Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_2082.asp ]  Page view: 5.430 Time
Country United States 3287 Peaple
3.287
Country China 1057 Peaple
1.057
Country Thailand 386 Peaple
386
Country Anonymous Proxy 268 Peaple
268
Country Germany 70 Peaple
70
Country Italy 68 Peaple
68
Country United Kingdom 40 Peaple
40
Country Australia 37 Peaple
37
Country Japan 27 Peaple
27
Country Russian Federation 26 Peaple
26
Country Saudi Arabia 25 Peaple
25
Country France 19 Peaple
19
Country Denmark 14 Peaple
14
Country Canada 13 Peaple
13
Country Netherlands 13 Peaple
13
Country Vietnam 13 Peaple
13
Country Sweden 12 Peaple
12
Country Belgium 7 Peaple
7
Country Malaysia 5 Peaple
5
Country Switzerland 5 Peaple
5
Country Singapore 4 Peaple
4
Country Hong Kong 4 Peaple
4
Country Austria 3 Peaple
3
Country Norway 3 Peaple
3
Country Portugal 2 Peaple
2
Country Romania 2 Peaple
2
Country United Arab Emirates 2 Peaple
2
Country Turkey 2 Peaple
2
Country Ecuador 2 Peaple
2
Country Finland 2 Peaple
2
Country Costa Rica 1 Peaple
1
Country Croatia 1 Peaple
1
Country India 1 Peaple
1
Country Indonesia 1 Peaple
1
Country Mexico 1 Peaple
1
Country Moldova - Republic of 1 Peaple
1
Country Ukraine 1 Peaple
1
Country Spain 1 Peaple
1
Country Netherlands Antilles 1 Peaple
1
Country New Caledonia 1 Peaple
1
Country New Zealand 1 Peaple
1
Country Venezuela 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 18/06/2014 
เยี่ยมสาวไดคลับ ณ โคโลญจน์, เยอรมัน Part II  


Saturday ,14 June 2014

Cologne,Germany

18 Celcius , Cloudy

ต่อจากไดอารี่ก่อนหน้า
หลังจากไปเดินเล่นริมแม่น้ำไรน์จนพอใจ ตัวสั่นเบาๆ เพราะอากาศหนาวเย็น
มาถึงโคโลญจน์ถ้าไม่มาถึงโดมแห่งเมืองโคโลญจน์ก็เหมือนมาไม่ถึง
ถึงแม้วันนี้อากาศจะไม่เป็นใจ ภาพที่ได้มาอาจจะไม่แจ่มดังที่วาดภาพไว้
แต่ความใหญ่โตอลังการของโดมก็จะอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไปเช่นกัน

โดมเก่าแก่ที่อยู่คู่กับเมืองโคโลญจน์มานับพันปี
ผ่านช่วงสงครามโลกมาแล้ว แต่ก็ยังอยู่ยงคงกระพัน อาจจะมีชิ้นส่วนหล่นลงมาบ้าง
แต่ก็ยังคงความสวยงาม เพราะได้รับการบำรุงรักษาอย่างดี

เดินผ่านจากด้านหลัง



มุมด้านข้างพยายามเก็บให้หมดแต่ก็ไม่สามารถ



สถาปัตยกรรมสวยงามแปลกตา

ยอดโดมอันโดดเด่น


ประตูทางเข้า

เรามีโอกาสเข้าไปชมด้านใน สามารถถ่ายรูปได้แต่ให้อยู่ในความสงบ
และห้ามใช้แฟลชเท่านั้นเอง วันนี้นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ ด้านในพลุกพล่านพอสมควร
เราเลยถ่ายรูปมาแค่นิดหน่อย


สถาปัตยกรรมด้านใน


รูปทรงคล้ายๆ กับหลายๆ ดูโอโม่ในอิตาลีเหมือนกันนะ

เดินชมความงามด้านในกันสักพัก
ป๊ะป๊ามิฮารุก็ขอตัวไปทำงาน มิฮารุเลยขอตามป๊ะป๊าไปที่ทำงานด้วย
ตอนนี้เลยเหลือแค่เรา 3 คน แต่ในวันนี้เราจะมีแขกมาเยือนเพิ่มอีก 2 คน
แต่ด้วยความที่วันนี้นักท่องเที่ยวล้นหลามทำให้แขกของเราวันนี้มาถึงเวลานัดหมายค่อนข้างช้า



