Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_2023.asp ]  Page view: 3.893 Time
Country United States 3128 Peaple
3.128
Country Thailand 207 Peaple
207
Country Anonymous Proxy 191 Peaple
191
Country China 64 Peaple
64
Country United Kingdom 52 Peaple
52
Country Germany 43 Peaple
43
Country Italy 36 Peaple
36
Country France 32 Peaple
32
Country Turkey 19 Peaple
19
Country Netherlands 14 Peaple
14
Country Australia 14 Peaple
14
Country Norway 10 Peaple
10
Country Russian Federation 10 Peaple
10
Country Vietnam 9 Peaple
9
Country Canada 9 Peaple
9
Country Sweden 7 Peaple
7
Country Denmark 6 Peaple
6
Country Hong Kong 6 Peaple
6
Country Ukraine 5 Peaple
5
Country New Zealand 4 Peaple
4
Country Estonia 4 Peaple
4
Country Belgium 3 Peaple
3
Country Switzerland 3 Peaple
3
Country Malaysia 3 Peaple
3
Country Lao People
2
Country Croatia 2 Peaple
2
Country Chile 2 Peaple
2
Country Austria 1 Peaple
1
Country Liechtenstein 1 Peaple
1
Country Japan 1 Peaple
1
Country Israel 1 Peaple
1
Country Moldova - Republic of 1 Peaple
1
Country New Caledonia 1 Peaple
1
Country Singapore 1 Peaple
1
Country Romania 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 23/12/2013 
Fog day in Chioggia 


Sunday ,22 ธันวาคม 2013 

Rimini,Italy

อุณภูมิ 7 องศาเซลเซียส
หมอกขาวโพลนตลอดทั้งวัน


ช่วงนี้หมอกถล่มอิตาลีสามวันติดต่อกัน
นับตั้งแต่วันเสาร์ ต่อเนื่องมาถึงวันนี้ ทั้งที่เป็นวันหยุดยาวช่วงเทศกาลคริสมาสต์
และขึ้นปีใหม่ แต่อากาศกลับย่ำแย่มาก
แทนที่ทุกคนจะได้เดินทางไปท่องเที่ยวยังเมืองต่างๆ
กลับกลายเป็นว่าต้องอยู่กับบ้านซะเป็นส่วนใหญ่

แต่ถึงอากาศจะไม่เป็นใจหมอกขาวโพลนจนแทบมองไม่เห็นอะไร
เราสองคนก็ยังหาเรื่องออกจากบ้านจนได้
จริงๆ เริ่มจากวันเสาร์ เราสองคนตั้งใจไปเที่ยวเมือง Assisi ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเรา
ประมาณ 250 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับเส้นทางไปโรม
ช่วงแรกๆที่เดินทางหมอกก็ยังจางๆ ก็เลยฝืนขับไปต่อ
แต่พอขับไปได้สัก 100 กว่ากิโลเมตร จากที่มองเห็นในระยะ 500 เมตร
กลับกลายเป็นมองเห็นแค่ไม่เกิน 5 เมตร ขนาดเปิดไฟตัดหมอกยังแทบมองไม่เห็นเส้นทาง
แถมยิ้งไกลก็ยิ่งอันตราย เพราะเส้นทางเป็นเขากับหุบเหวตลอดทาง
เราสองคนเลยตกลงกันว่า ควรจะเดินทางกลับเป็นดีที่สุด
วันนี้เลยเท่ากับว่า เสียค่าน้ำมันฟรี ที่สำคัญนั่งรถจนปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัวไปหมด
กลับถึงบ้านบ่ายสาม สลบคาที่

