Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1886.asp ]  Page view: 51.510 Time
Country United States 50724 Peaple
50.724
Country China 185 Peaple
185
Country Anonymous Proxy 180 Peaple
180
Country Thailand 161 Peaple
161
Country Canada 69 Peaple
69
Country Italy 46 Peaple
46
Country United Kingdom 22 Peaple
22
Country Germany 21 Peaple
21
Country Asia/Pacific Region 17 Peaple
17
Country France 15 Peaple
15
Country Vietnam 10 Peaple
10
Country Sweden 8 Peaple
8
Country Norway 6 Peaple
6
Country Netherlands 6 Peaple
6
Country Denmark 6 Peaple
6
Country Australia 5 Peaple
5
Country Japan 4 Peaple
4
Country Belgium 3 Peaple
3
Country Malaysia 3 Peaple
3
Country Ukraine 3 Peaple
3
Country Portugal 2 Peaple
2
Country Switzerland 2 Peaple
2
Country Austria 2 Peaple
2
Country Luxembourg 2 Peaple
2
Country New Zealand 1 Peaple
1
Country Hungary 1 Peaple
1
Country India 1 Peaple
1
Country Cambodia 1 Peaple
1
Country Finland 1 Peaple
1
Country Turkey 1 Peaple
1
Country Russian Federation 1 Peaple
1
Country Singapore 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 02/01/2013 
Verona Trip--ทริปส่งท้ายปี 2012 


29 December 2012

Verona,Italy
อุณภูมิ 7 องศาเซลเซียส
แดดอ่อนๆ ตลอดทั้งวัน

เดินทางกลับมาจากกรุงโรมยังไม่ทันหายเหนื่อย
วันถัดมาก็ไปเที่ยว Chioggia ทางฝั่งตะวันออก ถึงแม้จะเป็นทริปสั้นๆ แต่ก็เหนื่อยเอาการเหมือนกันนะ
กลับมาถึงบ้านตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะหยุดพักสักวัน
แต่พอเอาเข้าจริงๆ เช้ามาเราสองคนก็ออกเดินทางอีกล่ะ

ที่รักบอกว่าไหนๆ ก็จะสิ้นปีอีกไม่กี่วัน เที่ยวส่งท้ายกันหน่อยเอาให้ครบทิศกันไปเลย

เช้าวันถัดมาเลยตั้งใจเดินทางไปเที่ยวเมืองทางทิศเหนือกันบ้าง
เมืองที่เราสองคนเลือกเดินทางไปท่องเที่ยวก็คือ เวโรน่า เมืองแห่งตำนานรักก้องโลกโรมิโอกับจูเลียตนั่นเอง
จริงๆ เราสองคนก็ไปเที่ยวเวโรน่ากันมาหลายรอบ แต่ก็ยังไม่เคยเบื่อ
อาจจะเป็นเพราะเวโรน่าเป็นเมืองที่มีเสนืห์อยู่ในตัว
ความเก่าแก่ไม่ได้น้อยไปกว่ากรุงโรมเลยสักนิด แถมสถาปัตยกรรมหลายอย่างที่นั่น
ก็เก่าแก่เทียบเท่ากับกรุงโรม 

หลังจากรู้จุดหมายปลายทางก็ออกเดินทางกันแต่เช้า
แต่เนื่องจากเช้านี้เป็นวันหยุดยาววันแรก ขับรถไปได้ไม่นานรถก็ติดอย่างหนัก
ทั้งที่ใช้บริการมอเตอร์เว์ตลอดสาย แต่รถติดแทบไม่ขยับเขยื้อน
เพราะเส้นทางที่จะไปเมืองเวโรน่า เป็นเส้นทางเดียวกับ Brennero ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่
เดินทางไปเล่นสกีที่นี่ในช่วงวันหยุดยาวจนถึงหลังปีใหม่
เราสองคนก็ลืมนึกถึงจุดนี้ไป ปกติขับรถไปเวโรน่าใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
แต่รอบนี้ปาไป 6 ชั่วโมง เท่าตัวพอดี
ช่วงที่รถติดเราก็ทานอาหาร ทานขนมที่เตรียมไปตลอดารเดินทาง
ทั้งข้าวกล่องสองสามกล่อง สลัด ผลไม้ ขนมหวาน จนที่รักแอบตกใจว่าเราทานเข้าไปได้งัย
ปกติไม่ใช่คนทานจุขนาดนี้ ก็รถติดนานๆ ไม่รู้จะทำอะไรเบื่อๆ
ก็หยิบอาหารเข้าปาก เคี้ยวๆ เดี๋ยวก็หายเบื่อไปเอง
โชคดีมากที่เตรียมอาหารไปทานบนรถอย่างเยอะ ไม่งั้นแย่แน่ๆ

