Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1872.asp ]  Page view: 34.117 Time
Country Anonymous Proxy 24226 Peaple
24.226
Country United States 9564 Peaple
9.564
Country China 141 Peaple
141
Country Thailand 68 Peaple
68
Country Germany 24 Peaple
24
Country Italy 23 Peaple
23
Country United Kingdom 23 Peaple
23
Country Australia 10 Peaple
10
Country Denmark 5 Peaple
5
Country France 5 Peaple
5
Country Asia/Pacific Region 4 Peaple
4
Country Sweden 3 Peaple
3
Country Netherlands 3 Peaple
3
Country Ukraine 3 Peaple
3
Country Norway 2 Peaple
2
Country Satellite Provider 2 Peaple
2
Country Belgium 2 Peaple
2
Country Canada 2 Peaple
2
Country India 2 Peaple
2
Country Estonia 1 Peaple
1
Country Singapore 1 Peaple
1
Country Taiwan 1 Peaple
1
Country Malaysia 1 Peaple
1
Country Vietnam 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 10/12/2012 
Romantic white snow in the forest 


Sunday,  9 December 2012

Rimini,Italy
อุณภูมิ -3 องศาเซลเซียส
แดดอ่อนๆ ตลอดทั้งวัน


ตั้งใจไว้ตั้งแต่เมื่อวานว่าถ้าวันนี้แดดออกเราจะขึ้นเขา
ไปถ่ายรูปสวยๆ ของหิมะเหมือนเช่นทุกปี 
และแล้วเช้ามาอากาศก็เป็นใจแบบสุดๆ แดดจ้ามาเลยทีเดียว
รีบเตรียมอาหารง่ายๆ อย่างแซนวิชชีสกับขนมปังทาเนยและแยม
พร้อมด้วยผลไม้และน้ำดื่มอีกเล็กน้อยสำหรับทานช่วงเดินทาง
พร้อมทั้งเป็นอาหารกลางวันของเราสองคนด้วย

เกือบสี่โมงเช้าก็เริ่มออกเดินทาง
ถนนหนทางค่อนข้างลื่นนิดหน่อย เพราะหิมะที่ตไว้เมื่อวานได้กลายสภาพเป็นน้ำแข็ง
ถนนเส้นไหนที่ไม่มีรถผ่านหิมะก็ยังปกคลุมหนาเตอะกันเลยทีเดียว 


ระหว่างทาง


ขาวโพลนไปทั่ว

จากเดิมตั้งใจว่าจะขึ้นไปยังภูเขาสูงที่ Eremo
เพราะที่นั่นผู้คนพากันไปเล่นสกีในช่วงหน้าหนาวแบบนี้ เราสองคนก็มักจะไปชมวิวสวยๆที่นี่
กันแทบทุกปี ไม่เว้นแม้แต่ฤดูร้อน
แต่พอไปถึงทางแยกที่จะผ่านไปทาง Eremo ปรากฎว่าถนนลื่นมาก
ทั้งหิมะทั้งน้ำแข็งปกคลุม รถเล็กๆ อย่างเราไม่สามารถผ่านไปได้แน่นอน
แถมอีกตั้งเกือบ 30 กิโลเมตรกว่าจะถึง Eremo ต้องผ่านภูเขาสูง ทางโค้งนับไม่ถ้วน
เราเห็นว่าไม่ปลอดภัย เลยชวนที่รักเปลี่ยนเส้นทางไปภูเขาเตี้ยๆและโค้งน้อยๆ ดีกว่า
ที่รักเลยเสนอ Lago di Andreuccio เป็นทะเลสาปเล็กๆ กลางป่า
ซึ่งเราสองคนไปเที่ยวมาช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา เพราะที่นั่นต้นไม้เยอะ
หิมะปกคลุมหนาขนาดนี้ ที่นั่นต้องสวยงามมากแน่ๆ

แล้วที่นี่ก็ไม่ทำให้เราสองคนต้องผิดหวัง
แม้ทางผ่านจะลำบากเล็กน้อย ถนนลื่นมาก แต่น้องสมาร์ทก็ส่งเราสองคนไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย
จริงๆ ต้องยกความดีความชอบให้ที่รักเลยล่ะ เป็นเราคงไม่กล้าขับ 


ใกล้จะถึงจุดหมายปลายทางล่ะ


ฟ้าใสและสวยมาก


แวะลงไปสัมผ้สหิมะที่สูงเกือบถึงเข่า


มันนุ่มแต่ทำให้มือเราชาแบบไม่ทันรู้ตัว


เห็นภาพนี้แล้วตะลึง อยากกระโจนลงไปถ่ายรูปให้เร็วที่สุด


สวยแบบธรรมชาติสร้างสรรค์จริงๆ

ขับรถไปอีกหน่อยก็แวะจอดรถกันที่ร้านอาหารในป่าที่เราเคยมาทานกัน
จริงๆ ก็มีร้านเดียวนี่ล่ะ แต่จะเปิดให้บริการในช่วงหน้าร้อน
หน้าหนาวแบบนี้ที่นี่ดูเงียบเหงาแบบผิดหูผิดตา แต่ความสวยงามที่เห็น
ทำให้เราไม่รู้สึกเหงาเลยสักนิด ที่สำคัญอุณหภูมิ -3 องศา
แต่เราไม่ได้รู้สึกว่ามันหนาวอย่างที่ควรจะเป็น 