เช้าวันอาทิตย์ก็ยังไม่เข็ด ขนาดว่าหมอกขาวโพลนหนักกว่าเมื่อวาน
แต่ที่รักบอกว่าวันนี้เราจะเปลี่ยนเส้นทาง ไปเส้นทางเรียบที่ไร้ภูเขาและหุบเหว
นั่นก็คือเมือง Chioggia เมืองลูกของเวนิส เรียกว่าเดินทางอีกหน่อยก็ถึงเวนิสแล้วล่ะ
ตลอดเส้นทางจากบ้านเราไปยัง Chioogia ไม่มีเมืองไหนที่ไม่มีหมอกปกคลุม
เรียกว่าไม่มีโอกาสเห็นเดือนเห็นตะวันพอๆกัน


กำลังเข้าสู่เมือง Chioggia หมอกขาวโพลนไปหมด

ปกติเราสองคนมาเมืองนี้กันบ่อยๆ เพราะติดใจอาหารทะเลสดๆที่นี่
ทั้งนั่งทานที่ร้านอาหาร และซื้ออาหารทะเลสดๆ จากตลาดซีฟู๊ดของที่นี่ติดไม้ติดมือกลับบ้าน
มาถึงที่นี่ค่อนข้างเช้า ตลาดซีฟู๊ดยังไม่วาย เลยยังไม่ลดราคา
แต่ดีอย่างมีอาหารทะเลสดๆ ให้เลือกหลากหลายมากกว่าทุกครั้ง
ราคาแพงกว่าทุกครั้งที่ซื้อนิดหน่อย แต่พ่อค้าก็ใจดีลดราคาให้บ้าง
เราได้หอยแมลงภุ่สดๆ มา 4 กิโล และหอยกาบอีก 2 กิโล เผื่อมามี๊ด้วย
อุตส่าห์ขับรถมาไกลตั้ง 200 กว่ากิโลเมตรต้องเอาให้คุ้ม

ขนาดว่าวันนี้หมอกลงหนาจัด อากาศก็หนาวแบบสุดๆ
เพราะเมืองนี้เหมือนเกาะเล็กๆ มีทะเลล้อมรอบ ย่อมหนาวกว่าเมืองอื่นๆ อยู่แล้วล่ะ
ตั้งใจว่าจะอยู่ให้ถึงเที่ยงแล้วหาอาหารทะเลอร่อยๆ ทานกันที่นี่เหมือนทุกครั้ง
แต่วันนี้ตั้งใจว่าจะเปลี่ยนร้านอาหาร เพราะมาทีไรก็ทานแต่ร้านเดิมๆ
แถมครั้งล่าสุดเราไม่ประทับใจกับอาหารร้านเดิมมากนัก

วันนี้มีเวลาค่อนข้างเยอะ เลยเดินสำรวจร้านอาหารหลายๆร้าน
เรียกว่าลองเปรียบเทียบราคาไปในตัว แต่ละร้านราคาค่าอาหารค่อนข้างแตกต่างกัน
แต่เราสองคนพยายามเลือกร้านอาหารที่ดูสะอาดและคิดว่าอาหารน่าจะอร่อย
และแล้วในที่สุดเราก็หาร้านอาหารซึ่งอยู่ในซอยลึกเข้าไปหน่อย
แต่ใกล้กับท่าเทียบเรือชื่อว่า
 "Buona Pesce Tratoria"

แต่ช่วงที่เราสองคนเดินไปถึงร้านยังไม่เปิด ต้องรออีกครึ่งชั่วโมง
เลยชวนที่รักไปเดินซื้อของที่ระลึกกับถ่ายรูปนิดหน่อย
และแล้วก็ได้รูปมานิดหน่อยจริงๆ เพราะตากล้องหนาวจนมือสั่น
ไม่ยอมไปถ่ายรูปวิวด้วย บอกว่าไม่มีแดด รูปไม่สวย ที่สำคัญมาบ่อยเห็นจนชิน


