Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1927.asp ]  Page view: 10.648 Time
Country United States 9340 Peaple
9.340
Country China 393 Peaple
393
Country Thailand 278 Peaple
278
Country Anonymous Proxy 213 Peaple
213
Country Italy 116 Peaple
116
Country United Kingdom 50 Peaple
50
Country Germany 41 Peaple
41
Country France 21 Peaple
21
Country Asia/Pacific Region 21 Peaple
21
Country Denmark 19 Peaple
19
Country Japan 19 Peaple
19
Country Australia 16 Peaple
16
Country Sweden 15 Peaple
15
Country Netherlands 14 Peaple
14
Country Norway 11 Peaple
11
Country Belgium 11 Peaple
11
Country Malaysia 10 Peaple
10
Country Singapore 9 Peaple
9
Country Luxembourg 8 Peaple
8
Country Portugal 7 Peaple
7
Country Russian Federation 5 Peaple
5
Country Canada 5 Peaple
5
Country New Zealand 4 Peaple
4
Country Switzerland 4 Peaple
4
Country Vietnam 3 Peaple
3
Country Venezuela 2 Peaple
2
Country United Arab Emirates 2 Peaple
2
Country San Marino 2 Peaple
2
Country Moldova - Republic of 2 Peaple
2
Country Finland 2 Peaple
2
Country Hong Kong 2 Peaple
2
Country Europe 1 Peaple
1
Country Bahrain 1 Peaple
1
Country Ukraine 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 17/03/2013 
ไปทำพาสปอร์ตที่กรุงโรม 


Friday, 15 March 2013 

Rome ,Italy
อุณภูมิ 13 องศาเซลเซียส
เช้าเมฆมากบ่ายแดดออก


วันพุธโทรหาที่บ้านตามปกติ
พ่อบอกว่าไม่ค่อยสบายมาหลายวัน อยากให้เราเดินทางกลับบ้าน
เพราะพ่ออยากทำเรื่องยกที่ดินให้ลูกๆ ทุกคนให้เป็นเรื่องเป็นราวสักที
พ่อกลัวว่าถ้าพ่อเป็นอะไรไป แล้วจะมีปัญหาภายหลัง 

แต่ด้วยความที่เรายังไม่รู้ว่าจะต้องย้ายบ้านเร็วๆ นี้ไหม
เลยยังบอกพ่อไม่ได้ว่าจะกลับบ้านเมื่อไหร่
แต่พอเล่าให้ที่รักฟัง ที่รักก็เห็นใจและเข้าใจ อีกอย่างกลัวพ่อไม่สบายหนัก
เพราะเครียดๆ เรื่องของเรา เลยพากันชวนหาดูตั๋วเครื่องบิน
แต่พอเอาพาสปอร์ตของเราออกมาดู ปรากฎว่าพาสปอร์ตเราหมดอายุไปครึ่งเดือนล่ะ
เป็นเรื่องเลยทีนี้ รีบโทรสอบถามทางสถานฑูตไทยที่กรุงโรม
ในกรณีที่พาสปอร์ตหมดอายุ เราสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้ไหม
ปรากฎว่าไม่ได้ สถานฑูตแนะนำให้เดินทางมาทำพาสปอร์ตใหม่ให้เร็วที่สุด
เพราะหลังจากยื่นเอกสาร ต้องรอเล่มพาสปอร์ตอีกหนึ่งเดือนเลยทีเดียว 

วันพฤหัสไม่รอช้ารีบไปถ่ายรูปและเตรียมเอกสาร
จากนั้นตีสองของคืนวันพฤหัสเราสองคนก็รีบบึ่งรถไปกรุงโรม
ไปกรุงโรมรอบนี้เราใช้เส้นทางลัดตัดผ่านภูเขา ถึงเส้นทางจะลำบากหน่อยมีแต่เหวและโค้งนับพัน
แต่ระยะทางก็ใกล้กว่าอ้อมไปอีกทาง
ระหว่างเดินทางหิมะก็ตกลงมาโปรยปราย ดีหน่อยที่ไม่หนักมาก
แถมเราสองคนก็ขับกันไปเรื่อยๆ เน้นปลอดภัยเป็นหลัก
ช่วงเช้าตรู่แบบนี้แทบไม่มีรถเล็กเลยสักคัน มีแต่รถบรรทุกขนาดใหญ่เท่านั้น
ใช้เวลาไม่ถึง 5 ชั่วโมง เราสองคนก็มาถึงกรุงโรม
แต่ด้วยความที่สถานฑูตอยู่นอกใจกลางเมือง กว่าจะไปถึงใช้เวลาเป้นชั่วโมงเช่นกัน
รถติดหนักตามวงแหวนรอบนอกของกรุงโรม

