Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

22/11/2017
10/11/2017
29/10/2017
12/10/2017
6/10/2017
6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1909.asp ]  Page view: 17.709 Time
Country United States 14555 Peaple
14.555
Country Thailand 1615 Peaple
1.615
Country Anonymous Proxy 552 Peaple
552
Country China 452 Peaple
452
Country Australia 69 Peaple
69
Country Asia/Pacific Region 66 Peaple
66
Country Italy 59 Peaple
59
Country Germany 54 Peaple
54
Country United Kingdom 54 Peaple
54
Country Japan 34 Peaple
34
Country Norway 28 Peaple
28
Country France 23 Peaple
23
Country Netherlands 22 Peaple
22
Country Sweden 18 Peaple
18
Country Denmark 13 Peaple
13
Country Belgium 11 Peaple
11
Country Singapore 10 Peaple
10
Country Canada 9 Peaple
9
Country Malaysia 8 Peaple
8
Country Switzerland 8 Peaple
8
Country Turkey 5 Peaple
5
Country New Zealand 4 Peaple
4
Country Portugal 4 Peaple
4
Country Finland 4 Peaple
4
Country Hong Kong 4 Peaple
4
Country Spain 3 Peaple
3
Country Moldova - Republic of 2 Peaple
2
Country Russian Federation 2 Peaple
2
Country Lao People
2
Country Luxembourg 2 Peaple
2
Country India 2 Peaple
2
Country Egypt 2 Peaple
2
Country Austria 2 Peaple
2
Country Taiwan 2 Peaple
2
Country Ukraine 1 Peaple
1
Country United Arab Emirates 1 Peaple
1
Country Europe 1 Peaple
1
Country Israel 1 Peaple
1
Country Korea - Republic of 1 Peaple
1
Country Maldives 1 Peaple
1
Country Saudi Arabia 1 Peaple
1
Country Oman 1 Peaple
1
Country Slovenia 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 17/02/2013 
แจ้งความครั้งแรกกับเพื่อนบ้านเลวๆ 


Saturday,  16 February 2013

Rimini,Italy

อุณภูมิ 7 องศาเซลเซียส
แดดอ่อนๆ สลับกับเมฆมาก


ไม่ได้เขียนไดอารี่มาเป็นสัปดาห์เหตุเพราะมีเรื่องยุ่งๆ
ที่ทำให้ปวดหัวและไม่สบายใจเป็นอย่างมาก
จนทำให้เรากับที่รักแทบไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรกันเลย
โดยเฉพาะที่รักน่าสงสารที่สุด ไหนจะงานที่เครียดอยู่แล้ว ต้องมาเครียดกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอีก
ถ้าใครเคยอ่านไดอารี่ของเราเมื่อหลายเดืนก่อนอาจจะยังจำกันได้
เกี่ยวกับเพื่นบ้านชั้นบนที่ราดน้ำสารเคมีลงมาจากระเบียงใส่ต้นไม้ของเราจนตายเกือบหมด 
หลายครั้งเข้า เราสองคนทนไม่ไหวเลยขึ้นไปต่อว่าถึงชั้นบน
แต่เพื่อนบ้านครอบครัวนี้ก็ยังไม่หยุด จนเรากับที่รักถึงกับต่อว่าด้วยคำหยาบไปหนึ่งคำ
ถ้าแปลเป็นไทยก็คือ "เลว" นั่นเอง

หลังจากนั้นครอบครัวเรากับครอบครัวนั้นก็มองหน้ากันไม่ติดอีกเลย
เรากับที่รักก็เฉยๆ นะไม่ได้ทำอะไรแม้แต่แจ้งความ เพราะตอนที่โทรไปครั้งแรกตำรวจไม่ยอมรับเรื่อง
แต่มามี๊กับพี่สาวที่รักไม่ยอมจึงนำเรื่องไปแจ้งกับเจ้าของตึก
หลังจากเพื่อนบ้านรายนี้ยังไม่หยุดการกระทำแบบเดิมๆ
จนเจ้าของตึกมีจดหมายแจ้งตักเตือนมายังเพื่อนบ้านรายนี้
เลยเป็นเหตุจุดชนวนให้แค้นเราสองคนมากขึ้น
ทุกคนที่เดินสวนกันก็จะมองแล้วด้วยสายตาแบบอยากกินเลือดกินเนื้อตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
ยอมรับว่าเราอึดอัดมาก โดยเฉพาะเวลาไม่มีที่รักอยู่ด้วย
แต่ก็คิดว่าช่างมันเถอะคงไม่มีอะไร

