Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

12/10/2017
6/10/2017
6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1983.asp ]  Page view: 9.147 Time
Country United States 7818 Peaple
7.818
Country Thailand 408 Peaple
408
Country Anonymous Proxy 266 Peaple
266
Country China 225 Peaple
225
Country Italy 125 Peaple
125
Country Germany 53 Peaple
53
Country Russian Federation 53 Peaple
53
Country United Kingdom 34 Peaple
34
Country Japan 20 Peaple
20
Country Asia/Pacific Region 17 Peaple
17
Country Australia 17 Peaple
17
Country Canada 16 Peaple
16
Country France 14 Peaple
14
Country Luxembourg 14 Peaple
14
Country Netherlands 10 Peaple
10
Country Norway 6 Peaple
6
Country Malaysia 6 Peaple
6
Country Brazil 6 Peaple
6
Country Sweden 5 Peaple
5
Country Denmark 5 Peaple
5
Country Ukraine 4 Peaple
4
Country Poland 4 Peaple
4
Country Switzerland 3 Peaple
3
Country Lao People
3
Country Austria 2 Peaple
2
Country Mexico 2 Peaple
2
Country Moldova - Republic of 1 Peaple
1
Country Romania 1 Peaple
1
Country Estonia 1 Peaple
1
Country Belarus 1 Peaple
1
Country Croatia 1 Peaple
1
Country Czech Republic 1 Peaple
1
Country Lithuania 1 Peaple
1
Country Greece 1 Peaple
1
Country Hong Kong 1 Peaple
1
Country India 1 Peaple
1
Country Vietnam 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 29/08/2013 
Villa D'este สวนน้ำพุแห่งทิโวลี 


Saturday, 24 August 2013 

Rimini ,Italy

อุณภูมิ 28 องศาเซลเซียส
เช้าฝนตก บ่ายแดดออก

ตั้งใจไว้นานมากว่าสักวันจะต้องไปเที่ยวเมืองทิโวลี่ (Tivoli)
หลังจากได้ยินชื่อเสียงมานาน ว่าเป็นอีกเมืองหนึ่งที่ได้รับการขนานนามว่า
"เป็นเมืองมรดกโลกของอิตาลี"

แค่เราพูดเกริ่นๆ กับที่รัก
ไม่คิดว่าที่รักจะเออออห่อหมกกับเราไปด้วย
เพราะเมืองนี้อยู่ใกล้กับกรุงโรมแค่หน่อยเดียว ถ้าไปจริงๆ ก็คงต้องเดินทางไกลกันอีกครั้ง
แต่ที่รักกลับจัดแจงเตรียมวางแผนเดินทางอย่างเต็มที่
แล้วส่งรายละเอียดมาให้เราดู ทำเอาเราตื่นเต้นดีใจไปด้วย ไม่คิดว่าจะได้ไปเร็วขนาดนี้
ในที่สุดเช้าตรู่วันเสาร์เราสองคนก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองทิโวลี่

ระหว่างทางผ่าน Gran Sasso เป็นภูเขาหินขนาดใหญ่
ที่ตั้งโดดเด่นเป็นตระหง่าน ถ้าใครขับรถผ่านไปทางนี้จะต้องเห็นแต่ไกลแน่นอน
ที่สำคัญมีอุโมงค์ที่ตัดผ่านภูเขาแห่งนี้ยาวถึง 10 กิโลเมตร 
จำได้ว่าครั้งแรกที่ผ่านอุโมงค์นี้เราอึดอัดมากๆ บ่นตลอดเวลาว่าเมื่อไหร่จะผ่านไปสักที
แต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองเลยรู้สึกเฉยๆ แล้วล่ะ

Gran Sasso แปลว่า หินขนาดใหญ่

ใหญ่สมชื่อจริงๆ


วิวภูเขาระหว่างทาง


แวะพักเลยได้รูปสวยๆ ของดอกหญ้าแถวนั้น


ชอบมากอีกสักรูปแล้วกันนะ

และแล้วเกือบสี่โมงเช้าเราสองคนก็เดินทางมาถึงเมืองทิโวลี
ข้อดีของการมาถึงที่นี่เช้าคือหาที่จอดรถได้ง่าย
แถมนักท่องเที่ยวยังไม่พลุกพล่านเหมือนช่วงสายๆ