มาถึงแล้วจ้า


ลั้ลลาสุดๆ


หอยทากหน้าร้านอาหาร


ชอบมาก


ตั้งชื่อให้ว่าถนนสายหิมะ


ก็เพราะมันเต็มไปด้วยหิมะทั้งสองข้างทาง

ระหว่างที่กำลังสนุกสนานกับการถ่ายรูปวิวสวยๆ
มีน้องเหมียวตัวหนึ่งเดินฝ่าหิมะมาหาเราสองคน ร้องเมี๊ยวๆ
เข้ามาคลอเคลียเราแบบไม่ยอมห่าง ที่รักเลยบอกว่าให้เรากลับไปที่รถอาขนมปัง
ที่เราเตรียมมาทานเป็นอาหารเที่ยงให้น้องเหมียว เพราะดูท่าทางจะหิวโซ
ไม่ได้ทานอาหารมาสักวันสองวันแน่ๆ ก้หิมะหนาเตอะขนาดนี้
อากาศก็หนาว น้องเหมียวคงไม่สามารถหาอาหารทานเองได้แน่ๆ 


คลอเคลียไม่ยอมห่างกันเลย


พุงแฟ่บ น่าสงสารมาก


เอามากอดจะได้อุ่นๆ นะเจ้าเหมียว

หลังจากเราเอาขนมปังที่มาให้เจ้าเหมียว
แค่ชิ้นแรกเจ้าเหมียวก็เขมือบอย่างรวดเร็ว รู้เลยว่าหิวโซจริงๆ
จากนั้นที่รักก็รับอาสาเป็นคนป้อนขนมปังให้เจ้าเหมียว
ที่รักป้อนขนมปังไปก็คุยกับเจ้าเหมียวไป ยังกะเจ้าเหมียวเป็นเพื่อนคนหนึ่ง
เราเห็นแล้วรู้สึกดีเป็นที่สุด ด้วยความที่ที่รักหิวมากเช่นกัน
ทานขนมปังครึ่งหนึ่งก็แบ่งให้เจ้าเหมียวทานครึ่งหนึ่ง ผลัดกันไปมา
แต่ส่วนใหญ่ที่รักจะสละขนมปังทั้งหมดให้เจ้าเหมียวทานมากกว่า

ระหว่างที่ที่รักป้อนขนมปังให้เจ้าเหมียว
เราก็ขอลุยหิมะอันหนาเตอะ ไปเก็บภาพสวยๆ 


สวยเกินคำบรรยาย


สีตัดกันสุดๆ


มองแล้วมีความสุข


พื้นดินที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ


มาที่นี่เพื่อสิ่งเหล่านี้ล่ะ


ขนาดหิมะหล่นลงไปเยอะ แต่ก็ยังสวยมากอยู่ดี

อย่างที่บอกว่าที่นี่เป็นทะเลสาปเล็กๆ กลางป่า
จริงๆ น่าจะเรียกว่าบึงขนาดใหญ่มากกว่า แต่คนที่นี่ก็เรียกมันว่าทะเลสาปหรือ Lago อยู่ดี
ช่วงหน้าร้อนจะมีบันไดเป็นชั้นๆ ให้เดินลงไปเดินเล่นรอบทะเลสาป
แต่มาวันนี้หิมะปกคลุมจนมองไม่เห็นทางเดิน ที่สำคัญหิมะสูงเกือบเข่า
อยากลงไปเก็บภาพสวยๆ ด้านล่างแต่ก็ทำไม่ได้ 


สะพานที่เห็นหน้าร้อนเต็มไปด้วยผู้คนมานั่งตกปลา


ยังเดินไม่ทันไร หิมะก็จะท่วมรองเท้าเราแล้วล่ะ


วิวทะเลสาปไกลๆ


โรแมนติกสุดๆ


อยากเดินลงไปที่สะพานแล้วโพสท่าสวยๆ


แต่ไม่สามารถเพราะมองไม่เห็นทางเดินนี่ล่ะ

เดินถ่ายรูปจนขาเริ่มชา เพราะหิมะเข้าแทรกอยู่ในรองเท้า
แล้วละลายเป็นน้ำ เพราะเราพลาดเองล่ะไม่คิดว่าหิมะจะหนาขนาดนี้
เลยไม่ได้ใส่บู๊ทยาวมา เดินไปหน่อยหิมะก็ท่วมรองเท้าล่ะ
ก็เลยต้องเดินกลับมาที่เดิม ที่รักก็ยังพูดคุยกับเจ้าเหมียวไม่เลิก
และภาพที่คิดว่าไม่น่าเห็นก็คือ เจ้าเหมียวขึ้นมานอนขดตัวบนตักที่รัก
เราก็มัวแต่อึ้งจนลืมถ่ายภาพเก็บไว้เลย แต่เห็นล้วรู้สึกดีและอบอุ่นที่สุด
ที่รักก็คงไม่แพ้กันสีหน้ามีความสุขมากๆ

