Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

10/11/2017
29/10/2017
12/10/2017
6/10/2017
6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1912.asp ]  Page view: 6.815 Time
Country United States 6303 Peaple
6.303
Country Anonymous Proxy 127 Peaple
127
Country Thailand 117 Peaple
117
Country China 60 Peaple
60
Country United Kingdom 44 Peaple
44
Country Italy 34 Peaple
34
Country Germany 28 Peaple
28
Country France 13 Peaple
13
Country Australia 11 Peaple
11
Country Norway 11 Peaple
11
Country Japan 10 Peaple
10
Country Asia/Pacific Region 8 Peaple
8
Country Denmark 7 Peaple
7
Country New Zealand 7 Peaple
7
Country Portugal 5 Peaple
5
Country Sweden 5 Peaple
5
Country Malaysia 4 Peaple
4
Country Netherlands 3 Peaple
3
Country Belgium 3 Peaple
3
Country Canada 2 Peaple
2
Country Moldova - Republic of 2 Peaple
2
Country Luxembourg 2 Peaple
2
Country Switzerland 2 Peaple
2
Country Qatar 1 Peaple
1
Country Saudi Arabia 1 Peaple
1
Country Turkey 1 Peaple
1
Country Ukraine 1 Peaple
1
Country United Arab Emirates 1 Peaple
1
Country Europe 1 Peaple
1
Country Austria 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 20/02/2013 
Lazise and Sirmione del Lago di Garda Trip 


Wednesday,  20 February 2013

Rimini,Italy

อุณภูมิ 4 องศาเซลเซียส
ครึ้มฟ้าครึ้มฝนตลอดทั้งวัน


ก่อนอื่นขอขอบคุณสำหรับกำลังใจและข้อแนะนำดีๆจากทุกคอมเม้นท์
จากทั้งสองไดอารี่ที่ผ่านมารวมถึงทุกข้อความจาก FB ด้วยนะค่ะ
เราสองคนเก็บมาคิดมาพิจารณาตลอด ทุกข้อความเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวเราได้อย่างดีเลยค่ะ
แม้วันนี้เราสองคนจะยังต้องพบเจอกับสิ่งแย่ๆไม่เว้นรายวัน

ยกเว้นเมื่อวานเป็นวันที่เรารุ้สึกสบายใจที่สุดในรอบหลายวันที่ผ่านมา
ที่รักขอลาเจ้านายมาทำงานออนไลน์ที่บ้าน ด้วยความเป็นห่วงความปลอดภัยของเรา
เป็นวันที่เราได้ทำอาหารอร่อยๆทานกันสองคนอีกครั้ง
หลังจากต้องออกไปทานอาหารฟาสฟู๊ดนอกบ้านแทบทุกวัน
เป็นอะไรที่รู้สึกดีที่สุด เหมือนได้ความรุ้สึกเดิมๆ กลับมา
แถมพอคู่่กรณีเห็นว่าที่รักอยู่บ้านด้วย เดินสวนกับที่รักทำตัวลีบ ไม่กล้าพูดอะไรแม้แต่คำเดียว
แถมวันทั้งวันก็ไม่เสียงดังรบกวนจิตใจพวกเราเหมือนเช่นทุกวันที่เราอยู่บ้านเดียว
แบบนี้เค้าเรียกว่า "หมาลอบกัด" ดีๆ นี่เอง


ทำก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นทานกันสองคน เป็นมื้อเย็นที่อร่อยที่สุด

แต่พอมาเช้านี้เราไปส่งที่รักที่ทำงานแล้วขับรถกลับบ้าน
จากนั้นเดินไปซื้อกับข้าวที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน อยุู่ๆ คู่กรณีก็เดินสวนมาด้านหลัง
แล้วด่าเราว่า "Troia" ซึ่งแปลว่า "ดอกทอง หรือ โสเภณี"
พูดเสร็จก็รีบเดินห่างๆ เพราะคงกลัวเราจะอัดเสียง
เดี๋ยวนี้พวกมันเริ่มไหวตัว แต่ไม่อยากบอกเลยว่า คำพูดที่มันด่าเราไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเจ้บแม้แต่น้อย
เพราะคำด่าคำนั้นคือ คำด่าตัวมันเองแท้ๆ

