Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_2027.asp ]  Page view: 8.079 Time
Country United States 6970 Peaple
6.970
Country Anonymous Proxy 346 Peaple
346
Country Thailand 241 Peaple
241
Country China 180 Peaple
180
Country Germany 56 Peaple
56
Country Italy 56 Peaple
56
Country Romania 34 Peaple
34
Country United Kingdom 31 Peaple
31
Country France 29 Peaple
29
Country Australia 21 Peaple
21
Country Sweden 17 Peaple
17
Country Vietnam 13 Peaple
13
Country Russian Federation 10 Peaple
10
Country Canada 9 Peaple
9
Country Norway 8 Peaple
8
Country Netherlands 8 Peaple
8
Country Denmark 6 Peaple
6
Country Japan 5 Peaple
5
Country Poland 5 Peaple
5
Country Turkey 5 Peaple
5
Country Estonia 4 Peaple
4
Country Finland 3 Peaple
3
Country Austria 3 Peaple
3
Country New Zealand 3 Peaple
3
Country Mexico 2 Peaple
2
Country Argentina 2 Peaple
2
Country Hong Kong 2 Peaple
2
Country Hungary 1 Peaple
1
Country India 1 Peaple
1
Country Antigua and Barbuda 1 Peaple
1
Country Brazil 1 Peaple
1
Country Cambodia 1 Peaple
1
Country Moldova - Republic of 1 Peaple
1
Country Korea - Republic of 1 Peaple
1
Country New Caledonia 1 Peaple
1
Country Ukraine 1 Peaple
1
Country Singapore 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 02/01/2014 
New year trip in Padova(Padua, Italy) 


Wednesday ,1 January 2014

Padova,Italy

6 Celcius ,Sunny

ปีใหม่ปีนี้สำหรับเราเริ่มต้นไม่ค่อยดีนักเพราะป่วยข้ามปี
ตั้งแต่ช่วงคริสมาสต์ลากยาวมาจนถึงวันนี้
เป็นไข้หวัดครั้งแรกในรอบ 3 ปี เป็นทีถึงกับต้องนอนอยู่กับที่สองสามวันเลยทีเดียว
แต่ปีใหม่ทั้งทีก็อยากทำอะไรที่อยากทำ ไม่อยากนอนซมอยู่บนเตียง
ไม่งั้นเดี๋ยวจะต้องเป็นแบบนี้ทั้งนี้คงไม่ดีแน่ๆ

หลังจากทานยาอาการเริ่มดีขึ้น ช่วงสายๆ ของวันขึ้นปีใหม่
เราบอกที่รักว่าอยากไปเที่ยว Padova หรือ Padua ตามชื่อสากล
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมืองทางเหนือของอิตาลี
เราได้ยินชื่อเสียงของเมืองนี้มานาน โดยเฉพาะสถานที่สำคัญอย่างมหาวิหารซานโตนิโอ
หรือ Basilica di Sant'Antonio
ซึ่งเป็นมหาวิหารเก่าแก่และมีความสำคัญอีกแห่งหนึ่งของชาวคริสเตียน

นอกจากนั้น Padova ยังเป็นเมืองเก่าแก่อีกเมืองหนึ่งของอิตาลี
ที่มีชื่อเสียงไม่น้อยไปกว่าเมืองอื่นๆ ของอิตาลี เพราะในตัวเมืองนั้นเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้าง
ที่เป็นศุนย์กลางทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของประเทศ

Padova ห่างจากบ้านเราประมาณ  210 กิโลเมตร
มีทั้งเส้นทางธรรมดาและทางด่วน ขาไปเราสองคนเลือกเดินทางโดยทางด่วน
เพราะเริ่มต้นเดินทางค่อนข้างสาย กลัวไปถึงแล้วพระอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้าไปซะก่อน
เพราะวันนี้เป็นวันปีใหม่ที่อากาศดีจริงๆ ท้องฟ้าแจ่มใส ไม่มีเมฆมาบดบัง

ใช้เวลาสองชั่วโมงนิดๆ เราสองคนก็ไปถึงเมือง Padova
เนื่องจากเมืองนี้เป็นเมืองคนค่อนข้างใหญ่ เราสองคนเลยขับรถหลงกันอยู่พักใหญ่
กว่าจะไปถึงสถานที่สำคัญที่ตั้งใจมาเยือนโดนเฉพาะ