จากที่ตั้งใจว่าจะไปถึงช่วงก่อนเที่ยงปาไปบ่ายสองครึ่ง
ดีหน่อยที่วันนี้อากาศดี ท้องฟ้าสดใส
 


บ่ายอ่อนๆ แต่ท้องฟ้ายังสดใสมาก
 
ถึงแม้จะผ่านวันคริสมาสต์ไปแล้ว แต่วันหยุดยาวต่อเนื่องขนาดนี้
นักท่องเที่ยวในเวโรน่าก็ค่อนข้างเยอะพอสมควร ถึงแม้อากาศจะค่อนข้างหนาว
แต่ผู้คนก็นิยมออกมาเดินเล่น ช็อปปิ้ง


ของเล่นเด็ก


คริสมาสต์ทุกปีจะเห็นสิ่งนี้ที่นี่


จะถ่ายกับสายรุ้ง แต่ได้มาแค่นี้


เหมือนสายรุ้งที่ทอดยาวมาจากด้านบนของ Arena di Verona


สวยงามเฉกเช่นทุกปี


วิวด้านหน้า Arene di Verona


นี่คือน้องโคลอสเซี่ยมที่กรุงโรม


ด้านหน้าเป็นถนนสายช็อปปิ้ง


มองเห็น Pinocchio กันไหม

 เดินเล่นแถว Arena di Verona ได้สักพัก
ก็ชวนกันไปบ้านจูเลียต หลังจากไปเที่ยวกันมาเมื่อสองปีก่อน
แต่วันหยุดแบบนี้บ้านจูเลียตก็คงเต็มไปด้วยผู้คนนับพันเช่นเดิม


นกเยอะมาก 

เวโรน่าก็เป็นเมืองหนึ่งที่มีศิลปินเปิดหมวกค่อนข้างเยอะ
เรียกว่าทุกแห่งที่เป็นหล่งท่องเที่ยวจะมีศิลปินเปิดพวกหลากหลายรูปแบบให้นักท่องเที่ยว
ได้ดูพอตื่นตาตื่นใจ ถ้าพอใจก็ตบรางวัลให้พวกเค้าสักเล็กน้อย


ทึ่งอันนี้มาก ทำได้งัย

เดินมาไม่นานก็ถึงบ้านจูเลียต คนเยอะเหมือนเดิม
ที่รักขอบายไม่เข้าไปด้านใน ส่วนเราก็แว่บเข้าไปแค่ด้านหน้า
เพราะเคยมาเที่ยวแล้วเลยไม่รู้สึกตื่นเต้นเหมือนเช่นครั้งแรก 


รอยจารึกของผู้มาเยือน นับไม่ถูกกันเลยทีเดียว


ระเบียงรักก้องโลก
 
ฮิตกันทุกเพศทุกวัย มาแล้วต้องจับนมจูเลียต 

ออกจากบ้านจูเลียตก็บ่ายสามกว่าๆ พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง
แต่เราสองคนยังเที่ยวเวโรน่ากันได้นิดเดียวเอง
ก่อนที่พระอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้า รีบบึ่งรถไปที่ Ponte Pietra
ซึ่งเป็นสะพานที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองเวโรน่า ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยโรมัน
นับอายุตั้งแต่สร้างครั้งแรกก็สองพันกว่าปีแล้วล่ะ เป็นสะพานที่ถูกสร้างขึ้นบนแม่น้ำ Adige
แม่น้ำสายสำคัญของอิตาลี มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาแอลป์
ว่ากันว่าเป็นสะพานเก่าแก่สะพานเดียวที่เหลืออยู่ ส่วนสะพานอื่นๆ ส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ 


วิวจากบนสะพาน Pietra


อีกฝั่งย้อนแสง


ด้านหน้าคือ Teatro Romano เป็นสิ่งปลูกสร้างที่เก่าแก่มากๆ
สร้างตั้งแต่สมัยโรมัน คงเหลือแต่ซากปรักหังพังให้รุ่นลูกหลานได้ดูต่างหน้า




วิวสวยและอากาศดีมาก

จากสะพานแอบมองเห็นภูเขาด้านหน้า ด้านบนเป็นโบสถ์สมัยใหม่
น่าจะถูกสร้างขึ้นมาไม่นาน ตอนแรกเราไม่รู้ว่าที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สำคัญของเมืองเวโรน่า
แค่เห็นอยู่ไม่ไกลเลยชวนที่รักขับรถขึ้นไปดู 


