Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1970.asp ]  Page view: 3.631 Time
Country United States 3116 Peaple
3.116
Country Thailand 149 Peaple
149
Country Anonymous Proxy 106 Peaple
106
Country China 60 Peaple
60
Country Italy 54 Peaple
54
Country Asia/Pacific Region 21 Peaple
21
Country Canada 20 Peaple
20
Country United Kingdom 18 Peaple
18
Country Germany 16 Peaple
16
Country Japan 9 Peaple
9
Country Netherlands 7 Peaple
7
Country Norway 6 Peaple
6
Country Luxembourg 6 Peaple
6
Country Australia 6 Peaple
6
Country Sweden 5 Peaple
5
Country Hong Kong 4 Peaple
4
Country France 4 Peaple
4
Country Switzerland 3 Peaple
3
Country Vietnam 3 Peaple
3
Country Austria 3 Peaple
3
Country Denmark 3 Peaple
3
Country Poland 2 Peaple
2
Country Russian Federation 2 Peaple
2
Country India 2 Peaple
2
Country Turkey 1 Peaple
1
Country Malaysia 1 Peaple
1
Country Moldova - Republic of 1 Peaple
1
Country Czech Republic 1 Peaple
1
Country Belgium 1 Peaple
1
Country Cambodia 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 01/08/2013 
หลบร้อนไป Diga di Ridracoli 



Sunday, 28 July 2013 

Rimini,Italy

อุณภูมิ 38 องศาเซลเซียส
แดดจ้า ตลอดทั้งวัน

ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
อากาศที่อิตาลีร้อนมากที่สุดในรอบสิบปี
หลายเมืองเหยียบ 40 องศา ส่วนบ้านเราก็ใช่ย่อยสูงสุดปาไป 38  
เรียกว่าร้อนตับแตก แทบออกจากบ้านไม่ได้กันเลยทีเดียว

วันเสาร์ด้วยความที่อากาศร้อนมากแต่ยังไม่ถึงที่สุด
เพราะแว่วๆ มาว่าอุณหภูมิจะสูงสุดในวันอาทิตย์ แต่ขนาดนี้เราสองคนก็แทบตายกันแล้วล่ะ
วันทั้งวันนอกจากไปตลาดซีฟู๊ดช่วงเช้า ที่รักก็ไม่ยอมออกไปไหนอีกเลย
ใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นแล้วนอนเปิดพัดลมรับลมเย็นๆ อยู่ที่บ้าน
กว่าจะออกจากบ้านไปเดินเล่นหาเจลาโต้ทานก็ปาไปสามทุ่ม
ซึ่งตอนนั้นพระอาทิตย์ก็ยังไม่ตกดิน
วันนี้เราสองคนเลือกไปเดินเล่นที่ Cesenatico 
ที่รักเลือกที่จะทานพิซซ่าร้านประจำ ส่วนเราร้อนๆ แบบนี้ต้องเป็นเจลาโต้เท่านั้น
เดี๋ยวนี้ทานเจลาโต้วันหนึ่งห้าถึงหกรอบ
จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมน้ำหนึกขึ้นเอาๆ แทบทุกวัน



บรรยากาศยามค่ำคืน


ดึกแล้วแต่ก็ยังมีแสงรำไร


เก็บภาพวิวสวยๆ มาฝาก

..............

เช้าวันอาทิตย์

เป็นไปตามคาดตื่นเช้ามาอุณหภูมิก็พุ่งทะยานไปที่ 34 องศา
ไม่ต้องเดาก็รู้ได้เลยว่าช่วงเที่ยงถึงบ่ายจะร้อนขนาดไหน
ร้อนขนาดนี้เราสองคนคงอยู่ติดบ้านไม่ได้แน่
เพราะในบ้านก็ร้อนอบอ้าวดั่งอยู่ในเตาอบ