แถมพอสายๆ มามี๊ขับรถมาหาเราตามปกติเพราะคิดว่าเรารู้คนเดียว
เจอเข้ากับคู่กรณีด้านล่าง พวกมันก็ด่ามามี๊แบบลอยๆ 
ประมาณว่ามามี๊เป้นคนเลวคนหลอกลวง แต่มามี๊ก็ไม่ได้ต่อปากต่อคำด้วย
เพราะทนายความที่เราไปหาสั่งไว้ว่าช่วงนี้ให้อยุ่ในความสงบ
มันพุดอะไรมาให้เฉยๆ เข้าไว้ พยายามเก็บหลักฐานให้มากที่สุด
ในเมื่อเราไม่มีพยานบุคคล เราก้ต้องอาสัยคลิปหรือวีดีโอแทน

ด้วยความเป็นห่วงมามี๊ก็เดินขึ้นบันไดมาอย่างรวดเร็วเพราะคิดว่าเราอยุ่คนเดียว
ที่ไหนได้เราไปรับที่รักกลับมาจากที่ทำงานตั้งแต่่อนเที่ยง
เพราะที่รักปวดท้องไม่สบาย เลยขอลางานมาพักผ่อนที่บ้าน ช่วงนี้สงสารที่รักที่สุด
มีแต่เรื่องเครียดๆ ทั้งที่ทำงานและที่บ้าน เราอยากให้ผ่านเรื่องเลวร้ายพวกนี้ไปเร็วๆ จัง
บ้านเราจะได้กลับมาสงบสุขเหมือนเมื่อก่อนอีกครั้ง

 มามี๊มานั่งคุยกับพวกเราได้ไม่ถึง 5 นาที คุ่กรณีก้กระหน่ำราดน้ำลงมาจากระเบียง
เลอะเทอะระเบียงบ้านเราไปหมด แถมไม่ใช่น้ำธรรมดาเพราะมันคือ น้ำล้างอึและฉี่ของหมา
ผสมน้ำยาถูพื้น มามีีทนไม่ไหวโทรแจ้ง Carabinieri แต่พวกเขาก็เฉยๆ
บอกเป้นเรื่องเล็กน้อย เราเลยรีบอัดวีดีโอไว้เป้นหลักฐาน
เพราะตำรวจไม่เคยเชื่อพวกเราเลยสักครั้ง บอกแต่ว่าเราไม่มีพยานหรือหลักฐาน 

บ่ายสี่โมงเย็นวันนี้มามีีจะเอาวีดีโอที่เราอัดไว้สองครั้ง
ไปยื่นทาง Carabinieri ก็อยากรู้เหมือนกันว่าคราวนี้จะบอกว่าพวกเราพูดลอยๆ อีกไหม

.................................

ว่าจะไม่เขียนเรื่องเครียดๆ แล้วนะแต่ก็อดไม่ได้
มาถึงเรื่องทริปล่าสุดของเราสองคนบ้างดีกว่า
จริงๆ ทริปนี้เราสองคนตั้งใจกันไว้ว่าจะเป็นทริปฉลองวันครอบรอบแต่งงานปีที่ 4
เมื่อวันที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา บวกกับฉลองวาเลนไทน์ย้อนหลัง
เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องพวกเราก้ไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรกันเลย

ถึงแม้ทริปนี้จะผิดกับความตั้งใจแต่แรกไปหน่อย
เพราะปีนี้เราสองคนตั้งใจจะไปฉลองกันที่เวนิส
เพราะช่วงนี้ที่เวนิสมีการจัดงาน Carnival อันยิ่งใหญ่อลังการเหมือนเช่นทุกปี
เราอยากไปมาก เพราะยังจำภาพเมื่อสามปีก่อนได้

ที่รักก็สัญญาไว้ตั้งแต่ต้นปีว่าจะพาไป แต่พอเกิดเรื่องยุ่งๆ กับเราสองคน
จากทริปเวนิสเลยกลายมาเป็นทริปทะเลสาปการ์ด้าแทน

ถึงแม้ทริปนี้จะไม่ได้วางแผนไว้แต่แรก
แต่ทุกครั้งที่เราสองคนไปเที่ยวทะเสาปการ์ด้าก้ไม่เคยรู้สึกผิดหวังเลยสักครั้ง
แม้ช่วงนี้จะเป้นช่วงฤดูหนาว ทะเลสาปจะดูเงียบเหงาอึมครึมไปนิด
แต่ด้วยบรรยากาสเงียบสงบ น้ำในทะเลสาปที่ใสกิีกจนมองเห็นพื้นดิน
ก็ทำให้เราสองคนรู้สึกปลดปล่อยและสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