ออกมารอกันด้านนอก


หิวเมื่อไหร่ไม่ต้องกังวลมีร้านเบเกอรี่ให้บริการอยู่ทั่วไป


ซื้อมาชิมคนละชิ้นกับที่รัก อร่อยอยู่น๊า

บ่ายกว่าๆ แขกของเราสองคนก็เดินทางมาถึง
ไม่ใช่ใครอื่นไกลเธอเป็นอดีตสาวไดคลับอีกคน maybkk.diaryclub นั่นเอง
เรากับพี่แขกรู้จักกันตั้งแต่ครั้งแรกๆ ที่เราเขียนได ตอนนี้ก็เกือบ 6 ปีแล้วเหมือนกันนะ
คุยกันไปกันมาแต่ก็ไม่เคยเจอกันตัวเป็นๆ เลยสักครั้ง

จนพี่แขกรู้ว่าเราสองคนจะเดินทางไปเที่ยวโคโลญจน์
พี่แขกเลยบอกว่า อยากเจอเราสองคน หลังจากนัดหมายกันเรียบร้อย
ในที่สุดเราสองคนก็ได้เจอกันตัวเป็นๆสักที

พี่แขกตัวจริงสวย หวาน คม น่ารักฉบับสาวใต้เชื้อสายจีน
ที่สำคัญผอมเพรียวหุ่นดีมาก แอบปลื้มเลย


แอบถ่ายพี่แขกคนงาม

หลังจากเจอกันเรียบร้อยก็ถึงเวลาอาหารเที่ยง
ต่างคนต่างหิว ไม่รู้ว่าจะทานอะไรดีเพราะวันนี้ร้านอาหารในละแวกนั้นเต็มหมด
นักท่องเที่ยวเนืองแน่นจริงๆ 

สุดท้ายเลยมายืนทานไส้กรอกเยอรมันกันริมถนนแบบง่ายๆ
ไหนๆ มาแล้ว ไม่ทานไส้กรอกเยอรมันเดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง
เรากับที่รักชอบมาก เพราะเพิ่งเคยทานกันครั้งแรก
ส่วนพี่แขกกับน้องติ๊กเค้าทานกันบ่อยคงเฉยๆ ไปแล้วล่ะ


ได้ทานสมใจล่ะ อร่อยมาก

ทานไส้กรอกกันไปคุยกันไป
จากนั้นก็พากันไปหากาแฟดื่มที่ร้านกาแฟของชาวอิตาเลี่ยน
รู้สึกดีมากเป็นครั้งแรกที่ได้พูดภาษาอิตาลี เพราะมาเที่ยวเยอรมันรอบนี้
เราสองคนพูดแต่ภาษาอังกฤษเนื่องจากไม่รู้ศัพท์ภาษาเยอรมันเลยแม้แต่คำเดียว
พอเจอคนอิตาเลี่ยนเลยดีอกดีใจกันใหญ่ ประมาณว่าเจอพวกเดียวกัน

นั่งดื่มกาแฟร้อนๆ คลายหนาวกันเรียบร้อย
คนก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ เลยชวนกันมาเดินเล่นที่ริมแม่น้ำไรน์อีกรอบ
หลังจากเมื่อเช้าน้องติ๊กพาเราทัวร์มาแล้วรอบหนึ่ง



ยิ้มสยามจาก 3 สาวไทย สองสาวใต้กับหนึ่งสาวกรุงเทพ


สองสาวใต้


กับพี่โทมัส คุณชายสุดที่รักของพี่แขกบ้าง

เดินได้นิดหน่อยน้องติ๊กก็ขอตัวไปรับมิฮารุที่ทำงานป๊ะป๊า
เพราะอยากให้มิฮารุได้เจอกับพี่แขกด้วย

เลยเหลือแค่เรา 4 คน ระหว่างรอก็นั่งคุยกันไป
ถ่ายรูปกันไป เรากับพี่แขกถึงแม้จะเพิ่งเคยเจอกัน แต่เรารู้สึกสนิทใจเหมือนพี่แขกเป็นพี่สาวคนหนึ่ง
ไม่รู้สึกเคอะเขินอะไรเลย แถมแอปปลื้มในความสดใส น่ารักของพี่แขกอีกต่างหาก
ส่วนพี่โทมัสเป็นหนุ่มที่พูดน้อยมาก เรียกว่าเป็นผู้ฟังที่ดีอย่างเดียวเลย


