Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1967.asp ]  Page view: 5.574 Time
Country United States 4149 Peaple
4.149
Country Thailand 350 Peaple
350
Country Anonymous Proxy 317 Peaple
317
Country China 176 Peaple
176
Country Italy 159 Peaple
159
Country France 101 Peaple
101
Country Turkey 73 Peaple
73
Country Taiwan 42 Peaple
42
Country United Kingdom 35 Peaple
35
Country Germany 35 Peaple
35
Country New Zealand 28 Peaple
28
Country Australia 17 Peaple
17
Country Asia/Pacific Region 11 Peaple
11
Country Sweden 10 Peaple
10
Country Luxembourg 8 Peaple
8
Country Netherlands 7 Peaple
7
Country Denmark 7 Peaple
7
Country Switzerland 7 Peaple
7
Country Norway 7 Peaple
7
Country Japan 6 Peaple
6
Country Malaysia 4 Peaple
4
Country Belgium 4 Peaple
4
Country Singapore 3 Peaple
3
Country Spain 2 Peaple
2
Country Poland 2 Peaple
2
Country Russian Federation 2 Peaple
2
Country Oman 1 Peaple
1
Country Slovenia 1 Peaple
1
Country United Arab Emirates 1 Peaple
1
Country Vietnam 1 Peaple
1
Country Moldova - Republic of 1 Peaple
1
Country New Caledonia 1 Peaple
1
Country Finland 1 Peaple
1
Country Austria 1 Peaple
1
Country Bahrain 1 Peaple
1
Country Hong Kong 1 Peaple
1
Country India 1 Peaple
1
Country Israel 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 24/07/2013 
เที่ยวหมู่เกาะเวนิส Murano-Burano Part I 


Saturday, 20 July 2013 

Venice,Italy

อุณภูมิ 34 องศาเซลเซียส
แดดจ้า ตลอดทั้งวัน

ตั้งใจไว้นานล่ะว่ามีโอกาสจะต้องไปเที่ยวที่หมู่เกาะเวนิสให้ได้
โดยเฉพาะ Murano และ Burano ที่ได้ยินชื่อเสียงมานาน
แต่หลายครั้งที่เราสองคนไปเที่ยวเวนิส พอจะแวะไปเที่ยวที่หมู่เกาะก็มีอันต้องพลาดโอกาส
แต่พอมาวันนี้จากที่ไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้วางแผนล่วงหน้ากลับได้ไปเฉยเลย
ทั้งที่ตอนแรกที่รักตั้งใจว่าจะไปเที่ยวทางใต้อย่างนาโปลี
อุตส่าห์ขับรถขึ้นทางด่วนไปจนถึงเมือง Riccione
แต่อยู่ๆ ก็คิดได้ว่าจะเดินทางไกลถึง 700 กิโลเมตร แบบไม่ได้เตรียมตัวไม่มีอะไรสักอย่าง
ก็คงไม่ดีแน่ ถึงแม้พวกเสื้อผ้าจะไปซื้อหาเอาข้างหน้าได้
แต่ไหนจะเรื่องโรงแรมที่ยังไม่ได้จอง แถมช่วงนี้ซัมเมอร์นักท่องเที่ยวล้นหลาม
อะไรๆ ก็แพงมากขึ้นเท่าตัว คิดได้แบบนั้นเลยต้องเปลี่ยนเส้นทาง

ที่รักให้เราเป็นคนตัดสินใจอีกแล้วว่าจะไปไหนกันดี
เราเลยเสนอว่าอยากไปเที่ยวหมู่เกาะเวนิส อย่าง Burano
เพราะไปเวนิสมาหลายสิบครั้งแต่ไม่เคยไปเที่ยวที่หมู่เกาะสักที

ที่รักเห็นว่าวันนี้เราเดินทางกันค่อนข้างสาย
ถ้าใช้เส้นทางปกติกว่าจะไปถึงเวนิสก็กลัวมืดค่ำ เลยยอมเสียเงินขึ้นมอเตอร์เวย์
ใช้เวลา 3 ชั่วโมงพอดิบพอดี เราสองคนก็ถึงเวนิส

