Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

5/8/2018
13/7/2018
19/6/2018
17/6/2018
6/6/2018
28/3/2018
12/12/2017
22/11/2017
10/11/2017
29/10/2017
12/10/2017
6/10/2017
6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1876.asp ]  Page view: 16.164 Time
Country United States 15631 Peaple
15.631
Country Anonymous Proxy 147 Peaple
147
Country China 91 Peaple
91
Country Thailand 87 Peaple
87
Country Germany 52 Peaple
52
Country United Kingdom 27 Peaple
27
Country Italy 26 Peaple
26
Country France 17 Peaple
17
Country Ukraine 14 Peaple
14
Country Sweden 13 Peaple
13
Country Canada 10 Peaple
10
Country Asia/Pacific Region 9 Peaple
9
Country Denmark 7 Peaple
7
Country Netherlands 6 Peaple
6
Country Australia 5 Peaple
5
Country Russian Federation 4 Peaple
4
Country Japan 4 Peaple
4
Country Korea - Republic of 2 Peaple
2
Country Belgium 2 Peaple
2
Country Estonia 1 Peaple
1
Country Hong Kong 1 Peaple
1
Country Ireland 1 Peaple
1
Country Singapore 1 Peaple
1
Country New Zealand 1 Peaple
1
Country Poland 1 Peaple
1
Country Switzerland 1 Peaple
1
Country Taiwan 1 Peaple
1
Country Venezuela 1 Peaple
1
Country Vietnam 1 Peaple
1
  RSS
RSS

maita 13/12/2012 
เรื่องเล่าจากห้องเรียน  


(ขึ้นหัวเรื่องเหมือนจะดีนะคะ แต่ขอบอกว่าจริงๆแล้วนินทาล้วนๆ อิอิ)

 

ไปเรียนมาหลายเดือนเเล้วค่ะ ...

(ที่บอกว่าหลายเดือนเพราะจำไม่ได้ว่าเริ่มตอนเดือนไหน อิอิ)

ไปเรียนก็สนุกดี ... มีเพื่อนหลายชาติ  หลากภาษา

นักเรียนที่ไปเรียนก็จะมีหลายแบบ

แบบแรก ... แบบพูดได้ดีเลย แต่เขียนไม่ได้

แบบสอง พูดได้เขียนได้แต่ไม่มาก

แบบสาม พูดก็ไม่ได้ เขียนก็ไม่ได้   (ข้อยอยู่ในกลุ่มนี้ อิอิอิ)

แล้วก็จะมีแบบที่ไม่รู้อักษรเลย เขียนหนังสือไม่เป็น ไม่ได้เรียนหนังสือมาก่อน

หรือไม่ก็ประมาณไม่มีพื้นภาษาเลย

(ห้องนี้แทบจะตัวต่อตัวกับอาจารย์เลย สอนแบบใกล้ชิดมาก)

 

ส่วนข้อยเหรอคะ

 อาจารย์อยากพูดอะไรก็พูดไป เราก็นั่งฟังไป...ไม่ได้เข้าใจหรอก

พาทำอะไรก็ทำไป ตามๆเพื่อนไป 

แรกๆก็คิดนะว่ามันจะดีขึ้นแน่หรือ ทำไมเราไม่ค่อยเข้าใจอะไรเลย

ทุกวันนี้ดีขึ้นค่ะ

พอรู้เรื่องบ้าง ตอบคำถามได้(บ้าง ไม่ทั้งหมด อิอิ)

เรียนรวมก็จะประมาณห้าถึงหกคน อาจารย์ผู้สอนก็จะผลัดเปลี่ยนกันมา

บางท่านก็เร็ว...สอนได้เยอะมาก ...บางท่านแจกการบ้านก็หมดเวลา

เรียนเยอะๆชอบ แต่วันไหนแทบไม่ได้เรียนก็บ่นกับน้องนารินนะว่า ..เหมือนมาเสียเวลา

แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่เสียนะเพราะได้มาเจอเพื่อนๆ...

ได้พูดคุยกัน...ได้สื่อสารกันเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง...ก็ถือเป็นการเรียนอีกอย่างหนึ่ง

ยิ่งตอนนี้มีหนุ่มสก็อตแลนด์มาเรียนด้วย  หน้าตาดีเชียว อิอิ

 มาตอนแรกเขาอยู่กลุ่มแบบไม่มีพื้น...ผ่านไปไม่ถึงเดือนย้ายมาเรียนกับข้อยแล้ว

อีกเดือนคงได้ย้ายไปอีกกลุ่มเพราะดูแล้วไปเร็ว หล่อแล้วยังหัวดีด้วย

ป้าๆตามไม่ทันเด็กหนุ่มจริงๆ อิอิ 

...................................................................................