จนมาถึงสายๆ ของวันอังคารที่ผ่านมาเรากำลังทำข้าวอยู่ในครัว
อยู่ๆ ก็มีคนมากดกริ่งด้านล่างของตึก เราก็รับสายนะ แต่ไม่ได้ยินเสียงคนด้านล่่าง
คิดว่าเป็นบุรุษไปรษณีย์ให้ลงไปเซ็นต์รับจดหมายเลยรีบตาลีตาเหลือกวิ่งลงไปด้านล่าง
ปรากฎว่าพอลงไปถึง ก็มีผู้ชายสองคนกับผู้หญิงหนึ่งคนรออยู่ด้านล่าง
คนหนึ่งรอเราอยู่ทางขึ้นบันได อีกสองคนคือคนที่กดกริ่งเรียกเราสองครั้งแบบไม่หยุด
คงเดากันไม่ยากว่าใคร เพื่อนบ้านที่มีปัญหากับเรานั่นเอง

พอเราลงไปถึง ผู้หญิงก็มายืนด้านหลังเรา
ส่วนผู้ชายอีกสองคนก็เดินมาด้านหน้าแล้วตะคอกเสียงใส่เราว่า
"ฟังนะ ฝากไปบอกสามีเธอด้วยว่าให้หยุดทำเสียงดังโครมๆ ทั้งเช้าทั้งเย็น"
จากนั้นก็ด่าเรากับที่รักด้วยคำหยาบๆ คายๆ ถึงเราจะพูดภาษาอิตาลีไม่ค่อยได้
แต่ที่ครอบครัวนี้พูดมาทั้งหมดเราเข้าใจทุกอย่าง
ด้วยความตกใจและงงว่าเราสองคนไปทำอะไรพวกเค้าเมื่อไหร่ก็เลยไม่ได้พูดอะไรออกไป
อีกอย่างทุกคนล้อมหน้าล้อมหลังเรา ทำให้เรากลัวมากด้วย
ขนาดมีผู้หญิงแก่ๆ คนหนึ่งซึ่งอยู่ชั้นสามลงมาจากลิฟท์
มาหยุดฟังอยู่ด้วยก็ไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่ทำหน้าเห็นใจเรา
ก่อนที่พวกมันจะปล่อยให้เราเดินขึ้นบ้าน มีการขู่ส่งท้ายว่า
"ถ้าวันนี้ยังไม่หยุด รับรองน่าดู"

เรารีบโทรหาที่รัก ที่รักก็งงมากว่าเราสองคนไปทำเสียงดังอะไรให้พวกมันได้ยิน
ที่สำคัญเราอยู่ชั้นล่าง ถ้าเราทำเสียงดังจริงคนที่น่าจะมาต่อว่าน่าจะเป็นครอบครัวที่อยู่ชั้นล่างจากเรามากกว่า
ที่รักโกรธมาก บอกว่าหาเรื่องกันชัดๆ คงเพราะแค้นเรื่องเดิมๆ
พอที่รักไม่อยู่เลยได้โอกาสมาหาเรื่องเราแทนเพราะรู้ว่าเราเถียงกลับไม่ได้
อีกอย่างผู้หญิงตัวคนเดียว จะไปสู้อะไรกับแรงผู้ชายหลายๆ คน

ด้วยความโกรธที่รักบอกทนไม่ไหวแล้ว
เลยให้เรารีบไปรับที่ออฟฟิศแล้วไปแจ้งความกันที่ Carabinieri
สำหรับที่อิตาลีในกรณีที่เป็นคดีไม่ร้ายแรง เราจะต้องไปแจ้งความที่ Carabineri
ซึ่งเป็นหน่วยงานของทหาร ไม่ใช่ตำรวจ ถ้าเป็นตำรวจจะเป็นกรณีร้ายแรง
อย่างฆ่าคนตายหรือเกิดอุบัติเหตุแบบร้ายแรงมากกว่า
แต่เราก็ชอบเรียก Carabinieri ว่าตำรวจทุกทีเลย

ด้วยความที่ไม่รู้จักนามสกุลของเพื่อนบ้านเลวๆ ร้ายนี้
เลยโทรถามเพื่อนบ้านอีกคน ปรากฎว่ามารู้เอาวันที่สองว่าเพื่อนบ้านบอกนามสกุลมาผิด
เพราะตั้งใจปกปิดไม่ให้พวกเราแจ้งความ เพราะสองครอบครัวนั้นสนิทกัน
ทำเอาที่รักโมโหอีกรอบ เพราะต้องเสียเวลาไปแจ้งความใหม่อีกครั้ง
แถมเราต้องไป Carabinieri ถึงสองที่ เพราะครั้งแรกเราไปแจ้งความนอกพื้นที่รับผิดชอบ
ได้ใบแจ้งความมาต้องนำไปยื่นกับ Carabinieri ที่รับผิดชอบพื้นที่บ้านเราอีกครั้ง
เรียกว่าวันนั้นกว่าจะเสร็จเรื่องทั้งรอ ทั้งวิ่งรถไปมาใช้เวลาไปหลายชั่วโมง

