Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

5/8/2018
13/7/2018
19/6/2018
17/6/2018
6/6/2018
28/3/2018
12/12/2017
22/11/2017
10/11/2017
29/10/2017
12/10/2017
6/10/2017
6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_1987.asp ]  Page view: 10.838 Time
Country United States 9567 Peaple
9.567
Country Anonymous Proxy 480 Peaple
480
Country Thailand 199 Peaple
199
Country United Kingdom 133 Peaple
133
Country Denmark 127 Peaple
127
Country Italy 76 Peaple
76
Country China 74 Peaple
74
Country Germany 36 Peaple
36
Country Japan 21 Peaple
21
Country Asia/Pacific Region 14 Peaple
14
Country Norway 13 Peaple
13
Country Australia 12 Peaple
12
Country France 11 Peaple
11
Country Switzerland 10 Peaple
10
Country Sweden 8 Peaple
8
Country Netherlands 7 Peaple
7
Country India 6 Peaple
6
Country Ukraine 5 Peaple
5
Country Canada 5 Peaple
5
Country Austria 4 Peaple
4
Country Korea - Republic of 3 Peaple
3
Country Malaysia 3 Peaple
3
Country Moldova - Republic of 2 Peaple
2
Country Belgium 2 Peaple
2
Country New Zealand 2 Peaple
2
Country Saudi Arabia 2 Peaple
2
Country Serbia 2 Peaple
2
Country Singapore 2 Peaple
2
Country Spain 2 Peaple
2
Country Israel 1 Peaple
1
Country New Caledonia 1 Peaple
1
Country Poland 1 Peaple
1
Country Qatar 1 Peaple
1
Country Russian Federation 1 Peaple
1
Country Brazil 1 Peaple
1
Country Czech Republic 1 Peaple
1
Country Bangladesh 1 Peaple
1
Country Estonia 1 Peaple
1
Country Vietnam 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 06/09/2013 
Cinque Terra, Italy Part II : เที่ยว Corniglia 


Saturday, 31 August 2013 

Corniglia,Italy

อุณภูมิ 25 องศาเซลเซียส
แดดจ้าตลอดทั้งวัน

ต่อจากไดอารี่ก่อนหน้า
เราจะพาไปเที่ยวเมืองที่สามในห้าของ Cinque Terre
นั่นก็คือ Corniglia อ่านว่า คอร์นีเยีย
เมืองที่สามในห้าของ Cinque Terre
เป็นเมืองเดียวที่ไม่ได้มีทางเดินติดกับทะเล และชายหาดโดยตรง
เพราะที่ตั้งนั้นอยู่บนเขาและหน้าผาสูงชัน จะเห็นวิวของทะเลอยู่ด้านล่าง
เมืองนี้ถ้าไม่เดินทางมาด้วยรถยนต์ ก็ใช้วิธีเดินทางด้วยยรถไฟจากเมือง Vernazza
แต่สถานีรถไฟที่นี่จะอยู่ด้านล่าง เมื่อมาถึงสถานี Corniglia
จะต้องเดินขึ้นบันได 382 ขั้นกว่าจะถึงตัวเมือง
ซึ่งถือว่าเป็นบททดสอบอย่างหนัก ถ้าใครไม่แข็งแรงจริงไม่แนะนำเลยล่ะ
แต่ถ้าใครไม่ไหวจริงๆ ก็ไม่ต้องคิดหนัก เพราะที่นี่เค้ามี Shuttle Bus 
จากสถานีรถไฟไว้รับส่งผู้โดยสาร ส่วนค่าตั๋วไม่แน่ใจว่าราคาเท่าไหร่
เนื่องจากเราสองคนเดินทางมาด้วยรถยนต์ก็เสียค่าจอดรถชั่วโมงละ 2 ยูโร
เหมือนเมืองอื่นๆ ในแถบ Cinque Terre

