Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_2025.asp ]  Page view: 2.459 Time
Country United States 1831 Peaple
1.831
Country Thailand 202 Peaple
202
Country Anonymous Proxy 143 Peaple
143
Country China 56 Peaple
56
Country Italy 51 Peaple
51
Country Germany 24 Peaple
24
Country United Kingdom 23 Peaple
23
Country France 21 Peaple
21
Country Luxembourg 17 Peaple
17
Country Russian Federation 10 Peaple
10
Country Australia 10 Peaple
10
Country Canada 6 Peaple
6
Country Denmark 6 Peaple
6
Country Turkey 6 Peaple
6
Country Vietnam 5 Peaple
5
Country Netherlands 5 Peaple
5
Country Malaysia 4 Peaple
4
Country Norway 4 Peaple
4
Country Belgium 4 Peaple
4
Country Hong Kong 3 Peaple
3
Country Sweden 3 Peaple
3
Country Ukraine 3 Peaple
3
Country Ireland 3 Peaple
3
Country New Zealand 2 Peaple
2
Country Spain 2 Peaple
2
Country Japan 2 Peaple
2
Country Estonia 2 Peaple
2
Country Finland 2 Peaple
2
Country Croatia 2 Peaple
2
Country Brazil 1 Peaple
1
Country Austria 1 Peaple
1
Country Bahrain 1 Peaple
1
Country Lithuania 1 Peaple
1
Country India 1 Peaple
1
Country Moldova - Republic of 1 Peaple
1
Country New Caledonia 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 29/12/2013 
เที่ยวหอเอนปิซา( Pisa, Italy) หน้าหนาว 



Sunday ,27 ธันวาคม 2013 

Pisa,Italy

อุณภูมิ 14 องศาเซลเซียส
แดดจ้าตลอดทั้งวัน

ที่รักยังหยุดต่อเนื่องจากเทศกาลคริสมาสต์
เราสองคนก็เลยออกไปตะลอนแบบไม่ได้หยุดหย่อน
แต่ละที่ก็ขับรถไปกลับเกิน 500 กิโลเมตรแทบทั้งนั้น
มีแต่คนถามว่าไม่เหนื่อยกันบ้างรึงัย จริงๆ ก็อย่างบอกว่า "เหนื่อยนะ"
แต่เหนื่อยแบบมีความสุขมากกว่า

ขนาดวันนี้ไม่ได้ตั้งใจจะมาเมืองปิซาเลยสักนิด
เพราะที่รักบอกว่าจะพาไปดูหิมะที่ Balze ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านแค่ 50 กิโลเมตร
แต่พอไปถึงกลับไม่มีหิมะเลยสักแอะ ไหนๆ ก็ขึ้นเขามาไกลถึงขนาดนี้แล้ว
ที่รักบอกว่าขับไปอีกหน่อยก็ถึง Arezzo จากนั้นก็ขึ้น Autostrada ต่อไปยัง Firenze ได้เลย
เพราะกะว่าจะไปเยี่ยมพี่นุช หลังจากพี่นุชแต่งงานย้ายมาอยู่อิตาลีหลายเดือน
เราสองคนก็ยังไม่มีโอกาสแวะไปเยี่ยมสักที

ระหว่างทางกว่าจะถึง Arezzo เต็มไปด้วยภูเขาและโค้งนับพัน
ดีนะหลังๆ เราเริ่มชิน ไม่อ๊วกแบบเมื่อก่อนล่ะ
ที่สำคัญมีส้มแมนดารินหวานๆ ติดรถไปด้วย นั่งรถไปกินไป เลยไม่ค่อยจะเบื่อ
แต่บนภูเขาสูงแบบนี้สัญญาณโทรศัพท์ไม่ค่อยจะดีนัก
กว่าจะติดต่อพี่นุชได้ก็เกือบถึงเมือง Arezzo ล่ะ

แต่พอติดต่อได้พี่นุชกลับบอกว่ามาเล่นสกีบนภูเขาสูง
อยากให้เราสองคนตามไปที่นั่น แต่เราสองคนไม่ได้เตรียมตัว เสื้อผ้า ข้าวของอะไรก็ไม่มีติดรถ
เลยคิดว่าไว้โอกาสหน้าดีกว่า แต่ถึงพี่นุชไม่อยู่บ้าน เราสองคนก็ขับรถมุ่งหน้าไปยัง Firenze กันต่อ