เลยคิดกันว่าเราจะหลบร้อนไปที่ไหนกันดี
สุดท้ายก็ปิ๊งไอเดีย ร้อนๆ แบบนี้เราก็ต้องหนีเข้าป่า
อาศัยความชุ่มชื้นของต้นไม้ ป่าเขา ช่วยคลายร้อนกันล่ะ
สถานที่แรกที่นึกถึงก็คงหนีไม่พ้น Diga di Ridracoli
เขื่อนบนภูเขาสูงไม่ไกลจากเมือง Forli ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเราประมาณ 100 กว่ากิโลเมตร
ปกติเราสองคนก็ไปเที่ยวที่นี่แทบทุกฤดู ล่าสุดก่อนกลับไทย
ไปชมต้นไม้ดอกไม้ออกดอกผลิใบในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

ส่วนวันนี้เราจะไปเที่ยวที่นี่กันในช่วงซัมดเมอร์
ซึ่งเป็นวันที่อุณหภูมิสูงเป็นประวัติศาสตร์ แต่เชื่อว่าถ้าไปถึงที่นี่
อุณหภูมิจะลดต่ำลงคลายร้อนไปได้เยอะเชียวล่ะ

ระหว่างทางขับรถเข้าไปใกล้ Ridracoli
อุณหภูมิก็ลดต่ำลงเรื่อยๆ แถมสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี


เห็นแล้วสดชื่น

กว่าจะถึง Ridracoli ก็ต้องผ่านเมืองเล็กๆ กลางหุบเขา
อย่างSanta Sofia มาทีไรเราสองคนก็ต้องแวะหาอะไรทานที่นี่ตลอด
ปกติจะเดินลงไปใต้สะพานๆทักทายเพื่อนๆ อย่างเจ้าเป็ดน้อย
ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำใต้สะพาน แต่วันนี้มีการก่อสร้างอะไรสักอย่าง
เลยไม่อนุญาตให้เดินลงไปข้างล่าง


แม่น้ำกลางเมืองแห้งขอด


ใจกลางเมือง Santa Sofia

นั่งพักหายเหนื่อยก็เดินทางกันต่อ
อีก 10 กิโลเมตร เราก็จะถึง Ridracoli 
ระหว่างทางต้องขับรถขึ้นไปบนภูเขาสูง แต่ยิ่งสูงอากาศก็เริ่มเย็น
จาก 38 กลายเป็น 28เป็นอะไรที่เราสองคนต้องการที่สุด ณ เวลานี้
สำหรับใครที่จะมาเที่ยวที่นี่ถ้าไม่ขับรถขึ้นไปด้านบนสุด
ซึ่งเป็นที่ตั้งของเขื่อน ก็ต้องจอดรถไว้ด้านล่าง
จากนั้นจะมีรถบัสมาคอยรับบริการ
สำหรับค่าตั๋วเข้าชมก็คนละ 6 ยูโร จริงๆ ก็ถือว่าค่อนข้างแพง
แต่ในวันที่อากาศร้อนๆ แบบนี้
หลายคนก็ยอมแลกเพื่ออากาศเย็นๆที่จะได้รับจากด้านบน


มาถึงด้านบนแล้วจ้า


ดอกไม้งามๆ สดชื่นไม่เบา

มาถึงก็ขับรถดิ่งขึ้นมายังจุดชมวิวด้านบน
เพราะที่นี่มีศาลาที่พัก ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งเล่น ทานอาหาร
พร้อมชมวิวสวยๆ ของเขื่อนจากมุมสูง


จากอุโมงค์ด้านล่างขึ้นมาด้านบน


จุดพักชมวิว


ติดกันเป็นพิพิธภัณฑ์




เห็นวิวเขื่อด้านล่างแบบชัดเจน


อีกมุม


ดอกไม้กำลังเบ่งบาน

มาถึงที่นี่ก็เที่ยงกว่าๆ ดีที่เราเตรียมอาหารและเครื่องดื่มมาเพียบ
มาถึงก็นั่งปิคนิคทานอาหารเที่ยงกันบนจุดชมวิว
แต่อากาศร้อนๆ แบบนี้ อยากทานอะไรเย็นๆ มากกว่า
อาหารที่เตรียมมาเลยแทบเป็นหมัน โดยเฉพาะพวกพาสต้าและไก่อบ
จะมีพร่องก็แต่น้ำกับองุ่นหวานๆ เท่านั้น


