Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_2067.asp ]  Page view: 2.518 Time
Country United States 1499 Peaple
1.499
Country Thailand 343 Peaple
343
Country Anonymous Proxy 215 Peaple
215
Country China 145 Peaple
145
Country Germany 56 Peaple
56
Country Italy 46 Peaple
46
Country United Kingdom 31 Peaple
31
Country Netherlands 24 Peaple
24
Country Australia 24 Peaple
24
Country France 21 Peaple
21
Country Luxembourg 15 Peaple
15
Country Russian Federation 12 Peaple
12
Country Belgium 10 Peaple
10
Country Denmark 9 Peaple
9
Country Hong Kong 9 Peaple
9
Country Canada 8 Peaple
8
Country Sweden 6 Peaple
6
Country Switzerland 6 Peaple
6
Country Japan 5 Peaple
5
Country New Zealand 4 Peaple
4
Country Norway 4 Peaple
4
Country India 3 Peaple
3
Country Ireland 2 Peaple
2
Country Israel 2 Peaple
2
Country Austria 2 Peaple
2
Country Portugal 2 Peaple
2
Country Qatar 2 Peaple
2
Country Romania 1 Peaple
1
Country Malaysia 1 Peaple
1
Country Moldova - Republic of 1 Peaple
1
Country New Caledonia 1 Peaple
1
Country Singapore 1 Peaple
1
Country Spain 1 Peaple
1
Country Ukraine 1 Peaple
1
Country Antigua and Barbuda 1 Peaple
1
Country Cayman Islands 1 Peaple
1
Country Chile 1 Peaple
1
Country Korea - Republic of 1 Peaple
1
Country Estonia 1 Peaple
1
Country Vietnam 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 15/05/2014 
เที่ยว Keukenhof สวนดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Part I 


Wednesday ,14 May 2014

Keukenhof,Holland

12 Celcius , Mostly Cloudy

ตั้งใจไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วว่าปีนี้เราสองคนจะไปเยือน  Keukenhof
สวนดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ประเทศฮอลแลนด์ อีกสักครั้ง
หลังจากปีที่แล้วได้มีโอกาสไปเที่ยวแล้วติดใจในความสวยงามของสวนดอกไม้แห่งนี้
โดยเฉพาะทิวลิปดอกไม้ขึ้นชื่อของประเทศฮอลแลนด์ สวยงามประทับใจไม่รู้ลืม

หลังจากเช็คข้อมูลปีนี้ส่วนเปิดตั้งแต่วันที่ 20/03-18/05 ซึ่งปกติสวนแห่งนี้
จะเปิดให้บริการในแต่ละปีแค่ 2 เดือน ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ
เราตั้งใจว่าจะไปเที่ยวที่นี่ประมาณปลายเดือนเมษา เลยเริ่มหาตั๋วเครื่องบินตั้งแต่กลางมีนา
ปรากฎว่าตั๋วเครื่องบินไปฮอลแลนด์ช่วงเดือนเมษาเป็นอะไรที่แพงมาก
ขนาดสายการบิน Low Cost ขั้นต่ำสองคน 500 ยูโรขึ้นไป
ส่วนสายการบินแห่งชาติอื่นๆ ไม่ต้องพูดถึงเกือบพันยูโรแทบทั้งนั้น
ซึ่งราคานี้เราสองคนสามารถซื้อตั๋วกลับไทยได้อย่างสบายๆ

หลังจากพยายามเสิร์ชหาตั๋วอยู่หลายวัน
ในที่สุดก็ไปเจอสายการบิน EasyJet สายการบิน Low Cost ของอิตาลี
ซึ่งบินจากมิลานไปฮอลแลนด์ในช่วงวันที่ 13-15/05 ราคาค่อนข้างถูก
แต่ติดที่บ้านเราอยู่ห่างจากมิลานถึง 400 กิโลเมตร และเครื่องออกจากสนามบิน Mulpensa
ในช่วงเช้าถึงฮอลแลนด์ประมาณ 8.00 น. 
เลยลองปรึกษากับที่รักว่าจะจองตั๋วกันดีไหม ตอนแรกที่รักไม่เห็นด้วยเลย
บอกต้องไปขึ้นเครื่องไกล กว่าเราจะขับรถไปสนามบิน Mulpensa ซึ่งห่างจากมิลานไปอีก 80 กิโลเมตร
ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง นั่นหมายถึงคืนนั้นทั้งนั้นเราสองคนไม่ต้องนอนกันเลย