ทางเข้าตัวเมือง


ด้านหน้ารู้สึกว่าจะเป็น Commune หรือ ที่ว่าการอำเภอ







อย่างที่รู้ๆกันทิโวลี (Tivoli) เมืองเล็กๆในอิตาลี
ห่างจากกรุงโรมประมาณ 36 กิโลเมตรเท่านั้น
มีมรดกโลกถึงสองแห่ง คือ Villa D'este กับ Villa Adriana
ทั้งสองแห่งได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดแห่งสวนแบบอิตาเลียน สวนทั้งสองแห่งต่างมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป
จุดเด่นของวิลล่าเดสเต้อยู่ทีสวนและประติมากรรม รวมถึงน้ำพุสวยๆ ที่เราจะพาไปดูกัน



วิลล่าเดสเต้เป็นวิลล่าเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 500 ปี
และเป็นวิลล่าที่ใช้เวลาในก่อสร้างนานถึง 17 ปี
 

ถึงแล้วจ้า

วิลล่าแห่งนี้สร้างจากความคิดของพระคาร์ดินัลแห่งเฟอร์รารา (Erocle d'Este)
เดิมทีต้องการสร้างเป็นแมนชั่นให้เป็นบ้านพักชนบทของชามโรม 
วิลล่าเคยเป็นสมบัติของตระกูล d'Este แต่สุดท้ายวิลล่าแห่งนี้ก็กลายเป็นมรดกของชาติ
และเพิ่งขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2001


แค่ป้ายชื่อวิลล่าก็สวยแล้วล่ะ


ห้องโถงตรงประตูทางเข้า

หลังจากซื้อตั๋วบัตรเข้าชมด้านหน้า
เดินเข้าไปด้านในก็จะเจอกับลานหินขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่


ลานหิน

ริมกำแพงลานหินจะมีน้ำพุวีนัสกำลังหลับ
เป็นน้ำพุที่เป็นที่ระลึกของ Villa d'Este แสดงถึงความพยายามในการสร้างวิลล่าแห่งนี้ 





วีนัสกำลังหลับ


เดินเข้าไปในตัววิลล่า จะประกอบไปด้วยห้องต่างๆ
เรียงกันหันหน้าออกสวน มีประตูเปิดทะลุถึงกันตลอด จะเป็นลักษณะห้องโล่งๆ
มีภาพวาดผนังที่สวยงดงาม เสียดายที่ไม่สามารถถ่ายภาพมาให้ดูกันได้
ที่นี่ห้ามถ่ายรูปและอัดวีดีโอ โดยเฉพาะวันนี้มีเจ้าหน้าที่คอยยืนคุมแต่ละห้อง
ที่รักไม่ยอมให้เราแอบถ่ายรูปโดยเด็ดขาด ซึ่งเราเองก็ไม่กล้าด้วยล่ะ


ทางเดินเข้าสู่วิลล่า


  

วิลล่าสร้างลดหลั่นไปตามแนวเขา
แต่ละห้องจะหันหน้าออกสวน ดังนั้นสามารถมองเห็นวิวโดยรอบนจากหน้าต่างแต่ละห้อง
ห้องตรงกลางจะมีระเบียงเชื่อมออกไปยังสวน


วิวจากวิลล่า


ซูมเข้าไปอีกหน่อย


ระเบียงจากห้องกลางสุดเชื่อมไปยังสวน

แค่เดินลงไป มองลงไปด้านล่างก็เริ่มเห็นน้ำพุสวยๆ
น้ำพุที่นี่ ออกแบบอย่างหลากหลายในรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการพุ่ง การหยด การริน การล้น หรือพ่นฟอง
โดยนำมาผสานกับศิลปะของยุค Renaissance ด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิม
และวิธีการอันชาญฉลาด ทำให้สามารถนำน้ำจากแหล่งธรรมชาติมาใช้
โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องจักร เครื่องกลใดๆ ให้สิ้นเปลืองพลังงาน 