เราสองคนไปจอดรถกันที่ Piazzale Roma เหมือนทุกครั้ง
จากนั้นก็รีบไปซื้อตั๋วพร้อมสอบถามข้อมูลเจ้าหน้าที่ว่าจะเดินทางไปเกาะ Burano
มาเที่ยวแบบไม่ได้วางแผนก็แบบนี้ล่ะ
โชคดีหน่อยที่เราสองคนสามารถขึ้นเรือจาก Piazzale Roma โดยตรงได้เลย
แต่ก็นั่นล่ะก็ยังไม่วายเสียเวลากับการหลงท่าเทียบเรือ
เนื่องจากวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงท่าเรือนิดหน่อย
แต่ข้อมูลด้านบนท่าเทียบเรือยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทำให้เราสองคนกับนักท่องเที่ยวอีกนับสิบ
มารอเรือเก้อ กว่าจะรู้ว่าต้องไปขึ้นเรือไปยังเกาะอีกท่าหนึ่งซึ่งต้องเดินไปอีกสามสี่ท่า
ก็เสียเวลาไปเกือบชั่วโมง ทำให้เราพลาดเรือเที่ยวนั้นไปโดยปริยาย
กว่าเรือรอบใหม่จะมาก็ต้องรออีกหนึ่งชั่วโมง ทำเอาเสียอารมณ์แทบไม่อยากไปเที่ยวกันเลยทีเดียว
แถมวันนี้อากาศที่เวนิสก็ร้อนตับแล่บ


ในที่สุดบ่ายโมงตรงเราสองคนก็ได้ขึ้นเรือไปยังเกาะ Murano
เพื่อต่อเรือไปยังเกาะ Burano อีกต่อ
จากท่าเทียบเรือ Piazzale Roma ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

 
ใกล้ๆ กับท่าเทียบเรือ

ลงจากเรือปุ๊ป เราสองคนก็ไม่ได้สนใจเดินชมสถานที่ต่างๆที่เกาะ Murano มากนัก
เพราะจุดหมายปลายทางของเราวันนี้คือเกาะ Burano ซึ่งห่างจากที่นี่ประมาณ 10 กิโลเมตร
จริงๆ ถ้ามีเวลาเราสองคนก็คงเดินเที่ยวที่เกาะ Murano ก่อน
เพราะอย่างที่รู้กันที่นี่นอกจากความสวยงามของสถานที่แล้ว
สิ่งหนึ่งที่โด่งดังและมีชื่อเสียงมากคือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากแก้ว
ถ้าใครเคยมาเที่ยวเวนิสก็คงเห็นผลิตภัณฑ์เหล่านี้วางขายอยู่ทั่วเวนิส
ส่วนราคาก็มีตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักล้านกันเลยทีเดียว

วันนี้มาถึงที่ถึงกับตื่นตาตื่นใจกับของสวยๆ งามๆ
แม้จะมีเวลาไม่มากนัก แค่เดินผ่านๆ เพราะมีเวลาน้อยนิด
ตั้งใจว่ากลับจากเกาะ Burano จะแวะมาเที่ยวที่นี่อีกครั้ง
เพราะยังงัยต้องมาต่อเรือที่นี่เพื่อกลับไปยังเวนิสแน่นอน




แอบถ่ายมา


ขนาดแก้วน้ำยังน่ารักๆ ทั้งนั้นเลย


ตึกฝั่งนี้เต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องแก้ว

บรรยากาศในตัวเมือง Murano ก็คล้ายๆ อีกหลายเมืองลูกของเวนิส
นั่นคือมีคลองตัดผ่านใจกลางเมือง
ส่วนตึกรามบ้านช่อง รวมถึงสิ่งก่อสร้างก็เป็นลักษณะเดียวกันกับที่เวนิส
ถ้ามีเวลาเดินเยอะๆ ก็คงเพลิดเพลินกับสถาปัตยกรรมแบบเก่า
ที่มีให้เห็นตลอดเส้นทางเดิน
 

คลองกลางเมือง


ตึกรามบ้านช่อง

ตอนแรกกะว่าจะแวะทานอาหารเที่ยงที่นี่
แต่กลัวเสียเวลารีบเดินจ้ำอ้าวข้ามสะพานไปยังอีกฝั่งเพื่อต่อเรือไปยังเกาะ Burano


