Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_2063.asp ]  Page view: 2.533 Time
Country United States 1399 Peaple
1.399
Country China 501 Peaple
501
Country Thailand 177 Peaple
177
Country Anonymous Proxy 174 Peaple
174
Country Germany 58 Peaple
58
Country Italy 54 Peaple
54
Country France 34 Peaple
34
Country United Kingdom 28 Peaple
28
Country Russian Federation 20 Peaple
20
Country Australia 16 Peaple
16
Country Canada 8 Peaple
8
Country Norway 8 Peaple
8
Country Denmark 7 Peaple
7
Country Sweden 6 Peaple
6
Country Netherlands 5 Peaple
5
Country Poland 4 Peaple
4
Country Israel 4 Peaple
4
Country Japan 4 Peaple
4
Country Malaysia 2 Peaple
2
Country Hong Kong 2 Peaple
2
Country Bahrain 2 Peaple
2
Country Belgium 2 Peaple
2
Country Spain 2 Peaple
2
Country United Arab Emirates 2 Peaple
2
Country Portugal 2 Peaple
2
Country Romania 1 Peaple
1
Country New Caledonia 1 Peaple
1
Country New Zealand 1 Peaple
1
Country Slovenia 1 Peaple
1
Country Turkey 1 Peaple
1
Country Switzerland 1 Peaple
1
Country Brazil 1 Peaple
1
Country India 1 Peaple
1
Country Indonesia 1 Peaple
1
Country Moldova - Republic of 1 Peaple
1
Country Monaco 1 Peaple
1
Country Mongolia 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 02/05/2014 
เที่ยวเวนิสวันแรงงาน Part : I 


Thursday ,1 May 2014

Venice,Italy

24 Celcius , Mostly Sunny

วันแรงงานทั้งทีคนใช้แรงงานอย่างพวกเราก็แสนจะดีใจ
ได้หยุดกับเค้าหนึ่งวัน จริงๆ ไม่เกี่ยวกับเราเลยเพราะงานแม่บ้านไม่มีวันหยุด
แต่ในเมื่อที่รักหยุดเราก็พลอยได้หยุดไปด้วย เพราะรู้แน่ว่าวันนี้ไม่ได้อยู่ติดบ้านแน่นอน


ลูกสาวแสนสวยบานต้อนรับวันแรงงาน

จริงๆ วันนี้ที่รักตั้งใจว่าจะพาไปทานอาหารทะเลร้านประจำที่เมือง Chioggia
หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องขับรถไปทานอาหารไกลเกือบ 300 กิโลเมตรจากบ้าน
ทั้งที่บ้านเราอยู่ติดทะเล ร้านอาหารเต็มไปหมด
ไม่อยากจะบอกเลยว่าเราไม่เคยทานอาหารที่ร้านอาหารเมืองเราเองเลยสักครั้ง
ไม่รู้เลยว่าร้านไหนอร่อยไม่อร่อย ร้านไหนแพงไม่แพง
เพราะด้วยความที่เราสองคนชอบเดินทางท่องเที่ยว เลยรู้แหล่งร้านอาหารอร่อยๆเมืองอื่นมากกว่า

เราสองคนตั้งใจขับรถกันไปเรื่อย กะว่าให้ถึง Chioggia ช่วงเที่ยงพอดี
ระหว่างทางก็ขับแบบสบายๆ รถไม่ติด วันหยุดแบบนี้ผู้คนตื่นสาย กว่าจะออกเดินทางท่องเที่ยวกันรถ
ก็ปาไปช่วงบ่าย ส่วนเราสองคนชอบสวนกระแส ยิ่งวันหยุดยิ่งตื่นเช้า
เดินทางก่อนใคร รถไม่ติดสบายใจมากกว่า

ไม่อยากจะบอกเลยว่าวันนี้เราสองคนไม่ได้พกดวงมาด้วย
พอขับเข้าใกล้เมือง Chioggia รถบนถนนก็เริ่มติดยาวเหยียด ที่ไหนได้วันนี้มีการจัดเทศกาลอะไรสักอย่างในเมือง
ปิดถนนห้ามเข้า นักท่องเที่ยวต้องไปจอดรถห่างจากตัวเมือง 2-3 กิโลเมตรแล้วเดินเข้ามา
ตอนแรกเราก็วนหาที่จอดรถอยู่พักใหญ่ แต่เทศกาลแบบนี้ยังงัยก็เต็ม
สุดท้ายเลยต้องออกจากเมืองแบบคอตก ที่รักเศร้ามากเธอตั้งใจมาทานอาหารอร่อยๆแบบเต็มที่

