 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
อีกฝั่งของสะพาน

 http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
เมืองนี้เต็มไปด้วยสะพานข้ามแม่น้ำ

 เดินจากสะพาน Ponte Vecchio ไปไม่ไกลก็จะถึง
Santa Maria del Fiore ซึ่งตั้งอยู่ที่ Piazzale San Giovanni
เป็นมหาวิหารขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกในปัจจุบัน
อดีตเคยเป็นอันดับหนึ่งของโลกมาแล้ว

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
มาเมืองใหญ่เราจะกลายเป็นคนตัวเล็ก

Santa Maria del Fiore โบสถ์หินอ่อน 3 สี 
(สีขาว จากเมืองคาร์ราร่า สีชมพูจากเซียน่า และ สีเขียว จากปราโด)
 เป็นโบสถ์ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของอิตาลี รองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ 
เป็นวิหารประจำเมือง และใช้เวลาสร้างประมาณ 165 ปี 
เพดานข้างใต้โดมเป็นภาพ The Last Judgement ซึ่งใช้เวลากว่า 7 ปีในการวาด

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

มหาวิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นช่วงปลายคศ ที่ 13 
ออกแบบโดย Filippo Brunelleschi
ด้านหน้าโบสถ์ประดับตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาว เขียว และชมพู
มีความยาว 153 เมตร และฐานของโดมกว้างถึง 90 เมตร

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

ด้านหน้าสุดเป็นอาคารสามชั้นมีชื่อว่า Battistero di San Giovanni
ใช้สำหรับทำพิธีศีลจุ่มและสวดมนต์
อาคารแห่งหนึ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1049 ซึ่งก็เกือบพันปีมาแล้ว 
ถือเป็นสถานที่สำคัญและเก่าแก่ของที่นี่เลยก็ว่าได้ 
การสร้างใช้ระยะเวลาหลายร้อยปีเลยทีเดียว
มีจุดเด่นคือประตูทั้งสองด้านทำจากทองคำแท้ๆ แกะสลักลวยลายสวยงามมากๆ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ประตูทองคำสวยงามอลังการเหมือนเช่นเคย

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

สำหรับที่นี่เราสองคนมาเยือนหลายครั้ง เลยไม่ต้องเข้าไปชมด้านใน
โดยเฉพาะหอตคอย Giotto เราก็เคยปีนมาแล้ว แถมเคยเป็นลมอยู่ด้านบน
ทำเอาเข็ดไปอีกนานเชียวล่ะ มารอบนี้เลยแค่เดินเล่น นั่งจิบคาปูชิโน่ที่ร้านแกแฟ
ดูผู้คนเดินผ่านไปมา กับสถานที่สวยๆ ก็มีความสุขไปอีกแบบ
แต่ราคาคาปูชิโน่ที่นี่แพงมหาโหดมาก แก้วละ 7 ยูโร ขนาดที่โรมยังไม่แพงเท่านี้เลย
ถ้าใครมาเที่ยวที่นี่พยายามหลีกเลี่ยงร้านกาแฟบริเวณรอบๆ มหาวิหารเป็นดีที่สุด
ไม่งั้นอาจจะต้องจ่ายมากกว่าที่คิดเยอะเชียวล่ะ

ออกจาก Piazza San Giovanni เห็นพระอาทิตย์เพิ่งจะเริ่มตกดิน
เลยชวนที่รักไปชมวิวเมืองฟลอเรนซ์กันที่ Piazzale Michelangelo
ใครมาเที่ยวเมืองนี้กไม่ควรพลาดสถานที่แห่งนี้เช่นกัน 

Piazzale Michelangelo เป็นสถานที่สำคัญและสวยงามมากอีกแห่งหนึ่งของเมือง Firenze  
เพราะสามารถชิมวิวได้ทั่วเมือง Firenze 
นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดินกันที่นี่ล่ะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
รอบๆ Piazza เต็มไปด้วยร้านค้าของขวัญของฝาก

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
นั่งชมวิวสวยๆ ยามพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ด้านล่างมีร้านอาหารบรรยากาศดีๆ สำหรับให้นั่งชมวิว

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ได้แต่มองไม่กล้าเข้าใกล้ๆ เพราะรู้ว่าราคาอาหารแพงมากแน่ๆ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
บรรยากาศดีสุดๆ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
วิวเมืองฟลอเรนซ์ยามเย็น

 http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
มองเห็นสะพาน Ponte Vecchio ที่เราไปกันมาแล้ว

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
Piazza San Giovanni แบบซูมๆ 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ยอมโดมสีแดงโดดเด่นเป็นที่สุด

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ฝั่งนี้ไม่ย้อนแสง จะเห็นว่าท้องฟ้าสดใสมาก

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
บรรยากาศสองฝั่งแม่น้ำอาร์โน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
รูปปั้น David ที่ Piazzale Michelangelo

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
รูปปั้นที่หลายคนคุ้นเคย 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

 ปิดท้ายไดด้วยบรรยากาศเมืองฟลอเรนซ์ยามเย็น
วันนี้พระอาทิตย์ตกดินค่อนข้างช้า เราสองคนเลยต้องลาเมืองฟลอเรนซ์กลับบ้านกันก่อน
เพราะระยะทางอีกยาวไกล กลับดึกมากก็ขับรถลำบาก
เนื่องจากถนนหนทางค่อนข้างอันตราย มีแต่เหวแต่โค้ง
แต่ขากลับเราไม่ได้เดินทางกลับทางเก่าแล้วล่ะ หันมาใช้บริการมอเตอร์เวย์เหมือนเดิม
ไกลหน่อยแต่ก็ปลอดภัยกว่ากันเยอะ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนแบบนี้ 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet


เดี๋ยวไดอารี่หน้าตามเราสองคนไปเที่ยวกันต่อ
จะพาไปเที่ยวเมืองที่ได้ชื่อว่า "เมืองแห่งนักบุญ" มีใครรู้บ้างน๊าา..ว่าเมืองอะไร 





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


วิวสวยมากเลยค่ะน้องมีน นางแบบอบเซ็กซี่

maita
20/07/2012 21:23:00

ma quanto ti piace firenze?
sei sempre li http://www.diary-of-us.com - Emoticon 124.gif 

G
20/07/2012 19:44:00

สักวันจะตามไปจ้าาา ขยันเที่ยวเจง ๆ เลยคนบ้านนี้ 
คนทางนี้ก็หลังจากเที่ยวมา 1 เดือน ก็ทำงาน กันหัวฟูเลยจ้าา 

Tikkachan
20/07/2012 18:45:00