แถมหลังจากยื่นเอกสารไปแล้วหนึ่งวัน
Carabinieri ที่รับผิดชอบโทรเรียกเราสองคนไปคุยถึงที่ไปที่มา
และสาเหตุที่คิดว่าทำไมเพื่อนบ้านถึงมาด่าเราเสียๆ หายๆ ว่าทำเสียงดังเพื่อนบ้านชั้นบน
เราสองคนคิดแล้วคิดีกก็ไม่มีอะไรนอกจากปั่นจักรยานออกกำลังกายกับเครื่องออกกำลังกายปกติ
ซึ่งแทบไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาด้วยซ้ำ
แต่เวลาที่เพื่อนบ้านด่าเราสองคนมาคือเวลาที่เรากับที่รักปั่นจักรยานเท่านั้น
นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแล้วจริงๆ ซึ่ง Carabinieri ก็เห็นด้วยว่าไม่น่าเป็นไปได้
ที่สำคัญพวกเขาอยู่ชั้นบนจากบ้านเรา ถ้าเราทำเสียงดังจริงๆ ก็ต้องรบกวนชั้นล่างมากกว่า
ที่สำคัญครอบครัวนี้ต่างหากที่ตะโกนโหวกเหวก ปิดประตูดังโครมๆ รบกวนเราสองคนทุกวัน
แต่เราไม่เคยคิดเอาเรื่องหรือใส่ใจเลยแม้แต่ครั้งเดียว
นี่ยังไม่นับรวมเรื่องทิ้งขยะกับก้นบุหรี่ลงมาจากระเบียงบ้าน หล่นลงมาใส่ระเบียงบ้านเรา
รวมถึงโรงรถนับไม่ถ้วน หลายครั้งตากผ้าไว้ที่ระเบียง ไฟไหม้จนเป็นรูด้วยซ้ำ
แต่เรากับที่รักอยากอยู่แบบสงบๆ ก็ฝืนทนกันไป
ถ้าจะให้เขียนเล่าวีรกรรมของครอบครัวนี้ท่าทางจะยาวเป็นหางว่าว
โดยเฉพาะเวลาทะเลาะกับเพื่อนบ้านใกล้เคียง แล้วปาเข้าของใส่กัน
ของหล่นลงมาที่ระเบียงบ้านเรากระจุยกระจายตลอด ถ้าเป็นคนอื่นคงเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
แต่นี่เพราะเราสองคนอยากอยู่กันเงียบๆ สงบๆ แต่สุดท้ายก็ไม่วายเกิดเรื่องกับตนเองจนได้
ที่ัรักบอกว่าถ้าครอบครัวลงมาต่อว่าที่รักเวลาที่ที่รักอยู่บ้าน
ที่รักคงไม่คิดเอาเรื่องถึงขั้นแจ้งความให้เรื่องบานปลาย
แต่นี่ครอบครัวนี้หาเรื่องมาต่อว่าเราแทนเฉพาะเวลาที่ที่รักไปทำงาน
ที่รักทนไม่ได้จริงๆ 

 Carabinieri เลยถามว่าจะเอายังงัย ที่รักก็บอกว่า ขอให้รีบจัดการให้เร็วที่สุด
เพราะไม่อยากให้เพื่อนบ้านมาด่าหรือขู่เราต่างๆ นานา
ที่รักเป็นห่วงกลัวมีคนมาทำร้ายเรา ไปทำงานก็ไม่มีกะจิตใจห่วงหน้าพะวงหลังอยู่ตลอด

Carabinieri ตั้งใจจะโทรหาเพื่อนบ้านรายนี้่ก่อนเพื่อสอบถามรายละเอียด
ปรากฎว่าไม่มีใครรู้เบอร์โทร เลยได้แต่เขียนใบสั่งบอกให้เพื่อนบ้านรายนี้มาพบ Carabinieri
ตามวันเวลาที่นัดหมาย ซึ่งวันที่ทาง Carabinieri นัดก็คือวันวาเลนไทน์นั่นเอง

พบ Carabinieri เรียบร้อย
ที่รักก็มาส่งเราที่บ้านมามี๊ เพราะไม่ไว้ใจให้เราอยู่บ้านคนเดียว
กลัวเพื่อนบ้านจะมาแกล้งหรือถึงขั้นทำร้ายเราได้อีก
เพราะเพื่อนบ้านรายนี้มีประวัติทำร้ายหลายครอบครัว
ทะเลาะกับเค้าไปทั่ว แต่่ก็ไม่เคยมีใครทำอะไรได้เลย
เหตุเพราะพ่อของลูกเขยป็นตำรวจใหญ่อยู่ที่นี่ ทำผิดอะไรไปรอดทุกที
ถ้าจะให้เรียก ก็คง "มาเฟีย" ดีๆ นี่เอง

