Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1986.asp ]  Page view: 2.253 Time
Country United States 1760 Peaple
1.760
Country Thailand 150 Peaple
150
Country Anonymous Proxy 108 Peaple
108
Country Italy 56 Peaple
56
Country China 42 Peaple
42
Country United Kingdom 29 Peaple
29
Country Germany 22 Peaple
22
Country Asia/Pacific Region 13 Peaple
13
Country Switzerland 12 Peaple
12
Country Norway 10 Peaple
10
Country Australia 9 Peaple
9
Country France 6 Peaple
6
Country Netherlands 5 Peaple
5
Country Japan 5 Peaple
5
Country India 4 Peaple
4
Country Malaysia 2 Peaple
2
Country Denmark 2 Peaple
2
Country Russian Federation 2 Peaple
2
Country Serbia 2 Peaple
2
Country Sweden 2 Peaple
2
Country Vietnam 2 Peaple
2
Country Singapore 1 Peaple
1
Country Oman 1 Peaple
1
Country Poland 1 Peaple
1
Country Estonia 1 Peaple
1
Country Finland 1 Peaple
1
Country Czech Republic 1 Peaple
1
Country Belgium 1 Peaple
1
Country Canada 1 Peaple
1
Country Moldova - Republic of 1 Peaple
1
Country Israel 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 05/09/2013 
Cinque Terra, Italy Part I : เที่ยว Vernazza 


Saturday, 31 August 2013 

Vernazza,Italy

อุณภูมิ 25 องศาเซลเซียส
แดดจ้าตลอดทั้งวัน

เมื่อ 5 ปีก่อนเราสองคนขับรถไปเที่ยวบาเซโลน่าประเทศสเปน
ระหว่างเดินทางผ่านแคว้น Liguria ที่รักบอกว่ามีสถานที่หนึ่งซึ่งสวยมากๆ
มีชื่อว่า Cinque Terre (ชิงเคว เทเร) ซึ่งแปลว่า 5 แผ่นดิน
ซึ่งน่าจะหมายถึงหมู่บ้านริมฝั่งทะเลทั้งห้านั่นเอง

สำหรับ 5 เมืองที่ว่าประกอบไปด้วย
หนึ่ง เมือง Monterosso al Mare (มอนเตรอสโซ อัล มาเร)
สอง เมือง Vernazza (เวร์นาซซา)
สาม เมือง Corniglia (คอร์นีเลีย)
สี่ เมือง Manarola (มานาโรลา)
ห้า เมือง Riomaggiore (ริโอมัจจอร์เร)

หมู่บ้านเหล่านี้จะตั้งเรียงรายตามฝั่งทะเลและริมหน้าผา
เบื้องหน้าคือ Ligurian Sea และมีภูเขาสูงเป็นฉากหลัง
ทัศนียภาพและความสวยงาม ทำให้แต่ละปีสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว
ให้หลั่งไหลมาที่นี่ ทำเงินและรายได้เข้าประเทศอิตาลี

นอกจากนั้นในปี 1999 Cinque Terre ได้รับความคุ้มครองทางธรรมชาติ
จัดให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ได้รับการยกให้เป็น UNESCO World Heritage
จึงไม่น่าแปลกใจถ้าหลายๆ คนจะใฝ่ฝันจะมาเยือนที่นี่สักครั้ง

เราสองคนก็เช่นกัน ตั้งใจไว้นานมากว่าสักวันจะมาเที่ยวที่นี่ให้ได้
จนวันนี้ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของที่รัก ครบรอบปีที่เท่าไหร่ให้ทายกันดู
จริงๆ เราอยากไปเที่ยวที่ Portofino เพราะได้ยินชื่อเสียงมาว่าสวยงามมาก
แต่ที่รักบอกว่าCinque Terre สวยกว่า แถมอยู่ใกล้กว่าตั้งหลายสิบกิโลเมตร