น้ำพุต่างๆ จะตั้งกระจายตัวอยู่ทั่วทั้งบริเวณ ทั้งเล็ก ทั้งใหญ่
สวยงาม มากมาย


มีน้ำพุเล็กๆ ซ่อนอยู่ด้านใน

สำหรับน้ำพุแรกที่เราสองคนไปถึง คือ
The Fontana dell'Ovato (น้ำพุวงรี) เป็นอ่างน้ำวงรีขนาดใหญ
มีน้ำล้นเป็นแท่งใหญ่อยู่ตรงกลาง เสริมด้วยสายน้ำพุเล็กๆ จากหน้าระเบียงที่เจาะเป็นช่องประตูเป็นระยะ
เดิมทีเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเดินชมความสวยงามบนระเบียงด้านบน

แต่ตอนหลังมีนักท่องเที่ยวพลาดลื่นตกลงมา
ทำให้ตอนนี้ปิดไม่ให้ขึ้นไปชมความงามด้านบนแล้วล่ะ


รูปทรงด้านหน้าเหมือนวงรี


น้ำล้นตรงกลาง


รอบข้างเต็มไไปด้วยน้ำพุสายเล็กๆ


อีกหนึ่งน้ำพุในบริเวณนี้

แต่ที่เราเห็นแล้วตื่นเต้นสุดก็คงเป็น
Le Cento Fontane น้ำพุร้อยสาย (The Hundred Fountains)
เป็นน้ำพุที่ออกแบบให้เป็นแถวยาวประมาณ 600 เมตร มีน้ำพุ 91 สาย(ไม่ถึงร้อยดี)
ออกแบบสลับวางไปกับพุ่มไม้ตัดแต่งที่เป็นจังหวะจะโคน 
ก่อนหน้าเราเห็นรูปน้ำพุนี้ล่ะ ที่อยากมาเห็นด้วยตา 

แล้วก็ยอมรับว่าสวยงามมากๆจริงๆ




ตัวอะไรต่อมิอะไร ดูกันเอาเองนะ


ทางเดินยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา

ส่วนน้ำพุที่ใหญ่ที่สุดของสวนแห่งนี้ก็คงหนีไม่พ้น
The Neptune Fountain (น้ำพุเนปจูน) ตั้งเด่นบนเนินอยู่ตรงกลางสวน เน้นที่ตัวงานสถาปัตยกรรม ไม่เน้นที่น้ำพุ
มองออกไปด้านล่างมีสระเลี้ยงปลาขนาดใหญ่อยู่สามสระ เรียงลดหลั่นกันลงไปตามลาดเนิน
เปิดให้เห็นทัศนียภาพอันสวยงามของ Tivoli




รูปปั้นในน้ำ พยายามมองอยู่นานว่าคืออะไร


น้ำพุที่ออกมาจากรูปปั้น


จากน้ำพุเนปจูนมองลงไปด้านล่าง


บ่อเลี้ยงปลาสามบ่อด้านล่าง


น้ำใสๆ พุ่งกระฉุด


มีระเบียงให้ชมวิวทั้งสองด้าน


ปรากฎการณ์สายรุ้งที่มีให้เห็นทั่วไป


น้ำพุเล็กๆ ซ่อนอยู่ระหว่างทางเดินชมสวน

เดินด้านบนยังไม่หนำใจ พากันเดินลงมาชมความงามด้านล่างกันบ้าง
ซึ่งที่นี่จะเป็นที่ตั้งของน้ำพุขนาดใหญ่ที่เรามองเห็นจากด้านบนน้ำพุเนปจูน
นั่นก็คือ Organ Fountain (น้ำพุออแกน)
เป็นน้ำพุที่ออกแบบให้มีเสียงดังคล้ายเสียงดนตรี ตั้งอยู่ด้านหน้าของ The Neptune Fountain
มีน้ำพุสูงคู่ใหญ่ที่เป็นตัวแทนของเทพ portraying Apollo และเทพ Orpheus 


Organ Fountain (น้ำพุออแกน) 


