Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_2043.asp ]  Page view: 1.632 Time
Country United States 1038 Peaple
1.038
Country China 148 Peaple
148
Country Thailand 143 Peaple
143
Country Anonymous Proxy 115 Peaple
115
Country Italy 41 Peaple
41
Country United Kingdom 28 Peaple
28
Country Germany 22 Peaple
22
Country France 16 Peaple
16
Country Norway 13 Peaple
13
Country Russian Federation 12 Peaple
12
Country Australia 10 Peaple
10
Country Denmark 7 Peaple
7
Country Netherlands 7 Peaple
7
Country Canada 6 Peaple
6
Country Hong Kong 3 Peaple
3
Country Japan 3 Peaple
3
Country Poland 3 Peaple
3
Country Vietnam 3 Peaple
3
Country Switzerland 2 Peaple
2
Country New Zealand 2 Peaple
2
Country Austria 2 Peaple
2
Country Brazil 1 Peaple
1
Country Antigua and Barbuda 1 Peaple
1
Country India 1 Peaple
1
Country Malaysia 1 Peaple
1
Country Moldova - Republic of 1 Peaple
1
Country Romania 1 Peaple
1
Country Saudi Arabia 1 Peaple
1
Country Sweden 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 26/02/2014 
Sunny Sunday Trip (Ferrara-Chioggia, Italy) Part: II  


Sunday ,23 February 2014

Chioggia,Italy

12 Celcius , Sunny

ต่อจากไดอารี่ก่อนหน้า
หลังจากถ่ายรูปด้านหน้าตัวเมืองจนพอใจก็ขับรถข้ามสะพาน
มุ่งตรงไปยังใจกลางเมือง และที่แน่ๆ คือร้านอาหารร้านประจำของเราสองคน
เพราะเวลานี้ก็บ่ายโมงกว่าๆ ท้องเริ่มร้องจ๊อกๆ แล้วล่ะ


ผ่านประตูเมืองเล็กๆ

วันนี้ใจกลางเมืองน่าจะมีการจัดงาน Carnival เล็กๆ
เพราะมีทั้งของเล่นเล็ก รวมถึงพวกกระดาษสีต่างๆ โปรยปรายเต็มถนนไปหมด
แต่ช่วงที่เราสองคนมาถึงคือเวลาอาหารกลางวัน
ทุกอย่างเลยหยุดชะงัก ทุกคนต่างอยู่ในร้านอาหาร ร้านกาแฟกันหมด


ของเล่นเด็กที่เราอยากนั่ง


บรรยากาศในตัวเมืองช่วงสายๆ

ไม่นานก็ถึงร้านอาหารประจำของเราสองคน
ตอนจอดรถมองเห็นคนกลุ่มหนึ่งประมาณสิบกว่าคนเดินเข้าไปในร้าน ไม่ถึงนาทีก็เดินออกมา
เราบอกที่รักว่าร้านอาหารเต็มแน่ๆ เพราะวันนี้นักท่องเที่ยวเยอะเหลือเกิน
อากาศดีขนาดนี้มีใครบ้างที่อยู่ติดบ้าน

แล้วก็จริงดังคาด พอเข้าไปถึงเจ้าของร้านอาหารก็บอกว่าโต๊ะเต็มหมด
เรากับที่รักรู้สึกผิดหวังอย่างแรง เพราะขับรถกันมาไกล 200 กว่ากิโลเมตร
เพื่อทานอาหารทะเลสดๆ แสนอร่อย เหมือนทุกครั้งที่เรามาทานกัน
แต่ไม่คิดว่าร้านอาหารจะเต็มได้ขนาดนี้

เจ้าของร้านเลยบอกว่าให้ไปเดินเล่นก่อน
อีกสักชั่วโมงสองชั่วโมงให้มาดูใหม่ แต่ที่รักหิวมากก็เลยต้องเข้าร้านกาแฟ
หาอะไรทานรองท้องไปก่อน แต่ก็ยังแอบหวังเล็กๆ ว่าอีกชั่วโมงจะมีโต๊ะว่างสำหรับเรา

ดื่มกาแฟกับทานขนมปังกันไปคนละชิ้น
ก็พากันเดินเล่นไปเรื่อย เจอร้านอาหารก็แวะเข้าไป แต่ปรากฎว่าเข้าไปกี่ร้านๆก็เต็มหมด
บางร้านมีลูกค้ายืนหน้าร้านรอเรียกคิวเป็นยี่สิบสามสิบคน
วันนี้เราสองคนโชคไม่ดีเรื่องกินเอาซะเลย


ตลาดปลา ตอนเรามาถึงปิดซะแล้ว เลยไม่มีอาหารทะเลสดๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้าน



