Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1884.asp ]  Page view: 55.068 Time
Country United States 54354 Peaple
54.354
Country China 223 Peaple
223
Country Thailand 139 Peaple
139
Country Anonymous Proxy 113 Peaple
113
Country Ukraine 48 Peaple
48
Country Germany 29 Peaple
29
Country Italy 28 Peaple
28
Country United Kingdom 23 Peaple
23
Country Asia/Pacific Region 18 Peaple
18
Country France 12 Peaple
12
Country Denmark 10 Peaple
10
Country Netherlands 9 Peaple
9
Country Sweden 8 Peaple
8
Country Australia 7 Peaple
7
Country Russian Federation 6 Peaple
6
Country Malaysia 5 Peaple
5
Country Norway 5 Peaple
5
Country Belgium 5 Peaple
5
Country Canada 4 Peaple
4
Country Luxembourg 4 Peaple
4
Country Portugal 3 Peaple
3
Country Lao People
2
Country Japan 2 Peaple
2
Country Cambodia 2 Peaple
2
Country Estonia 1 Peaple
1
Country Finland 1 Peaple
1
Country Korea - Republic of 1 Peaple
1
Country Iceland 1 Peaple
1
Country India 1 Peaple
1
Country Spain 1 Peaple
1
Country Peru 1 Peaple
1
Country New Caledonia 1 Peaple
1
Country Switzerland 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 31/12/2012 
Rome Trip Part II : Piazza del Popolo, Pantheon 


26-27 December 2012

Rome,Italy
อุณภูมิ 14 องศาเซลเซียส
ช่วงเช้าหมอกหนา บ่ายแดดอ่อนๆ

ต่อจากไดอารี่ก่อนหน้า
 หลังจากลงมาจากจุดสูงสุดของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์
ก็เป็นเวลาเกือบเที่ยง ออกมาด้านหน้ามหาวิหารอากาศก็ยังย่ำแย่เหมือนเดิม
แต่ฟ้าเริ่มเปิดเล็กน้อย แต่ต้องตกใจกับฝูงมหาชนอันล้นหลามต่างพากันต่อแถวยาวเหยียด
เพื่อรอเข้าชมความงามของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ โชคดีจริงๆ ที่เราสองคนมาแต่เช้า
ไม่งั้นคงพลาดโอกาสเข้าชมด้านในอีกรอบเป็นแน่ ใครจะมาเที่ยวที่นี่แนะนำให้มาช่วงเช้า
เพราะจะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 7.00 น. 


ลานด้านหน้ามหาวิหารเซนต์ปีเตอร์


มหาชนเริ่มล้นหลาม

เนื่องจากเป็นเทศกาลคริสมาสต์ลานด้านหน้ามีการจัดจัดซุ้มเกี่ยวกับกำเนิดพระเยซูคริสต์
สวยงามอลังการมาก แต่กว่าจะต่อแถวเข้าไปชมแบบใกล้ๆ ได้ใช้เวลานานโขเลยทีเดียว 



ขับรถออกจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ได้ไม่นาน
อากาศก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ท้องฟ้าเริ่มสดใสขึ้น
แต่สภาพการจราจรที่ติดขัดอ่างหนัก กว่าจะคืบคลานไปได้สักเมตรเล่นเอาเหนื่อย
ลุ้นแล้วลุ้นอีก เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วอีกไม่นานพระอาทิตย์ก็จะตกดินอีกแล้ว
นั่นหมายถึงเวลาในการท่องเที่ยวของเราสองคนก็เริ่มน้อยลง เพราะวันนี้เราสองคนต้องเดินทางกลับบ้าน

ไหนๆ ก็มาแล้ว ต้องไปยังสถานที่สำคัญที่เราสองคนยังไม่เคยมาเยือน
ที่แรกคือ Piazza del Popolo ซึ่งคืนก่อนหน้าขับรถวนอยู่หลายรอบ
แต่ด้วยการจราจรที่ติดขัดหาที่จอดรถไม่ได้ก็เลยพลาดโอกาส 


