Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1981.asp ]  Page view: 2.161 Time
Country United States 1567 Peaple
1.567
Country Thailand 161 Peaple
161
Country China 107 Peaple
107
Country Anonymous Proxy 104 Peaple
104
Country Italy 41 Peaple
41
Country Germany 40 Peaple
40
Country United Kingdom 31 Peaple
31
Country Asia/Pacific Region 18 Peaple
18
Country Australia 15 Peaple
15
Country Denmark 10 Peaple
10
Country France 8 Peaple
8
Country Netherlands 6 Peaple
6
Country Norway 6 Peaple
6
Country Japan 5 Peaple
5
Country Singapore 4 Peaple
4
Country Sweden 4 Peaple
4
Country Canada 4 Peaple
4
Country Bahrain 3 Peaple
3
Country Russian Federation 3 Peaple
3
Country Vietnam 3 Peaple
3
Country Serbia 2 Peaple
2
Country Lao People
2
Country Poland 2 Peaple
2
Country Belgium 2 Peaple
2
Country Hong Kong 2 Peaple
2
Country Ireland 2 Peaple
2
Country Austria 2 Peaple
2
Country Estonia 1 Peaple
1
Country Finland 1 Peaple
1
Country Israel 1 Peaple
1
Country India 1 Peaple
1
Country New Caledonia 1 Peaple
1
Country Moldova - Republic of 1 Peaple
1
Country Switzerland 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 27/08/2013 
One fine day in Sassocorvaro 


Sunday, 25 August 2013 

Rimini ,Italy

อุณภูมิ 28 องศาเซลเซียส
เช้าฝนตก บ่ายแดดออก

วันเสาร์เราสองคนหนีไปเที่ยวไกลถึงเมือง Tivoli
สวยงามอลังการสมกับที่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยที่จะไปเที่ยวที่นี่ให้ได้สักครั้ง
แต่เนื่องจากรูปเยอะ ขอเลือกรูปก่อนนะแล้วจะมาเล่าให้ฟังในไดอารี่ถัดไป

สำหรับวันนี้ขอยกยอดไปเป็นทริปสั้นๆ ในวันพักผ่อน
หลังจากกลับมาจากทริป Tivoli เหนื่อยกับการเดินทางไปกลับเกือบ 800 กิโลเมตร
แถมที่เหนื่อยมากกว่าเดิมคือมาเจอสภาวะรถติดอย่างหนักบนทางด่วน
หลายสิบกิโลเมตร กว่าจะถึงบ้านใช้เวลาหลายชั่วโมง
ทำเอาเหนื่อยแบบสุดๆ 

เช้าวันอาทิตย์ดีหน่อยฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงคืนวันเสาร์
ขนาดเราสองคนตื่นมาช่วงเช้าก็ยังตกพรำๆ 
ไหนๆ ก็วันหยุดแถมฝนตกแบบนี้เลยขอนอนตื่นสายๆ กับเค้าสักวัน
เพราะปกติเป็นคนตื่นเช้ามากๆ

เนื่องจากเช้านี้ฝนตกเลยไม่ต้องรดน้ำผักเหมือนเช่นทุกวัน
แถมก่อนไป Tivoli เรารดน้ำเผื่อไว้สองวัน
เพราะตอนแรกกะว่าจะไปค้างที่โน่น แต่สุดท้ายเปลี่ยนใจกลับบ้านเหมือนเดิม
ถึงไม่ได้รดน้ำแต่ก็ต้องแว่บออกไปดูที่ระเบียงสักหน่อย
แอบดีใจเห็นมะเขือเปราะเริ่มออกดอกหลายดอก
แต่ท่าทางจะไม่ติดผล เพราะปีนี้เพลี้ยแดงระบาดอย่างหนัก
กินทั้งใบ ทั้งดอก จนหาความสวยไม่เจอ


มะเขือเปราะกำลังออกดอก


พริกขี้หนูเริ่มติดลูก

เพลิดเพลินกับการชื่นชมพืชผักสวนครัว
กว่าจะได้อาบน้ำอาบท่า ออกไปร้านกาแฟก็ปาไปเกือบเที่ยง