อากาศก็ยังย่ำแย่เหมือนช่วงเช้าเลย



ตากล้องจีถ่ายให้



ขอบคุณมากนะคะที่แวะมาหากัน

วันนี้ดีใจมากๆ ที่ได้เจอพี่แขกกับพี่โทมัส
ทั้งที่เมืองที่พี่แขกอยู่ ไกลจากโคโลญจน์ถึง 200 กว่ากิโลเมตร
แต่ก็ยังเดินทางมาพบเราสองคน แถมมีของฝากมาฝากเราสองคนอีกหลายอย่าง
ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ ไว้โอกาสหน้าต้องมาเยือนเราสองคนถึงถิ่นให้ได้นะคะ
เราสองคนยินดีต้อนรับเสมอ



ไม่นานน้องติ๊กก็พามิฮารุมาถึง
ส่วนพี่แขกกับพี่โทมัสก็ขอตัวกลับบ้านเช่นกัน เพราะต้องใช้เวลาเดินทางอีกหลายชั่วโมง
หลังจากร่ำลากันเรียบร้อย เราสี่คนก็นั่งทรัมมาลงที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต
เพราะเย็นนี้เราจะทำอาหารอิตาเลี่ยนให้ครอบครัวน้องติ๊กทาน
เมนูที่น้องติ๊กรีเควสมาตอนแรกคือคาโบนาร่ากับมันฝรั่งพันชีสเบค่อน 
แต่พอเอาเข้าจริงคาโบนาร่าที่น้องติ๊กหมายถึง มันคือสปาร์เก็ตตี้ไวท์ซอส แฮม เห็ดต่างหากล่ะ
เลยลำบากต้องไปซื้อส่วนผสมกันใหม่

คืนนี้นอกจากย้ายที่นอนจากโรงแรมมาพักบ้านน้องติ๊ก
เราสองคนยังมีโอกาสดูการแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญระหว่าง อิตาลีกับอังกฤษอีกด้วย
ซึ่งอิตาลีชนะไป 2-1 คืนนั้นกว่าจะได้นอนก็ปาไปตึ 2 กว่าๆ
แต่ก็นอนหลับแบบมีความสุขนะ

...............................................

วันอาทิตย์เป็นวันสุดท้ายที่เราสองคนจะท่องเที่ยวที่นี่
เพราะช่วงเย็นต้องบินกลับอิตาลีแล้ว
ขนาดว่านอนตี 2 แต่เราสองคนก็ตื่นเช้ากันเหมือนเช่นเคย
อาบน้ำแต่งตัวแล้วก็พากันออกไปร้านเบเกอรี่ร้านเดิมที่เราทานกันเมื่อวาน
ซื้อครัวซองส์หอมๆ ที่อบกันสดๆใหม่ๆ มาทานคู่กับชาร้อนๆ ที่บ้านน้องติ๊ก

สายๆ ก่อนเดินทางกลับน้องติ๊กกับมิฮารุ
พาเราสองคนมาขึ้นกระเช้าชมวิวทิวทัศน์เมืองโคโลญจน์
ใครมาเที่ยวเมืองโคโลญจน์ ก็คงไม่พลาดงานนี้เช่นกัน

สำหรับค่าขึ้นกระเช้าสำหรับไปกลับคนละ 6.50 ยูโร
ซึ่งถือว่าค่อนข้างแพงเหมือนกันนะ เนื่องจากใช้เวลาเร็วมากไปกลับแค่ 10 นาทีเท่านั้น



ไกด์สาวสวย สองศรีพี่น้อง(ไม่บอกไม่มีใครรู้นะว่าเป็นแม่ลูก)


เรากับมิฮารุบ้าง


ภาพแรกที่เจอ

โชคดีหน่อยวันนี้อากาศค่อนข้างดีกว่าเมื่อวานเยอะมาก
ขึ้นกระเช้าไฟฟ้ามาได้หน่อยก็สามารถมองเห็นวิวสวยๆ ของเมืองโคโลญจน์
โดยเฉพาะวิวแม่น้ำไรน์และโดมอันโดดเด่น


