Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

5/8/2018
13/7/2018
19/6/2018
17/6/2018
6/6/2018
28/3/2018
12/12/2017
22/11/2017
10/11/2017
29/10/2017
12/10/2017
6/10/2017
6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1911.asp ]  Page view: 15.236 Time
Country United States 14076 Peaple
14.076
Country Anonymous Proxy 310 Peaple
310
Country Thailand 296 Peaple
296
Country China 165 Peaple
165
Country Germany 70 Peaple
70
Country Italy 55 Peaple
55
Country United Kingdom 38 Peaple
38
Country Australia 25 Peaple
25
Country Asia/Pacific Region 23 Peaple
23
Country France 18 Peaple
18
Country Norway 16 Peaple
16
Country Japan 16 Peaple
16
Country Denmark 16 Peaple
16
Country Belgium 14 Peaple
14
Country Netherlands 13 Peaple
13
Country Sweden 13 Peaple
13
Country Ukraine 9 Peaple
9
Country Malaysia 8 Peaple
8
Country Singapore 7 Peaple
7
Country Canada 7 Peaple
7
Country Switzerland 5 Peaple
5
Country Finland 4 Peaple
4
Country Hong Kong 4 Peaple
4
Country India 3 Peaple
3
Country Spain 3 Peaple
3
Country Moldova - Republic of 3 Peaple
3
Country Portugal 3 Peaple
3
Country Russian Federation 3 Peaple
3
Country Korea - Republic of 2 Peaple
2
Country Venezuela 2 Peaple
2
Country Israel 1 Peaple
1
Country Europe 1 Peaple
1
Country Austria 1 Peaple
1
Country Argentina 1 Peaple
1
Country Saudi Arabia 1 Peaple
1
Country New Zealand 1 Peaple
1
Country Slovenia 1 Peaple
1
Country Taiwan 1 Peaple
1
Country United Arab Emirates 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 18/02/2013 
นัดเจรจาไกล่เกลี่ยกับคู่กรณ๊  


Friday,  18 February 2013

Rimini,Italy

อุณภูมิ 4 องศาเซลเซียส
ฝนตกและอากาศหนาว


 อุตส่าห์ทิ้งท้ายไว้ในไดอารี่ก่อนหน้าว่าจะเขียนเรื่องท่องเที่ยว
แต่จนแล้วจนรอดก็ต้องเขียนเรื่องที่อัดอั้นตันใจแบบสุดๆ ของวันนี้แทน
อย่างที่บอกในไดอารี่ก่อนหน้าว่าวันนี้ทางเรามีนัดเจรจาไกล่เกลี่ยกับคู่กรณีจากที่เราแจ้งความไว้ 

ตามเวลานัดคือเวลา 10.00 น. ของวันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2013
ตั้งแต่เมื่อวานเรากับที่รักก็พยายามเตรียมหลักฐานโน่นนี่เท่าที่พอจะทำได้เพื่อยืนยันกับทาง Carabinieri
เช้ามาก็รีบเดินทางไปยังสำนักงาน Carabinieri ก่อนเวลานัดหมายครึ่งชั่วโมง
ทั้งมามี๊ทั้งที่รักต่างพากันลางานครึ่งวันทั้งคู่่
แถมวันนี้โชคไม่ดีฝนตกแต่เช้า อากาศก็หนาวเย็นมากๆ นั่งรอกันในรถจนตัวชากว่าจะถึงเวลานัด
แถมพอถึงเวลานัดจริงๆ คู่กรณีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะโผล่หน้ามาให้เห็น

จนที่รักกับมามี๊ทนไม่ไหวเพราะเลยเวลานัดมานาน
พวกเราพากันเสียเวลาไปมาก ลางานหลายวันติดต่อกัน นอกจากเสียเวลาแล้วยังโดนหักเงินอีกต่างหาก
พอไปสอบถามเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าโทรไปแล้วคู่กรณีบอกมาสายเพราะรอรสบัส
แต่จริงๆ เรารู้เลยว่าพวกเขาตั้งใจให้พวกเรารอ เพราะก่อนเราออกจากบ้าน
ซึ่งเวลานั้นเป็นเวลา 9.10 น. คู่กรณียังใส่ชุดนอนแล้วออกมาสูบบุหรี่หน้าระเบียงอยู่เลย 
เรายังแอบคิดในใจเลยว่าพวกเขาต้องเบี้ยวนัดเป็นรอบที่สองอีกแน่ๆ