วันนั้นทั้งวันเราเลยได้แต่อยู่นอกบ้าน
ถึงแม้จะอยู่บ้านมามี๊ มามี๊ดูแลอย่างดี ทั้งทำอาหารอร่อยๆ ให้ทาน
ชวนทำโน่นทำนี่ให้เพลินๆ แต่เราก็ไม่มีความสุขเหมือนอยู่บ้าน
เป็นอะไรที่รู้สึกแย่เอามากๆ มีบ้านแต่อยู่บ้านไม่ได้ มันทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็นอีกนะ

เช้าวันพุธเป็นวันวาเลนไทน์
หลายๆคนก็คงมีความสุข ทำโน่นทำนี่ มีของขวัญให้กับคนที่เรารัก
แต่สำหรับเราสองคนมันช่างกลับกันมากๆ
ไม่ได้ทำอะไรพิเศษให้กันเหมือนเช่นทุกปี เพราะทั้งเช้าทั้งเย็นเราสองคนมัวแต่วิ่งรอก
ไปยัง Carabinieri ช่วงเช้าไปแก้ไขใบแจ้งความที่แจ้งนามสกุลคู่กรณีผิด
ช่วงบ่ายต้องนำไปยื่นอีกสถานที่ วันทั้งวันที่รักได้ทำงานแค่สองชั่วโมงเท่านั้นเอง
ส่วนเราก็ยังเรร่อนเหมือนเดิม ไปเดินห้างฆ่าเวลา
จะกลับเข้าบ้านมามี๊กับที่รักก็ไม่ยอม ต้องรอให้ที่รักเลิกงานซะก่อน


วันพฤหัสเป็นอีกวันที่เรายังคงทำตัวเป็นพวกเรร่อน
ส่งที่รักที่ทำงานเสร็จก็ไปแวะไปเดินห้างดูโน่นนี่ สายๆ ก็กลับไปทานอาหารเที่ยงบ้านมามี๊
เพื่อนสากับน้องคนไทยก็เป็นห่วง โทรมาถามตลอดเวลา
อยากให้เราไปทานข้าวที่บ้านด้วย ไม่อยากให้เราเดินเล่นอยู่ในห้างเป็นเวลานานๆ
ขอบคุณเพื่อนสองคนมากๆ แต่เราก็ยังรู้สึกเกรงใจอยู่ดี
เลยขอเดินเล่นแล้วกลับไปบ้านมามี๊แทน

บ่ายวันพฤหัสที่รักโทรไปหา Carabinieri ว่าได้รับเอกสารที่แก้ไขแล้วรึยัง
เลยได้รับรู้ว่าเพื่อนบ้านรายนี้โทรแจ้งทาง Carabinieri ว่าไม่สามารถเดินทางไปตามนัดได้
เนื่องจากป่วยหนัก ขอเลื่อนไปก่อน
แถมยังบอกกับทาง Carabinieri ว่าไม่ได้ต่อว่าอะไรเราเลย
แค่ตักเตือนว่า อย่าทะเลาะกันดังรบกวนเพื่อนบ้าน
มีการบอกว่าเรากับที่รักทะเลาะกันเป็นภาษาอังกฤษดังลั่นบ้านทั้งเช้าทั้งเย็น
เรากับที่ระรักฟังแล้วถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกว่าเราสองคนทะเลาะกันเมื่อไหร่
จำได้ว่าอยู่ด้วยกันมาสี่ปีกว่าๆ ที่รักไม่เคยขึ้นเสียงกับเราแม้แต่ครั้งเดียว
ถึงทะเลาะกันก็แค่งอนไม่พูดกันไม่เกิน 10 นาที ประเด็นนี้ตกไปได้เลย
ถ้าพูดเป็นภาษาไทยต้องเรียกว่ "ตอแหลหน้าด้านๆ " เลยล่ะ
และที่สำคัญผู้ชายกับผู้หญิงอายุ 50 กว่าๆ ฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่องแม้แต่คำเดียว
เพราะแม้แต่ภาษาอิตาลีก็ยังแทบอ่านไม่ออก พูดไม่ถูกด้วยซ้ำ
แต่มีการบอกว่าฟังเราสองคนทะเลาะกันด้วคำหยาบๆ เป็นภาษาอังกฤษ
ดังลั่นบ้าน จนพวกเขาไม่ได้หลับได้นอน มันช่างน่าขำที่สุดก็ตรงนี้ล่ะ

เช้าวันศุกร์เราบอกที่รักว่าไม่ไหวแล้วนะ
เราจะไม่ยอมออกไปอยู่ข้างนอกอีกแล้ว เป็นงัยเป็นกัน
เราขอกลับมาอยู่บ้าน จะล็อคประตูให้แน่นหนา และถ้าใครมากดกริ่งเรียกอีก
จะไม่ลงไปด้านล่าง ถ้าใครมาเคาะประตูจะโทรบอกที่รักให้โทรเรียกตำรวจโดยด่วน
ที่รักเห็นเราเหนื่อยมากในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาก็เลยยอมให้เรากลับมาอยู่บ้าน
แต่วันทั้งวันก็โทรมาถามสถานการณ์ตลอดเวลาด้วยความเป็นห่วง
แต่ก็ยังไม่วายช่วงบ่ายๆ ขณะเรากำลังเผลองีบด้วยความอ่อนเพลีย
อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงกริ่งดังจากประตูหน้าบ้าน
วิ่งออกไปดู ปรากฎว่าไม่มีใครยืนอยู่หน้าประตู
แสดงว่าต้องมีใครมากดกริ่งแกล้งเราแน่ๆ 