นางแบบทำงาน


อีกมุม


ร้อนนะวันนี้


เห็นสายน้ำแล้วก็เย็นสบาย


เย็นสบายสุดๆ


คนนี้เกือบหลับ


เจอกล้องทำเป็นเชิ่ด ตลอด



มองเห็นน้ำพุเนปจูนและน้ำพุออแกนอยู่ไกล




จากบ่อเลี้ยงปลาบ่อที่ 3


รูปคู่ครั้งแรกในรอบ 5 ปี ใครเห็นบอกว่า รูปนี้ต้องขยาย

เกือบเที่ยงที่รักเกิดอาการหิว
เราสองคนเลยนั่งพักใกล้ๆ บ่อเลี้ยงปลา ทานแซนวิชที่เราเตรียมมาจากบ้าน
จากนั้นก็เดินเล่นชมน้ำพุสวยๆ กันต่อ

เทวรูปไดอาน่า Statue of the Ephesian Diana 
ที่น่าทึ่งอีกอย่าง ได้แก่เทวรูป Ephesian Diana ซึ่งถือเป็นเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ (a symbol of fertility)
ลักษณะของเทพีจะมีนมหลายเต้าเป็นน้ำพุ่งออกมา
บางคนก็ว่าเทพีสวมสร้อยคอเป็นรูปไข่หลายใบไปจนถึงเอว แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ 


เทวรูปไดอาน่า Statue of the Ephesian Diana 


น้ำหลายเต้ามีน้ำพุพุ่งออกมา

แถมเดินไปอีกหน่อยก็เจอกับน้ำพุน้อยใหญ่ ตั้งเรียงรายอยู่ในสวน


น้ำพุกลางสวน


ตะไคร่น้ำจับจนมองไม่ออกว่าเป็นรูปอะไร


ต้นไม้ใหญ่ซึ่งคาดว่าอายุหลายร้อยปี


ดอกไม้สวยๆ ในสวน


สีฟ้าอมม่วง ที่รักชอบมากๆ

เดินต่อไปอีกหน่อยก็มาถึงน้ำพุที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง
น้ำพุมังกร Dragons Fountain 


น้ำพุมังกร Dragons Fountain 


มังกรพ่นน้ำ


ภาพจากมุมสูง

ถัดจากน้ำพุมังกรก็จะเป็นน้ำพุนกฮูก
น้ำพุนกฮูก The Owl's Fountain
เป็นน้ำพุที่น่าสนใจอีกที่หนึ่ง เพราะมีการออกแบบอย่างสลับซับซ้อน
ให้มีทั้งเสียง ที่เลียนแบบเสียงนก และกลไกกาเคลื่อนไหวของนก
แต่น่าเสียดายที่ มันพังไปนานแล้ว เหลือเพียงเค้าโครงให้เห็นเท่านั้น 







สุดท้ายก่อนเดินทางกลับเราสองคนก็เดินทางมาถึง
.Fontana della Rometta น้ำพุจำลองแห่งกรุงโรม (Fountain of the model of Rome)
เป็นน้ำพุอันแรกที่ใหญ่ และสวยงามด้วยงานประติมากรรมแบบ Renaissance 

แอบเสียดายไม่ได้เดินขึ้นไปถ่ายภาพมุมสูง ถ่ายจากมุมด้านล่าง
ทำให้มองไม่ค่อยความใหญ่โต อลังการณ์ของน้ำพุแห่งนี้มากนัก






ก่อนออกจาก Villa D'este แวะหาอะไรๆ เย็นๆทานกันเล็กน้อย
เพราะทริปวันนี้ของเรายังไม่จบ จำเป็นต้องเติมพลังกันก่อน


เจลาโต้เย็นๆ กับกาแฟปั่น

เดี๋ยวไดอารี่หน้าเราสองคนจะพาไปเที่ยวเมืองโบราณของชาวโรมัน
ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งของทิโวลี่กันค่ะ






New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


Test

G
 01/09/2013 20:25:00

è buono il gelato?

G
 01/09/2013 20:19:00

ma dove sei andata a prendere il gelato?

G
 29/08/2013 16:48:00