 และแล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึง คู่กรณีเดินทางมาถึงเกือบเวลา 11.00 น.
มาถึงทาง Carabinieri ก็เชิญคู่กรณีเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหา
ก่อนจะเรียกพวกเราสามคนเข้าไปในห้องด้วย
ไปถึงไม่มีการซักถามใดๆ ทั้งสิ้น Carabinieri ก็บอกว่าขอให้จับมือเป็นเพื่อนกัน
แล้วฉีกใบแจ้งความทิ้งไป จะได้เป็นโมฆะ ถือว่าไม่่เคยมีเรื่องบาดหมางใดๆ ทั้งสิ้น
มามี๊ถึงกับทนไม่ได้ พูดว่าทาง Carabinieri ออกไปว่าที่เราเสียเวลาเดินทางไปมาหลายรอบ
เพื่อจับมือเป็นเพื่อนกับคนเลวๆ แบบนี้ใช่ไหม

ทาง Carabinieri ก็บอกให้มามี๊หยุดพูด มามี๊เลยเดินออกจากห้องไปล่วงหน้าก่อนใคร
เพราะทนฟังไม่ได้ ส่วนที่รักก็ยืนกรานว่าไม่มีการฉีกใบแจ้งความทิ้ง
ขอดำเนินเรื่องต่อ นั่นคือใบแจ้งความยังมีผลทางกฎหมาย
และต้องไปดำเนินคดีต่อสู้กันในขั้นศาลต่อไป

ที่สำคัญวันนี้เรารู้ซึ้งถึงคำว่า "ตอแหล" ว่ามันเป็นยังงัยจริงๆ
ไม่คิดว่าผู้ชายกับผู้หญิงแก่ๆ อายุเกิน 50 ปีจะตอแหลหน้าด้านแบบไม่มียางอายได้ขนาดนี้
เพราะตอนที่เราเดินเข้าไปในห้องทั้งสองหน้าทำตาน่าสงสาร มีการหลบตา นั่งกุมมือ
ไม่มีการโวยวาย ประมาณว่ากลัวพวกเรามากมาย
ซึ่งผิดกับตอนอยู่บ้าน เจอเราเมื่อไหร่เอามือชีหน้า แล้วส่งสายตาประมาณว่า
"ระวังตัวไว้ให้ดี"
แถมโกนหนวดโกนเครา แต่งตัวแบบสุภาพสะอาดสะอ้านอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ตลอดเวลา 4 ปีกว่าๆ เพราะปกติไว้หนวดไว้เครามองทีไรก็ตกใจกลัวทุกที
แต่วันนี้ทั้งคู่มาแบบผู้ดีสุดๆ ที่สำคัญทำหน้าตาเศร้าๆ น่าสงสาร
เดินด้วยไม้เท้าแบบช้าๆ ใครเห็นก็คิดว่าพวกเรารังแกคนดีๆ แบบนี้ได้งัย
ขนาดตำรวจยังทำหน้าเห็นใจคู่กรณีจนออกนอกหน้า จนพวกเราแทบทนไม่ได้
โดยเฉพาะมามี๊ฟิวส์ขาดไปตั้งแต่คำแรกที่ได้ยินจากปากพวกมันเลยทีเดียว

ตอนที่ตำรวจบอกให้จับมือกัน
ทีรักตอบแบบไม่ต้องคิดว่า "ไม่" และบอกว่าก่อนจะกลับขอถามคำเดียว
"ทำไมต้องเรียกเราไปด่าไปต่อว่า ทำไมไม่มาคุยกับที่รักตอนที่ที่รักอยู่บ้าน"
คู่กรณีก็ตอบแบบเสียงอ่อยๆ ทำตาเศร้าๆว่า
"ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ได้ยินเธอด่าภรรยาเธอเช้าเย็นเสียงดัง รบกวนไปถึงบ้านฉัน"
ตอแหลแค่นี้ยังไม่พอ มีการตอแหลต่อว่า
"ไม่มีการกดกริ่งเรียกเราลงไปทั้งสิ้น บังเอิญเห็นเราเดินลงไปด้านล่าง
เลยพูดตักเตือนเราแบบหวานๆ และสุภาพที่สุด ก็แค่นั้น"
ไม่คิดว่าจะมีการแจ้งความเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต
ที่รักทนไม่ไหวเลยโพล่งไปว่า "Fanculo " หรือ "Fuck you" นี่ล่ะ
เพราะทนไม่ได้ที่บอกว่า พูดตักเตือนเราแบบหวานๆ สุภาพๆ ทั้งสองคนด้วยนะ
พูดประสานเสียงกันใหญ่เลยล่ะ