เพื่อนๆที่เรียนด้วยกันก็น่ารักนะคะ ไม่มีใครพูดจ้าไม่ดีใส่

แต่พวกขี้อิจฉาก็พอมีนะ ...ไม่ใช่ใครอื่นไกล ข้อยเอง ๕๕๕๕๕๕

จะไม่ให้อิจฉาได้ยังไง เวลาอาจารย์มาเรียมาสอนทีไรถามแต่โอยา(นามสมมุติ)ว่าเข้าใจไหม?

ถ้าโอยาบอกว่าไม่เข้าใจก็หยิบดิกชันนารีฝรั่งเศส(แปลเป็นภาษาของโอยา)มาเปิดให้ดู

คนอื่นก็นั่งอ้าปากค้างรอไปสิ ๕๕๕

 

 

 ตัวอังก็มีอาจารย์คนโปรดเหมือนกันค่ะคืออาจารย์โกเล็ต

เวลามีออกข้างนอกเรียนเป็นกลุ่มใหญ่....

อังก็จะเดินตามพร้อมที่จะนั่งใกล้ๆอาจารย์คนโปรด

อาจารย์ก็จะคอยถาม เข้าใจไหม? อยู่ตลอด

ถ้าไม่เข้าใจก็อธิบายให้ฟังแบบส่วนตัวเบาๆ ไม่ให้รบกวนคนกำลังบรรยาย

อาจารย์ก็คงโปรดอังอยู่บ้างนะเพราะวันไหนหนาวๆก็ยังขับรถมาส่งถึงหน้าอพาร์ทเม้น

ด้วยความชอบพอส่วนตัว..อังก็เลยเลือกอาจารย์โกเล็ตเพื่อเรียนส่วนตัวด้วย

ตอนนั้นน้องนารินก็เฉยๆ เราก็งงว่าไม่อยากเรียนเพิ่มเหรอ

น้องเขาบอกว่าอยากสิ  เราก็ถามต่อ...ก็แล้วทำไมไม่พูดอะไร

น้องเขาบอกหนูฟังไม่รู้เรื่อง อิอิ

สรุปเรากับน้องนารินก็เรียนส่วนตัวกับอาจารย์โกเล็ต อาจารย์สอนดีมาก

ชอบ...มีความสุขที่ได้เรียนกับอาจารย์

น้องนารินก็น่ารัก เรียนไปก็ช่วยกันไป...อันไหนเราเข้าใจก็อธิบายให้น้องฟัง

อันไหนน้องเขาเข้าใจก็อธิบายให้เราฟัง

แต่แล้ววันหนึ่งก็มีคนมาเพิ่ม เป็นคนชาติเดียวกับน้องนาริน

ขอบอกว่าเรียนด้วยแล้วปวดกะโหลกศีรษะมาก

เวลาพูดก็เสียงดัง เสียงเขาฟังแล้วไม่รื่นหูเลย

เวลาพูดเหมือนเสียงคนเกลียดใครมาเป็นชาติจะฟังจิกๆ อย่างไรบอกไม่ถูก

เวลาโกเล็ตสอนอะไร สาวเจ้าก็พูดนอกเรื่องนอกราวหาสาระไม่ได้

บ้างทีก็เถียงโกเล็ตไปแบบข้างๆคูๆ

ไปเรียนด้วยกันสองครั้งบอกตามตรงว่าเครียดมาก

ก็มาบ่นกับคุณสามีว่าไม่ไหวแล้ว..เห็นทีต้องบอกกับโกเล็ตว่า...เราไม่อยากเรียนกับคนนั้นแล้ว

เราก็เข้าใจนะว่าโลกนี้ไม่ได้มีแต่คนที่เราชอบ...คนที่เราไม่ชอบก็มีแต่ไม่อยากทนอะคะ

คุณสามีก็บอกว่าคนที่น่าจะไม่พอใจมากที่สุดน่าจะเป็นโกเล็ตนะ

ดีไม่ดีโกเล็ตจะยกเลิกสอนเขาก็ได้ 

เราก็นะทำใจ ดูๆไปก่อน.... ไปเรียนด้วยกันครั้งที่สาม

ตามปกติเวลาเราเรียนสองคนกับนาริน โกเล็ตให้ใครอ่านคนนั้นก็ก้มหน้าก้มตาอ่านไป

อ่านถูกบ้างผิดบ้างเดี๋ยวโกเล็ตก็แก้ให้เอง

บางทีโกเล็ตก็จำไม่ได้ว่าถึงคิวใครอ่านก็ให้คนเดิมอ่านอีก

เราสองคนก็ไม่มีปัญหาก็ก้มหน้าก้มตาอ่านไป ก็เรามาเรียนนี่คะถือว่าได้เปรียบได้อ่านเยอะ อิอิ