แต่ด้วยความที่เราสองคนเดินทางมาถึงเช้ากว่าปกติ
รถเลยติดน้อยกว่าที่ควรจะเป็น นี่ถ้าออกเดินทางจากบ้านช้าไปสักชั่วโมงสองชั่วโมง
ท่าทางจะได้หลับในรถกันแน่ๆ เพราะพอเราสองคนมาถึงหน้าสถานฑูตไทย
ซึ่งเวลานั้นเป็นเวลา 7.30 น. รถบนถนนก็เริ่มแน่นขนัด
ที่รักบอกว่านี่ล่ะสาเหตุที่เราสองคนจำเป็นต้องออกจากบ้านตั้งแต่กลางดึก
เพื่อให้มาถึงกรุงโรมในช่วงเช้าตรู่ หลีกเลี่ยงรถติด

แต่มาถึงเช้าก็ต้องรอกันเกือบสองชั่วโมงกว่าสถานฑูตจะเปิดทำการ
แถมวันนี้อากาศที่โรมก็ค่อนข้างหนาว ช่วงเช้าแค่ 1-2 องศา เท่านั้นเอง
ที่สำคัญลมแรงมากๆ เราสองคนต้องเดินไปไกลกว่าจะหาร้านกาแฟดื่มให้ร่างกายอุ่นๆ
อีกอย่างเป็นการฆ่าเวลาไปในตัว 

แถมพอถึงเวลาสถานฑูตเปิดทำการ
เจ้าหน้าที่ก็ยังทำความสะอาดด้านในสถานฑูตไม่เสร็จ พื้นเปียกน้ำเฉอะแฉะ
เราเลยต้องรอกันด้านหน้าไปพลางๆ เสียเวลาไปเกือบ 20 นาที
ทั้งที่วันนี้แทบไม่มีคนไทยมาติดต่ออะไรเลยด้วยซ้ำ มีแค่ผู้หญิงไทยคนหนึ่ง
มารับพาสปอร์ตให้ลูกสาว

กว่าจะได้เขียนเอกสารยื่นคำร้องก็ปาไป 9.30 น.
แถมพอเขียนเสร็จน้องนักศึกษาฝึกงาน ซึ่งทำหน้าที่ดูแลเรื่องการจัดพาสปอร์ตแจ้งว่า
ให้รอสัก 15 นาที เพราะเครื่องที่ใช้ทำพาสปอร์ตยังไม่พร้อม
เราก็นั่งอกันไป 15 นาทีผ่านไปก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ผ่านไปครึ่งชั่วโมงน้องนักศึกษาฝึกงานลงมาจากชั้นบน
บอกว่าให้รออีกสักหน่อย เครื่องยังไม่พร้อมเหมือนเคย
จากที่คิดว่าไม่เกิน 10 นาทีก็คงเสร็จเรียบร้อยเหมือนที่เพื่อนคนไทยหลายๆ คนบอกมา
กลายเป็นว่ากว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการปาไป 2 ชั่วโมง
นี่ขนาดวันนี้มีเราแค่คนเดียวที่ไปติดต่อทำพาสปอร์ตที่สถานฑูตนะ
ปัญหาหลักๆ ในความล่าช้า คือ น้องนักศึกษาฝึกงานยังไม่เข้าใจการใช้งานโปรแกรม
ซึ่งใช้สำหรับทำพาสปอร์ต พอติดปัญหาครั้งหนึ่งก็ต้องวิ่งลงมาด้านล่าง
เรียกรุ่นพี่ขึ้นไปดู วิ่งไปวิ่งมาอยู่หลายสิบรอบ ทำเอาเรากับที่รักพลอยเหนื่อยไปด้วย
ยังดีที่เจ้าหน้าที่ทุกคนก็น่ารักและเป็นกันเอง ยกเว้นคนอิตาเลี่ยนที่ทำงานอยู่ที่นี่
ไม่มีรอยยิ้มออกมาจากใบหน้า ซึ่งเราก็ถือว่าเป็นปกติ
เพราะคนที่นี่แทบหารอยยิ้มไม่เจอ ผิดกับคนไทยเรามากๆ 