ฝ่ายตำรวจก็บอกว่าคุยกันเข้าใจแล้วก็ให้จับมือเป็นเพื่อนกันเถอะ
จะได้จบๆ เรื่องกันไป
แต่ที่รักมีเหรอจะยอมเพราะรู้นิสัยคู่กรณีเลวๆ นี้ดี หยิบเอกสารแล้วเดินออกจากสำนักงาน
แบบไม่มองกลับด้วยซ้ำ ฝ่ายคู่กรณีก็ยังลอยหน้าลอยตาขอความเห็นใจจากตำรวจต่อไป
ส่วนมามี๊โวยวายลั่นสำนักงานก่อนเดินออก
ในเมื่อตำรวจพึ่งไม่ได้ เราก็ขอจะไปดำเนินเรื่องขอความยุติธรรมจากศาลแทนแล้วกัน
ถึงแม้ว่าจะต้องรอนานถึงปีสองปี แต่เราก็จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
ไม่ยอมให้คนเลวๆลอยหน้าลอยตาทำความเดือดร้อนให้คนอื่นเหมือนที่ทำอยู่ตอนนี้อีก
ถึงแม้ว่าถึงเวลานั้นเรายังไม่รู้ว่าเราจะแพ้หรือชนะ
แต่อย่างน้อยก็ยังมีโอกาสได้ทำ ไม่เหมือนอีกหลายๆ คนในบ้านนี้
ที่ไปถึงตำรวจก็พาันจับมือคืนดีกับพวกมัน จนมันได้ใจจนถึงปัจจุบัน

ณ เวลาที่เราเขียนบันทึกอยู่นี้
คู่กรณีของพวกเรามาถึงบ้านก็โกรธมากที่พวกเราไม่ยอมฉีกใบแจ้งความทิ้ง
ส่งเสียงดังด่าลอยๆว่า "Stronzo" หมายถึงเลวมาก
แล้วเอาไม้เท้ามากระทุ้งลงบนพื้นตรงกับห้องนอนของพวกเราให้ดัง ปังๆ ตั้งใจให้เราได้ยิน
เราโทรบอกที่รัก แต่ที่รักบอกว่าให้เราสงบเข้าไว้ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น
พวกมันแค่อยากให้พวกเราโกรธแล้วขึ้นไปด่า
จากนั้นพวกมันจะได้หาเรื่องไปแจ้งความบ้าง

ต่อไปนี้ถ้าพวกมันมาทำอะไรกับเราอีก เราจะบันทึกเสียง ถ่ายภาพเก็บไว้ให้หมด
เพราะอนาคตถ้าต้องไปต่อสู้กันในศาลจะได้มีหลักฐานมัดตัวพวกมันได้
 
....................

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ
จากไดอารี่ก่อนหน้า รวมถึงใน FB และทุกคนที่แวะผ่านเข้ามา
ไม่ต้องห่วงนะค่ะ เราสองคนจะดูแลตัวเองให้ดีและต่อสู้เอาความยุติธรรมให้ถึงที่สุด
ไม่ว่าจะต้องรอนานขนาดไหน เราสองคนก็จะรอค่ะ 





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


เฮ้อ สงสารน้องมีนและครอบครัวมากเลย แต่ในสังคมของคน จะมีบุคคลประเภทนี้อยู่ทั่วไป บุคคลที่ไม่มีความซื่อสัตย์ในใจ ไม่ว่าต่อตัวเองหรือผู้อื่น พอเข้าตาจน แสดงละครตบตา ดัดแปลงบิดเบือนควมจริง เรียกร้องความเห็นใจ จนบ่อยครั้ง ลืมไปเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ชักจะเชื่อว่าสิ่งที่ตัวเองกุขึ้นมาเป็นความจริง แต่ที่น่าเศร้าที่สุดต่อผู้อื่นก็คือ พวกเขาจะไม่แคร์ความรู้สึกของคนอื่นเลย ใครจะเดือดร้อนยังไงไม่สำคัญ วันนี้ น้องตกอยู่ในฐานะผู้ถูกกระทำ โดยบุคคลประเภทดังกล่าว หวังว่าความรู้เกี่ยวกับบุคลิกนิสัยของพวกเขา พอจะเป็นประโยชน์แก่น้องใด้บ้าง พี่เองไม่เคยมีประสพการณ์ ก็เลยไม่ทราบจะบอกอะไรน้องมีน นอกจากว่า ถ้าเห็นทางชนะ น้องจะสู้ก็ใด้ แต่ถ้าไม่เห็นทางชนะ ก็ไม่น่าลงสนามรบ แต่ที่สำคัญที่สุด อยากให้น้องถามตัวเอง.....คิดว่าคุ้มไม๊คะ และรับใด้หรือไม่ ??? อย่างไรก็ตาม พี่ขอเอาใจช่วย พร้อมกับหวังว่าน้องและครอบครัว สามารถเอาตัวรอดผ่านเหตุการณ์นั้นมาใด้โดยเจ็บน้อยที่สุดและจำต้องเสียน้อยที่สุด กอดๆๆๆค่ะน้องมีน