ใส่เสื้อลายดอกออกจากบ้าน ที่รักไม่ชอบเอาซะเลย

ระหว่างนั่งดื่มกาแฟกันที่ร้านกาแฟ
ที่รักบอกว่า
"วันนี้จะไม่ออกไปไหนแล้วนะ"
เพราะเบื่อกับสภาพรถติดแบบเมื่อวาน ช่วงนี้ทุกสถานที่เต็มไปด้วยบรรดานักท่องเที่ยว
รถติดหนักไม่เว้นแม้แต่ทางด่วน จะไปไหนมาไหนต้องคิดแล้วคิดอีก

แต่พอออกจากร้านกาแฟก็ถึงเวลาอาหารเที่ยงอีกแล้ว
วันนี้เราสองคนแทบไม่มีอาหารสดติดตู้เย็นไว้เลย
เพราะคิดว่าสองวันนี้คงไม่ได้อยู่ติดบ้าน สุดท้ายเลยต้องอาศัยฝากท้องกับร้านอาหารข้างนอก
แต่จะไปทานที่ไหนนี่สิ ตัดสินใจยากมาก
จะไปทานในห้างคนก็เยอะเหลือเกิน 

สุดท้ายจำได้ว่าสองสัปดาห์ก่อนเราขับรถขึ้นเขากันไปเรื่อยๆ
จนถึงเมือง Sassocorvaro เมืองเล็กๆ ท่ามกลางหุบเขา และมีทะเลสาปเล็กๆ ด้านหน้า
ซึ่งที่นี่มีร้านอาหารติดกับทะเลสาป
อาหารอร่อยแถมราคาไม่แพง เราสองคนทานครั้งแรกก็ถึงกับติดใจ
จนพูดกันว่า ต้องกลับมาทานอีกแน่ๆ

ตอนแรกไม่คิดว่าจะเป็นวันนี้
เพราะกว่าจะเดินทางไปถึงเมืองนี้ก็คงปาไปบ่ายโมงกว่าๆ
ท้องคงร้อง จ๊อก จ๊อก แน่ๆ
แต่ที่ไหนได้คุณชายเธออยากไปทานที่นี่

ไปถึงเมือง Sassocorvaro ก็ปาไปบ่ายโมงครึ่ง
เราหิวจนหน้ามืดตาลาย เพราะปกติต้องทานอาหารเช้าแบบหนักๆ
กาแฟกับขนมปังไม่เคยอยู่ท้องสักที 

แถมวันนี้ที่ร้านอาหารคนค่อนข้างเยอะ
ระหว่างรออาหารเลยเดินเก็บภาพสวยๆ ริมทะเลสาปด้านหน้าไปเพลินๆ
แรกๆ ท้องฟ้ายังไม่ค่อยแจ่มใสมากนัก
แต่บรรยากาศที่นี่ก็ยังสวย และเย็นสบายเหมือนทุกครั้งที่มา


บรรยากาศริมทะเลสาป


ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านเรือนกับภูเขาเล็กๆ ตลอดแนว


น้ำใสกิ๊กจนเห็นเงาสะท้อน


โบสถ์ซึ่งอยู่อีกฝั่ง


ร่มรื่น เย็นสบาย

รอสักพักอาหารก็เริ่มทะยอยมาเสิร์ฟ
ที่รักสั่งลาซาญญ่ามาทาน เห็นบอกว่าอร่อยมาก
เราไม่ทันได้ถ่ายรูป ที่รักทานเกลี้ยงไปซะก่อน
ท่าทางจะหิวจัด ส่วนของเราที่รักสั่งเป็นจำพวกเนื้อสัตว์ปิ้งย่าง
ประกอบไปด้วย กระดูกหมู ไส้กรอกและบาร์บีคิว
จริงๆเซ็ทนี้จะมีเนื้อแกะด้วย แต่เนื่องจากเราไม่ทาน
เลยเปลี่ยนเป็นกระดูกหมูแทน

เมนูนี้เราติดใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ทาน
ด้วยความนุ่มกับรสชาดอันกลมกล่อม ทานคู่กับสลัดผักสดอร่อยที่สุด
กินกี่ครั้งก็ไม่มีผิดหวังจริงๆ