พาโนรามา


อีกรูป ย่อแล้วเล็กจนแทบมองไม่เห็น

ทานอาหารอิ่มบวกกับลมเย็นๆ ที่พัดผ่านผิวหนังตลอดเวลา
ทำเอาหนังตาหย่อน อยากหลับบนเก้าอี้ซะให้ได้
แอบเห็นนักท่องเที่ยวหลายคนพากันนอนหลับพักผ่อนบนจุดชมวิว
แต่เราไม่ชินกับการนอนหลับนอกสถานที่ โดยเฉพาะสถานที่โล่งๆ แบบนี้
เพื่อไม่ให้ง่วงนอนไปกว่านี้ก็ต้องหากิจกรรมทำ
นั่นก็คือเดินเก็บภาพสวยๆ รอบเขื่อน







มาที่นี่แทบทุกครั้ง สิ่งที่ประทับใจ
คืออากาศเย็นๆ บวกกับน้ำสีเขียวมรกตในเขื่อน 
มองลงไปทีไรก็สบายหูสบายตาทุกครั้ง


น้ำสีเขียวมรกต

จากจุดชมวิวเราก็เดินลงไปด้านล่าง
เพื่อเดินเล่นบนสันเขื่อนกันบ้าง ถึงแม้วันนี้อากาศด้านล่างจะสูงปรี๊ด
แต่ด้านบนเขื่อนอากาศกำลังสบายๆ ไม่หนาวไม่ร้อนจนเกินไป
อยู่ในขั้นที่รับได้ แถมไม่ต้องเหงื่อโชกทั้งวันเหมือนอยู่บ้านอีกต่างหาก


ด้านบนคือจุดชมวิว


โล่งสบาย


เดินไปหน่อยก็เป็นร้านอาหารกับห้องน้ำไว้บริการ




สร้างจากหิน

เดินไปก็แวะถ่ายรูปกันไปเป็นระยะๆ
ตากล้องไม่ค่อยอยากจะถ่ายให้หรอกบอกมาบ่อยแล้ว


ลมแรงหัวฟูเชียว


ไม่เพรียวบาง แต่พลิ้วได้อยู่นะ


ย้อนกลับไปที่เราเดินกันมา


ภูเขาสลับซับซ้อนด้านหน้า

แวะพักดื่มน้ำเย็นๆ กับไอติมคนละแท่ง
ก็เดินผ่านอุโมงค์เพื่อชมวิวสวยๆ ของเขื่อนกันต่อ
ด้านในอุโมงค์จะมีรูปสัตว์จำลอง พร้อมเสียงร้องของสัตว์ป่านานาชนิด
ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้รับฟัง เป็นที่ถูกอกถูกใจของเด็กๆ
บ้างก็ทำเสียงร้องหมาป่า ดังลั่นอุโมงค์ไปหมด
เราก็แอบทำเสียงร้องของหมาป่ากับเค้าด้วย
ก็ในอุโมงค์มันมีเสียงสะท้อนสนุกดีนี่น่า


ผ่านอุโมงค์แรก


แวะถ่ายวิวสวยๆ


สลับกับถ่ายนางแบบ



เดินเล่นเพลินๆ แป๊ปเดียวก็ปาไปสี่โมงเย็น
ถึงเวลากลับบ้านอีกล่ะ เพราะช่วงเย็นมีนัดตีแบดกับน้องคนไทย
มาช้ากลัวไม่ทัน เดี๋ยววันไหนอากาศร้อนมากเราสองคนจะแวะมาที่นี่กันอีก
อย่างน้อยก็หลบร้อนได้หลายชั่วโมงเชียวล่ะ




New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


ok... i make vendetta

G
 01/08/2013 22:04:00