แต่พอใกล้จะถึง Firenze คุณชายเธอกลับเปลี่ยนใจกระทันหัน
บอกว่า Firenze นักท่องเที่ยวเยอะ คนพลุกพล่าน เราขับรถต่อไปอีกหน่อยไป Pisa กันดีกว่า
หน่อยของคุณชายนี่ 100 กิโลเมตรเลยนะค่ะ

แต่วันนี้โชคดีที่ตัดสินใจมา Pisa เพราะที่นี่แดดจ้า
ในขณะที่หลายเมืองฝนตกหนัก ไม่เว้นแม้แต่เมืองที่เราอยู่
ขนาดเราสองคนมาถึงบ่ายสามกว่าๆ พระอาทิตย์ใกล้จะลาลับขอบฟ้าเข้าไปทุกที
แต่ยังมีแดดอ่อนๆ เป็นระยะๆ บางช่วงก็มีเมฆมาบดบังบ้างเล็กน้อย
จำได้ว่าเราสองคนมาเที่ยวปิซาล่าสุดเมื่อเดือนกันยายน
ตอนนั้นโชคดีมากมาถึงแดดเปรี้ยง ฟ้าใสกิ๊ก 



Battistero 

แต่ถึงวันนี้ช่วงที่เราสองคนมาถึงท้องฟ้าอาจจะไม่ใสกิ๊ก
แต่อย่างน้อยก็มีแดดกับอุณหภูมิ 14 องศา ทำเอาเราร้อนไปเลย
เพราะบ้านเราฝนตกอุณหภูมิสูงสุดแค่ 6 องศา เท่านั้น


เริ่มร้อนจนอยากถอดแจ็คแก็ตออก


มีเมฆบดบังเล็กน้อยแต่ก็ยังสวยเหมือนเดิม

มาปิซาทุกครั้งนักท่องเที่ยวก็เยอะตลอด
ไม่เว้นแม้แต่ฤดูหนาว จริงๆ เราอยากมาถ่ายรูปปิซาช่วงมีหิมะปกคลุม
แต่ท่าทางปีนี้จะไม่มีโอกาสได้เห็น เพราะจะปาไปปีใหม่แล้ว
อุณหภูมิยังค่อนข้างสูงอยู่เลย


เห็นหอเอนปิซากันไหม


มหาวิหารปิซา หรือ Duomo di Pisa


หามุมยากมาก มีคนแย่งซีนตลอด



ท่าบังคับ



ผลักๆ

เราเคยขึ้นไปชมวิวด้านบนของหอเอนปิซามาแล้ว
วันนี้เลยไม่ซื้อตั๋วขึ้นไปอีก เพราะราคาตั๋วก็ใช่ถูกๆ เก็บเงินไว้จ่ายค่าน้ำมันรถ
กับค่าทางด่วนดีกว่า ขอเดินเล่นชมวิวสวยๆ ด้านนอกแทนแล้วกัน


ซูมๆ


บางช่วงก็เมฆมากเชียว บดบังทัศนียภาพสวยๆ


ชอบลานหญ้าเขียวๆที่ปิซาที่สุด


ระยะไกล



ด้านหลังเป็นประตูทางเข้า Duomo

โชคดีมากที่ช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงเทศกาลคริสมาสต์และขึ้นปีใหม่
ทำให้วันนี้เราสองคนได้มีโอกาสเข้าไปชมความงามด้านในมหาวิหารปิซาอีกครั้ง
เพราะจำได้ว่าครั้งล่าสุดที่เข้าไปชมคือเมื่อสามปีก่อน
จากนั้นอีกหลายๆ ครั้งที่มาเที่ยวที่นี่ส่วนใหญ่มหาวิหารจะปิดไม่ให้เข้าชม