ค่ำๆ ของวันศุกร์ทาง Carabinieri ก็โทรมาบอกว่าให้เราสองคนไปคุยไกล่เกลี่ย
กับเพื่อนบ้านรายนี้ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้
ซึ่งเราสองคนก็ยินดีเพราะอยากให้ปัญหายุติสักที 
ถึงแม้ตอนนี้เราสองคนไดทำเรื่องย้ายบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่หลังเกิดเรื่องได้หนึ่งวัน
เพราะรู้ว่าอยู่ไปก็คงไม่สงบสุข ยิ่งได้เห็นใบแจ้งความเกี่ยวกับครอบครัวนี้
อยู่ที่เจ้าของตึกอีกนับสิบใบ ก็รู้เลยว่าฝืนอยู่ที่นี่ไปก็คงหาความสงบสุขไม่เจอแน่ๆ
แต่เราก็รู้สึกเศร้าเหมือนกันที่จะต้องย้ายบ้าน
อยู่บ้านนี้มาสี่ปีกว่าๆ รู้สึกผูกพันธ์เหมือนกันนะ
ที่สำคัญเป็นบ้านที่ทำเลดีมากๆ ถ้าไม่นับว่ามีเพื่อนบ้านนิสัยแย่ๆ อยู่สองสามครอบครัว
อย่างอื่นดีหมดทั้งใกล้ใจกลางเมือง ใกล้สถานที่สำคัญ แม้กระทั่งสถานที่ท่องเที่ยวและช็อปปิ้ง
แต่ในเมื่อทุกคน ทั้งที่รัก มามี๊รวมถึงคนรอบข้างที่หวังดีกับเรา
บอกว่ามันไม่ปลอดภัย เราก็จำต้องยอมรับฟัง
ทั้งที่ใจจริงแทบไม่อยากย้ายเลยด้วยซ้ำไป
แต่เราไม่อยากทำให้ที่รักและทุกคนต้องเป็นห่วง เป็นทุกข์ กังวลใจเหมือนเช่นที่ผ่านมาอีกแล้ว
แต่ทุกครั้งก็ยังย้ำถามที่รักตลอดว่า
"ทำไมไม่เป็นเพื่อนบ้านเลวๆ ที่ต้องย้ายออกไป ทำไมต้องเป็นเราสองคน"


ส่วนเช้านี้เราสองคนลงไปโรงรถเพื่อออกไปร้านกาแฟเหมือนเช่นปกติ
สิ่งที่เห็นคือขยะนับ 20 ชิ้นถูกทิ้งไว้หน้าโรงรถบ้านเรา
ไม่บอกก็รู้เลยว่าเป็นฝีมือใคร เพราะสัปดาห์นี้เราต้องเก็บขยะนับสิ้นชิ้นทิ้งถังขยะทุกเช้า
ด้วยความที่ไม่กล้ามาด่าเราสองคนถึงบ้านอีก
เลยต้องการทำให้เพื่อนบ้านคนอื่นๆเข้าใจผิดว่าเราสองคนสกปรกทิ้งขยะหน้าบ้าน
เพื่อนบ้านที่นิสัยดีๆ และรู้จักเราสองคนก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารู้เลยว่าฝีมือใคร
แต่เพื่อนบ้านที่สนิทกับครอบครัวนั้นก็อย่างที่รู้ๆ กัน
แต่เรื่องแบบนี้ใครทำอะไรไว้ก็คงรู้ตัวกันดี
เราสองคนไม่คิดต่อปากต่อความ ขอเก็บไว้คุยรอบเดียวในวันจันทร์นี้เลยทีเดียว

ตอนแรกไม่อยากเขียนบันทึกเรื่องนี้เก็บไว้เลย
แต่ที่รักบอกว่าควรบันทุกไว้ เพราะอย่างน้อยเป็นครั้งแรกที่เราแจ้งความ
แถมในใบแจ้งความเป็นชื่อเราแบบเต็มๆ อีกอย่างเผื่อเกิดอะไรขึ้นอีก
มารื้ออ่านไดอารี่ก็จะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเราเมื่อไหร่
อย่างน้อยก็สามารถนำมาเป็นหลักฐานอย่างหนึ่งทางกฎหมายได้เช่นกัน

........................