ขนาดเราสองคนเดินกลับมาที่รถ เจ้าเหมียวก็ยังเดินมาส่ง
แถมพอเราเปิดประตูรถ จะกระโดดขึ้นมาในรถด้วยแน่ะ
ใจจริงเราอยากพาเจ้าเหมียวกลับมาบ้านด้วยมากๆ
แต่ที่รักบอกว่าทำแบบนั้นไม่ได้ สำหรับที่นี่มันผิดกฎหมาย
ถ้าแมวมีเจ้าของเราจะโดนข้อหาลักขโมย ถูกจับและถูกปรับค่อนข้างเยอะด้วย

ขนาดที่รักสตาร์ทรถแล้วเจ้าเหมียวก็ยังไม่ยอมถอยห่างจากรถ
จนเราต้องลงจากรถไปล่อหลอกให้เจ้าเหมียวออกห่างๆ จากนั้นให้ที่รักถอยรถออกมา
ก่อนกลับเราโบกมือลาเจ้าเหมียว ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่ามันมองเราด้วยสายตาละห้อย
คงคิดว่า "อย่าทิ้งฉันไปเลยนะ" เราก็อยากบอกเจ้าเหมียวเหมือนกันว่า "ดูแลตัวเองดีๆนะ"
ถ้ามีโอกาสเราสองคนจะกลับมาเยี่ยมใหม่


วิวระหว่างเดินทางกลับ

 


ขาวโพลนไปทุกหนแห่ง


ไม่เว้นแม้แต่ San Leo

จริงๆ ว่าจะแวะไปเที่ยวที่ San Leo แต่ทางขึ้นเขาหิมะหนาเตอะแถมลื่นมาก
กว่าจะเดินถึงยอดเขาก็สองสามกิโลเมตร เลยเปลี่ยนใจไม่ไปดีกว่า
เพราะอย่างน้อยวันนี้ก็ได้ชมวิวสวยๆ ของหิมะกลางป่าอย่างจุใจ
แถมได้ช่วยชีวิตน้องเหมียวให้อิ่มท้องไปได้อีกสักวันสองวัน หวังว่าน้องเหมียวจะดูแลตัวเองดีๆ
ที่สำคัญต้องขอบคุณที่รักมากๆ ขนาดบ่นว่าหนาวตลอดเวลา
แต่ก็ยังอดทนยอมพาเรามาดูหิมะสวยๆ จนได้

 ขอบคุณนะที่รัก 





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


รูปสวยทั้งนั้นเลยค่ะ ขอบคุณน้องมีนที่แชร์ ให้ไปดูเองพี่ไม่ไปแน่ๆคะ หนาว อิอิอิ

maita
 13/12/2012 16:25:00

i change counter 
you see?

G
 11/12/2012 12:46:00

la lumaca è finita... l'hai mangiata tutta
golosa

G
 11/12/2012 12:39:00

พี่เพิ่งบ่นเบื่อหิมะในไดตัวเอง มาเจอไดหน้านี้ของมีน กริ๊ด ทำไมหิมะ มันสวยอย่างนี้ ฮี่ ฮี่ ธรรมชาติจัดสรรจริงๆ  มีนชอบแมวเหรอจ๊ะ มารับไปซักตัวมั้ยของพี่ มันซนมาก ฮ่าๆๆ
ปล.ชอบรูปอุ้มแมวง่ะ น่ารัก

พี่ปุ๋ย
 10/12/2012 20:45:00

อ่านละเพลินมากเลยค่ะวันนี้ วิวสวยมากๆ
หิมะสวยฟ้าใส
อ่านไปก็แอบสงสารเจ้าเเมวน้อย คงอยากกลับไปด้วยเนอะะ  

Annt
 10/12/2012 20:21:00

http://annt.diaryclub.com »

สวยมากเลยค่ะน้องมีนแถมนางแบบสวยด้วยอีกต่างหาก หายหนาวไปเยอะเลย  

นิตา
 10/12/2012 09:14:00

สวยมากๆค่ะ น้องมีน อากาศก็เป็นใจสุดๆ ฟ้าสีฟ้าสวยสุดๆ
ถนนลื่น ขับรถระวังนะคะ


10/12/2012 09:04:00

http://jasmindajen.diaryclub.com/ »

Ma mangi le lumache sotto la neve?

G
 09/12/2012 20:17:00