ส่วนใครที่ชื่นชอบเดินป่า
ก็สามารถเดินทางผ่านเส้นทาง Blue Trail (Sentiero Blu) จากเมือง Vernazza 
ได้เช่นกัน หลังจากก่อนหน้าปิดเส้นทางนี้ค่อนข้างนาน
เนื่องจากได้รับผลกระทบอุทกภัยและโคลนถล่มในเดือน ตุลาคม 2554
ตอนนี้เปิดให้บริการตามปกติแล้วนะค่ะ
แต่ระยะทางก็หลายกิโลเมตรอยู่เหมือนกัน ใครไม่รักการเดินป่าจริงท่าทางจะไปไม่รอด
ไหนจะเนิน ไหนจะเขา ลดเลี้ยวเคี้ยวคด
แต่ถ้ามีเพื่อนเดินหลายๆ คนก็คงจะสนุก เพราะระหว่างทางที่เราสองคนมาที่นี่
ก็เห็นนักท่องเที่ยวพากันเดินป่ามาเป็นกลุ่มๆ 


วิวจากมุมสูง ด้านล่างเป็นตัวเมือง Corniglia

เมืองนี้ขึ้นเรื่องการทำไร่องุ่น และผลิตไวน์
ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำไร่ตามเชิงเขา โดยการขุดขั้นบันได จากนั้นปลูกพืชผักตามขั้นบันไดลงมา
ว่ากันว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของคนที่นี่ ที่เราเห็นแล้วยังตะลึง
แอบถามที่รักว่าจะลองซื้อไวน์กลับไปบ้านดีไหม ไหนๆ ก็มาถึงที่แล้ว
แต่ที่รักตอบกลับมาว่า "ก็รู้นี่ว่าที่รักไม่ดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์"
บอกแล้วว่าชายจีไม่เหมือนหนุ่มอิตาเลี่ยนทั่วไป ดื่มไวน์หน่อยเดียวก็เมาหน้าแดงตลอด
แต่ถ้ากาแฟหรือคาปูชิโน่ คุณชายเธอสู้ไม่ถอยค่ะ
เท่าไหร่เท่ากัน ก่อนนอน ดึกดื่นเที่ยงคืน คุณเธอก็ขาดกาแฟไม่ได้



ยังมีสายไฟระโยงระยางให้เห็นอยู่เลย

กลับมาๆ ตามไปเที่ยว Corniglia กันต่อ
เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ 
ถนนสายหลักในเมือง คือ Via Fieschi (ฟิเอสคิ)

มีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายเจลาโต้ ของที่ระลึก เหมือนเมืองอื่นๆ ใน Cinque Terre


ตรอกซอกซอยเล็กๆ เต็มไปโรงแรม ที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร

ระหว่างทางเดินจะเห็นร้านค้าที่ขายครก หลากหลายขนาด

ครกที่อิตาลีไม่ได้มีไว้ตำส้มตำหรือพริกแกง แต่จะมีไว้ตำซอสเพสโต้
ที่รักบอกว่าเมืองในแถบ Liguria มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของการทำเพสโต้
และส่งออกไปขายทั่วอิตาลี ตอนทานอาหารที่ Vernazza
เราบอกให้ที่รักสั่งพาสต้าซอสเพสโต้มาชิมสักจาน

ที่รักก็ดันไปสั่งพิซซ่ามาทานซะงั้น ส่วนเรามัวแต่ทานอาหารทะเล
จนไม่มีที่ว่างเหลือให้พาสต้าใดๆ ทั้งสิ้น
เลยอดชิมเลยว่ารสชาดเพสโต้ที่นี่จะอร่อยสมคำร่ำลือไหม
แต่คิดว่าไม่น่าจะพลาดเพราะเห็นนักท่องเที่ยวสั่งกันทุกโต๊ะ


ครกจ้า ครก


พริกขี้หนูก็มีขายนะ ยกต้นกันไปเลย


ร้านนี่ขายที่ระลึกน่ารักๆ แถมแมวก็น่ารักอีกต่างหาก


โบสถ์ใจกลางเมือง 

เดินขึ้นบันไดจากโบสถ์ขึ้นไป 
ก็จะจะถึงจุดชมวิว ชื่อ Santa Maria Belvedere
เป็นระเบียงกว้างๆ ให้เดินชมวิวสวยๆ ด้านล่าง
สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้ไกลไปจนถึงเมือง Manarola
เมืองที่สี่ในห้าของ Cinque Terre


Santa Maria Belvedere


ย้อนแสงไปหน่อย เลยมองเห็น Manarola ไม่ค่อยชัดนัก

มาถึงเมือง Corniglia ทั้งทีจะไม่เดินลงเขาซึ่งเป็นหน้าผาสูงชัน
ไปชมวิวทะเลสวยๆ ด้านล่าง ก็คงเหมือนมาไม่ถึงที่นี่
ระหว่างทางที่เดินบันไดลงไปน่าจะเป็นร้อยขั้นเหมือนกันนะ
ขาลงนี่เพลินมาก มีจุดพักชมวิวให้ได้ถ่ายรูปสวยๆ เป็นระยะๆ
แต่ขากลับนี่สิทำเอาเมื่อยขา เหงื่อท่วมตัวกันเลยทีเดียว