จานนี้ของเรา

แถมยังทานจานแรกไม่ทันอิ่ม
ทางร้านมีเมนูใหม่ นั่นคือ นกพิราบและไก่ย่าง
ไม่อยากเชื่อเลยว่า นกพิราบที่หมักด้วยสมุนไพรหอมๆ 
จะอร่อยนุ่ม ลิ้นได้ขนาดนี้ ขนาดเนื้อไก่นุ่มแล้วนะ
แต่ความอร่อยต้องยกให้เนื้อนกพิราบเลยล่ะ
ไม่มีกลิ่นคาวเหมือนที่เรากลัวเลยสักนิด หนังกรอบ เนื้อนุ่ม
เผลอแป๊บเดียวเกลี้ยงจาน ที่รักได้ชิมไปหน่อยเดียวเอง


นกพิราบกับน่องไก่ย่าง


ทานไปถ่ายรูปฟ้าสวยๆ ไปด้วย

ทานอาหารกันอิ่มจนแทบจุก
โดยเฉพาะเราที่ทานเนื้อสัตว์สารพัดอย่างไปเยอะมาก
ตอนแรกว่าจะสั่งของหวานมาทานปิดท้าย
แต่ไม่ไหวจริงๆ มีแต่ที่รักที่สั่งกาแฟมาดื่ม

แถมพอเราสองคนทานอาหารกันอิ่ม
ท้องฟ้าก็เริ่มสดใส เมฆสวยเชียวล่ะ เห็นแล้วต้องรีบหยิบกล้องมาถ่ายรูปก่อนเลย


สาวเสื้อลายกับวิวทะเลสาป


ครึ้มบ้างเป็นบางเวลา


บางช่วงฟ้าก็สดใสแบบนี้เลย


ชอบเมฆสวยๆ แบบนี้ที่สุด


เค๊าเป็นใครน๊าา

อากาศดี ตากล้องทานอาหารอิ่มแล้วอารมณ์ดี
นางแบบก็เลยมีรูปสวยๆ กลับบ้านหลายรูปเลย










ระหว่างทางกลับบ้านที่รักขอเปลี่ยนเส้นทาง
เป็นเส้นทางที่เราสองคนไม่เคยผ่านมาก่อน
เลยได้มาเจอกับโบสถ์เก่าแก่บนยอดเขา ดูจากประวัติก่อสร้างเมื่อปี คศ. 1775
นับถึงปัจจุบันก็ประมาณ 238 ปี เก่าแก่ใช่ย่อยเลยล่ะ

เราสองคนแค่เดินดูบริเวณภายนอก
กับชมวิวสวยๆ ที่มองเห็นสุดลูกหูลูกตาจากจุดนี้
เพราะโบสถ์ตั้งอยู่บนยอดเขานั่นเอง

จริงๆ ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ให้เข้าไปชมด้านใน
แต่ช่วงที่เราสองคนมาถึงเป็นเวลาปิดทำการ ก็เลยพลาดไป
ได้แต่ถ่ายรูปสวยๆ ด้านนอกเท่านั้น


มีธงชาติหลายชนชาติด้านข้าง


โบสถ์เก่าแก่


กับท้องฟ้าสวยๆ


แถมด้วยนางแบบอ้วนๆ กลมๆ


ลานด้านหน้า


ดอกหญ้าสวยๆ เต็มไปหมด


นั่งพัก


ถ่ายรูปนี้โดนยุงกัดด้วยแน่ะ คุ้มไหมเนี่ย

ปิดท้ายด้วยรูปสวยๆ ก่อนเดินทางกลับบ้าน
เพราะพอเรากำลังจะกลับ ท้องฟ้าก็ใสกิ๊ก เรียกว่าฟ้าเป็นฟ้าจริงๆ



ส่วนไดอารี่หน้าเดี๋ยวเราจะพาไปตะลุยเมือง Tivoli กัน







New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


มากรี๊ดรูปนายแบบค่ะ กรี๊ดรูปคู่ด้วย  

ปล. แล้วแต่เด็กค่ะน้องมีน หลานพี่คว่ำตั้งแต่สามเดือน ลูกเพื่อนสามเดือนครึ่ง 

maita
 27/08/2013 21:31:00

วิวสวยจังคะ 

JK.Spider
27/08/2013 15:50:00

ma dove vai, sei sempre in giro per il mondo

G
 27/08/2013 10:10:00