Piazza del Popolo

Piazza del Popolo เป็นจัตุรัสที่หรูหราของกรุงโรมถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1538
ซึ่งแต่แรกเป็นเพียงจัตุรัรูปสี่เหลี่ยมคางหมูธรรม ต่อมาในปี 1589 พระสันตปาปาซิกตุสที่ 5
รับสั่งให้โดเมนิโก ฟอนตานาสร้างน้ำพุ ประดับด้วยเสาโอบีลิสของอียิปต์ ซึ่งเสาโอบีลิอายุมากกว่า 3200 ปี
ถูกขนย้ายมาในสมัยที่โรมันเข้าไปรุกรานอียิปต์ เสาโอบีลิสนี้สร้างเพื่อเป็นเกีรติแก่กษัตริย์ราเมเซสที่ 2 ของอียิปต์ ต่อมาจักรพรรดินโปเลียนได้ว่าจ้างให้จูเซปเป้ วาลาดีแยร์ แปลงโฉมจัตุรัสในช่วงปี 1811-1824
จนเป็นศิลปะนีโอคลาสสิกมาจนถึงปัจจุบัน เป็นรูปวงรีขนาดใหญ่ ซึ่งอ้อมเนินเขาปินซิโอที่สูงชัน ไปตามถนนคดเคี้ยว แถมวาลาดีแยร์ยังเพิ่มรูปปั้นสิงโตให้กับน้ำพุโดยรอบอีกด้วย


เสาโอบีลิส


สิงโตพ่นน้ำโดยรอบน้ำพุ


จะกลับแล้วอากาศดีขึ้นมาเชียว


ถ้าไม่มีรถเข็นข้างๆ จะดีมาก


จัตุรัสแห่งนี้ถูกล้อมรอบด้วยภูเขา

สำหรับจัตุรัสนี้ปกติจะขึ้นชื่อเรื่องศิลปินเปิดหมวก โดยเฉพาะยามค่ำคืน
เราสองคนขับรถวนผ่านกันหลายรอบแต่ไม่มีที่จอดรถเลยได้แต่มอง
มาถึงบ่ายนี้โชคดีเจอที่จอดรถเข้าอย่างจัง เลยมีโอกาสได้แวะมาเหยียบที่นี่
แต่ก็ไม่มีเวลาดูอะไรมากมาย เพราะเวลาน้อยนิดใกล้ค่ำต้องเดินทางกลับบ้านล่ะ
แถมมีสถานที่สำคัญมากที่เราตั้งใจจะไปให้ถึงให้ได้รออยู่ด้วย 

แต่อย่างน้อยให้ได้รู้ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตได้มายืนอยู่ที่จัตุรัสแห่งนี้แล้วล่ะ

ขับรถออกจาก Piazza del Popolo ได้ไม่นาน เราสองคนก็มาถึง Pantheon
สถานที่สำคัญและเก่าแก่ของกรุงโรม ใครมาเยือนที่นี่ต้องไม่พลาดเด็ดขาด
จริงๆ แล้ว Pantheon ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับ Piazza Navona ซึ่งเรามาเที่ยวหลายครั้ง
แต่ไม่เคยมีโอกาสแวะมาที่ Pantheon เลยสักครั้ง 

มหาวิหารแพนธีออนถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ 27 ปีก่อนคริสตศักราช
โดยจักรพรดิมารคุส อากริปปา แต่โดนไฟไหม้ไปในปี ค.ศ.80 
ต่อมากษัตริย์ฮาดริอานได้ปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 118
แต่ยังคงให้เกียรติผู้สร้างด้วยการจารึกไว้ที่หน้าจั่ววิหาว่าอากริปปาคือผู้สร้างแพนธีออน
นับว่าเป็นวิหารจากยุคโรมันที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลือมาถึงปัจจุบัน

 

ด้านหน้าแพนธีออนตรงกลางจัตุรัส เดลลา โรตอนดา
มีน้ำพุและเสาโอเบลิสก์ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1711
เพื่อเป็นเกียรติให้กับจักรพรรดิรามาเซสที่ 2 แห่งอียิปต์
รายรอบด้วยร้านขายของ ร้านกาแฟและบริการรถม้าโบราณนั่งชมเมือง