ระหว่างรอถ่ายรูปทำพาสปอร์ต เพื่อนเล็กซึ่งทำงานอยู่ที่โรม
ก็โทรมาหาเป็นระยะ เพราะวันนี้เราสองคนตั้งใจว่าถ้าทำพาสปอร์ตเสร็จเร็ว
จะเดินทางไปหาเพื่อนเล็ก จิบกาแฟด้วยกันเล็กน้อย
จากนั้นจะรีบเดินทางกลับบ้าน เพราะเช้าวันเสาร์เราสองคนมีนัดกับทางตำรวจ

ทำพาสปอร์ตเสร็จ จ่ายค่าพาสปอร์ตไป 25 ยูโร
พร้อมกับค่าส่งมาที่บ้านอีก 8 ยูโร ช่วยซื้อสลากกาชาดไทยใบไปหนึ่งใบ
ถือว่าเป็นการทำบุญไปในตัว  
ตอนแรกตั้งใจว่าทำพาสปอร์ตเสร็จจะสอบถามเส้นทางไปวัดไทยในกรุงโรม
ปรากฎว่าพอสอบถามเจ้าหน้าที่ วัดไทยอยู่ห่างจากกรุงโรมถึง 52 กิโลเมตร
แถมอยู่ในป่า รถโดยสารไม่สามารถเข้าไปถึง
เราสองคนเลยต้องเปลี่ยนแผน เดินทางไปพบเพื่อนเล็กที่ Piazza Venezia
เนื่องจากใกล้กับบ้านของเพื่อนเล็กที่สุด 

ถึงแม้ใกล้เที่ยงเต็มที แต่อากาศที่กรุงโรมก็ยังแย่มาก
ฟ้ายังปิดสนิท แม้กระทั่งช่วงที่เราสองคนมาถึงจุดนัดพบกับเพื่อนเล็ก 


ฟ้ายังปิดอยู่เลย

รอไม่นานเพื่อนเล็กก็ดินมาหาที่จุดนัดพบ
เลยชวนกันไปดื่มกาแฟที่ร้านกาแฟใกล้ๆ กับ Piazza Venezia
พูดคุยกันได้ไม่นาน เราสองคนก็ต้องขอตัวกลับ
เพราะวันนี้ที่รักเหนื่อยกับการขับรถระยะไกล แถมตื่นเช้ามาก
ได้นอนหลับพักผ่อนกันไม่เกิน 3 ชั่วโมง ทำให้ที่รักรู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ
เพื่อนเล็กก็เข้าใจ บอกว่าไว้มีโอกาสหน้าคงได้เจอกันใหม่
เราสองคนก็ต้องขอบคุณเพื่อนเล็กมากๆ ที่สละเวลามาเจอแถมเลี้ยงกาแฟเราสองคนด้วย 


สองสาวใต้ ณ อิตาลี


เพื่อนเล็กคนงาม

เพื่อนเล็กเดินมาส่งที่รถ แต่พอเดินออกมาจากร้านกาแฟได้หน่อยดี
ฟ้าก็เริ่มเปิด อากาศร้อนขึ้นมาเชียว
ร้อนมากชนิดที่เราต้องเปลี่ยนแจ็คแก็ตที่ใส่อยู่ ดีนะที่เอาแจ็คแก็ตมาสำรอง
เพราะรู้ว่าอากาศที่โรมค่อนข้างร้อน ยกเว้นเช้านี้ล่ะ

เห็นฟ้าเปิด อากาศเป็นใจ
เลยขอนุญาตที่รักไปเดินเล่นกับเพื่อนเล็ก เก็บภาพสวยๆ บริเวณ Piazza Venezia
เพราะวันนี้คงไม่มีโอกาสไปเยื่อนสถานที่อื่นๆ ในกรุงโรม
เพราะที่รักบอกว่าไม่ไหวจริงๆ ที่รักเหนื่อยและเพลียมากๆ 


ฟ้าเริ่มเปิด 



เป็นครั้งแรกที่เรามากรุงโรมแล้วถ่ายรูปน้อยมาก
เพราะต้องรีบทำเวลาจริงๆ ยิ่งตอนเดินถ่ายรูปอยู่ มามี๊ก็โทรมาบอกว่า
ให้รีบเดินทางกลับบ้านด่วน เพราะทางตำรวจเลื่อนเวลานัด
จากเวลา 10.00 น. เป็น 8.00 น.
อีกอย่างระหว่างทางมากรุงโรม ผ่านภูเขานับสิบและอากาศก็หนาวมาก
บางช่วงก็หิมะตก มามี๊ไม่อยากให้เราสองคนเดินทางกลับช่วงกลางคืน 