ด้วยความที่ทะเลสาปการ์ด้าเป็นทะเลสาปที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลี
และครอบครัวพื้นที่เป็นพันกิโลเมตร มีเมืองเล็กเมืองน้อยนับร้อยรอบๆ ทะเลสาป
มารอบนี้พวกเราเลือกเดินทางไปที่เมือง Lazise ซึ่งเป็นเมืองทางเหนือของทะเลสาปการ์ด้า

เหตุผลที่เลือกเมืองนี้เนื่องจากเป็นเมืองที่ไม่ไกลจากมอเตอร์เวย์
เรียกว่าขับรถลงจากมอเตอร์เวย์ไม่ถึง 20 กิโลเมตรก็ถึงแล้วล่ะ
แถมเมืองนี้เราสองคนเคยไปเที่ยวมาช่วงหน้าร้อนเมื่อสามปีก่อน
เป็นเมืองเล็กๆ ติดทะเลสาปที่สวยงามไม่น้อยกว่าเมืองอื่นเชียวล่ะ


ท่าเทียบเรือเล็กๆ ใจกลางเมือง

ถึงแม้ช่วงนี้ Lazise จะดูเงียบเหงาไปนิด แตกต่างจากช่วงหน้าร้อนอย่างสิ้นเชิง
ร้านค้าตลอดสองข้างทางก้พากันปิด โรงแรมที่เปิดให้บริการก็มีแค่ส่วนน้อย
แถมช่วงที่เราสองคนมาถึงอากาศไม่ค่อยสดใสนัก
มีเมฆมากและหมอกขาวโพลนไปทั่ว ทำให้มองเห็นวิวสวยๆ ของทะเลสาปไม่ชัดเจนมากนัก 


ช่วงนี้ชอบใส่แจ็คแก็ตสีแดง


โรงแรมและร้านค้าสองฝั่งท่าเทียบเรือ


แทบไม่มีเรือสวยๆ ให้เห็นเหมือนในฤดูร้อน


แรกๆยังหนาวอยู่ ผ้าพันคอพร้อม


พิพิธภัณฑ์บุคคลสำคัญของเมืองนี้

เดินๆ ไปสักพักท้องฟ้าก็เริ่มสดใสขึ้น
มีแดดออกเป็นบางช่วง ทำเอาดีใจกันสุดๆ ที่สำคัญอุ่นขึ้นด้วยล่ะ
จนหลังๆ เราอุ่นจนร้อนถึงกับต้องเอาผ้าพันคอเก็บกันเลยทีเดียว
เพราะอุณหภูมิช่วงสายๆ ปาไป 10 องศา ซึ่งต่างจากบ้านเราเยอะเลยล่ะ 


ฟ้าเริ่มใสขึ้นแล้ว


บรรยากาศริมทะเลสาป


เริ่มร้อน เดิน นั่งได้แบบไร้ผ้าพันคอ


ซูบไปนะช่วงนี้

เดินเล่นฝั่งนี้ก็พากันเดินอ้อมไปฝั่งตรงข้ามบ้าง
เพราะฝั่งโน้นจะได้ใกล้ชิดกับทะเลสาปมากกว่า 


อีกฝั่งย้อนแสง แต่ก็ยังเห็นความสวยของโบสถ์เก่าแก่ของเมืองนี้


ชอบลวดลายเป็นทางเดิน

มาเที่ยวทะลสาปรอบนี้ ประทับใจกับน้ำใสๆ ที่มองเห็นทะลุไปจนถึงพื้นดินกันเลยทีเดียว
เสียดายที่อากาศไม่เป็นใจทำให้เรามองไม่เห็นวิวทะเลสาปแบบไกลๆ 
แต่บรรยากาศริมทะเลสาปก็สวยงามและโรแมนติกไม่น้อยเลยทีเดียว
แถมวันนี้อากาศอุ่นๆ เดินเล่นรอบทะเลสาปของเมือง Lazise กันเพลินไปเลย 