พี่เจี๊ยบค่ะ
 19/02/2013 15:05:00

http://kimwgus.diaryclub.com »

ยิ่งอ่านก็ยิ่งสงสารและเป็นห่วงน้องมีนมากๆ
อึดอัดลำบากใจจริงๆในสถานการณ์แบบนี้
ขอให้ได้ย้ายออกโดยเร็วที่สุดนะคะ


ปล พี่ไม่รู้กฎหมายที่อิตาลี่ ระมัดระวังเรื่องการบันทึกเสียงและถ่ายภาพนิดนะคะน้องมีน
เพราะบางส่วนจะกลับกลายเป็นว่าเราไปล่วงละเมิดสิทธิเค้า


19/02/2013 07:34:00

http://jasmindajen.diaryclub.com/ »

อ่านแล้วของขึ้น ครั้งหน้ามันกระแทกไม้เท้าลงบนพื้นห้องพี่ คราวหน้าพี่มีนก็หาไม้ยาวๆกระทุ้งพื้นข้างบนบ้านมันไป เจ๊ากันคะพี่ แฟนไอซ์ทำมาแล้ว555
Iceicebaby
 18/02/2013 20:33:00

จริงค่ะ ตอนนี้มันทำอะไรมา ให้เฉยไว้ และอย่าไปโต้ตอบมันนะคะ ตั้งกล้องถ่ายค่ะ แอบถ่าย หรือติดกล้องหน้าห้อง หน้าบ้าน ไว้เลยค่ะ เวลามันมาก่อกวน จะได้ใช้เป็นหลักฐาน เอาผิดมันได้ สู้ๆ นะคะ เอาใจช่วยค่ะ อ้อ ต้องระวังเวลาอยู่คนเดียวนะคะ หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า หหรือถ้าจำเป็นต้องเผชิญ แล้วมันด่าอีก ให้กดอัดโทรศัพท์ อัดเสียงมันไว้นะคะ แหม อ่านเเล้วก็อยากกระโดดถีบพวกมันจริงๆ ค่ะ
ฺBam
18/02/2013 15:57:00

พี่อ่านแล้วมึนแทนค่ะ อยู่นี่มานานหลายปี ยังไม่เคยเจอหรือได้ยินใครเล่าให้ฟังเรื่องคนนิสัยแบบนี้ที่นี่เลย น้องมีนโชคไม่ดีจริงๆ ค่ะ พี่จะแนะนำอยู่พอดีว่าให้วางแผนบันทึกเสียงไว้ เอาใจช่วยให้ปัญหาจบไวๆ นะคะ พี่เห็นด้วยมากๆ เรื่องที่จะหาบ้านดีๆ สักหลังนี่ไม่ง่ายเลย นอกจากทำเล ตัวบ้านแล้วก็ยังต้องสืบดูเพื่อนบ้านอีกว่าเป็นกลุ่มคนประเภทไหน

เรื่องแต่งหน้า ถ้าน้องมีนชอบ ก็ลองแต่งดูนะคะ พอเริ่มที่จะแต่งเป็น ทีนี้ก็จะติด ออกไปไหนก็ต้องแต่งล่ะ อิอิ มีเพจในเฟซบุ๊คหลายเพจให้ติดตาม หรือในยูทูปก็มีให้ดูเยอะค่ะ ดูเค้าแต่งก็แต่งตามไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เป็นเอง ไม่ได้ยากเกินความสามารถ ลองดูนะคะ หน้าตาจะได้ดูผ่องขึ้น พี่เองก็แต่งไม่บ่อยค่ะ อย่างวันธรรมดาถ้าไม่มีอะไรพิเศษ พี่ก็ไม่แต่งเลย

ส่วนน้ำพริก พี่กะปิหมดแล้วค่ะ อดกินน้ำพริกหลายอย่างไปพักนึง รอให้ของไทยอย่างอื่นหมดด้วย ว่าจะสั่งทีเดียวค่ะ พี่ชอบกินน้ำพริกหลายอย่าง เพราะอยู่กรุงเทพหลายปี เพื่อนพากินจนติดใจ ทั้งของเหนือ ของอีสาน อิอิ กินหมดค่ะ ขอให้ไม่ใช่ของดิบแค่นั้น

Nuch
 18/02/2013 13:20:00

http://mnanta.diaryclub.com »