เก็บภาพสวยๆ ได้ไม่กี่ภาพ ก็ต้องรีบลาเพื่อนเล็กเดินทางกลับบ้าน
ยิ่งพอเราสองคนเริ่มออกเดินทาง อากาศที่โรมก็ดีขึ้นตามลำดับ
ฟ้าเปิด อากาศร้อน นักท่องเที่ยวก็แน่นขนัด
นี่ถ้าไม่ต้องรีบเดินทางกลับบ้าน เราสองคนคงมีโอกาสได้ไปเที่ยวสถานที่สวยๆ
ของกรุงโรมกันต่อ แต่วันนี้ตั้งใจมาทำธุระจริงๆ เรื่องเที่ยวคงต้องยกไปคราวหน้า 



ขากลับเราสองคนใช้เส้นทางเดิม
แต่ดีหน่อยเดินทางช่วงกลางวัน ดูไม่อันตรายเหมือนช่วงขามา
แต่เสียอย่างเดียวช่วงกลางวันรถเยอะมาก ต้องขับแบบช้าๆ
กว่าจะเดินทางถึงบ้านใช้เวลาไป 6 ชั่วโมงเต็มๆ 


ระหว่างทาง เห็นหิมะขาวๆ อยู่บนยอดเขา

กลับถึงบ้าน ด้วยความเหนื่อยจากการเดินทางไกล
รวมไปกลับ 1000 กว่ากิโลเมตร เป็นการเดินทางไกลแบบมาราธอนที่เหนื่อยมากๆ
เราสองคนถึงกับสลบคาที่ เรียกว่าหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตายกันเลยทีเดียว

........................

เช้าวันเสาร์ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังกริ๊งๆ
มามี๊โทรมาปลุกเราสองคนตั้งแต่เวลา 6.00 น. เพราะต้องรีบอาบน้ำ
เตรียมเอกสาร เพื่อไปตามนัดกับทางตำรวจ

เช้านี้บ้านเราอากาศหนาวเย็นมากติดลบกันเลยทีเดียว
เราสองคนไปถึงสถานีตำรวจก่อนเวลา รอกันด้านหน้าจนตัวชา มือชาเลยทีเดียว
แถมพอถึงเวลานัด ทางตำรวจก็ยุ่งๆ มีเรื่องต้องสะสาง
ทำให้ต้องรอกันอีกสักพัก

มาคราวนี้ทางตำรวจต้องการให้เราสองคนทำใบแจ้งความใหม่
หลังจากใบแรกเราสองคนไปดำเนินเรื่องกับทาง Carabinieri หรือหน่วยงานของทหาร
แต่ปรากฎว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะคู่กรณีมีพยานบอกว่าไม่ได้ด่าอะไรเรา
ในทางกลับกันพูดจาหวานๆ ใบแจ้งความก็เลยเหมือนโมฆะไม่สามารถทำอะไรกับคู่กรณีได้

แต่หลังจากมีปัญหาล่าสุดเรื่องที่คู่กรณีเดินมาด้านหลัง
ตั้งใจให้ที่รักถอยชน เพื่อที่จะได้แจ้งความเราสองคนกลับบ้าง
จริงๆ หลายคนสงสัยว่าทำไมคู่กรณีถึงใจกล้าขนาดนั้น เพราะคู่กรณีรู้ว่า
การถอยหลังออกจากโรงรถเป็นไปอย่างช้าๆ ไม่ได้ใช้ความเร็ว
แค่ถอยชนเล็กน้อยก็คงไม่ได้บาดเจ็บอะไร แต่สามารถนำไปแจ้งความกับทางตำรวจได้ 
แต่หลังจากมามี๊รู้เรื่องนี้ก็ไม่รอช้าช่วงเย็นวันนั้นมามี๊พาเราสองคนไปแจ้งความ
แต่พอไปถึงเล่าเหตุการณ์ให้ทางตำรวจฟัง
ปากฎว่าทางตำรวจแจ้งว่าทางเรามาแจ้งความช้าไป ไม่สามารถเขียนใบแจ้งความให้ได้