Pantheon ที่ตั้งตระหง่านอยู่ในปัจจุบันนั้น ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่เมื่อช่วงต้นศตวรรษที่ 2
นอกจากสภาพที่ยังคงไม่ผุพังไปตามกาลเวลาแล้ว สิ่งที่น่าทึ่งอีกอย่างก็คือ
การออกแบบาคารให้มีความกว้าง 142 ฟุต สูง 142 ฟุต เช่นกัน
มีประตูทางเข้าโลหะสีทองบรอนซ์ที่มีน้ำหนักถึง 20 ตัน


ด้านในมหาวิหารมีรูด้านบนขนาดใหญ่ ถ้าวันไหนมีฝนหรือหิมะผ่านช่องนั้นลงมา
ทุกคนมักบอกว่าเป็นภาพที่สวยงดงามมากๆ ที่พื้นวิหารจะมีรูเล็กๆ ใช้เป็นที่ระบายน้ำฝนที่ตกเข้ามาในวิหาร
น้ำฝนจะไหลลงรูผ่านท่อไปออกแม่น้ำไทเบอร์ ท่อระบายน้ำนี้ไม่ใช่เพิ่งสร้าง
แต่สร้างมาตั้งแต่ตอนสร้างวิหาร นับว่าเป็นเรื่องที่น่าทึ่งอีกอย่างหนึ่งของโรมัน

โรมันสร้างแพนธีอนไว้เพื่อบูชาและเป็นที่ชุมนุมเทวดา จนปี ค.ศ. 606
เข้าสู่ยุคคริสตจักรเรืองอำนาจ ก็เปลี่ยนมาเป็นโบสถ์จนถึงทุกวันนี้ นอกจากนั้นที่นี่ยังเป็นหลุมฝังศพบุคคลสำคัญหลายคน เช่น กษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 ผู้รวมชาติอิตาลี,
ราฟฟาเอล ศิลปินระดับเทวดาร่วมยุคกับดาวินซีและมิเคลันเจโลก็ถูกฝังอยู่ที่นี่

เสียดายมากมารอบนี้ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนหน้า
มาถึง Pantheon แต่แบตเตอรี่ในกล้องดันหมด แทบไม่ได้ถ่ายภาพสวยๆ ของ Pantheon เลย
ที่รักบอกว่า "ไม่เป็นไรนะ ไว้รอบหน้ามากันใหม่" และคงต้องแพลนก่อนล่วงหน้า

ก่อนเดินทางกลับบ้านแวะทานอาหารกันที่ร้านอาหารติดกับ Pantheon
เป็น Pasta e Ceci เมนูดังของที่นี่ เราชอบทาน Ceci กับสลัด
แต่พอมาลองพาสต้าก็รู้สึกว่างั้นๆ แต่ที่ัรักบอกว่าอร่อยมากๆ
แต่ราคานี่สิแพงหูดับตับแล่บ มือนี้ทำเอากระเป๋าแฟ่บอีกแล้ว เพราะโดนชาร์ตสารพัดอย่าง
ทั้งค่าเซอร์วิส ค่าน้ำดื่ม พาสต้าแค่สองจานกับน้ำเปล่าครึ่งลิตร จ่ายไป 30 ยูโร
มาเที่ยวกรุงโรมต้องพกเงินมาเยอะจริงๆ
ไม่งั้นอดกับอดอย่างเดียวแน่ๆ 