ไหนๆ มาไกลขนาดนี้แล้วก็ขับรถต่อไปอีกหน่อยประมาณ 40 กิโลเมตรก็ถึงเวนิส
เรียกว่าต้องเสี่ยงดวงอีกเช่นเคย เพราะสายขนาดนี้ที่จอดรถในเวนิสคงเต็มหมด
แล้วก็เป็นจริงดังคาด ก่อนเข้าตัวเมืองเวนิสรถติดอย่างหนักเกือบ 20 กิโลเมตร
เสียเวลากันอยู่นานกว่าจะขับมาถึง Piazzale Roma สถานที่จอดรถและขึ้นเรือเทียบท่า
แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้างในที่สุดเราสองคนก็โชคดีได้ที่จอดรถ
เพราะมีคนขับออกพอดี ดีใจจนน้ำตาแทบไหล ไม่ต้องขับรถกลับบ้านฟรีๆ แล้ว

เราจ่ายเงินค่าจอดรถไว้ 6 ชั่วโมงเต็ม ตั้งใจว่าจะเดินเที่ยวให้เต็มที่
จากนั้นก็เดินไปซื้อตั๋วเรือสำหรับเดินทางไปยัง Piazza San Marco ใจกลางเมืองเวนิส
เราสองคนซื้อตั๋วในราคาสำหรับคนอิตาเลี่ยน
แต่สำหรับนักท่องเที่ยวแนะนำให้ซื้อตั๋ววันพร้อมกับค่าเข้าชมโบสถ์และสถานที่สำคัญอื่นๆในใจกลางเมือง
เสร็จสรรพราคา 24.50 ยูโร ซึ่งถูกและเป็นการไม่เสียเวลาไปต่อคิวซื้อตั๋วหน้างาน
สำหรับเราสองคนเคยเข้าชมมาหมดแล้วเลยไม่สนใจในส่วนนั้น


คิดถึงเวนิสไม่ได้มาเที่ยวพักใหญ่เลย


ระหว่างรอเรือ

ไม่อยากบอกเลยว่าวันนี้พลาดอีกรอบ
ปกติเรือสำหรับไปใจกลางเมืองเวนิส จะมีด้วยกันสองสายคือเข้าไปด้านใน
กับอีกสายออกรอบนอกเวนิส แล้ววกกลับเข้ามาที่ใจกลางเมือง
ด้วยความรีบร้อนเราไม่ได้เส้นทางการเดินเรือ ปรากฎว่าขึ้นเรือผิด
ดันขึ้นเรือที่ออกไปรอบนอกเวนิส จากที่ตั้งใจว่าจะเก็บภาพสวยๆ ของเมืองเวนิสระหว่างนั่งเรือเหมือนทุกครั้ง
คราวนี้เลยได้แต่นั่งดูน้ำทะเลแทน ที่รักบอกนี่มันบ้านนอกของเวนิสชัดๆ


กำลังออกเดินทาง


วิวสองข้างทาง


รอบนอกของเวนิส

ใช้เวลานั่งเรือ 45 นาที ในที่สุดก็มาถึงท่าเทียบเรือ San Marco-Saccaria
ซึ่งต้องเดินข้ามสะพานอีกสองสามสะพานกว่าจะถึง Piazza San Marco หรือใจกลางเมืองเวนิส


ลงจากเรือก็เริ่มเห็นผู้คนแบบล้นหลาม


ทุกสะพานเต็มเอี๊ยดไปด้วยผู้คน


น้ำทะเลไม่ค่อยใสมาก เพราะฝนตกหนักติดต่อกันมาหลายวัน

โชคดีหน่อยมาถึงเวนิสอากาศเริ่มดี ท้องฟ้าสดใส
แต่เรากลับรู้สึกร้อนมาก เพราะเวนิสวันนี้เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว แทบไม่มีที่ยืนที่เดิน
บนสะพานแทบไม่ต้องเดินมีคนผลักไปข้างหน้าโดยอัตโนมัติ


พยายามเลี่ยงผู้คนสุดฤทธิ์


เริ่มเข้าใกล้ Piazza San Marco

ยิ่งเดินเข้าใกล้ Piazza San Marco มากขึ้นเท่าไหร่
ผู้คนก็เริ่มล้นหลามมากขึ้น เราแทบจับกล้องขึ้นมาถ่ายรูปวิวสวยๆ ไม่ได้เลย
เล็งแต่ละทีไม่ต้องคิดหาโฟกัส เดี๋ยวคนนี้เดินผ่าน คนนี้กระแทก
ส่วนตากล้องของเราเริ่มอารมณ์เสีย เพราะไม่ชอบสถานที่คนเยอะๆ
วันนี้เลยไม่มีอารมณ์ถ่ายรูปให้นางแบบเลย