 เมื่อ Chioggia กลายเป็นเมืองในหมอก


มองไปทางไหนก็เงียบๆ เหงาๆ


สะพานยังโล่ง ไร้ผู้คนแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


ใส่เสื้อแดงมาสู้กับหมอกคะวันนี้


บรรยากาศใกล้ๆ ท่าเทียบเรือ


ยิ้มสู้หนาว

เก็บภาพแค่สองสามภาพ คุณชายก็ชวนเข้าไปในร้านอาหาร
เรียกว่าเป็นลูกค้าสองรายแรกของรายเลยวันนี้
บรรยากาศในร้านดีมากๆ ตกแต่งได้สวยงาม สะอาดสะอาด
อุปกรณ์บนโต๊ะเพียบพร้อม โดยเฉพาะแก้วหลากหลายชนิด ถูดจัดเตรียมไว้พร้อม
สำหรับดื่มไวน์ น้ำเปล่าและเครื่องดื่มอื่นๆ

ที่สำคัญมาร้านนี้เราสองคนประทับใจมาก
มาถึงพนักงานก็มี Welcome Drink เป็นน้ำส้มสดๆ หวานอร่อยมาเสิร์ฟให้คนละแก้ว
จากนั้นก็ตามมาด้วยออร์เดิร์ฟ เป็นขนมปังกรอบๆ หน้ากุ้งที่ปรุงรสได้กลมกล่อมมากๆ
แต่ทางร้านจัดมาให้ทานแค่คนละชิ้น เราทานแล้วอร่อยติดใจ
เลยเรียกพนักงานมาว่า ขอสั่งแบบนี้อีกจาน แต่ทางร้านบอกว่านี่เป็นอภินันทนาการของทางร้าน
สำหรับลูกค้า ไม่ได้จำหน่าย แต่ก็ยังใจดียกมาเสิร์ฟเราอีกจาน
ประทับใจมากยิ่งขึ้นไปอีก


อุปกรณ์เต็มโต๊ะไปหมด

หลังจากเลือกดูเมนูอยู่นาน เพราะคิดไม่ตกว่าจะทานอะไรดี
เพราะทุกเมนูเป็นเมนูที่เราชอบทั้งนั้น
แต่สุดท้ายเราก็เลือกที่จะทาน Grigliata Mista นั่นคืออาหารทะเลย่าง
ส่วนที่รักเลือกเป็นสปาร์เก็ตตี้ซีฟู๊ด กับ หอยแมลงภู่อบไวน์
เมนูหลังนี่ขาดไม่ได้เลย เพราะมาถึงถิ่นหอยแมลงภู่ ไม่กินเหมือนมาไม่ถึง

ตอนอาหารจานแรกมาเสิร์ฟ เราแอบตกใจเล็กน้อย
เพราะอาหารจานใหญ่มาก แถมน่าทานทุกอย่าง โดยเฉพาะหอยเชลล์กับกุ้งตัวใหญ่ยักษ์
ปลาหมึกย่างก็ทั้งหอมและนุ่ม ที่รักแอบฉกไปทานนิดหน่อยทั้งที่ยังไม่ได้ถ่ายรูป


Grigliata Mista แสนอร่อยของเรา

ส่วนหน้าตาอาหารของที่รักก็น่าทานมาก
เสียดายถ่ายรูปไม่ได้ เพราะนั่งกันคนละฝั่ง แถมอุปกรณ์บนโต๊ะเยอะมาก
คุณชายก็ทานแบบไม่สนใจ อร่อยอยู่คนเดียว

ทานอาหารทะเลไป ดื่มไวน์ชนิดพิเศษสำหรับทานคู่กับอาหารทะเล
ไม่อยากบอกว่า มันอร่อยมว๊ากกก...
เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เราสองคนสั่งไวน์มาดื่ม เพราะปกติเป็นคนไม่ดื่มไวน์เลย
อาจจะมีจิบๆ แบบผสมน้ำบ้างเล็กน้อย ส่วนที่รักก็ดื่มนิดหน่อย
ดื่มเยอะเมาหน้าแดงตลอด 