แต่ปัญหาก็คือช่วงนี้เป็นฤดูร้อนหรือไฮท์ซีซั่น
โรงแรมที่พักหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ที่สำคัญแพงมว๊ากกก
โรงแรมระดับ 5 ดาว คืนหนึ่งตกอยู่ที่ 400-500 ยูโร
ส่วนโรงแรมธรรมดาอย่างต่ำคืนหนึ่งก็ 200 ยูโรขึ้น
เพื่อเป็นการประหยัดเราสองคนเลยคิดกันว่าคงไม่ค้างคืนที่นั่น ไปเช้าเย็นกลับเอาแล้วกัน

ถึงแม้ว่าเมื่อ วันที่ 25 ตุลาคม 2011 ได้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่
มีโคลนถล่ม mudslide ในดินแดนแถบนั้น
ทำให้หลายเมืองเสียหายอย่างหนักโดยเฉพาะ เมือง Monterosso และ  Vernazza
ปัจจุบัน บ้านเรือน ถนน ร้านค้า ได้รับการปรับปรุงจนเกือบเข้าสู่สภาพปกติ
(ยังเห็นร่องรอยความเสียหายจากถนน บ้านเรือนอยู่บ้าง)
ทางเดินป่า Blue Trail คือทางเดินที่เชื่อมระหว่าง Cinque Terre
ได้รับความเสียหายหนักพอสมควร ซึ่งในปัจจุบันก็ยังไม่เปิดให้บริการทุกเส้นทาง
เพราะเสี่ยงต่ออันตราย

ไม่รู้เราสองคนคิดถูกหรือผิดที่เดินทางมาที่นี่ด้วยรถยนต์
เพราะเส้นทางค่อนข้างลำบากมากๆ เป็นถนนเล็กๆ ลดเลี้ยวเคี้ยวคดบนภูเขาสูง
ทุกเมืองจะต้องขับรถดิ่งลงมาด้านล่าง

ตอนแรกเราสองคนตั้งใจว่าจะขับรถไล่จากเมือง Riomaggiare ไปจนถึง Monte Rosso al Mare
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เป็นดั่งใจหวัง เพราะที่จอดรถยนต์สำหรับที่นี่เป็นแค่พื้นที่บนเนินเขาเล็กๆ
ค่าจอดรถก็ค่อนข้างแพงมาก ชั่วโมงละ 2 ยูโร
สำหรับใครที่จะมาเที่ยวที่นี่แนะนำให้มาทางรถไฟ เนื่องจากจะมีสถานีเชื่อมระหว่างเมืองต่างๆ
ค่าบริการตลอดวันก็แค่ 10 ยูโรเท่านั้น
ที่สำคัญยังมีเรือเฟอรี่ไว้บริการสำหรับผู้ที่ต้องการชมวิวทางน้ำ แต่ค่าบริการค่อนข้างแพง
เที่ยวหนึ่งคนละ 27 ยูโร ไปกลับก็ 54 ยูโรไปแล้ว
นับว่าค่าครองชีพที่นี่สูงมากจริงๆ

หลังจากผิดหวังจาก Riomaggiore เพราะหาที่จอดรถไม่ได้
ขับกันมาอีกหนึ่งก็ถึงเมือง Manarola ที่นี่ยิ่งหนักกว่า ต้องจอดรถบนเนินเขา
และแคบแบบสุดๆ ตอนที่ที่รักต้องหลีกทางให้กับรถบัส น้องสมาร์ทไปชนเอากับกำแพง
เป็นรอยครูดกันเลยทีเดียว

เราเห็นที่รักเครียดๆ เลยชวนมุ่งหน้าไปยังเมือง Vernazza ก่อนเลยดีกว่า
ไม่ต้องเที่ยวตามลำดับตามแผนแล้วล่ะ เพราะดูท่าทางวันนี้เราสองคนจะไม่โชคดีนัก
ใครๆ ที่ได้มาเที่ยว Cinque Terre ต่างพากันบอกว่า Vernazza เป็นเมืองที่สวยที่สุด
ซึ่งเราก็ยอมรับว่าสวยจริงๆ โดยเฉพาะก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์โคลนถล่มในปี 2011