ไดอารี่นี้มีแต่เรื่องแย่ๆ เครียดๆเดี๋ยวไดอารี่หน้าจะพาไปเที่ยว
สถานที่สวยๆ ฉลองครบรอบแต่งงานปีที่ 4 กับฉลองวาเลนไทน์ย้อนหลังของเราสองคนกันบ้าง
เหนื่อยๆ เครียดๆกันมาหลายวันได้ไปเที่ยวพักผ่อนรู้สึกดีขึ้นมาก
ไว้จะมาเล่าให้ฟังในไดอารี่หน้านะค่ะ ขอเลือกรูปกับรวบรวมข้อมูลก่อนน๊าา...

 





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


สวัสดีครับ. พอดีอ่านพบเรื่อง เพื่อนบ้าน เด ไม่ใช่ฝรั่งเดวิด หรือ เดชาอะไร มันเดรัจฉานครับ ผมมีเพื่อนบ้าน เขาคุยว่าเป็นทนายความ แต่ไม่เห็นประกอบอาชีพอะไร วันๆ อยู่บ้านตลอด อายุน่าจะใกล้60แต่มีลูกเล็กๆเรียน ประถมต้น  เวลาหมู่บ้านมีงาน มักจะคุยอวดว่า รู้จักโน่นนี่ จัดการได้หมด ถึงเวลา ผมคิดว่าเขาจะอวดมากกว่า คือทำแล้วห่วยหมด แถมมีเรื่องเงินขาด เก็บขาดอะไรอยู่เรื่อย บ่นและเกินการบ่น จนเพื่อนบ้านเอือมระอา ผมอยู่ติดกันก็ไม่ค่อยชอบเรื่องติฉินนินทา อยากอยู่สบายๆ ไม่รับเรื่องไร้สาระมารกสมอง มันก็จะพยายามมายืนบ่นข้างรั้วอยู่เรื่อย หนักๆเข้า ชอบมีเรื่องกับ คนโน้นคนนี้ กรรมการหมู่บ้านจ้าง รปภ มากี่ชุดก็ไม่เคยพอใจ บ่น พอเพื่ินบ้านบอกมีใครดีๆช่วยแนะนำ มันเฉยบอกไม่รู้ 

วันหนึ่งมีเรื่องหนักคือ เด็กโทรมาแจ้งว่า มันมาแหกปากด่า แหกปากนะครับท่านอ่านไม่ผิด มันมาด่าเด็กผม ตะคอกเสียงดังและจะเอาเรื่อง ผมทำงานอยู่ต้องรีบกลับมาเพื่อดูว่ามันเกิดอะไร เรื่องมันคือ มันเอาเด็กลาวมาทำงานบ้าน ก็คงมีตำรวจพวกมันพามา (มีคนเคยบอกว่ามันทำกิจการพวกร้านอาหารมีผู้หญิง ซึ่งกินร่วมกับตำรวจ) เด็กที่มันเอามาทำงาน กินก็ไม่ค่อยให้กิน เวลามันออกไปนอกบ้านจะล็อกบ้านหมด ปิดประตูรั้วขังเด็กไว้ให้นอนในโรงรถ ซึ่งเข้าบ้านไม่ได้ เด็กผมสงสาร เอามาม่า ข้าวไปให้กิน วันสองวัน ได้ข่าวว่ายามที่เป็นคนอีส่านพาหนีกลับบ้าน

มันกลับมามันมาด่าเด็กผม ทั้งๆที่เด็กผมแค่เอาข้าวให้กิน โมโห ร้ายจะเอาเรื่อง ผมกลับมา ถามมันว่ามีอะไรมันบอกเด็กผมไปยุเด็กมันให้หนี ไม่รู้โขมยของไปด้วยหรือเปล่า ผมถามมันว่าเด็กมันคนลาว เด็กผมกะเหรี่ยง พูดไทยไม่ได้ ต้องใช้ภาษาอังกฤษ แล้วที่ว่าของหายบ้านมีรอยงัดไหม มันหน้าแหก แต่ก็ยังตีรวน แบบหน้าด้านๆ. มันเอาเด็กคนใช้มากี่คนๆ หนีหมด มันเที่ยวไปบอกชาวบ้านว่า บ้านผมไปบุแหย่. ทุเรศ สุดๆไหมครับคนแบบนี้ ผมพยายามเฉย ละเว้นไม่ไปยุ่งกับมัน ไม่มีใครในหมู่บ้านเขาคุยกับมันเลยตอนนี้

