Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1894.asp ]  Page view: 1.233 Time
Country United States 928 Peaple
928
Country Anonymous Proxy 80 Peaple
80
Country Thailand 64 Peaple
64
Country China 51 Peaple
51
Country Germany 19 Peaple
19
Country Italy 18 Peaple
18
Country United Kingdom 18 Peaple
18
Country France 13 Peaple
13
Country Asia/Pacific Region 7 Peaple
7
Country Australia 5 Peaple
5
Country Netherlands 5 Peaple
5
Country Denmark 4 Peaple
4
Country Japan 4 Peaple
4
Country New Zealand 3 Peaple
3
Country Sweden 2 Peaple
2
Country Luxembourg 2 Peaple
2
Country Austria 2 Peaple
2
Country Canada 2 Peaple
2
Country Moldova - Republic of 1 Peaple
1
Country Switzerland 1 Peaple
1
Country Norway 1 Peaple
1
Country Singapore 1 Peaple
1
Country Estonia 1 Peaple
1
Country New Caledonia 1 Peaple
1
  RSS
RSS

maita 14/01/2013 
เรื่องเล่าจากห้องเรียน ๒ 


 

ห่างหายแต่ไม่ห่างเหิน (คิดว่าอย่างนั้นนะ อิอิ)

ช่วงนี้ขยันอ่านหนังสือขึ้นมานิดหนึ่ง นิดเดียวเท่านั้นแหละ ถ้าเยอะเกินเดี๋ยวเก่งเกินไป อิอิ

เรื่องของเรื่องคือวันนั้น(วันไหนจำไม่ได้รู้แต่วันนั้น)ไปเรียนคนเดียว

อายโกเล็ตมากถามคำศัพท์มา ๑๒ คำ จำได้แค่ ๒ คำ ..โกเล็ตบอกคำศัพท์เก่าๆทั้งนั้นเลยนะ

ถ้าอยู่กันหลายคนก็ยังพอได้แบ่งๆกันอาย แบ่งๆกันตอบได้บ้าง 

ความอายเลยเป็นแรงผลักดันความขี้เกียจให้ออกจากร่าง

คุณสามีเห็นถึงความขยัน มานะ วิริยะ อุตสาหะของภรรเมีย ถึงกับเอ่ยปากว่า

"น่าจะตื่นตั้งนานแล้วนะ" 

 ถือว่าเป็นคำชมที่ไพเราะเสนาะหูเสียเหลือเกิน

คำชมที่ไพเราะอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับภรรเมีย (คุณสามีรู้ดีในข้อนี้)

คุณสามีก็เลยขึ้นเงินเดือนให้อีกหนึ่งร้อยเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ 

พอได้เงินเพิ่ม...กำลังใจก็เพิ่ม ..บ้านช่องห้องหอก็ดูเหมือนจะสะอาดกว่าเดิม(นิดหนึ่ง)

ถ้วยชามหม้อไหก็ไม่แช่ข้ามวันข้ามคืนเหมือนแต่ก่อน

เงินไม่ใช่ทุกอย่างแต่ก็เกือบๆทั้งหมด อิอิ

,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,

เรียนกับม้งอังก็ปรับตัวได้  อะไรที่ไม่ค่อยเข้าหูเข้าตาก็มองข้ามๆไปเสีย

เพื่อมิตรภาพที่จะงอกเงยงดงามในอนาคตอังก็เลยซื้อซ็อกโกแลตให้เขาด้วย

(เพราะต้องให้โกเเล็ตกับน้องนารินแล้วไม่ให้เขาก็ดูไม่งาม)

แต่ก็นั้นแลมิตรภาพก็ไม่ได้งอกเงยเหมือนดังหวัง

ซ้ำร้ายคือม้งเขาวอล์คเอาท์ออกจากห้องเรียนไปด้วยความไม่พอใจ

เริ่มแรก

ก็เรียนกันอยู่ดีๆ เขาก็บอกโกเล็ตว่าเขาจะออกไปโทรศัพท์จองอพาร์ทเม้นท์ที่เขมร

(เขาจะกลับบ้านเดือนหน้า) ...โกเล็ตก็โอเคไม่ได้ว่าอะไร

เขาก็ออกจากห้องไปได้สักพักก็กลับเข้ามา

อังกับน้องนารินกำลังเขียนตามคำบอกอยู่ในขณะนั้น

โกเล็ตบอก   être pâle

อังก็งงๆ อะไรเนี่ยทำไมไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต

เลยถามว่าอะไร  โกเล็ตบอกว่า verb être (เป็น อยู่ คือ)