 
Vernazza จากมุมสูง ก่อนเกิดเหตุการณ์โคลนถล่ม
(ขอบคุณภาพสวยๆ จากอินเตอร์เน็ต)

Vernazza เป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านชาวประมงของ Cinque Torre
ที่คงเอกลักษณ์ไว้อย่างดีเยี่ยม เราสองคนตั้งใจว่าจะมาทานอาหารทะเลสดๆ ที่นี่ให้ได้
แล้วก็ได้ทานสมใจ แต่ไม่อยากจะบอกเลยว่า ราคาอาหารที่นี่
โดยเฉพาะร้านอาหารในจัตุรัสใจกลางเมือง อาจจะทำให้ท่านกระเป๋าฉีกเอาได้
ขนาดเราสองคนสั่งแค่สามอย่าง แถมเป็นเมนูที่ไม่ได้เริ่ดหรูมาก
ยังปาไปเป็น 100 ยูโร รวมค่าน้ำและค่าบริการ
เสียดายตอนสั่งอาหารนั่งอยู่ใต้ร่มที่มีสีส้ม ถ่ายอาหารแล้วมองไม่เห็นอะไรเลย

ถึงแม้ค่าครองชีพที่นี่จะค่อนข้างแพง แต่เสน่ห์ของที่นี่
ก็คือโขดหินเป็นริ้วๆ ที่เกิดจากการกัดเซาะของคลื่นและลม ธรรมชาติช่างสรรสร้าง
โบสถ์ริมน้ำที่ตั้งโดดเด่นตัดกับสีสันของอาคารบ้านเรือนที่นั่น
ทำให้ที่นี่ดูสวยงามมีเสน่ห์ขึ้นมาเป็นกอง

แม้วันนี้ Vernazza อาจจะยังคงมีร่องรอยจากการถูกโคลนถล่ม
โดยเฉพาะอาคารบ้านเรือน สีสันฉูดฉาดหายไปค่อนข้างเยอะ
แต่สีน้ำทะเลใสๆ เบื้อหน้า ก็ช่วยให้เมืองนี้ดูดีขึ้นมาในทันตา


Vernazza ณ ปัจจุบัน


ชายหาดด้านหน้าตัวเมือง


โบสถ์ริมน้ำ


โดดเด่นเป็นตระหง่าน


โขดหินเป็นริ้วๆ เสน่ห์ของที่นี่เชียวล่ะ


น้ำใสๆ ริมชายหาด


เรือ Kayak สำหรับบริการนักท่องเที่ยว


เรือโดยสาร Taxi จอดเรียงรายไว้ให้บริการ สีสันสดใสสุดๆ


ดำผุดดำว่าย เห็นแล้วอยากกระโจนลงไปด้วยร่วมด้วยคน


ปลาที่นี่ชุกชมเป็นที่สุด


ชอบบรรยากาศแนวนี้มาก


อีกมุม


อีกแนว


ทางเดินที่ท่าเทียบเรือโดยสาร






ร้านอาหารที่มีให้เห็นทั่วไป


ของตกแต่งแบบทานได้ น่ารักดี


ลานด้านหน้าท่าเทียบเรือโดยสาร


หินก้อนใหญ่ยักษ์ตั้งเรียงราย










น้ำทะเลสีฟ้า สวยจับใจ




อยากนั่งเรือแบบนี้จัง



โขดถูกกัดเซาะจากลมและคลื่นกลายเป็นริ้วๆ








ร้านอาหารบนมุมสูง เก๋ไก๋น่าดู


ชายหาดอีกฝั่ง




ปิดท้ายด้วยภาพมุมสูงจากบนยอดเขาฝั่งเมือง Corniglia

เดี๋ยวไดอารี่หน้าเราจะพาไปเที่ยวอีกหนึ่งเมืองใน Cinque Terre
นั่นก็คือ Corniglia นั่นเองค่ะ





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


why no make diary for eat... i want eat 

G
 05/09/2013 08:28:00