คนเหี้ยแบบมันคงอกจะแตกมั๊งครับ. ทุกวันเช้าๆ จะออกมายืนหน้าบ้าน แหกปากโทรศัพท์ อวดว่าจะซื้อโน่น สิบล้าน สิบห้าล้าน คุยแบบอวดจะให้ข้างบ้านได้ยินว่างั้นเถอะ บางทีผมนั่งเล่นหน้าบ้านเงียบๆ มันก็พยายามเอาโทรศัพท์ (รุ่นถูกๆ ที่คนใช้ผมใช้ยังรุ่นแพงกว่า) ออกมาแหกปาก ย้ำครับว่าแหกปากคุยอวดจะจัดไปเที่ยวโน่นนี่ ผมก็สงสัยว่า สันดานมันไใ่มีคนสอนสั่ง พ่อแม่มันคงตาย อหิวาต์ ไปหมด หรือไม่พ่อแม่มันก็คงเลวแบบนี้. ผมเลยเข้าบ้าน เซ็ง มลภาวะทางหู

ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือทุกบ้านมีท่อระบายน้ำ หน้าบ้่นเพื่อ ให้น้ำทิ้งไหลลง มันเอาปูนโบกปิด แล้วเวลามันล้างบ้านล้างรถ น้ำสกปรกมันก็ไหลไปหน้่าบ้านคนอื่น. ชาวบ้านรถสะอาดล้างมา สวยๆยางสะอาด เลี้ยวเข้าบ้านต้องย่ำน้ำแฉะจากบ้านมัน เข้าบ้านทุกคัน ชั่วแบบเห็นแก่ตัวไหมครับ 

วันก่อนมันทาสีบ้าน ช่างสีเอาไม่กระบอกมามัดในที่บ้านผมทำสีหยด เลอะบ้านผม เมียผมไปบอกช่าง ช่างมันก็ทุเรศ บอกเราไปด่า บอกกับด่าไม่เหมือนกันนะครับ. แล้วมันเข้ามาอาละวาดบ้านผมจะเอาปืนมายิงจะเอาเรื่อง ผมนั่งทำงานเด็กโทรมาเลยรีบกลับ มาถึงมันกำลังฮึดฮัด ผมเดินไปหามันถามมันว่า มีอะไร มันเดินหนีเข้าบ้าน เอาปืนพกมาเหน็บเองหมายจะอวดผม ผมเดินไปจับแขนถามมีอะไร มันพูดไม่ออก ทำติดอ่างพูดตะกุกตะกัก ถ้ามันชักปืน ผมคิดว่า ผมฆ่ามันแน่ นึกในใจว่า เรายังไม่ได้ทำบาป. ผมไม่ได้มีอะไรเก่งกาจหรอกครับ แต่ผมเล่นปืนมาแต่เด็ก เป็น สมาชิก สนาม หลายแห่ง เป็นตัวแทนทีมลงแข่ง บ่อยครั้ง การใช้อาวุธ การแย่งอาวุธจากคนร้ายหรือการต่อสู้ประชิดตัวผมฝึกมาพอตัว ยังคิดเลยว่าถ้ามันชักปืนผมมือเปล่า แล้วเราล็อกกลัย หักคอมัน คงแค่เป็นการป้องกันตัว  แต่ก็ดี ที่ผมให้สัตย์ กับพ่อแม่ และครูอาจารย์ผมว่าเราจะตั้งมั่นในความดี.  แต่การป้องกันตัวและสวนกลับที่รุนแรงอาจจะ บาปเล็กน้อยในเรื่องรังแกสัตว์

เพื่อนๆที่ทราบพยายามบอกให้ เฉยๆ และอย่าไปแลกกับของสกปรกต่ำชั้นแบบมัน ส่วนม่กเขาข่ยบ้านหนี ไปหาที่อยู่ใหม่ ผมก็ว่าจะไปหาบ้านไล่กุ๊ย แต่ต้องหาเงินก่อนครับ

 


 12/08/2013 05:22:00

จริงๆ คุณกะสามีไม่ผิดเลย เวลาเจอเพื่อนบ้านเลวๆแบบนี้ บ้านเราก็เคยโดนเอาหินขว้างเข้ามาในบ้านก้อนใหญ่ทำให้รถบ้านเรากระจกแตกอะค่ะค่ะ แต่ถูกตอกกลับด้วยการสร้างกำแพงสูง เพราะมันเป็นบ้านอะค่ะ ตัดปัญหาไปแทน เป็นกำลังใจค่ะ

pinklilo124
 08/05/2013 16:39:00

ถ่ายภาพ + vdo ไว้เลยค่ะ เค้าทำให้เราเดือดร้อนเค้าควรต้องรับผิดชอบ

แพร
 24/04/2013 06:37:00

ทุกที่เข้ามาอ่านและชอบแอบจดสูตรไปทำอาหาร วันนี้เข้ามาแล้วตกใจกับเพื่อนบ้านของน้องมีนมาก

ขอให้น้องมีนหาบ้านใหม่ได้เร็วๆ ความปลอดภัยและความสงบในจิตใจเป็นสิ่งสําคัญ ชีวิตคนเราไม่ได้ยืนยาวมากมาย การหลีกเลี่ยงคนพาลและใชัชีวิตอย่างสงบสุข น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเนอะน้องเนอะ