ด้านในมหาวิหารสวยงามอลังการ


จิตรกรรมสวยๆ บนยอดโดม


สถาปัตยกรรมงามๆ


ด้านหน้าแท่นบูชา


เพดานด้านบน


ทำจากทองคำแทบทั้งนั้น


มุมนี้ก็สวย

จริงๆ ภายในมหาวิหารมีมุมสวยๆ กับสถาปัตยกรรมงามๆ
ให้ชมกันอีกเยอะ ใครอยากเห็นด้วยตา อย่าลืมแวะมาเที่ยวที่นี่กันดูนะ
รับรองว่ามหาวิหารที่นี่สวยงามไม่แพ้มหาวิหารอื่นๆ แน่นอน

เดินชมภายในมหาวิหารกันได้สักพัก
ก็ออกมารับแดดอ่อนๆ ข้างนอกกันต่อ ช่วงนี้แดดเริ่มจ้าขึ้นมาหน่อย
ท้องฟ้าเริ่มใสกิ๊กขึ้นมาทีเดียว


เริ่มมีแดด


มุมนี้เป็นสุสาน สามารถซื้อตั๋วเข้าไปชมด้านในได้นะ



ออกจากมหาวิหารเราสองคนก็เข้ามาชมความงามด้านใน Battistero กันต่อ


ด้านใน Battistero

สำหรับที่นี่ใครอยากขึ้นไปเก็บภาพสวยๆ ด้านบน
ก็แค่เดินขึ้นบันไววนแคบๆ ขึ้นไปประมาณ 100-200 ขั้น
จากนั้นสามารถชมวิวสวยๆ จากด้านบน


ถ่ายลงมาด้านล่าง เห็นแท่นบูชา

จุดประสงค์ในการขึ้นมาด้านบนของ Battistero ก็เพื่อถ่ายภาพวิวสวยๆ
ของมหาวิหารและหอเอนปิซามากกว่า
เสียดายช่วงที่เราขึ้นไป ย้อนแสงนิดหน่อย ทำให้ดูเหมือนท้องฟ้ามืดมิด
ดีนะที่มหาวิหารกับหอเอนปิซาเป็นสีขาว ทำให้ดูสว่างขึ้นมานิด


วิวสวยๆ จากด้านบน


ชอบภาพแนวนี้


เห็นสถาปัตยกรรมสวยๆ แบบชัดขึ้น

หลังจากเดินลงมาจาก Battistero พระอาทิตย์ก็เริ่มตกดิน
ความมืดกำลังจะมาเยือน นั่นเป็นสัญญาณว่าเราสองคนควรจะเดินทางกลับบ้านได้แล้ว
เพราะต้องเดินทางไกลเกือบ 300 กิโลเมตร
ที่สำคัญเส้นทางนี้มีแต่ภูเขาและหุบเหว ถึงแม้จะเป็นทางด่วน แต่เป็นทางด่วนแบบสองเลน
ยิ่งช่วงนี้มีภาวะหมอกปกคลุม ขับรถกลางคืนค่อนข้างอันตรายมาก


สักภาพก่อนเดินทางกลับ

แต่กว่าจะเดินทางออกจากปิซาได้
เรามัวแต่รัวชัตเตอร์กับภาพสวยๆ ยามแสงอาทิตย์กระทบกับสิ่งก่อสร้าง
ทั้ง Battistero, Duomo และ หอเอนปิซา แล้วกลายเป็นสีเหลืองทอง
สวยงามเป็นที่สุด


ยามแสงอาทิตย์มากระทบ


เหลืออร่าม


สวยงามมาก

บอกที่รักไปแล้วว่ามีโอกาสอยากมาถ่ายรูปหอเอนปิซาช่วงมีหิมะปกคลุม
คงสวยงามแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
แต่จะมีโอกาสนั้นมั๊ย ต้องรอลุ้นกันอีกทีเนอะ




New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


ขอบคุณพี่พาเที่ยวค่ะ  

maita
 30/12/2013 13:33:00

สวยมากเลยค่ะ อยากไปทำท่าผลักบ้างจัง อิ อิ

นี
 29/12/2013 16:39:00

non è vero...
è la torre pendente di milano ed il duomo di milano
non conosci milano 

G
 28/12/2013 21:19:00

Che palle G

Questo e' duomo di Pisa non e' duomo di Milano 

มีน
 28/12/2013 21:17:00

ohhh il duomo di milaano :-)
che bello...

G
 28/12/2013 21:15:00