ริมทะเลสาปของเมือง Lazise


ถ้าอากาศดีๆ จะมองเห็นวิวภูเขาด้านหลังสวยมาก


ภาพน่ารักๆ ที่มีให้เห็นตลอด


น้ำใสๆ กับน้องหงส์ขาวสวย

เดินเล่นกันสักพักอากาศก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ
เรากับที่รักเห็นพ้องกันว่า เราควรเดินทางไปมืองที่ขึ้นชื่อได้ว่าสวยและสำคัญที่สุดของทะเลสาปการ์ด้า
ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลสาปการ์ด้า เพราะที่นั่นคือสถานที่ที่เราสองคนชอบที่สุด
ไปมาหลายครั้งแต่ก้ไม่เคยเบื่อ ยิ่งหน้าหนาวแบบนี้ด้วยแล้ว
พวกเรายังไม่เคยมาเยือนเลยสักครั้ง  อยากรู้เหมือนกันว่าบรรยากาศจะแตกต่างจากช่วงหน้าร้อนหรือไม่

เดี๋ยวไดอารี่ถัดไปเราสองคนจะพาไปเที่ยวเมือง Sirmione
เมืองที่ขึ้นชื่อว่าสวยและสำคัยที่สุดของทะเลสาปการ์ด้ากัน
วันนี้ถึงเวลาต้องเดินทางไปยื่นวีดีโอให้กับทางตำรวจก่อนแล้วล่ะ
ขอยกยอดไปไดอารี่ถัดไปนะจ๊ะทุกคน 




ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นที่ฝากไว้ให้ครอบครัวเราเสมอมานะค่ะ





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


อยู่แบบเป็นสุขค่ะน้องมีน.. ยิ่งเราทุกข์เขาก็ยิ่งสะใจ  โชว์ให้พวกเขาเห็นว่า...พวกเขาทำให้เราทุกข์ไม่ได้

maita
 21/02/2013 18:37:00

เข้าออกไดน้องมีนหลายรอบอีกแล้ว เพราะพิมพ์แล้วตัวหนังสือสลับตำแหน่งอีกแล้วค่ะ ต้องเข้า chrome ถึงจะพิมพ์ได้ 

Happy anniversary ย้อนหลังนะคะ พี่อ่านหน้านี้ค้างไว้เมื่อวาน เพราะต้องรีบออกไปทำธุระ มาอ่านต่อวันนี้ค่ะ เมืองคล้ายๆ กับเมืองติดทะเลที่โปรตุเกสเหมือนกันนะคะพี่ว่า รออ่านหน้า Sirmione ค่ะ

Nuch
 21/02/2013 12:49:00

http://mnanta.diaryclub.com »

ตอนแรกก็เชียร์ก่ะจะให้ตาต่อตา ฟันต่อฟันนะคะ
แต่พอได้อ่านเเล้วเห็นด้วยกับความเห็นคุณข้างล่าง
2 ผัวเมีย มันต้องโรคจิตแน่ๆ เราเองจะประสาทกินไปกับพวกมันด้วย
ยิ่งถ้าเรา เต้น เราเดือด เราร้อน มันต้องยิ่งชอบใจแน่ๆ
ย้ายออกก็ดีนะคะ เพื่อสุขภาพจิตของเราเอง

ส่วนเรื่องเอาเรื่อง.... ก็อยากให้ถึงที่สุดนะคะ
แต่.. ก็อย่างว่าล่ะค่ะ เรื่องแบบนี้ ตำรวจเค้าคงไม่ให้ความสนใจอะไรมาก
เพราะเค้าคงมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา ในบางครั้งที่คนเราต้องมีความขัดแย้งกัน
แต่ก็อยากให้คุณลองคิดดูดีดี นะคะ ถ้าอยู่ต่อ เราจะต้องสูญเสียอะไรไปอีกบ้าง
เราถอยออกมาก่อน ไม่ได้หมายความว่าเราจะยอมแพ้มัน แม้มันจะได้ใจก็เถอะ
แต่เราก็ต้องคำนึงถึงตัวเราก่อนนะคะ เราเชื่อว่า วันนึงมันก็จะโดนเวรกรรม ตามทัน อย่างแน่นอน  ยังไงก็เอาใจช่วยนะคะ :)


 

ฺBam
 21/02/2013 02:16:00

อ่านแล้วเหนื่อยใจไปด้วยและเป็นห่วงมากๆนะคะ น้องมีน
คู่กรณีสภาพจิตคงไม่ปกติแล้วนะนั่น
ขอให้ได้ย้ายออกโดยเร็วนะคะ


20/02/2013 20:10:00

http://jasmindajen.diaryclub.com/ »