เป็นกําลังใจให้ค่ะ

พี่อุ้ม
 18/02/2013 09:37:00

อ่านแล้วน่าเป็นห่วงจังเลยค่ะ  เป็นกำลังใจให้นะคะ  ขอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีนะคะ

นี
 17/02/2013 16:37:00

ดีแล้วค่ะที่ตัดสินใจย้ายออกมา คนแบบนี้อยู่ห่างๆไว้เป็นดี พวกเขาไม่รู้หรอกว่าโชคดีแค่ไหนที่ได้เพื่อนบ้านดีๆอย่างน้องมีน  ก็หวังให้พวกเขาได้เพื่อนบ้านใหม่เป็นประเภทเดียวกันอะนะ จะได้รู้ว่านรกเป็นอย่างไร

maita
 17/02/2013 14:24:00

yes yes
really stronzo peaple 

G
 17/02/2013 08:01:00

อ่านแล้วเป็นห่วงน้องมีนและคุณจีมากๆค่ะ
ระวังตัวให้มากๆและขอให้ได้ที่อยู่ใหมเร็วๆและได้เพื่อนบ้านดีๆ นะคะ


17/02/2013 07:22:00

http://jasmindajen.diaryclub.com/ »

กลับมาอ่านไดหน้าแรกของน้องมีน ก็เจอเรื่องเศร้าเลย แย่จัง
มันเลวได้ใจจริงๆ เป็นพี่คงเลือกเหมือนมีน ย้ายบ้าน ความปลอดภัยของเราน่าจะมาที่หนึ่ง
จากที่อ่านดูมัน "มาเฟีย" ชัดๆ พี่พอรู้บ้างว่าอิตาลีมีมาเฟีย มาอ่านที่มีนเล่ายิ่งเชื่อไปใหญ่
ขอภาวนาให้มีนหาที่อยู่ใหม่ ได้เร็วๆนะจ๊ะ และได้เพื่อนบ้านดีๆ 
ปล.เทคแคร์นะจ๊ะ ทั้งมีน ทั้งคุณจี  เป็นห่วง
 

พี่ปุ๋ย
 17/02/2013 05:45:00

อ่านแล้วอึ้งกับนิสัยเพื่อนบ้านมากๆค่ะ น้องมีนอยู่ร่วมตึกกับคนที่นิสัยแบบนี้ จะทำให้สภาพจิตใจย่ำแย่นะคะ คิดถูกแล้วค่ะที่จะย้ายออก เพราะถึงจะไกล่เกลี่ยกันยังไง เค้าก็ยังคงทำนิสัยเดิมอยู่วันยังค่ำ อายุปูนนั้นแล้ว นิสัยที่ว่าคงไม่เปลี่ยนแล้วล่ะค่ะ แต่น้องมีนเก่งมาก ที่หลายครั้งเค้าทำเรื่องไม่ดีให้ น้องมีนเลือกที่จะเงียบ ไม่เหมือนพี่ ตอนที่พี่ย้ายมาอยู่บ้านหลังที่อยู่ตอนนี้ใหม่ๆ เพื่อนบ้านหลังติดกันโยนขนมปังให้นกมาจิกกินที่ระเบียงบ้านพี่ คงคิดว่าพี่ไม่อยู่บ้าน แต่พี่เห็นแล้วพี่เขี่ยทิ้งลงที่ถนนด้านล้างเลย เค้าก็คงเห็น ไม่ใช่ไม่รักสัตว์ แต่ไม่ชอบความถูกต้องแบบนี้เลยค่ะ คือ เค้าอยากให้อาหารนก แต่ไม่อยากให้นกมากินที่ระเบียงตังเองน่ะค่ะ ยังมีเรื่องอื่นที่เค้าทำ แต่พี่ก็ทำกลับให้เห็นว่าพี่ไม่ชอบนะที่เค้าทำแบบนี้ หลังจากนั้นเค้าก็ไม่เคยทำอะไรที่ทำให้พี่อึดอัดอีกเลย ก็นับว่าดีมากค่ะ ไม่งั้นพี่อยู่ไม่ได้แน่ พอมาอ่านเรื่องของน้องมีน เรื่องพี่นี่ดูจิ๊บๆ ไปเลยค่ะ

Nuch
 17/02/2013 00:35:00

http://mnanta.diaryclub.com »

น้องมีน อ่านแล้วละเหี่ยใจแทนจริงๆ
แต่พี่ว่าน้องเลือกทางออกถูกต้องแล้วล่ะค่ะ คือย้ายออกไปเลย ไม่ต้องเสียเวลาที่ควรสุขกับเรื่องเลวร้ายแบบนี้อีก
สงสารน้องกับคุณจีมาก พี่ขอเอาใจช่วยนะคะ....กอดๆๆๆๆ

พี่เจี๊ยบเองค่ะ
 16/02/2013 23:39:00

http://kimwgus.diaryclub.com/ »