เราก็ร้องอ้ออออ  ก็ก้มหน้าก้มตาเขียนไป

ฝ่านม้งโกเล็ตก็พูด être ประมาณสามสี่รอบ เขาก็นึกไม่ออก

โกเล็ตก็เลยหยิบสมุดของอังไปให้เขาดู...แล้วก็บอกว่าเขียนอย่างนี้

เขาบอกว่าเขาไม่ลอก แล้วก็ลุกขึ้นเก็บของใส่กระเป๋า

โกเล็ตถาม  โอเคไหม?

ม้งบอก ไม่โอเค  แล้วก็เดินออกจากห้องไป ...ทิ้งให้ไทยเขมรฝรั่งนั่งงงว่าเกิดอะไรขึ้น

หลังจากวันนั้นเขาก็ไม่ไปเรียนแล้วก็ไม่โทรบอกโกเล็ตด้วย

โกเล็ตก็ต้องคอยเก้อครึ่งชั่วโมง  วันนั้นน้องนารินก็ไม่ไปเรียนแต่โทรบอก

อังก็เรียนคนเดียวไฮโซมาก อิอิอิ

ครั้งหลังสุดที่เรียนด้วยกัน โกเล็ตถามน้องนารินว่าคำนี้แปลว่าอะไร

ด้วยความที่อังไม่ได้เงยหน้ามองก็คิดว่าโกเล็ตถามรวมๆ ไม่ได้เจาะจงว่าถามใคร

อังก็เสนอหน้าตอบไป...โกเล็ตบอกถามนารินไม่ได้ถามอัง

อังก็...ขอโทษไป

ก็ไม่รู้ม้งเขาเก็บกดอะไรมาตั้งแต่เมื่อไหร่

เขาใส่อังมาชุดใหญ่ว่าเขาก็มาเรียนภาษาเหมือนกันนะ บลาบลาๆๆๆ

อังก็อ้าปากกำลังจะตอบโต้แต่โกเล็ตห้ามทัพเสียก่อน...ก็เลยจำใจหุบปากเสีย

น้องนารินเคยเล่าให้ฟังว่า...ม้งเขาโทรคุยกับแม่น้องนาริน

(เขาสนิทกับแม่น้องนาริน)

แล้วเล่าให้แม่น้องนารินฟังว่า

โกเล็ตไม่สนใจเขา สนใจแต่สอนอังกับน้องนาริน

อังฟังแล้วก็ขำ

โกเล็ตให้ทำงานเขาก็ไม่ทำ บอกมันอยากเกินทั้งๆที่ยังไม่ได้ลอง

มีบอกด้วยจะเอาไปทำกับสามีที่บ้าน

พอโกเล็ตตรวจแล้วมีที่ผิดเขาก็บอกว่าสามีเขาทำ

๕๕๕๕๕

คุณแม่น้องนารินแนะนำว่า ถ้าไม่ชอบก็เปลี่ยนคนสอนไปเลยไม่ต้องทน

อังก็รอๆอยู่ว่าเมื่อไหร่เขาจะเปลี่ยนอิอิ

จบๆดีกว่า....ยิ่งเล่ายิ่งมันเรื่องนินทาคนอื่นเนี่ย

ถึงจะไม่ชอบก็ต้องเรียนด้วยกันไปอีกนานสิ่งที่ต้องทำก็คือปรับใจเรานั้นแล

ปล. กดแอบไว้คุณฝนเห็นได้อย่างไรคะเนี่ย :)

µµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµµ

 





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


เพิ่งเห็นว่าพี่ไมตาเขียนไดอารี่ แอบมาเขียนตอนไหนค่ะเนี่ย เมื่อวานก็ไม่เห็นนะ
เรื่องเพื่อนในห้องเรียนนี่มีหลากหลายรูปแบบจริงๆ ตอนมีนเรียนก็เหมือนกันค่ะ มีทั้งที่ชอบเราและหมั่นไส้เรา  

มีน
 19/01/2013 21:58:00

ห่างหายไปนานเหมือนกันค่ะ แต่ก็ยังคิดถึงคุณไมตาและหลานน้อยในท้องสม่ำเสมอนะคะ

FooN
 17/01/2013 08:13:00