สถานที่แรกที่เราสองคนไปเยือนนั้่นคือ

 "ปราโต เดลลา วัลเล" (Prato della Valle)
หนึ่งในสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงและมีความงดงามมากแห่งหนึ่งของเมืองปาโดวา
เป็นหนึ่งในจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดใน อิตาลี และเป็นหนึ่งในจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรปอีกด้วย 


  
  ปราโต เดลลา วัลเล ถูกล้อมรอบด้วยคลองเล็กๆ และสวนกว้างใหญ่
ที่มีรูปปั้นของบุคคลที่มีชื่อเสียงกว่า 78 รูปปั้น ตั้งเรียงรายไปรอบๆคลองน้ำ
โดยรูปปั้นเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นโดย Andrea Memmo ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 


ช่วงที่เราสองคนมาถึงที่นี่ประมาณบ่ายสอง
ไม่อยากบอกเลยว่า อากาศดีมว๊ากกก จนแทบร้องว๊าว
โดยเฉพาะเวลาเห็นท้องฟ้าใสๆ สีน้ำทะเล
ถึงแม้อุณหภูมิจะไม่สูงมากนัก แต่ก็ทำให้เราลืมอาการป่วยไปได้ชั่วขณะ
เพราะมัวเพลิดเพลินกับการถ่ายรูปวิวสวยๆ โดยรอบนี่ละ


Prato della Valle


เก๋ๆ บนสะพาน


รู้สึกเหมือนตัวเองหายป่วยชั่วขณะ


สะพานข้ามคลอง


แชะๆ


ลั๊ลลามากทั้งที่ยังป่วย


แสงและเงา


Chiesa Santa Giustina โบสถ์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับ Prato della Valle


รูปปั้นบุคคลสำคัญโดยรอบ


รอบนอกเต็มไปด้วยร้านค้า ที่วันนี้พากันปิดหมด


รับแดดอุ่นๆ

แค่เดินรอบๆ จตุรัสก็สามารถเก็บภาพวิวสวยๆ มาฝากกันเพียบ
โชคดีช่วงที่เราสองคนมาถึงเป็นช่วงทานอาหารมื้อเที่ยง ผู้คนเลยบางตา
ทำให้เดินถ่ายรูปได้แบบสบายใจสุดๆ














ด้านหน้าเป็นตึก Commune



จาก Prato della Valle เดินไปอีกหน่อยก็จะถึงสถานที่สำคัญ
จุดมุ่งหมายของเราสองคนวันนี้ นั่นก็คือ
"Basilica di Sant'Antonio"
หรือที่รู้จักกันในชื่อ "มหาวิหารเซนต์แอนโทนี" (Basilica of Saint Anthony)
อีกหนึ่งคริสตจักรที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองปาโดวา โดยวิหารนั้นถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1232 - 1301
ตัวอาคารสร้างด้วยหินอ่อนที่มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมที่มีการผสมผสานระหว่างโกธิค-บาร็อค-โรมัน 


     ภายในมหาวิหารได้รับการตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังและงานประติมากรรมอื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก
ปัจจุบันมหาวิหารเซนต์แอนโทนีได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของนัก แสวงบุญจากทั่วทุกมุมโลก 


เสียดายช่วงนี้มหาวิหารกำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงซ่อมแซม
ทำให้ไม่สามารถมองเห็นความงดงามของมหาวิหารด้านนอกได้อย่างทั่วถึง


มหาวิหารด้านนอกแบบย้อนแสง


ด้านข้างบางส่วนกำลังถูกปรับปรุงซ่อมแซม


รูปปั้นทรงม้าด้านหน้า



ด้านหน้าถูกบดบังจนมองอะไรแทบไม่เห็น

ถึงแม้ด้านนอกจะมองไม่ค่อยเห็นความสวยงามมากนัก
แต่พอเข้าไปชมความงามด้านใน ทำเอาเราถึงกับอึ้งเลยทีเดียว
ขนาดตัวเองไม่ได้นับถือศาสนาคริสต์
แต่ตอนเข้าไปอยู่ด้านในมหาวิหาร สามารถรับรู้ได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์มากจริงๆ
เป็นมหาวิหารที่ทุกคนใช้ความเงียบ สงบในการเข้าชม
เรียกว่าแทบไม่มีเสียงดังเล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน ทั้งที่ผู้คนด้านในนับร้อย