ในเมื่อที่รักไม่เห็นด้วยก็พยายามหาตั๋วใหม่
แต่หายังงัยก็ยังแพงลิบลิ่วไปจนถึงต้นพฤษภาคมอยู่ดี 
สุดท้ายที่รักคงทนเห็นเราบ่นว่าอยากไปสวนทิวลิปทุกวันไม่ไหว
เลยตกลงใจซื้อตั๋ว EasyJet ไปล่วงหน้าเดือนกว่าๆ

ระหว่างรอเป็นช่วงที่เรารู้สึกทรมานมาก
นั่งดูรูปดอกไม้จากอินเตอร์เน็ตที่นักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมแล้วโพสให้ชมกันทุกวัน
วันละหลายๆ ร้อยรูป ยิ่งปีนี้ Keukenhof มีกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 90 ปี ด้วยแล้ว
มั่นใจได้เลยว่าต้องสวยมาก แต่เรื่องสภาพอากาศนี่สิ คาดเดาล่วงหน้าไม่ได้เลย
เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องสภาพอากาศแปรปรวนเป็นที่สุด

เราสองคนซื้อตั๋วสำหรับเข้าชมสวนทางเว็บไซด์ของ Keukenhof
เหมือนปีที่ผ่านมา เป็นตั๋วเข้าชมพร้อมตั๋วรสบัสไปกลับจากสนามบิน ในราคาคนละ 23 ยูโร
เพราะไม่อยากไปต่อแถวเข้าคิวซื้อตั๋วหน้าสวนซึ่งใครๆ ก็รู้กันว่ายาวเหยียดสุดๆ
หากใครมีโอกาสไปเที่ยวแนะนำให้ซื้อตั๋วล่วงหน้าทางอินเตอร์เน็ตดีที่สุด
แค่ปริ้นตั๋วไป จากนั้นเจ้าหน้าที่จะยิงบาร์โค้ดก็สามารถเดินเข้าสวนได้เลย

และแล้ววันที่เราสองคนรอคอยก็มาถึง
ช่วงเช้าเราสองคนต้องเดินทางไปศาลเกี่ยวกับคดีเพื่อนบ้านเลวๆ
หลังจากได้รับจดหมายจากทางศาลเพื่อสอบสวนคดี
อุตส่าห์ไปกันตามนัด แต่ปรากฎว่าเพื่อนบ้านเลวๆ กับทนายดันไม่มาตามนัด
ทำให้เราสองคนพร้อมทนายความเสียเวลาไปหลายชั่วโมง
ซึ่งศาลจะทำการนัดหมายใหม่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน

กลับจากศาล ช่วงบ่ายตั้งใจว่าจะนอนหลับพักผ่อนกันให้เต็มที่
เพราะคืนนี้ประมาณสี่ทุ่มเราสองคนจะเดินทางไปขึ้นเครื่องที่สนามบิน Mulpensa 
เพื่อขึ้นเครื่องไปฮอลแลนด์ในเวลา 6.20 น.
แต่พอเอาเข้าจริงๆ กลับนอนไม่หลับ เลยออกไปตะลอนโน่นนี่กันจนค่ำ
กลับเข้าบ้านอีกทีก็อาบน้ำ แพ็คกระเป๋าสัมภาระแล้วออกเดินทางกันเลย

