Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1960.asp ]  Page view: 16.507 Time
Country United States 15280 Peaple
15.280
Country Thailand 376 Peaple
376
Country China 257 Peaple
257
Country Anonymous Proxy 176 Peaple
176
Country Germany 84 Peaple
84
Country Italy 63 Peaple
63
Country Asia/Pacific Region 35 Peaple
35
Country United Kingdom 32 Peaple
32
Country Japan 27 Peaple
27
Country Australia 21 Peaple
21
Country France 19 Peaple
19
Country Denmark 17 Peaple
17
Country Norway 16 Peaple
16
Country Russian Federation 15 Peaple
15
Country Netherlands 14 Peaple
14
Country Sweden 8 Peaple
8
Country Singapore 7 Peaple
7
Country Belgium 6 Peaple
6
Country Hong Kong 5 Peaple
5
Country Vietnam 5 Peaple
5
Country Switzerland 4 Peaple
4
Country Malaysia 4 Peaple
4
Country Canada 3 Peaple
3
Country Ukraine 3 Peaple
3
Country Spain 3 Peaple
3
Country Finland 2 Peaple
2
Country Austria 2 Peaple
2
Country Moldova - Republic of 2 Peaple
2
Country New Zealand 2 Peaple
2
Country Slovenia 2 Peaple
2
Country Saudi Arabia 2 Peaple
2
Country Poland 2 Peaple
2
Country Portugal 1 Peaple
1
Country Qatar 1 Peaple
1
Country Philippines 1 Peaple
1
Country Serbia 1 Peaple
1
Country New Caledonia 1 Peaple
1
Country Lao People
1
Country Bahrain 1 Peaple
1
Country Brazil 1 Peaple
1
Country Cambodia 1 Peaple
1
Country Argentina 1 Peaple
1
Country Estonia 1 Peaple
1
Country Czech Republic 1 Peaple
1
Country Taiwan 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 26/06/2013 
อัพเดทรวมๆหลังกลับจากไทย 


Wednesday, 26 June 2013 

Rimini ,Italy

อุณภูมิ 16 องศาเซลเซียส
ฝนตกและอากาศเย็นลง

ตั้งแต่กลับมาจากไทยมีเรื่องโน่นนี่ให้ทำเยอะแยะไปหมด
โดยเฉพาะจัดบ้านใหม่ เนื่องจากช่วงที่เราสองคนไม่อยู่บ้าน มามี๊กับพี่สาวที่รัก
มาจัดการทาสีบ้านใหม่หมดทั้งหลัง ข้าวของเครื่องใช้ก็เลยถูกโยกย้าย

มาถึงเราสองคนเลยต้องจัดการสะสางเก็บงานทั้งในบ้านและโรงรถ
กว่าจะเข้าที่เข้าทางก็ใช้เวลาหลายวัน จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เสร็จเรียบร้อย
และคาดว่าอีกหลายวันกันเลยทีเดียวโดยเฉพาะการหาซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่เข้าบ้าน
แต่บ้านก็พลอยดูโล่งและสะอาดขึ้นเยอะ ต้องขอบคุณมามี๊กับพี่สาวที่รัก
ที่ช่วยดูแลบ้านให้เราสองคนเป็นอย่างดี

แถมกลับมาอิตาลีรอบนี้ได้รับทั้งข่าวดีและข่าวร้าย
ว่าด้วยข่าวดีก่อนเลย มาถึงบ้านวันแรกมามี๊ก็บอกว่าเพื่อนบ้านเลวๆชั้นบน
ที่มีปัญหากับพวกเราจนถึงขั้นแจ้งความ โดนสั่งย้ายออกไปเรียบร้อย
เพราะตามกฎคนที่ได้รับใบแจ้งความเกิน 10 ใบจะต้องย้ายออกจากตึกโดยไม่มีเงื่อนไข
ทำเอาเรากับที่รักดีใจจนแทบร้องกรี๊ด
คงไม่ใช่แค่เราสองคนที่ดีใจมากๆ รวมถึงเพื่อนบ้านอีกหลายครอบครัว
เราสองคนมาถึงก็มีคนโน้นนี่คนนี้มาบอกว่าดีใจที่เราสองคนกลับมา
และเพื่อนบ้านเลวๆถูกย้ายออกไปเรียบร้อย
จนหลายคนก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
ตอนนี้บ้านเราสะอาดและเงียบสงบขึ้นเยอะมาก หลังจากครอบครัวนี้ถูกย้ายออกไป