เราจะขึ้นไปบนยอดเขาที่มองเห็นอยู่ลิบๆ นั่นล่ะ

ขับรถขึ้นเขามาได้ไม่นานก็เจอกับโบสถ์เล็กๆ สีส้มออกเหลืองตั้งโดดเด่นอยู่บนยอดเขา
แอบลืมชื่อโบสถ์ซะงั้น จำได้ว่าชื่อยาวมาก ไม่งั้นเราคงจำได้ล่ะ 


โบสถ์เล็กๆ บนยอดเขา


Kangi & น้องสมาร์ท


กินไม่หยุดตลอดทางพุงป่องยังกะท้อง 5 เดือนแน่ะ

แล้วเราสองคนก็ไม่ผิดหวังเลยที่ขับรถขึ้นเขากันมาที่นี่
เพราะมันคือจุดชมวิวเมืองเวโรน่าที่สวยงามมากๆ
ขนาดพระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า มองเห็นวิวเมืองเวโรน่าเลือนลางไปบ้าง
ประกอบกับกล้องก๊อกแก๊กของเราซูมได้น้อยนิด เลยได้ภาพมาไม่สวยเท่าของจริงที่เห็นด้วยตา 


วิวเมืองเวโรน่า


พระอาทิตย์กำลังตกดินท้องฟ้าสีสวยมาก


ซูมให้เห็น Ponte Pietra ที่เราเพิ่งไปมาด้วย


ขยับมาอีกหน่อย


อีกฝั่งย้อนแสงเลยสวยแบบมืดๆ


หนุ่มสาวนั่งชมวิวพระอาทิตย์ตกดินโรแมนติกดีจัง

เราสองคนอยู่ชมวิวสวยๆ ยามพระอาทิตย์ตกดินจนอิ่มอกอิ่มใจ
ก็พากันขับรถลงจากเขาเดินทางกลับบ้าน ระหว่างทางท้องฟ้าสีสวยมาก
จนที่รักบอกว่าให้เอากล้องออกมาถ่ายรูปเก็บไว้ 


สวยไหมล่ะ


หลากหลายสีงดงามแบบธรรมชาติสร้างสรรค์

ขากลับขับรถกันแค่ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงบ้าน
ช่างแตกต่างจากขาไปเหลือเกิน แต่ทริปนี้ก็เป็นทริปส่งท้ายปี 2012 ที่เราสองคนมีความสุขมาก
ได้เที่ยวในสถานที่สวยๆ กับวันที่อากาศดีๆ ถึงแม้จะไปถึงช้าไปนิด
แต่โดยรวมถือว่าดีกว่าตอนไปกรุงโรมเยอะเลยล่ะ

จบทริปมาราธอนส่งท้ายปีของเราสองคน
ขึ้นเหนือ ลงใต้ ออก ตก ครบสูตร กลับถึงบ้านกระเป๋าแฟ่บแบบสุดๆ
แต่ก็มีความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก เราสองคนชอบเดินทาง ชอบเปิดโลกกว้าง
และหวังว่าปีหน้าจะมีโอกาสได้ไปเที่ยวในสถานที่สวยๆ แบบนี้อีก

สุดท้ายนี้เราสองคนก็ขอ "สวัสดีปีใหม่" เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนด้วยนะค่ะ
ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆ คิดหวังสิ่งใดก็ขอให้สมปราถนา
สุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดปีและตลอดไปเลยค่ะ 





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


รูปเซ็ตนี้สวยหลายรูปเลย บางรูปยังกะโปสการ์ด
พี่ยืนยันอีกรอบ มีนต้องผอมลงแน่เลย จริงๆๆ
ออกกำลังกายนี่มันดีจริงๆ
ปล.ผู้หญิงว่างแล้วมันเหมือนอยากทำอะไรสักอย่าง อยู่ในรถ ทำได้ไม่เยอะ กินไปเรื่อยๆ พี่ก็เป็น อิอิอิ
ปล.2 หวัดดีปีใหม่เช่นกันจ้า

พี่ปุ๋ย
 03/01/2013 06:09:00

สวัสดีปีใหม่ค่ะ
รู้สึกว่าน้องมีนผอมลงนะคะ
เป็นเรื่องดีเลยเน๊อะ

{ttooii@ketkaew}
 03/01/2013 05:37:00

ma dove sei andata con la smart?
 

G
 02/01/2013 19:54:00

วิวก็สวย นางแบบก็งาม ขอบคุณที่พาเที่ยวค่ะ

maita
 02/01/2013 19:17:00