ทริปนี้ขอบอกว่าเป็นทริปที่หฤโหดมาก
เพราะระหว่างเดินทางบนมอเเตอร์เวย์ไปถึึงเมือง Imola ปรากฎว่าเกิดอุบัติเหตุอย่างหนัก
ทางด่วนปิดบริการชั่วคราว ทำให้เราสองคนต้องลงจากสถานีนี้ไปขึ้นทางด่วนที่ Bologna แทน
ซึ่งระหว่างทางรถติดอย่างหนักแทบไม่ขยับเขยื้อนเป็นระยะทาง 40 กิโลเมตร
เสียเวลาอยู่ 2 ชั่วโมงเต็มๆ 

แต่ในที่สุดก็ดั้นด้นมาถึงสนามบิน Mulpensa  รอสองชั่วโมงก็ถึงเวลาเช็คอิน
เหนื่อยและง่วงนอนแบบสุดๆ แต่พอนึกว่าพรุ่งนี้จะได้เห็นสวนดอกไม้สวยๆ
ความเหนื่อยความง่วงก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง

เครื่องบินลำนี้ล่ะจะพาเราไปฮอลแลนด์

ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เราสองคนก็เดินทางมาถึงสนามบิน
เนื่องจากปีที่แล้วเคยมาเที่ยวแล้ว ทำให้เรารู้ทางว่าจะไปขึ้นรถบัสที่ไหนยังงัย
ทำให้รวดเร็วมากขึ้น ออกจากสนามบินรถบัสก็เข้ามาเทียบท่าพอดี
เราสองคนไม่รอช้ารีบขึ้นรถบัสมุ่งหน้าไปยัง Keukenhof  ปกติจะใช้เวลาแค่ 20 นาที
แต่วันนี้รถติดอย่างหนักใช้เวลาไป 35 นาที ไปถึงสวนทิวลิปก็เกือบสี่โมงเช้า
ไม่อยากบอกเลยว่าแค่เริ่มเปิดสวนได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง
ด้านหน้าเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวแน่นเอี๊ยด ส่วนใหญ่จะมากับทัวร์
เนื่องจากเห็นรถบัสหลายสิบคันจอดเรียงรายอยู่ด้านหน้า
จากที่ตั้งใจว่าจะถ่ายรูปด้านหน้าทางเข้าเป็นที่ระลึกก่อน เป็นอันต้องยกเลิก
เพราะทัวร์คนไทยกับคนจีนครอบครอง ถ่ายรูปกันไม่ยอมหยุดจนที่รักบอกว่าไปเหอะ


ทางเข้าชมสวน รูปนี้ถ่ายตอนขากลับเลยโล่งได้แบบนี้

สแกนตั๋วแล้วเดินผ่านเข้าไปชมสวนกันโลด
ด้านหน้าจะมีลานน้ำพุ พร้อมเสียงดนตรีไพเราะๆก้องกังวานเหมือนปีที่แล้วไม่มีผิดเพี้ยน


ลานน้ำพุด้านหน้า


ที่มาของเสียงดนตรีไพเราะๆ

เนื่องจากเราสองคนยังไม่ได้ทานอาหารเช้าเพราะมากับสายการบิน Low Cost
เลยแวะทานอาหารกันที่ร้านอาหารด้านหน้าหลังจากผ่านทางเข้ามา
ซึ่งเป็นร้านของทานสวนไว้บริการนักท่องเที่ยว 
เราสองคนสั่งคาปูชิโน่กับเบเกอรี่คนละชิ้นมาทานแบบง่ายๆ
สำหรับราคาอาหารและเครื่องดื่มที่นี่อยู่ในราคากลางๆ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยว
อย่างคาปูชิโน่แก้วละ 2.60 ยูโร เค้กชิ้นละ 4.90 ยูโร


