Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1890.asp ]  Page view: 3.833 Time
Country United States 3003 Peaple
3.003
Country China 350 Peaple
350
Country Thailand 182 Peaple
182
Country Anonymous Proxy 96 Peaple
96
Country Italy 39 Peaple
39
Country United Kingdom 27 Peaple
27
Country Germany 26 Peaple
26
Country Asia/Pacific Region 21 Peaple
21
Country Australia 11 Peaple
11
Country Denmark 11 Peaple
11
Country Portugal 10 Peaple
10
Country Sweden 8 Peaple
8
Country France 8 Peaple
8
Country Malaysia 5 Peaple
5
Country Netherlands 5 Peaple
5
Country Norway 5 Peaple
5
Country Canada 4 Peaple
4
Country Japan 4 Peaple
4
Country Switzerland 3 Peaple
3
Country Singapore 2 Peaple
2
Country Luxembourg 2 Peaple
2
Country Belgium 2 Peaple
2
Country Cambodia 1 Peaple
1
Country Austria 1 Peaple
1
Country Bahrain 1 Peaple
1
Country New Caledonia 1 Peaple
1
Country New Zealand 1 Peaple
1
Country Spain 1 Peaple
1
Country Romania 1 Peaple
1
Country Turkey 1 Peaple
1
Country Vietnam 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 08/01/2013 
ทานมังสวิรัติวันแรก 


8 January 2013

Rimini,Italy
อุณภูมิ 5 องศาเซลเซียส
หมอกขาวโพลนตลอดทั้งวัน


ตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้นปีแล้วว่าปีนี้จะเริ่มหันกลับมาทานมังสวิรัติอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งสักที

หลังจากหลายปีที่ผ่านตั้งแต่ย้ายมาอยู่อิตาลีก็เลิกทานมังสวิรัติไปโดยปริยาย

อาจจะด้วยเหตุผลหลายอย่างย้ายประเทศบ้างล่ะ สถานการณืไม่อำนวยบ้างล่ะ

แต่จริงๆ แล้วมันก็คือข้ออ้าง ข้อหนึ่งแค่นั้นเอง

 

สมัยอยู่ไทยเราทานมังสวิรัติทุกวันพระ เป็นเวลาเกือบ 10 ปี ทำอย่างเคร่งครัด

ถ้าวันไหนเผลอหลงลืมก็จะมีการชดเชยย้อนหลังตลอด การทานมังสวิรัติ คือ เป็นการละเว้นการทานเนื้อ

นอกจากได้บุญแล้วยังทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ถ้าเรารู้จักทานให้เป็น

ทานผักผลไม้ให้มากกว่าอาหารจำพวกแป้ง

 

มังสวิรัติอย่างที่รู้ๆกัน แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ


  1. มังสวิรัติประเภทเคร่งครัด เป็นมังสวิรัติที่กินอาหารจำพวกพืชผักผลไม้เพียงอย่างเดียว ไม่มีอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ไข่ นม หรือ ผลิตภัณฑ์จากไข่และนม เป็นส่วนประกอบของอาหารนั้นๆเลย
  2. มังสวิรัติประเภทที่มีการดื่มนม เป็นมังสวิรัติที่จะมีนมและผลิตภัณฑ์ของนมนอกเหนือจากพืชผักผลไม้ แต่ไม่มีเนื้อสัตว์และไข่เป็นส่วนประกอบของอาหาร
  3. มังสวิรัติประเภทดื่มนมและกินไข่ อาหารมังสวิรัติประเภทนี้มีไข่ นม และผลิตภัณฑ์ของนมนอกเหนือจากอาหารจากพืช แต่ไม่มีเนื้อสัตว์เลย

สำหรับตัวเองตั้งแต่อยู่ไทยก็เลือกทานประเภทที่ 3 นั่นคือ มังสวิรัติประเภทดื่มนมและไข่
เพราะรู้สึกว่าไม่หนักจนเกินไป ยิ่งสมัยก่อนต้องไปทำงานด้วยแล้วจะหักโหมมากไม่ได้
ส่วนตอนนี้ที่เลือกประเภทเดิม เหตุผลหลักๆ คือ ที่นี่อากาศหนาว
ร่างกายคนเราต้องใช้พลังงานเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น
เราเลยเลือกทานมังสวิรัติประเภทนี้ เพราะถือว่าดีต่อร่างกายที่สุด
อย่างน้อยร่างกายก็ยังได้โปรตีนจากนมและไข่ 

สำหรับวันแรกก็ถือว่าเริ่มต้นได้ดี
ตื่นเช้ามาเริ่มต้นด้วยการดื่มนมสด 1 แก้ว พร้อมขนมปังโฮลวีททาแยมอีก 1 ชิ้น