ส่วนข่าวร้ายก็คือ เรื่องเสียเงินเรียกว่ามาถึงก็ต้องจ่ายเยอะเชียวล่ะ
ทั้งทีวีและตู้เย็นพากันเสีย ต้องซื้อใหม่หมด ให้มันได้อย่างงี้สิ พร้อมใจกันเสียเชียวนะ
แถมรอบนี้เราสองคนซื้อตู้เย็นขนาดใหญ่มากขึ้น เพราะเราจำเป็นต้องแช่แข็งผักไทยๆ
สำหรับเก็บไว้ทานตลอดปี โดยเฉพาะพืชผักสมุนไพรที่ปลูกเองไม่ได้
อย่างข่า ขมิ้น 

ส่วนอีกเรื่องคือ แอร์รถเสีย จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่
หลังจากสอบถามราคา ปรากฎว่าถ้าเป็นแอร์ที่ผ่านการใช้งานมาแล้วราคา 600 ยูโร
ไม่รวมค่าช่างและล้างแอร์ ส่วนแอร์ใหม่ราคา 2000 ยูโรไม่รวมค่าช่างและค่าอื่นๆ
ทำเอาเราสองคนคิดหนัก ราคาค่าเปลี่ยนแอร์สามารพดาวน์รถใหม่ได้แบบสบายๆ
ตอนนี้ก็เลยอยู่ในช่วงตัดสินใจ แต่ก็นั่นล่ะต้องแลกกับอาการร้อนตับแตก
จนแทบจะละลายในรถแทบทุกวัน
เพราะช่วงที่เราสองคนมาถึงอิตาลีแรกๆอุณหภูมิสูงถึง 30-37 องศา กันเลยทีเดียว
จนเราถึงกับบ่นอุบว่าหนีเสือปะจระเข้แท้ๆ เพิ่งเจออากาศร้อนจัดๆจากไทย
มาถึงอิตาลีก็ปรากฎว่าร้อนไม่แพ้กัน 

ส่วนพืชผักที่เราปลูกไว้ช่วงก่อนกลับไทย
ปรากฎว่ามาถึงตายไปหลายต้น เพราะมามี๊ไม่ได้รดน้ำให้ทุกวัน
ท่านคิดว่ารดแค่สัปดาห์ละครั้งสองครั้งก็คงเพียงพอ
มาถึงบ้านเลยไม่ได้หลับได้นอน จัดการเคลียร์สวนครัวริมระเบียงเป็นสิ่งแรก
เพราะเป็นห่วงมากตั้งแต่อยู่ไทย บ่นกับที่รักตลอดว่ากลัวพืชผักล้มตาย
แถมมีการฝันว่าผักตายอีกด้วย เลยกลัวว่าจะเป็นจริง
ผักชนิดไหนรอดชีวิตก็ใส่น้ำ ใส่ปุ๋ย ไม่นานก็ฟื้นตัว
นอกจากนั้นก็รีบปลูกผักใหม่ๆ ทดแทน
ตั้งแต่กลับมาก็เลยวุ่นๆ อยู่กับการทำสวนครัวริมระเบียงนี่ล่ะ



มาถึงอิตาลีได้วันเดียวเราสองคนก็ออกไปตะลอนโน่นนี่ไม่ได้หยุด
ทั้งทำธุระปะปังและท่องเที่ยวตามประสา
มาถึงสองสามวันแรกคุณชายเกิดอยากทานอาหารทะเล
ถึงกับขับรถกันไปไกลถึง Chioggia อีกนิดเดียวก็ถึงเวนิสเพื่อทานอาหารทะเล
จริงๆ คุณชายเค้าอยากขับรถทางไกลมากกว่า หลังจากห่างการขับรถไปหนึ่งเดือน
คิดถึงมากกลัวลืม เลยต้องมีการทบทวนกันนิดหน่อย