ไม่นานเราสองคนก็เดินมาถึง Bridge od Sighs หรือสะพานแห่งลมหายใจ
หนึ่งในสะพานที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองเวนิส 
สะพานแห่งนี้มาทีไรผู้คนก็ล้นหลามเช่นทุกครั้ง ไม่เว้นแม้แต่เราสองคนมาทีไร
ก็ต้องแวะมาที่นี่เช่นกัน ชอบเดินขึ้นไปบนสะพานแล้วมองเรือกอนโดล่าที่ลอดผ่านสะพานนี้


Bridge od Sighs หรือสะพานแห่งลมหายใจ


เรือกอนโดล่ากำลังลอดผ่านสะพานแห่งลมหายใจ


วิวสวยๆ จากบนสะพาน

แอบไปสอบถามราคาค่านั่งเรือกอนโดล่า ปรากฎว่าวันนี้แพงมาก
ครั้งล่าสุดที่พวกเรามาเที่ยวกัน 20 นาที 120 ยูโร
แต่วันนี้ 20 นาที 150 ยูโร แถมต้องแชร์กับคนอื่นๆ ถ้าเหมาลำแค่สองคนก็จ่ายเพิ่มมากขึ้น
สำหรับเราเฉยๆ นะไม่ได้รู้สึกอยากนั่งเรือกอนโดล่า ตั้งแต่สมัยมาเที่ยวอิตาลีครั้งแรก
เมื่อ 7 ปีก่อน ตอนนั้นยังถูกๆ ไม่เกิน 100 ยูโรด้วยซ้ำ
แต่สำหรับเราคิดว่ามันแพงไป สามารถเก็บเงินส่วนนั้นไว้กินไว้เที่ยวสถานที่อื่นๆ ได้อีก
แต่เรื่องแบบนี้แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลด้วยล่ะ
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็ยินดีที่จะจ่ายเพราะคิดว่าเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต


ค่าบริการต่อเที่ยว 20 นาที 150 ยูโร รวยเมื่อไหร่จะไปใช้บริการแล้วกันนะ


ลอดสะพานผ่านคูคลอง ฮอตฮิตมากสำหรับที่นี่


Palazzo Ducale ดูเอาแล้วกันว่าคนเยอะขนาดไหน


Campanile di San Marco หอคอยแห่งเมืองเวนิส

เนื่องจากวันนี้คนเยอะมาก ที่รักก็อารมณ์ไม่ดี

เราเลยไม่ได้เดินต่อไปยัง Duomo เลยขอเดินเก็บภาพใกล้ๆ ท่าเทียบเรือ Gondola แทน


Gondola สัญลักษณ์ของเมืองเวนิส


น้ำล้นเชียววันนี้

เราเห็นที่รักอารมณ์ไม่ค่อยดี ไม่รู้สึกสนุกกับการท่องเที่ยวเมืองเวนิสวันนี้
ก็เลยชวนที่รักกลับบ้านดีกว่า ทั้งที่เพิ่งเดินได้ชั่วโมงกว่าๆ
ก่อนกลับเลยขอให้ที่รักช่วยถ่ายรูปให้หน่อย ที่รักถ่ายให้แต่ก็แบบเอียงๆ 
เพราะจะถ่ายแต่ละทีคนโน้นคนนี้ก็วิ่งมาตัดหน้าตัดหลัง
ทำเอาตากล้องอารมณ์เสียมากขึ้นไปอีก ทำเอาเราเซ็งไปด้วย


ด้านหน้าสะพานแห่งลมหายใจ


นางแบบเซ็งยิ้มแหยๆ แล้วล่ะ

ทริปนี้ของเราสองคนยังไม่จบ เดี๋ยวมาต่อไดอารี่หน้านะคะ




New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


ถึง พี่แขก

เวนิสอากาศร้อนค่ะ ทะลุ 24 องศา คนเยอะเหงื่อโชกเลยทีเดียว

กอนโดลามีนก็ไม่คิดจะนั่งเหมือนกันค่ะ แพงเกิน เสียดายเงินเก็บไว้เที่ยวที่อื่นดีกว่า

มีน
 06/05/2014 21:04:00

ฝันเลยคะน้องมีน อยากไปมาก แต่เห็นค่าเรือแจวแล้ว ไม่ไหวอ่ะ นั่งดูดีกว่า อากาศที่นันหนาวหรือเปล่าคะ ดูจากในภาพแล้ว ท่าจะอากาศดีมาก ๆ

พี่แขก
 06/05/2014 20:56:00

พี่แขก
 06/05/2014 20:54:00

ขอบอกว่าชอบวิวบ้านนอกเวนิสมากเลยค่ะ  สงสัยเพราะเป็นคนบ้านนอก อิอิ

maita
 05/05/2014 23:24:00

quest città la conosco: à ferrara 

G
 02/05/2014 13:49:00