จากนั้นส่งที่รักที่ทำงานเสร็จก็กลับบ้านเข้าครัวปรุงเมนูง่ายๆ
อย่างๆต้มจืดไข่น้ำกับสาหร่าย ปรุงรสด้วยเกลือกับซีอิ๊วขาวแค่นั้น
เพราะความหวานได้มาจากสาหร่ายกับไข่อยู่แล้ว
ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ก็อิ่มท้องแล้วล่ะ

 


มื้อเช้าแบบอุ่นๆ

 เกือบเที่ยงเริ่มเกิดอาการหิวนิดๆ เพราะต้มจืดที่ทานช่วงเช้าย่อยง่ายมาก
ระหว่างรอทำอาหารมื้อกลางวันก็ทานผลไม้ไปพลางๆ ช่วยคลายความหิวได้เยอะเลยทีเดียว 
จากนั้นก็ลงมือทำอาหารมื้อกลางวันแบบง่ายๆ อย่าง "ซุคคินี่ผัดไข่" 


ซุคคินีผัดไข่มื้อกลางวันแบบง่ายๆ

ระหว่างวันถ้ารู้สึกว่าหิวมากๆ ก็เน้นดื่มน้ำเยอะๆ
ทานผลไม้ช่วยสลับกันไป  ก็ถือว่าช่วยได้เยอะนะ ดีหน่อยที่เราเป็นคนชอบทานผักทานผลไม้
เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เลยไม่รู้สึกว่าฝืนตัวเองมากนัก

ช่วงเย็นที่รักเลิกงานกลับมา ก็ชวนให้ที่รักทานมังสวิรัติกับเราด้วย
ที่รักทานต้มจืดไข่น้ำสาหร่ายที่เราทำไว้ตั้งแต่มื้อเช้า แค่อุ่นให้ร้อนก็ทานได้แล้วล่ะ
จากนั้นก็ทำสลัดพริกหวานสไตล์อิตาเลี่ยนมาเพิ่มอีกจาน
อร่อยแถมมีประโยชน์ต่อร่างกาย ทานแล้วจะได้แม่แก่เร็วเพราะมีเบตาแคโรทีนล้นหลาม 


มื้อเย็นแสนอร่อย

วันแรกของการเริ่มต้นทานมังสวิรัติก็ผ่านไปด้วยดี
ที่รักก็น่ารักมากให้ความร่วมมืออย่างดี นี่สิถึงจะเรียกว่ารักกันจริง
ช่วงแรกๆตั้งใจว่าจะทานแค่สัปดาห์ละหนึ่งวันนั่นคือ ทุกวันอังคาร ซึ่งเป็นวันเกิดของตัวเอง
ส่วนอนาคตค่อยว่ากันอีกที ถ้าให้ดีก็อยากทานให้ได้มากกว่าหนึ่งวันเช่นกัน
อาจจะเป็นการทำบุญเล็กๆ น้อยๆ แต่ทุกครั้งที่ทานมังสวิรัติจะรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
นี่ล่ะมั๊งที่เค้าเรียกว่า
"อิ่มท้องแถมอิ่มบุญ"





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


คุณมีน นุชจะลองทำอีกค่ะ เดี๋ยวจะเอาสูตรมาแบ่งแน่นอนจ้า ส่วนแต่งหน้า นุชก็แต่งไม่เป็นค่ะ ที่เห็นๆ นั่นก็แต่งตามแม๊กกาซีน หรือไม่ก็รูปตามเน็ตค่ะ เห็นเค้าลงสีอะไรเราก็ลงตามเลยค่ะ นานๆ แต่งทีค่ะ ส่วนใหญ่ก็เพิ้งทั้งวัน เลี้ยงลูกหัวฟู ลูกชายผมเค้าเหมือนพ่อตอนเด็กๆ ค่ะ แต่โตมาน่าจะหัวหยิกหยองแน่นอน 555
ปล. นุชสามสิบหกแล้ว คุณมีนน่าจะเป็นน้องนุชนะคะ เรียกพี่เรียกน้องกันดีกว่าค่ะ

Nuch
 09/01/2013 02:14:00

http://mnanta.diaryclub.com »

คุณมีน เมื่อก่อนนุชก็เคยตั้งใจทานมังฯ ทุกวันพุธเหมือนกันค่ะ เพราะเป็นวันเกิด แต่ว่าข้ออ้างเยอะ เลยไม่ชนะใจตัวเองสักที เห็นคุณมีนทาน อยากลองเริ่มดูอีกครั้งค่ะ

ปล. ใช่จ้า นุชชอบทำอาหาร ฝึกไปเรื่อยๆ ยังไม่ค่อยเก่งค่ะ

Nuch
 08/01/2013 17:32:00

http://mnanta.diaryclub.com »