แต่หลังจากนั้นไม่ถึงสัปดาห์ลูกสาวของคุณลุงของที่รัก
ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงได้โทรมาบอกว่า ทางตำรวจต้องการขอโทษที่รัก
ที่วันนั้นทางตำรวจไม่ยอมเขียนใบแจ้งความให้
เลยขอนัดให้เราสองคนมาพบตำรวจอีกครั้ง

แต่หลังจากเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจและถกเถียงกันอยู่เกือบชั่วโมง
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็บอกว่าคงยากที่จัดการกับคู่กรณีแบบเร่งด่วน
เพราะตามกฎหมายอิตาลี ทุกอย่างต้องใช้เวลา แถมหลักฐานต่างๆ เช่นรูปภาพ
หรือเสียงที่เราอัดไปไม่มีผลตามกฎหมาย โดยเฉพาะในขั้นศาล
จะมีผลเฉพาะกรณีที่เป็นวีดีโอ และเห็นหน้าค่าตาคู่กรณีแบบชัดเจน
รวมถึงกรณีที่คู่กรณีด่าเรา จะสามารถเอาเรื่องคู่กรณีได้เฉพาะมีพยานบุคคลให้การเท่านั้น
ซึ่งเราสองคนไม่มีพยานบุคคลแม้แต่คนเดียว
เพราะตึกที่อยู่ตอนนี้หลายครอบครัวคือญาติกับเพื่อนสนิทของคู่กรณีเกือบทั้งหมด
มีแค่สองครอบครัวที่เป็นคนอื่น แต่ทุกคนก็คงไม่ยอมเป็นพยานให้
เพราะไม่อยากเดือดร้อน 

สรุปการเข้าไปพบตำรวจคราวนี้ก็เหมือนเสียเวลาฟรีอีกครั้ง
เพราะที่รักไม่ยอมให้ทางตำรวจออกใบแจ้งความใหม่ เพราะสามารถเดาเหตุการณ์ล่วงหน้า
ได้เลยว่า ถ้าทางตำรวจโทรหาคู่กรณีเมื่อไหร่ว่าเราสองคนไปแจ้งความ
คู่กรณีก็จะโกรธมากขึ้น แล้วก็มาหาเรื่องเราไม่เว้นแต่ละวันแน่ๆ
สิ่งที่ที่รักต้องการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ คำยืนยันว่าถ้าเราสองคนเกิดปัญหา
แล้วโทรเรียกตำรวจ ทางตำรวจจะรีบบึ่งรถมา
ไม่ใช่การปฎิเสธเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งทางตำรวจก็บอกว่า
จะถ่ายเอกสารใบแจ้งความใบเดิมแล้วแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท่านอื่นๆ รับทราบ
แต่ก็คงยืนยันไม่ได้ว่าทางตำรวจจะมาทุกครั้งที่เราโทรหา
เพราะตำรวจวันๆ มีคดีนับร้อยที่ต้องไปไกล่เกลี่ย 

ซึ่งก่อนมาเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจคราวนี้
เราสองคนก็ทำใจยอมรับไว้แล้วล่ะ ว่าอะไรๆ คงไม่ดีขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่
ด้วยระบบการทำงานที่ล่าช้า อะไรๆ ก็ต้องมีพยานบุคคล
ตอนนี้เลยได้แต่ทำใจ ในเมื่อทางตำรวจช่วยอะไรไม่ได้ เราสองคนก็คงต้องช่วยตัวเองให้มากที่สุด

...............................

ปล.

เราสองคนต้องขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจโดยเฉพาะจากทุกคอมเม้นในไดอารี่ก่อนหน้า
มีนยังไม่มีโอกาสไปตอบหรือขอบคุณเป็นรายคน เพราะยุ่งมากๆ