คลองกลางเมืองกับสีสันของเมือง Chioggia


ท้องสะพานดูเตี้ยๆ แต่เรือก็ลอดผ่านได้นะ


มีสะพานข้ามคลองแบบนี้ทุกๆ 100 เมตร


ที่รักซูมซะหน้าบานเลย



โบสถ์เก่าแก่ริมน้ำ ภาพนี้ย้อนแสงแบบเต็มๆ



สองฝั่งคลอง


แวะถ่ายรูปไปเรื่อยๆ


สะพานข้ามคลองกับโบสถ์เล็กๆ


แสงและเงา

เนื่องจาก Chioggia  ถือว่าเป็นเมืองลูกของเวนิสเมืองหนึ่ง
ลักษณะภายในตัวเมืองและวิถีชีวิตเลยค่อนข้างคล้ายกัน
อาชีพหลักก็คือการประมง ที่นี่เลยมีอาหารทะเลสดๆ ให้ทานทั้งปี
ที่สำคัญเมืองนี้เป็นเมืองที่เลี้ยงหอยแมลงภู่แล้วส่งขายทั่วอิตาลีกันเลยทีเดียว
มาทีไรพวกเราต้องไม่พลาดเมนูหอยแมลงภู่อบไวน์
หอยแมลงภู่ที่นี่ตัวโต รสชาดหวาน อร่อย จนเราสองคนติดใจมาตลอด
วันนี้ที่รักตั้งใจเต็มที่ว่าจะมาทานหอยแมลงภู่อบไวน์ พูดมาตลอดทาง
แต่ก็ไม่มีโอกาสนั้น มันช่างน่าเศร้าจริงๆ

แต่ไหนๆ มาแล้วก็ลองย้อนกลับไปร้านเดิมอีกรอบ
เพราะเราสองคนก็เดินเล่นมาเกือบสองชั่วโมง คิดว่าคงมีโต๊ะว่างบ้างล่ะ
ที่ไหนได้พอไปถึงมีลูกค้ารอหน้าร้านอยู่อีกเพียบ
เจ้าของร้านออกมาขอโทษ บอกว่าโอกาสหน้าค่อยมาใหม่แล้วกันนะ
ทำเอาเราหงุดหงิดไปเลย แต่ในเมื่อทำอะไรไม่ได้
ก็เลยพากันไปซื้อแฮมเบอร์เกอร์ที่ร้านกาแฟทานกันคนละชิ้น อิ่มแบบไม่อร่อย
แต่ก็ถือว่าประทังชีวิต อย่างน้อยๆ ถึงเราโชคไม่ดีเรื่องอาหารการกิน
แต่วันนี้ก็โชคดีที่มาเจออากาศดีๆ ซึ่งนับครั้งได้ที่มาเมืองนี้แล้วจะเจอสภาพอากาศดีๆ เช่นนี้
ครั้งล่าสุดเมื่อสองเดือนก่อนหมอกขาวโพลนจนมองอะไรไม่เห็นเชียวล่ะ

อิ่่มท้อง รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย
เลยพากันไปเดินย่อยอาหารใกล้ๆ กับท่าเทียบเรือโดยสาร
และท่าเทียบเรือตำรวจนำ สำหรับใครที่จะเดินทางไปเวนิสทางเรือ
ตลอดจนเมืองเล็กเมืองน้อยอีกหลายเมือง สามารถขึ้นเรือจากที่นี่ได้เช่นกัน
แต่สำหรับใจกลางเมืองเวนิสจะต้องไปต่อเรือที่ลิโด้อีกต่อหนึ่ง


บรรยากาศริมท่าเทียบเรือ



บนสะพานมีแต่คนยืนชมวิว


มาถ่ายแบบค่ะวันนี้ อิอิ


สำนักงานตำรวจน้ำ


สะพานรูปแบบใหม่ใหญ่โตกว่าสะพานข้ามคลอง

วันนี้ที่ท่าเทียบเรือนกทะเลเยอะมาก
ทำเอาถูกใจคนชอบถ่ายรูปนกอย่างเราแบบสุดๆ เรียกว่ารัวชัตเตอร์เลยก็ว่าได้
ถ่ายมาเป็นร้อยรูป อยากเอามาลงมันทุกรูปเลยทีเดียว
แต่เดี๋ยวจะเบื่อกันก่อน เอาแค่หอมปากหอมคอก็พอเนอะ


นกอาบแดด


ชอบรูปนี้ให้ความรู้สึกเหมือนรูปวาด


ทั้งบิน ทั้งโฉบ ทั้งลอยตัวบนผิวน้ำ


ยามเรือโดยสารแล่นผ่าน


รู้สึกเหมือนพวกเค้าสนุกสนานร่าเริงกันมาก


ผิวน้ำเป็นคลื่น สวยดี



บนบกเป็นถิ่นของนกพิราบ


โดดเด่นอยู่คนเดียวเลยนะ




เลียนแบบนกบ้างไรบ้าง



บ่ายๆ เราสองคนก็เดินทางกลับบ้าน
ตลอดทางอากาศก็ยังดีมากเหมือนเดิม แต่พอใกล้บ้านเรา
ถนนอีกเลนปรากฎว่ารถติดยาวเหยียด เนื่องจากวันนี้มีการจัดงาน Carnival หลายเมือง
โดยเฉพาะที่ Fano กับประเทศ San Marino ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเรามากนัก
ทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาเที่ยวกันที่นี่ ช่วงเย็นเดินทางกลับบ้าน
รถเลยติดเป็นแพ แต่เราโชคดีเพราะสวนทางกัน

หมดไปอีกทริปฉบับวันหยุดที่อากาศดีๆ
ทริปหน้าจะพาไปเที่ยวไหนยังไม่รู้เลย แต่ที่แน่ๆ วันไหนอากาศดีแล้วเราเจอกัน




New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


non ho capito la prima photo
perche tu non voli? 

G
 26/02/2014 12:22:00