แต่มีปัญหาตอนสาวเจ้ามาเรียนด้วยนี้แหละ

มีบอกโกเล็ตว่าทำไมเขาอ่านเยอะกว่าใครเพื่อน  ขอบอกนะอังได้ยินแล้วอังขำก๊ากเลย

เอามือปิดปากแทบไม่ทัน (เสียมารยาทเหมือนกันนะ)

แต่มันขำจริงๆ  หนังสือสำหรับคนเริ่มเรียนใหม่ก็เหมือนหนังสือเด็กอนุบาล

มันจะเยอะแยะอะไรที่ไหน ตัวก็โตเป็นหมอแกง

ตั้งแต่นั้นมาอังก็เลยรู้สึกเฉยๆบวกขำๆ เพราะว่าเขาเป็นแบบนี้เขาก็เลยเป็นอย่างนี้ อิอิ

ก็ได้เรื่องมาคุยมาขำกับคุณสามีทุกครั้งที่เรียนกับสาวเจ้า ๕๕

ตั้งแต่ได้นักเรียนใหม่มา

โกเล็ตก็เหมือนรักพวกเราสองคนมาขึ้น

พูดนะว่า ม้ง(นามสมมุติ)เขารู้คำมากกว่าเราสองคนก็จริงแต่รู้แบบไม่ถูกต้อง

พูดแบบผิดๆ เราสองคนพูดได้น้อยแต่พูดได้ถูกต้องกว่า

(คำชมนี้หวานหูเป็นหยิ่งนัก อิอิอิ)

 

วันนี้ก็มีเรื่องขำๆอีก..

โกเล็ตแจกกระดาษให้มาคนละแผ่น

(ติดเรียกชื่อเฉยๆอย่าว่าไม่เคารพครูบาอาจารย์นะคะ เคารพอยู่ค่ะ)

เราสองคนพอได้มาก็ถามว่าทำเป็นการบ้านหรือทำตอนนี้

พอโกเล็ตตอบว่าตอนนี้...พวกเราก็ก้มหน้าก้มตาทำ

สาวม้งไม่ทำค่ะ บอกว่าจะไปทำกับสามีที่บ้านแล้วก็เดินออกนอกห้องไป

อังก็ไม่ได้สนใจคิดว่าเขาคงกลับบ้าน (เขาเรียนก่อนเลิกก่อนค่ะ)

สักพักใหญ่ๆ มีเสียงรถบีบแตรพวกเราก็ไม่สนใจนั่งทำงานไป

โกเล็ตลุกออกไปตามม้ง บอกสามีเธอมารับแล้ว

อังก็คิดว่า

อ้อ ม้งยังไม่กลับบ้าน...เขาแค่ไปเข้าห้องน้ำหรอก

พอม้งออกจากห้องไป โกเล็ตบอกว่า..เขาออกไปคุยกับเจ้าหน้าที่ข้างนอก

อังฟังแล้วก็ขำ

เอ้ออออ แล้วอย่างนี้จะมาเรียนทำไม ๕๕๕๕

โกเล็ตก็ชมเราสองคนว่า เราสองคนขยันตั้งใจเรียนไม่เหมือนม้ง

ชอบจังเลยเวลามีคนชม อิอิอิ

.............................................................................................................





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


อ่านแล้วนึกถึงตอนตัวเองไปเรียนเมื่อ 4 ปีก่อน บรรยากาศในห้องเรียนคล้ายกันมาก แต่เนื่องจากตนนั้นมีนเป็นคนเดียวที่พูดภาษาอังกฤษ อาจารย์เลยชอบแปลเป็นภาษาอังกฤษให้ฟัง ทำเอาคนไทยที่เรียนด้วยหมั่นไส้มีนไปเหมือนกัน 555

มีน
 14/12/2012 18:01:00

ไปเรียนคงมีเรื่องขำ เรื่องสนุกทุกวันนะอัง ดีๆจะได้ไม่เบื่อ
ว่าแต่น้องม้งอะไรนี่สวยมั้ย อิอิ 


 14/12/2012 12:43:00

ดีแล้วจะได้ไม่เบื่อนะอัง ว่าแต่น้องม้งอไรเนี่ยสวยมั้ย ิอิอิ


 14/12/2012 12:40:00

กลับมาแล้วหรือจ๊ะ..หายไปนานเลยคงมัวแต่ยุ่งๆกับการรับมือว่าที่คุณแม่มือใหม่อยู่ละซิ? เล่าเรื่องโรงเรียนได้สนุกเชียว..ตอนสมัยเราเรียนก็มีคล้ายๆแบบนี้ (ผ่านมาเป็นสิบปีแล้ว) ยิ่งมีหลายชาติหลายภาษามาเรียนด้วยกันยิ่งสนุก+ยุ่ง รักษาสุขภาพด้วยจ้า..
Leky
 13/12/2012 21:23:00