ใจกลางเมือง


บรรยากาศคล้ายเวนิสล่ะ เพราะเป็นเมืองลูก


แดดจ้า อากาศดีมาก

อาหารทะเลหลักๆ ที่เราสองคนต้องมาทานที่นี่คือหอยแมลงภู่อบไวน์
เพราะที่นี่เลี้ยงหอยแมลงภู่และส่งออกไปขายทั่วอิตาลี
มาทีไรก็ต้องสั่งเมนูนี้ตลอด ไม่อยากบอกเลยว่าวันนั้นเราสองคนต้องเสียเงินถึงสองต่อ
เหตุเพราะมาทีไรเราก็ไปทานร้านอาหารในใจกลางเมือง
เลยเกิดความคิดว่าน่าจะไปลองทานที่ร้านอื่นๆ ดูบ้าง

ไม่รอช้าเราก็ลองเปลี่ยนร้านเป็นร้านเล็กๆริมท่าเรือ
เพราะคิดว่าร้านเล็กๆ อาจจะทำอาหารอร่อย เพราะเคยขับรถผ่านก็เห็นคนนั่งเต็มตลอด
แต่ปรากฎว่าผิดคาด อาหารทุกอย่างที่สั่งมารสชาดแย่มาก
โดยเฉพาะหอยแมลงภู่อบไวน์ ยังกะเทเกลือลงไปสักหนึ่งกระปุก
เค็มจนเราต้องดื่มน้ำตามไปอีกเกือบลิตร ไม่ปลื้มร้านนี้เอามากๆ
ที่รักบอกนี่จะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายสำหรับร้านนี้

หลังจากไม่ปลื้มร้านแรก
ไหนๆ มาแล้วจะกลับบ้านโดยไม่ได้ทานอาหารทะเลอร่อยๆก็คงไม่ดีแน่
เลยกลับมาทานอาหารทะเลกันต่อที่ร้านประจำในใจกลางเมือง
สั่งกันมาเยอะมาก กินแทบไม่หมดแต่อาหารทุกอย่างอร่อยเหมือนเดิม


มาเพื่อสิ่งนี้

ทานอาหารกันอิ่มก็แทบไม่ได้เดินเที่ยวที่ไหน
เพราะเราสองคนมาเมืองนี้กันบ่อยแล้ว ทุกครั้งที่มาก็เพื่อทานอาหารทะเลเท่านั้น
จริงๆ บ้านเราก็เป็นเมืองติดทะเล อาหารทะเลเยอะแยะไปหมด
แต่ที่รักก็ชอบขับรถมาทานไกลๆเหมือนเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ

แถมระหว่างเดินทางกลับมีเรื่องให้ตื่นเต้น
เรียกว่าตกใจจนตัวสั่นมากกว่า เพราะอยู่ๆ เราก็รู้สึกถึงกลิ่นไหม้ในรถ
พยายามบอกที่รักหลายรอบที่รักก็ไม่ยอมเชื่อ
พอขับมาได้ไม่นานอยู่ๆ ควันขาวๆ ก็ลอยมาจากท้ายรถ
เราเห็นท่าไม่ดีเลยให้ที่รักเปิดไฟฉุกเฉินแล้วจอดกลางถนนนั่นเลย
รีบลงจากรถ ปรากฎว่ารถทั้งคันเต็มไปด้วยควันโขมง
เรารีบเอาน้ำเย็นๆ มาราด ตอนนั้นกลัวไฟลุกไหม้เป็นที่สุด

หลังจากควันเริ่มสงบลงก็ให้ที่รักขับมาจอดที่ปั๊มใกล้ๆ
รอให้รถเย็นลงสักเล็กน้อย เพราะวันนั้นอากาศร้อนมากถึงมากที่สุด
เรารู้เลยว่าควันที่ออกมาจากรถ เกิดจากการเสียดสีของแอร์ที่พัง
แต่ยังไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์