มื้อสุดท้ายที่กรุงโรม

 ระหว่างเดินทางกลับบ้านเราสองคนต้องเจอกับเหตุการณ์ตื่นเต้นระทึกขวัญ
หลังจากขับรถผ่านเมือง Perugia มุ่งหน้ามายัง Gubbio
ต้องผ่านภูเขานับสิบ ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร
ที่หนักสุดคือหมอกลงหนาจัด ชนิดมองไม่เห็นทาง แถมจะจอดรถก็ไม่ได้
เนื่องจากสองข้างเป็นเหว ก่อนหน้ามีรถคันหนึ่งนำหน้าพวกเราสองคน
ที่รักก็บอกว่าไม่เป็นไรนะ เราจะตามรถคันนั้นไป แต่พอขับไปได้ไม่ถึง 5 กิโลเมตร
รถคันนั้นก็ไม่ไหว ส่งสัญญาณให้พวกเราแซงหน้าไปก่อน
เอาล่ะสิ!!! เราไม่ใช่คนพื้นที่ ไม่รู้เส้นทาง หมอกก็หนาขึ้นเรื่อยๆ เราพยายามช่วยบอกทางที่รักสุดความสามารถ
เพราะถนนมีแต่โค้งอันตรายตลอดเวลา เรากลัวมากถึงกับเอาพระมากุมไว้ในมือ
อธิษฐานขอพร ขอให้พระคุ้มครองเราสองคน

กว่าจะผ่านมันมาได้ทำเอาเราปวดหัวจนแทบอ๊วกระหว่างทาง
เป็นการเดินทางที่ทรหดแบบสุดๆ แต่ก็ต้องยกความดีให้ที่รัก ที่เป็นผู้นำที่ดี
พาเรากลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัย ถึงแม้จะทุลักทุเลไปบ้าง
แต่ทุกครั้งที่รักก็ทำให้เราเชื่อมั่นได้ว่า ไม่ว่าจะผ่านเหตุการณ์เลวร้ายขนาดไหน
ที่รักก็จะพาเรากลับบ้านอย่างปลอดภัยทุกครั้ง เพราะนี่ไม่ใช่เหตุการณ์เสี่ยงตายครั้งแรก
สี่ปีก่อนเราสองคนแทบเอาชีวิตไปทิ้งบนภูเขาที่ประเทศฝรั่งเศสกันมาแล้ว
แต่ก็ยังผ่านมันมาได้ และหวังว่าเราสองคนจะผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ ได้ทุกครั้งตลอดไป

จบทริปกรุงโรมแบบมั่วๆ ซั่วๆ ของเราสองคน
รอบนี้ถึงแม้จะไม่ได้ภาพสวยๆ กลับมาเพราะอากาศไม่เป็นใจ
แต่อย่างน้อยเราสองคนก็มีโอกาสทำในสิ่งที่ตั้งใจ
เดี๋ยวปีหน้าเจอกันใหม่นะกรุงโรม

...........

ทริปส่งท้ายปีของเราสองคนยังไม่จบ ไดอารี่หน้าจะพาขึ้นเหนือไปเที่ยว Verona
ไปเยี่ยมโรมิโอกับจูเลียตกันจ้า 





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


จากประโยคยอดฮิต "กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว" ต้องเปลี่ยนเป็น "กรุงโรมไม่ได้เที่ยวเสร็จในวันเดียว" เพราะต้องไปแล้วไปอีกเพราะความสวยงาม

maita
 02/01/2013 19:36:00

สวัสดีปีใหม่ค่ะ น้องมีน
ขอให้น้องและครอบครัว
จงมีแต่ความสุขและความพอใจ ตลอดปีใหม่นี้และตลอดไปนะจ๊ะ

!!!

พี่เจี๊ยบ kimwgus ค่ะ
 02/01/2013 08:33:00

Happy New Year เช่นกันค่ะน้องมีน ขอให้น้องมีนมีความสุขมากๆแบบนี้ตลอดไปเลยนะคะ 

FooN
 31/12/2012 08:15:00

ดีใจจัง ได้มาเที่ยวภาคต่อแบบในทันท่วงที ภาพที่น้องมีนถ่ายมาสวยมากๆเลยค่ะ ยิ่งตอนกำเนิดพระเยซูด้วยแล้วสวยจริงๆ ถ้ามีโอกาสคงได้ไปเยี่ยมหาให้น้องมีนเป็นไกด์ให้สักครั้งนะคะ

FooN
 31/12/2012 08:11:00