มองเห็น Monte Rosso al Mare อยู่ไกลลิบๆ


ทางเดินเป็นขั้นบันไดที่เกิดจากการขุดหิน


จุดชมวิวสวยๆ


ลงไปอีกหน่อยก็มีที่พักชมวิวอีกล่ะ


นั่งพักตรงนี้เย็นสบายจนแทบเคลิ้มหลับแน่ะ


ต้นราสเบอรี่ป่า มีให้เห็นตลอดทาง


มองลงไปด้านล่าง น้ำใสกิ๊ก


มีผู้ร่วมเฟรมโดยไม่ได้ตั้งใจ มาเห็นทีหลังนะเนี่ย


สวยจริงไรจริง


กิจกรรมหลัก อาบแดด ว่ายน้ำ พายเรือ ตกปลา


เรือหาปลาของชาวประมง


ทึ่งว่าเค้าขนเรือขึ้นมาได้งัย คงหนักน่าดู


สวยไหมล่ะ


สาวเจ้าช่างมีความพยายามมาก โขดหินสูงขนาดนั้นยังปีนขึ้นไปได้


จากจุดชมวิวอีกมุม


โขดหินกับน้ำทะเลสีสวยๆ 

อุตส่าห์รีบเดินรีบเที่ยวเมือง Corniglia เพราะตั้งใจว่า
จะแวะไปเมือง Manarola ซึ่งเป็นเมืองถัดไป 
และได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดของ Cinque Terre
แต่โชคก็ไม่เข้าข้างเราสองคน ตอนไปถึงที่นั่นที่จอดรถเต็มจนเกลี้ยง
เจ้าหน้าที่บอกว่าคงต้องรอนานหน่อยหรือไม่ก็ไปเมืองอื่นก่อน
เราสองคนเลยตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังเมืองสุดท้ายของ Cinque Terre
นั่นก็คือ Riomaggiore ที่นี่ก็ไม่ได้แตกต่างกันเลย
ที่จอดรถไม่เหลือให้เราสองคน

สุดท้ายเลยต้องพักทริป Cinque Terre ไว้เพียงแค่นี้
ที่รักบอกว่าเดี๋ยวฤดูใบไม้ร่วงช่วงใบไม้เปลี่ยนสี
ที่นี่จะสวยงามอลังการมากๆ ไม่แน่เราสองคนอาจจะมาเที่ยวช่วงนั้นอีกครั้ง
คราวหน้าคงจะมาให้ครบทุกเมือง โดยเฉพาะ Monte Rosso al  mare
เมืองแรกและใหญ่สุด ที่เราสองคนไม่สามารถไปถึง
เพราะเส้นทางปิดให้บริการเนื่องจากเสี่ยงต่อความปลอดภัย
ถ้าจะไปจริงๆ ต้องขับรถอ้อมไปร้อยกว่ากิโลเมตร ซึ่งถือว่าลำบากน่าดู
อย่างที่บอกมาเที่ยวที่นี่มาด้วยรถไฟจะสะดวกที่สุด
ที่สำคัญต้องมีเวลาหลายๆ วันในการเดินชมวิวทิวทัศน์
ยิ่งถ้าได้มีโอกาสเดินเขาตามทางเชื่อมของเมืองต่างๆ
รับรองว่าจะได้ภาพสวยๆ และความประทับใจกลับบ้านแน่นอน

แต่ถึงจะพลาดการชมวิวสวยๆ ของเมืองอื่นๆใน Cinque Terre ไป
ทริปนี้ของเราสองคนก็ยังไม่จบ 
จะไปที่ไหนกันต่อ ติดตามในไดอารี่ถัดไปนะค่ะ




New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


ภาพสวย ๆ เยอะแยะ แต่มาสะดุดตรง ครก กับพริกคุณมีน 555 ตลกตัวเองจัง 

JK.Spider
05/09/2013 23:27:00

ma dove vai? sei sempre fuori casa 

G
 05/09/2013 22:09:00