ร้านอาหารด้านหน้า


มัฟฟิ่นบลูเบอรี่ของเรา อร่อยใช้ได้เลยทีเดียว

อิ่มจากอาหารเช้าก็รีบเดินทางเข้าสวนกันเลย


ดอกไฮยาซินหอมๆ หน้างาน


ซุ้มน่ารักๆ ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปกัน


ทิวลิปด้านหน้ายังสวยเริ่ด


ดอกไม้ประดับอื่นๆ

เดินผ่านทางเข้าสวนไปไม่ถึง 200 เมตรเราแอบผิดหวังเล็กน้อย
เนื่องจากทิวลิปด้านหน้าถูกตัดไปจนหมด เหลือแต่ทิวลิปในกระถางที่เจ้าหน้าที่นำมาวางไว้
ตลอดทางเดิน จากที่เราดูรูปสวยๆ ของทิวลิปทางเข้างานมาแบบเต็มที่
พอมาเจอแบบนี้ทำเอาเศร้าไปเลย แต่ก็ยังแอบหวังว่าด้านในจะมีทิวลิปสวยๆ รอเราอยู่


ทิวลิปในกระถางกำลังสวย


ไฮยาซินสีงามๆ ส่งกลิ่นหอมไปทั่ว

เดินผ่านไปยังจุดเดิมๆ ที่เราสองคนไปเที่ยวมาปีที่แล้ว
ปรากฎว่าต้องผิดหวังอีกเช่นเดิม ทิวลิปเกือบทั้งสวนถูกตัดจนเหลือแต่ต้น
เพราะปีนี้ฤดูใบไม้ผลิมาก่อนล่วงหน้า 1 เดือน ทำให้ทิวลิปบานเร็วกว่าที่ควรจะเป็น
เราเดินไปแทบหมดแรง เจอทิวลิปเหี่ยวบ้าง โรยบ้าง
ที่รักบอกให้ถ่ายรูปเราก็แทบไม่มีอารมณ์ถ่ายรูปเลย

ดีหน่อยที่ก่อนเดินเข้าสวน มีพี่คนไทยชื่อพี่เหน่งเข้ามาทัก
พี่เค้าเดินทางมาจากสวิส มาเที่ยวที่นี่คนเดียว เราสองคนเลยชวนเดินเที่ยวด้วยกัน
ก็เลยมีเพื่อนคุยฆ่าเวลา เดินกันไปสักพักก็เริ่มเจอทิวลิปที่ยังสวยๆ
พอถ่ายรูปได้ ขอบอกก่อนเลยว่ารูปที่เอามาลงคือรูปที่เราเลือกแล้วว่าดีที่สุด


บานเฉ่งแต่ก็ยังสวยใช้ได้อยู่


กับพี่เหน่ง ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ

นอกจากทิวลิปถูกตัดออกไปเกือบหมดสวน
สภาพอากาศวันนี้ก็ไม่เป็นใจเอาซะเลย ฝนตกปรอยๆ ตั้งแต่เริ่มเดินเข้าสวนกันเลยทีเดียว


ไม่ถ่ายให้เห็นท้องฟ้าเพราะมันมืดครึ้มมาก


พี่เหน่งถ่ายรูปนี้ให้ ขอบคุณนะคะ


สัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ผลิ เจ้าหน้าที่นำใส่กระถางมาวางไว้ตลอดทาง


น่ารัก เราชอบมาก

ถึงแม้ฝนจะตกปรอยๆ ลงมาตลอดเวลา
แต่เราสามคนก็ยังคงเดินต่อแบบไม่ถอย ในที่สุดก็มาถึงดงทิวลิปที่ยังคงสวยงาม
หน้าเรานี่บานเป็นจานเชิงเลยทีเดียว ประมาณฉันเจอบ่อทองแล้ว
ก็เรามาที่นี่เพื่อดูทิวลิปสวยๆ นี่นา