ไวน์สำหรับทานคู่กับอาหารทะเล จะมีรสหวานนำ
ปริมาณแอลกอฮอล์ค่อนข้างน้อย แต่หวานน้อยกว่าไวน์ Moscata ที่ใช้ทานคู่กับของหวาน
เราเริ่มติดใจไวน์ชนิดนี้ ดื่มไปหลายจิบเลยวันนี้
จนที่รักแอบห้าม บอกว่าเราไม่เคยดื่มไวน์มาก่อน ระวังปวดท้อง


สลัดผักสดตบท้าย

จริงๆ อิ่มจากอาหารทะเลและสลัดผักสด
แต่ก็หักห้ามใจที่จะสั่งของหวานของร้านนี้มาชิมไม่ได้ 
เพราะตอนที่เดินเข้ามา ของหวานสารพัดชนิดที่โชว์อยู่ด้านหน้ามันดึงดูดใจเหลือเกิน
แต่กว่าจะตัดสินใจเลือกได้ก็ชั่งใจอยู่นาน
เพราะน่าทานทุกอย่าง ถ้าไม่เกรงใจหุ่นที่อ้วนตุ๊บอยู่ตอนนี้
คงสั่งมาทานหลายอย่างเลยล่ะ


ของหวานแสนอร่อย ด้านล่างเป็นเค้กนุ่มๆ ถูกซ้อนทับด้วยตัวครีมแบบอิตาเลี่ยน
นุ่มๆ หอมๆ และหวานน้อย ตรงกลางเป็นซอสราสเบอรี่กับผลเบอรี่สดๆ
อร่อยนุ่มลิ้น จนอยากทานอีกหลายๆ รอบ

หลังจากเช็คบิลค่าอาหารไม่อยากบอกเลยว่าประทับใจร้านนี้มาก
ทั้งค่าบริการ ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ถูกกว่าร้านเดิมตรงใจกลางเมืองที่เราเคยทานกัน
แต่คุณภาพและความอร่อยให้เต็มร้อยเลยทีเดียว
เป็นร้านที่เราสองคนต้องกลับมาทานอีกหลายๆ รอบแน่นอน

บ่ายๆ ก็เดินทางกลับบ้าน
ขากลับหมอกยังขาวโพลนตลอดทางเหมือนเดิม เผลอๆ หนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ
มาถึงรีบบึ่งไปบ้านมามี๊ก่อนเลย นำหอยแมลงภู่กับหอยกาบที่ซื้อติดไม้ติดมือมา
ไปฝากมามี๊ แบ่งๆ กันทาน

ค่ำๆ เราสองคนก็ยังเอร็ดอร่อยกับอาหารทะเลอีกรอบ
โดยเฉพาะหอยแมลงภู่อบไวน์ฝีมือตัวเอง อร่อยไม้แพ้ร้านอาหารใดๆ
 


หอยแมลงภู่อวบอ้วน สด หวาน อร่อยที่สุด

ส่วนวันนี้ก็ยังมีเมนูอาหารทะเลต่อเนื่องจากเมื่อวาน


ผัดกระเพราหอยกาบ


หอยทอดจานนี้ อร่อยลืมอ้วน

หมดไปอีกวันกับวันหยุดสุดสัปดาห์ของเราสองคน
ที่รักทำงานอีกสองวันก็จะได้หยุดอีกสองวัน 
วันคริสมาสต์เราสองคนต้องไปทานอาหารบ้านมามี๊กันล่ะ
ไว้ถ้ามีโอกาสจะเก็บบรรยากาศมาฝากกันนะคะ





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


เห็นอาหารแล้วน้ำลายไหล

amp
 26/12/2013 16:31:00

มีหมอกก็สวยไปอีกแบบนะคะน้องมีน  มาหยุดอยู่ตรงรูปอาหาร น่ากินจังเลยค่ะ 

maita
 23/12/2013 20:00:00