มีเรื่องจะชี้แจ้งเพิ่มเติมเนื่องจาก เพื่อนๆ พี่ๆบางคนเข้าใจผิดว่าพ่อของมีนเสียชีวิต
จริงๆ ไม่ใช่นะค่ะ อ่านคอมเม้นแล้วพลอยตกใจไปด้วย
จริงๆ คนที่เสียชีวิตคือคุณพ่อของพี่ไมตา ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่เขียนไดอารี่อยู่ในเว็บไซด์ของมีนด้วย
แต่ด้วยมีอยู่ช่วงหนึ่งที่รักเข้าไปแก้ไขโปรแกรม แล้วเผลอไปกดเว้นวรรค
ทำให้เวลาที่ทุกคนเขียนไดอารี่จะไม่ไปเก็บที่ Sub Directory ย่อยของตัวเอง
จะโชว์ในหน้ารวมทุกไดอารี่
เพื่อนๆ พี่ๆ ที่มาอ่านไดอารี่มีนย้อนหลัง เลยได้อ่านไดอารี่ของพี่ไมตาไปด้วย
แล้วคิดว่าเป็นไดอารี่ของมีน เผอิญพี่ไมตาเขียนเรื่องย้ายบ้าน
และเขียนเรื่องการเสียชีวิตของคุณพ่อ
ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นคุณพ่อของมีน เราสองคนต้องขออภัยที่ทำให้เกิดเข้าใจผิด
ตอนนี้ที่รักได้แก้ไขเว็บไซด์เรียบร้อยแล้ว ต้องขอขอบคุณสำหรับความห่วงใย
ทั้งคอมเม้น ทั้งข้อความในเฟสบุ๊คด้วยนะค่ะ 

ตอบกลับคอมเม้นหน่อยนะค่ะ 

พี่นุชเยอรมั
น ขอบคุณนะค่ะสำรับความห่วงใยที่มีให้เราสองคนเสมอมา ไว้น้องจะตามกลับไปเยี่ยมที่ไดนะค่ะ

พี่ต่าย ณ Parma ยินดีที่ได้รู้จักนะค่ะ ดีใจที่เขียนไดแล้วมีประโยชน์กับคนอ่าน พี่ต่ายได้ใบขับขี่มาครองรึยังค่ะ ถ้ายังเอาใจช่วยนะค่ะ สาวไทยเก่งอยู่แล้ว สู้ๆ ค่ะ ส่วนเรื่องวดท่เวโรน่ามีนพอรู้มาบ้าง แต่ยังไม่เคยไปที่วัดเลยสักครั้ง เห็นพี่ๆ ที่สถานฑูตบอกว่าอยู่บนเขาเช่นกัน จริงๆ เราสองคนไปเวโรน่าบ่อยมาก ไว้มีโอกาสไปอีกครั้งจะลองไปทำบุญที่วัดไทยดูค่ะ ขอบคุณมากๆ สำหรับคำแนะนำ

น้องหนิง Ninggator ขอบใจจ้าที่เป็นห่วงพวกพี่สองคน จริงๆ พวกพี่ทำเรื่องย้ายบ้านไปนานล่ะ แต่ยังไม่ผ่านการอนุมัติ เพราะมาเกิดเรื่องโดนใบเตือนและโดนปรับกรณีเพื่อนบ้านกลั่นแกล้งนี่ล่ะ เลยทำให้ล่าช้าออกไปอีกนานเลย

คุณนี ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ เราสองคนก็พยายามเข้มแข็ง เพราะตอนนี้ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเท่านั้น สำหรับโรสแม่รี่สามารถนำมาทำอาหารได้หลากหลาย โดยเฉพาะอาหารประเภทอบ ทั้งมันฝรั่ง ทั้งเนื้อเลยค่ะ

พี่ต๋อย ขอบคุณมากๆ ค่ะสำหรับกำลังใจ ส่วนเรื่องคุณพ่อของมีนพี่ต๋อยคงเข้าใจผิด เผอิญพี่ต๋อยไปอ่านไดอารี่ของพี่ไมตา ซึ่งคุณพ่อของพี่ไมตาเสียชีวิตค่ะ มีนชี้แจงข้อผิดพลาดไว้ด้านบนแล้วนะค่ะ

พี่ไมตา ขอบคุณค่ะ พวกเราสองคนก็เพิ่งเจอคนประเภทน้ครั้งแรก พูดไม่ออกบอกไม่ถูกเหมือนกันค่ะ ที่สำคัญทำอะไรพวกเขาไม่ได้เลย น่าเจ็บใจก็ตรงนี้ล่ะ

น้องใหม่ เรื่องย้ายบ้านพวกพี่รอคำสั่งอนุมัติจากทางรัฐบาลอยู่จ้า ถ้ายังไม่มีคำสั่งก็ไม่สามารถย้ายออกได้ เพราะถ้าย้ายออกโดยพละการพวกพี่จะโดยปรับหลายเท่าตัว 

คุณ Pornsuree Pakdeethai ขอบคุณนะค่ะ พวกเราสองคนก็หวังว่าวันหนึ่งความจริงจะปรากฎเช่นกัน ใครทำอะไรไว้ก็ขอให้ได้รับผลกรรมแบบนั้น