เนื่องจากมหาวิหารแห่งนี้เป็นมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์จึงไม่อนุญาติให้ถ่ายรูปด้านใน
เลยไม่มีรูปมาฝากกัน เราจึงต้องใช้การจดจำให้ได้มากที่สุด
ความสวยงามด้านในของมหาวิหารแห่งนี้นอกจากผลงานชั้นครูอย่างไม้กางเขน
ฝีมือดอนนาเทลโล ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง
ทุกมุมของมหาวิหารยังเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่นับพันปี
โดยเฉพาะผลงานแกะสลักจากหินอ่อน เป็นรูปต่างๆ เป็นอะไรที่เราอึ้งมาก

สำหรับไอไลท์ของมหาวิหารแห่งนี้ นั่นคือ การได้มานั่งภาวนาต่อหน้าโลงศพของเซนต์แอนโธนี
ซึ่งคริสตศาสนิกชนถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องมาทำให้ได้ในชีวิตนี้
จากนั้นจะต้องไปดูอวัยวะของท่านที่เหลือมาจนถึงปัจจุบันได้แก่ ขากรรไกรล่าง ลิ้น ฟันและกล่องเสียง
ซึ่งนับอายุได้ราวๆ 800 ปี

สำหรับคนที่อยากรู้ว่าด้านในมหาวิหารสวยงามมากแค่ไหน
อยากให้ลองมาชมด้วยตาตัวเอง ขอบอกว่างดงามมากจริงๆ ส่วนตัวประทับใจมหาวิหารแห่งนี้มาก

ออกจากมหาวิหารเดินออกมาด้านนอก ท้องฟ้าก็ยังใสกิ๊ก


นกเยอะจริงไรจริง

ถึงแม้ภายในมหาวิหารจะถ่ายรูปไม่ได้
แต่รอบนอกสามารถถ่ายรูปได้ ช่วงนี้ยังมีภาพจำลองกำเนิดพระเยซูคริสต์
ให้ได้เข้าชม ซึ่งที่นี่จะจัดทำขึ้นทุกๆ ปี
แต่ละปีก็มีความสวยงามแตกต่างกันไป 


รูปแบบมหาวิหารจำลองแบบย่อส่วน


บริเวณรอบนอก

จากบริเวณ Inner Cloister เราสามารถเก็บภาพสวยๆ
ของมหาวิหารมาได้บางส่วน




อยากขึ้นไปบนหอคอยที่สุด





ซูมๆ ขึ้นไปบนยอดโดม


เครื่องบิน บินผ่านมาพอดี


หอคอยคู่ขนาด สูงใหญ่โดดเด่น

จริงๆ มีเวลาเหลือก่อนพระอาทิตย์ตกดิน
เรากะว่าจะไปเที่ยวสถานที่สำคัญของเมือง Padova ทั้ง Duomo
และบรรดาจตุรัสต่างๆ แต่คุณชายดันขับรถหลงทาง
ออกมารอบนอกซะงั้น แถมเราก็เริ่มมีอาการไอหนักมากขึ้น
เพราะอากาศเริ่มเย็นลง สุดท้ายที่รักเห็นควรว่าควรเดินทางกลับบ้านไปพักผ่อนจะดีกว่า
ไว้โอกาสหน้าค่อยมาเที่ยวที่นี่กันใหม่

แต่อย่างน้อยวันนี้เราก็สุขใจที่ได้มาเยือนสถานที่สำคัญๆ
ดังที่เราตั้งใจไว้เนิ่นนาน ถือว่าเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ เริ่มต้นการเดินทาง
เก็บเกี่ยวประสบการณ์ และเปิดโลกกว้าง 
และหวังว่าปีนี้จะเป็นปีที่ดีของเราสองคน ไม่ป่วยไม่ไข้
จะได้มีแรงไปเที่ยวที่สวยๆ ตามที่เราชอบกันต่อไป




New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


ทริปนี้นางแบบผอมลงเยอะเลยค่ะ 

maita
 17/01/2014 14:53:00

ดูน่าเทียวจังค่ะ ถ้ามีโอกาสก็อยากลองไปบ้างสักครั้ง

สวัสดีปีใหม่นะคะ หวังว่าจะยังทันนะ ^^

สายหมอกบนยอดหญ้า
08/01/2014 17:46:00

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้มีความสุข คิดอะไรสมความปรารถนะคะ :)

นี
 03/01/2014 11:41:00