หอประภาคารริมท่าเทียบเรือ


ท่าเทียบเรือสำหรับต่อไปยัง Burano

โชคดีหน่อยมาถึงท่าเทียบเรือเหลือเวลาอีก 15 นาที
ก็ถึงเวลาที่เรือจะออกเดินทางไปยังเกาะ Burano


บรรยากาศริมท่าเทียบเรือ

เรือที่เราสองคนโดยสารไปยังเกาะ Burano เป็นเรือขนาดใหญ่
จุผู้โดยสารได้นับร้อย เพราะต้องใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะเดินทางไปถึงเกาะ
แต่ว่าวันนี้เป็นวันหยุดในช่วงซัมเมอร์ผู้โดยสารเยอะกว่าปกติ
ที่นั่งเต็มหมด ผู้โดยสารจำนวนมากก็ต้องยืนกันไป

ระหว่างเดินทางไปยังเกาะ Burano มีสิ่งสวยๆ งามๆ ให้ดูตลอดเส้นทาง
โดยเฉพาะสถานที่เก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนน้ำ อายุอานามก็คงเกิน 100 ปีแทบทั้งนั้น


เหมือนจะเคยเป็นบ้านคน


เหลือแค่รอยปรักหักพัง

ยิ่งเรือขับเข้าใกล้เกาะ Burano มากขึ้นเท่าใด
สิ่งที่เห็นได้เด่นชัดก็คือตึกรามบ้านช่องที่เต็มไปด้วยสีสันแสบตา
คนที่ตื่นเต้นสุดน่าจะเป็นเรานี่ล่ะ อยากเห็นสีสันของเกาะนี้มานานมาก


กำลังเดินทางเข้าไปยังเกาะ Burano


ท่าเทียบเรือที่เกาะ Burano


ริมท่าเทียบเรือ

มาถึงที่นี่หิวกันมาก ต้องหาอะไรรองท้องก่อนเลย
ไม่งั้นไม่มีแรงเดินกันแน่ๆ มาถึงเกาะทั้งทีไม่ได้ทานอาหารทะเลก็เหมือนมาไม่ถึง
เพราะเกาะ Burano เป็นเกาะที่ผู้คนส่วนใหญ่มีอาชีพประมง
อาหารทะเลที่นี่จึงสดมาก


อาหารทะเลทอดกรอบจานนี้ 11 ยูโร

ท้องอิ่มก็เริ่มมีแรงเดินชมความสวยงามของเกาะ Burano กันแล้วล่ะ
แค่เดินผ่านจากท่าเทียบเรือเข้ามาในตัวเมืองเพียงแค่ไม่กี่เมตร
ก็จะเจอกับสินค้าพื้นเมืองซึ่งเป็นหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงโด่งดังของเกาะนี้
นั่นก็คือ ผ้าปักลูกไม้ ซึ่งวางขายเรียงรายกันตลอดเส้นทาง
แต่ส่วนใหญ่ราคาค่อนข้างแพงมาก นี่ถ้าราคาถูกลงสักหน่อย
เราคงซื้อกลับบ้านมาหลายชิ้น


ร้านค้าเรียงรายตลอดสองข้างทาง

อย่างที่บอกนอกจากผ้าปักลูกไม้ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดัง
สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นที่ดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวให้มาเยือนที่นี่
นั่นคือลักษณะอาคารบ้านเรือนที่เต็มไปด้วยสีสันชนิดที่ทำให้แสบตาได้เลยทีเดียว


เริ่มเห็นสีสัน


มีทุกสี


เขียวเหลืองเข้ากันไหม

ว่ากันว่าใครจะทาสีบ้านจะต้องไปขออนุญาติจากทางการ
ถ้าสีไม่แจ่มก็ถึงกับไม่ได้รับอนุญาติ

บรรยากาศที่นี่ก็คล้ายๆ กับหมู่เกาะอื่นๆของเวนิส
นั่นคือมีคลองตัดผ่านใจกลางเมือง
บ้านแต่ละหลังก็จะมีเรือจอดอยู่หน้าบ้าน
เพราะตั้งแต่สมัยโบราณผู้ชายที่นี่จะมีอาชีพทำการประมง ออกไปหาปลา
ส่วนผู้หญิงก็อยู่เฝ้าบ้านรอสามีกลับมา
ระหว่างรอเลยทำงานฆ่าเวลา นั่นก็คือ ผ้าปักลูกไม้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังนั่นเอง