วันนั้นกว่าจะขับรถกลับมาถึงบ้านเลยปาไปเกือบ 7 ชั่วโมง
จากที่ปกติแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น เพราะขับไปได้หน่อยก็ต้องจอดพักรถให้เย็น
ที่รักก็ให้เราคอยสังเกตตลอดเวลาว่ามีควันลอยมากจากหลังรถอีกไหม
มีอะไรผิดปกติหน่อยก็เริ่มกลัวจนตัวสั่น 
ตอนนั้นเราคิดในใจว่าถ้าไฟลุกท่วมรถจะทำยังงัย
ที่รักก็บอกว่าถ้าเห็นไฟไหม้ให้เรารีบกระโดดออกจากหน้าต่างไปเลยนะ
แต่ท้ายสุดคุณพระคุณเจ้าก็คุ้มครองช่วยให้เราสองคนกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย

หลังจากนั้นเราสองคนก็อยู่ติดบ้านอยู่วันหนึ่งเต็มๆ
ก่อนที่จะพารถไปให้ช่างดู ซึ่งตอนนี้ไม่เกิดปัญหานั้นอีกแล้ว
เพราะแอร์ได้เสียร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องเปลี่ยนอย่างเดียวเท่านั้น

ช่วงนี้เลยต้องพักยกการเดินทางไกลไปก่อน
เพราะขับรถไกลๆ โดยไม่มีแอร์คงทรมานแย่
แถมไม่มั่นใจด้วยว่ารถจะเสียหรือขัดข้องอีกไหม ยังงัยก็ต้องระวังไว้ก่อน
เราสองคนยังไม่อยากเอาชีวิตไปทิ้งไว้บนถนน

ถึงไม่ได้ไปเที่ยวไกลๆ แต่ช่วงนี้บ้านเราก็เข้าสู่ซัมเมอร์แบบเต็มตัว
ช่วงสัปดาห์ก่อนบ้านเราอากาศดีมาก แดดจ้า ท้องฟ้าสดใส
แถมกว่าจะมืดก็ปาไปสามสี่ทุ่ม ช่วงหัวค่ำเราสองคนก็พากันไปเดินเล่น
แถวท่าเทียบเรือ Darsena ทานเจลาโต ชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน


ทะเลบ้านเรา


ท่าเรือ Darsena


Sunset@Darsena, Rimini


สวยและโรแมนติก

อากาศดีอยู่ได้ไม่กี่วัน
อยู่ๆ สองวันก่อนฝนก็กระหน่ำตกลงมาอย่างหนัก
ตอนแรกๆเราก็ดีใจ เพราะเห็นว่าอากาศจะได้เย็นลง
หลังจากร้อนตับแตกติดต่อกันมาหลายวัน


ฝนตกช่วงซัมเมอร์

แต่ความดีใจก็หดหายไปอย่างฉับพลัน
เพราะฝนตกคราวนี้มันมาพร้อมลูกเห็บขนาดใหญ่นับล้าน
ที่พากันโปรยปรายมาจากท้องฟ้า เสียงดังโครมครามยามกระทบกับวัตถุ
ไม่ว่าจะเป็นหลังคาหรือแม้แต่ผนังบ้าน

ภายในเวลาอันรวดเร็วระเบียงบ้านเราก็เต็มไปด้วยดิน
และลูกเห็บที่นับไม่ถ้วนหล่นอยู่บนพื้นที่ระเบียง
ไม่เพียงเท่านั้นลูกเห็บได้คร่าชีวิตผักต้นน้อยๆ ของเราไปเกือบหมด
จากที่สวยๆ เกือบเด็ดมาทำกับข้าวได้แล้วเหลือแต่ซากกันเลยทีเดียว
ทำเอาเราเครียดจนแทบจะร้องไห้
จะออกไปที่ระเบียงก็ไม่ได้ ลมแรงมาก ทั้งน้ำฝนทั้งลูกเห็บต่างพัดเข้ามา
ถ้าออกไปมีหวังหัวแตกแน่ๆ