พี่นุช โปรตุเกส  ถ้าเลือกได้พวกเราก็อยากย้ายออกไปให้ไกลๆ จากเพื่อนบ้านประเภทนี้ค่ะ เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องพวกเราไม่เคยได้อยู่แบบสงบสุขเลยสักวัน

พี่ปุ๋ย น้องก็อยากกลับไทยมากๆ เหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจ อยากกลับบ้านไปหาครอบครัวไปพักผ่อน แล้วค่อยกลับมาตั้งหลักใหม่ แต่ตอนนี้กลับไม่ได้ เพราะต้องรอพาสปอร์ตอีกหนึ่งเดือนเต็มๆ แถมไม่รู้เลยว่าจะได้ย้ายบ้านไหม ถ้าต้องย้ายบ้านก็คงต้องเลื่อนวันกลับไทยออกไปอีกค่ะ 





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


ตอนแรกเห็นชื่อเรื่อง ไปทำพาสปอร์ตที่กรุงโรม รู้สึกเท่มากก ฮ่าๆ แต่พอเข้ามาอ่าน รู้สึกเหนือยแทนพี่มีนเลยค่ะ ไปกลับขับรถเป็นพันโล แถมไม่ได้นอนพักเลยย พาสปอร์ตจากปกติทำไม่ถึงสิบนาที เป็นสอง ชม โหยย แต่ละเรื่องๆ แถมวันรุ่งขึ้น เรื่องตำรวจและเพื่อนบ้านอีก แค่อ่านอย่างเดียวยังเหนื่อยแทนเลยค่ะ สู้ๆ นะคะ พี่มีน ขอให้เรื่องทุกอย่างผ่านฉลุยด้วยดี ^^

ninggator
 19/03/2013 10:01:00

ขอโทษน้องมีนด้วย
ที่เข้าใจผิด ..
ยังไงก็ขอให้ทุกเรื่องที่เข้ามาตอนนี้
คลี่คลายลงเร็ว ๆ นะคะ

{ttooii@ketkaew}
 19/03/2013 07:27:00

ทางตอนเหนือของเยอรมันโดนหิมะถล่ม บ้านพี่หิมะกำลังตกแต่ไม่มีพายุค่ะ  ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ น้องมีน

P'Nut
18/03/2013 14:42:00

มาอ่านเมื่อวาน ที่ไดมีแค่รูปแต่ยังไม่มีข้อความก็เลยงงๆ วันนี้เข้าใจแล้วค่ะ
อ่านแล้วสงสารน้องมีนและคุณจี มีแต่เรื่องทุกข์ใจตลอด
ขอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีและเร็ววัน
โดยเฉพาะขอให้คุณพ่อน้องมีนหายป่วยและแข็งแรงนะคะ

 


17/03/2013 20:34:00

http://jasmindajen.diaryclub.com/ »

อ่านแล้วเหนื่อยใจไปกับมีนเรื่องเพื่อนบ้าน พี่พอจะนึกภาพออกเลยตำรวจอิตาลีนี่น๊า
มีนดูแลตัวเองนะจ๊ะ รู้สึกจะมีหลายๆเรื่องเข้ามาพร้อมๆ กัน
เรื่องพ่อดีแล้วที่รีบไปทำพาสปอร์ต เผื่อต้องเดินทางขึ้นมาจริงๆ จะได้ไม่ติดขัด พ่ออยากให้กลับก็กลับเถอะนะจ๊ะ คุณจีน่ารักเสมอ เข้าใจภรรยาตลอด
ปล.รูปสวยมาก สองสาวใต้ก็น่ารักมากๆ เช่นกันจ๊ะ

พี่ปุ๋ย
 17/03/2013 20:02:00

พี่เพิ่งได้ย้อนไปอ่นไดหน้าที่แล้วตะกี้เองค่ะ เป็นกำลังใจให้เรื่องเพื่อนบ้านเหมือนเดิมนะคะน้องมีน เฮ้อเหนื่อยใจๆ กับคนแบบนี้ อ่านแล้วก็เห็นใจมากๆ จริงๆ ค่ะ อีกอย่าง พี่ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณพ่อน้องมีน ยังไงก็ขอให้ไม่มีอะไรร้ายแรงนะคะ


 16/03/2013 17:27:00

http://mnanta.diaryclub.com »