คลองเล็กๆ แค่พอเรือแล่นผ่าน


คนข้างหลังแย่งซีน


รูปทรงบ้านเรือนคล้ายกันมาก


คัลเล่อร์ฟูลสุดๆ


คอร์นเฟิร์มว่ามาถึงแล้ว

สำหรับใครที่ชอบถ่ายภาพคงจะชอบพร็อพสีสันสดใส
ของเมืองนี้เป็นที่สุด เราแอบบ่นเสียดายกับที่รัก
ถ้ารู้ว่าจะได้มาที่นี่คงใส่เดรสสีสันสดใส มาแข่งกับสีสันของตึกรามบ้านช่องที่นี่


เกือบครบทุกสี


สะพานไม้ข้ามคลอง



ที่นี่เป็นแค่เกาะเล็กๆ ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็สามารถเดินเที่ยวได้ทั่วเกาะ
แต่ละที่ถึงแม้จะมีคลองตัดผ่าน แต่ก็มีสะพานเล็กๆ ให้เดินข้ามลัดเลาะ
ไปยังตรอกซอกซอย วิวสองข้างทางก็คงหนีไม่พ้นสีสันฉูดฉาดของอาคารบ้านเรือน
พร้อมกับสถาปัตยกรรมแบบเก่าแก่ที่คงรักษาไว้เป็นเอกลักษณ์
โดยเฉพาะรูปร่างอาคารบ้านเรือนที่มีลักษณะโดดเด่น


เดินกันต่อ

ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ใจกลางเมือง
สองข้างทางก็เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร
โดยเฉพาะสินค้าพื้นเมืองอย่างผ้าปักลูกไม้ลวดลายงามๆ
ที่วางเรียงรายอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมพร้อมควักเงินในกระเป๋า
ซื้อหาติดไม้ติดมือกลับบ้าน
แต่สำหรับเราสองคนขอชื่นชมผ่านสายตาก็พอแล้วล่ะ
เพราะรู้สึกว่าราคาค่อนข้างสูงมากๆ


ใจกลางเมือง


ผ้าปักษ์ลายงามๆ


ร้านอาหาร


จัตุรัสใจกลางเมือง


ด้านหน้าจัตุรัส


ตึกด้านข้างของจัตุรัส


โบสถ์ประจำเมือง หอระฆังเอนแบบหอเอนปิซาด้วยนะ



บ้านเรือนเก่าแก่ แต่สีสันแสบตา


สะพานข้ามคลองที่มีให้เห็นทั่วไป


แข่งกันจริงๆ



เดินเก็บภาพไปพร้อมกับเหงื่อท่วมตัว
เพราะอากาศวันนี้ร้อนอบอ้าวมากๆ แถมพวกเรามาถึงที่นี่ช่วงบ่ายอ่อนๆ
แดดกำลังแรง ถ้าให้ดีต้องมาเที่ยวที่นี่ช่วงเช้าหรือเย็น
หลายครั้งต้องแวะหาอะไรเย็นๆ ดื่มคลายร้อน


บ่ายแก่ๆ ท้องฟ้าเริ่มสดใสขึ้น

ไดอารี่เริ่มยาว เดี๋ยวมาเล่าต่อไดอารี่ถัดไปนะค่ะ
เริ่มง่วงนอนแล้วล่ะ แถมยังโหลดรูปลงไม่หมดเลยด้วย




New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


บ้านเมืองเขาสีสันสดใสนะคะ  พี่รีจีสบอกสวยมากอยากให้พี่ไม่เห็นสักครั้งพูดมาเป็นสิบรอบยังไม่เห็นจะพาไปเลย พี่ก็ได้แต่ร้องเพลงรอ 

maita
 25/07/2013 12:51:00

ไม่ได้เข้ามาเยี่ยมได พี่มีน เป็นเดือนเลยค่ะ คิดถึงวิวสวยๆ บ้านนี้มาก ๆๆ

ตามมานั่งดูรูป เวนิส เมืองเค้าสวย น่าอยู่จิงๆ อ่ะพี่มีน 

เห็นแล้วอยากหายตัวไป เดินเตร่ แถวนั้น ด้วยจิงๆ ค่ะ (ฝันไปก่อน) ^^

Calypso (Jim)
 25/07/2013 06:43:00