เกือบครึ่งชั่วโมงหลังจากพายุฝนสงบลง
เรารีบไปโกยลูกเห็บออกจากกระถางผัก ไม่อยากบอกเลยว่ามือเย็นจนชาไปหมด
แต่ก็พยายามช่วยชีวิตต้นผักให้รอดมากที่สุด ถึงแม้จะไร้ใบ
แต่อย่างน้อยก็เหลือราก แต่ผักต้นน้อยๆ อย่างกระเพราที่ปลูกได้ไม่นาน
โดยน้ำท่วมแถมลูกเห็บมาทับด้านบนตายเกลี้ยงไม่มีเหลือ
ส่วนโหระพาเหลือแต่โคนต้น ตอนนี้อาการร่อแร่ไม่รู้จะรอดไหม
ต้นหอมก็ตายจนเกลี้ยง ที่น่าเสียดายคือต้นมะเขือเปราะโตมากแล้วเชียว
ส่วนผักอื่นๆ เช่นใบแมงลัก ผักชีฝรั่ง ตะไคร้ ใบมะกรูดที่อยู่บนชั้นเหล็กด้านในสุด
ใบแค่ฉีกขาด แต่ก็รอดชีวิตมาได้


ลูกเห็บขนาดใหญ่ในกระถางผัก

นับว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เราเห็นลูกเห็บตกลงมามากมายขนาดนี้
แต่ก็ไม่ใช่เพียงบ้านเราหลังเดียวที่เสียหาย
หลังจากดูข่าวในทีวี ปรากฎว่าหลายบ้านเสียหายทั้งบ้าน ทั้งรถ
รวมถึงมีผู้เสียชีวิตในวันนั้นด้วย โดยเฉพาะช่วงที่ลูกเห็บตกลงมาอย่างหนัก
แล้วมีคนขับรถอยู่บนถนนจนถึงกับเกิดอุบัติเหตุขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
แถมหลายบ้านน้ำท่วมขังด้วยแรงลมที่พัดน้ำฝนและลูกเห็บเข้าไปในตัวบ้าน
จนวันถัดมาเจ้าหน้าที่ต้องพากันมาช่วยดูดน้ำที่ขังอยู่ออกไป
นับว่าเป็นปรากฎการณ์หนึ่งที่เราคงจดจำไปอีกนาน

เช้าวันถัดมาคือเมื่อวาน เราเลยต้องทำงานหนักอีกรอบ
กว่าจะเคลียร์เอาดิน โคลนและขยะออกจากระเบียงใช้เวลาไปค่อนวัน
ที่สำคัญดินที่เกาะอยู่ตามผนังกำแพงคงต้องรอให้แห้งซะก่อน
แต่ดูท่าทางจะต้องรออีกหลายวันเพราะช่วงนี้ฝนตกหนักมาก
อุณหภูมิจากที่เคย 3 เหลือแค่ 16 เองเช้านี้ ยังกะไม่ใช่ซัมเมอร์แน่ะ

จริงๆมีเรื่องให้อัพเดทเยอะมาก แต่พอทิ้งไว้นานๆก็เริ่มลืม
แถมคอมพิวเตอร์ที่ซื้อมาใหม่จากไทยเป็น Windows 8 ทำเอาปวดหัว
ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมอีกเยอะ แถมมีปัญหาเรื่องการอัพโหลดรูปลงไดอารี่
รูปจากล้องถ่ายรูปยังอัพโหลดลงไม่ได้ ที่รักยังไม่มีเวลาแก้ไขโปรแกรมให้
รูปในไดอารี่วันนี้เลยมาจากไอโฟนทั้งหมด




New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


quando fai il gelato? il ghiaccio l'hai 

G
 27/06/2013 07:23:00

hai preso il ghiaccio dal frigo, e mangi la cozza 

G
 27/06/2013 07:14:00

บ้านนี้ก็ชอบหอยแมลงภู่อบไวน์เหมือนกันค่ะ ที่นี่เขาจะเสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งทอด ไม่รู้ที่โน้นเหมือนกันหรือเปล่าคะ?

ปล.อากาศบ้าๆบอๆเนอะ 

maita
 26/06/2013 20:54:00