บานเฉ่งแต่ยังสวยใช้ได้เลย


ใส่เสื้อแดงมาฆ่าทิวลิปโดยเฉพาะ


ดงทิวลิปของชั้น


ชอบลวดลายกับสีสันที่สุด


ดีใจขนาดไหน ดูจากขนาดหน้าตอนยิ้ม


Love Love Tulip

ถึงปีนี้ทิวลิปจะเหลือให้ดูน้อยนิด
แต่ความร่มรื่นเขียวขจีภายในสวนยังคงเหมือนเดิม
ความสะอาดไม่ต้องพูดถึง สวนแห่งนี้ได้รับการดูแลอย่างดีสะอาดเป็นที่สุด
เสียอย่างเดียวนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ
เดินลุยเข้าไปถ่ายรูปด้านใน จนหญ้าเขียวๆ หายไปหมด
เหลือแต่ดินโคลนและร่องรอยอริยธรรมไว้ให้ดูต่างหน้า


ภาพนี้ต้องขยาย


ทิวลิปอีกลายที่คงเหลืออยู่


สีตัดกันสุดๆ


แดงข่มกันค่ะงานนี้

ไดอารี่เริ่มยาว ไว้ไดอารี่หน้าเราสองคนจะพาไปชมสวน Keukenhof กันต่อ
รับรองว่ามีดอกไม้สวยๆ มาฝากกันอีกเพียบขอเวลาเลือกรูปก่อนนะคะ





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


พี่ก็ไปมาหลายปีแล้วจ้ะเดี๋ยวปีหน้าจะหาโอกาสไปอีก น้องยังเห็นดอกไม้สวยๆตั้งเยอะนะยังมีสวนดอกไม้อยู่ทางเลยอัมสดัมไปหน่อยช่วงเดือนเมษาสวยมากจ้ะ


 17/05/2014 23:44:00

ดอกไม้สวยมากเลยค่ะ

maita
 17/05/2014 23:27:00

ma dove sei anadata?
Non conosco questa città

G
 16/05/2014 08:54:00

ชอบเหมือนกันเลยเป็นที่ที่อยากไปทุกปี ปีนี้ไปมาเมื่อเดือนเมษา ตอนไปดอกไม้ที่เค้าปลูกไว้ในร่มก็เริ่มร่วงแล้ว เพราะปีนี้ฤดูใบไม้ผลิมาเร็ว ปีหน้าถ้าอากาศดี ก็อาจจะไปกันอีก 

ตา
 16/05/2014 08:25:00

ชอบเหมือนกันเลยเป็นที่ที่อยากไปทุกปี ปีนี้ไปมาเมื่อเดือนเมษา ตอนไปดอกไม้ที่เค้าปลูกไว้ในร่มก็เริ่มร่วงแล้ว เพราะปีนี้ฤดูใบไม้ผลิมาเร็ว ปีหน้าถ้าอากาศดี ก็อาจจะไปกันอีก 

ตา
 16/05/2014 08:24:00

ชอบเหมือนกันเลยเป็นที่ที่อยากไปทุกปี ปีนี้ไปมาเมื่อเดือนเมษา ตอนไปดอกไม้ที่เค้าปลูกไว้ในร่มก็เริ่มร่วงแล้ว เพราะปีนี้ฤดูใบไม้ผลิมาเร็ว ปีหน้าถ้าอากาศดี ก็อาจจะไปกันอีก 

ตา
 16/05/2014 08:24:00

ชอบเหมือนกันเลยเป็นที่ที่อยากไปทุกปี ปีนี้ไปมาเมื่อเดือนเมษา ตอนไปดอกไม้ที่เค้าปลูกไว้ในร่มก็เริ่มร่วงแล้ว เพราะปีนี้ฤดูใบไม้ผลิมาเร็ว ปีหน้าถ้าอากาศดี ก็อาจจะไปกันอีก 

ตา
 16/05/2014 08:24:00

ตามมาชมสวนดอกไม้  มีนไปช่วงใกล้ปิดสวน ดอกไม้เลยเหลือน้อยแต่ยังไงก็ยังสวยอยู่น๊า

ปล.ยิ้มแฉ่งจริงๆ เชื่อเลยเป็นคนรักดอกไม้สุดๆ ฮ่า

พี่ปุ๋ย
 16/05/2014 02:00:00