ผ่านสะพานข้ามทางรถยนต์


กระเช้าลอยฟ้า


สวยมากชอบที่สุด


มุมนี้ก็ปลื้ม

เรามัวแต่ถ่ายรูปวิวจนลืมถ่ายรูปตัวเองบนกระเช้าไปเลย
ก็กระเช้าไปเร็วมาก เรารีบรัวชัตเตอร์แบบสุดๆ


กระเช้าของพวกเราก็เป็นรูปการ์ตูนแบบนี้ล่ะ


อีกฝั่ง


แม่น้ำอันแสนกว้างใหญ่ มองเห็นคนด้านล่างตัวเท่ามดเลย

ลงจากกระเช้าลอยฟ้าก็เที่ยงกว่าๆ
วันนี้น้องติ๊กกับป๊ะป๊ามีแพลนที่จะเลี้ยงส่งพวกเราด้วยอาหารญี่ปุ่น
จากร้านที่ป๊ะป๊ากับน้องติ๊กทำงานอยู่นั่นเอง


ขับรถผ่านสถานีรถไฟ สวยดีนะ

ระหว่างทางขับรถข้ามสะพานที่เราไปถ่ายรูปวิวกันเมื่อวาน
แทบร้องกรี๊ดเพราะวันนี้มีแดด วิวที่เห็นด้านหน้าสวยงามแปลกตากว่าเมื่อวานเยอะมาก
น้องติ๊กก็พยายามชะลอรถให้ช้าแบบสุดๆ เพื่อให้เราได้เก็บภาพสวยๆ
ผ่านหน้าต่างรถ ขอบคุณมากๆเลยจ้า


วิวสวยๆ ยามอากาศดีๆ


สวยไหมล่ะ


ผ่านโบสถ์งามๆ


เห็นแล้วคิดถึงน้องสมาร์ทของเราเลย

เนื่องจากเราสองคนไม่ทานอาหารจำพวกดิบๆ
โดยเฉพาะปลาดิบ แต่อยากทานซูชิมาก น้องติ๊กเลยสั่งซูชิแบบที่ทุกอย่างสุกมาให้
มีทั้งแซลมอน ทูน่าและไส้ผักรวม ขอบอกว่าอร่อยมากๆ
เรานี่กินเยอะจนแทบจุกกันเลยทีเดียว


ซูชิแสนอร่อยฝีมือป๊ะป๊า กลับอิตาลีต้องขอสูตร


ข้าวหน้าไก่เทริยากิของที่รักก็อร่อย


แซลมอนเทริยากิ


แม้แต่ผักยังอร่อยเลย

มื้อนี้อิ่มและอร่อยมากๆ
ต้องขอบคุณเจ้าภาพน้องติ๊กและป๊ะป๊าด้วยนะจ๊ะสำหรับอาหารมื้อนี้

ทานกันอิ่มก็ถึงเวลาเดินทางมายังสนามบิน
เราสองคนร่ำลาป๊ะป๊ากับมิฮารุ แอบน้ำตาซึมเล็กน้อยตอนโบกมืออำลาเพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีโอกาสเจอกันอีก
เพราะวันนี้น้องติ๊กรับอาสามาส่งเราสองคนที่สนามบินเพียงคนเดียว
ตอนนี้น้องเริ่มรู้ทางไม่กลัวหลงแล้วล่ะ

ตามคาดวันนี้เดินทางมาสนามบินแบบราบรื่น
ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง 
และแล้วเรากับน้องติ๊กก็ถึงเวลาต้องร่ำลากันบ้าง กอดกัน น้ำตาไหลทั้งคู่
ทั้งที่รู้ว่าคงมีโอกาสเจอกันอีกแต่ก็ยังรู้สึกใจหาย
ยิ่งรู้ว่าน้องต้องขับรถกลับบ้านคนเดียวก็ยิ่งเป็นห่วง

เช็คอินเรียบร้อยเข้าไปรอใน Gate ไม่ถึงชั่วโมงน้องติ๊กก็โทรมาบอกว่าถึงบ้านแล้ว
รู้สึกโล่งมาก

สี่ทุ่มกว่าๆ ของคืนนั้นเราสองคนก็เดินทางถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ
ทริปนี้ถึงแม้ว่าจะเจอสภาพอากาศไม่ดี
แต่ก็ดีใจที่สุดที่ได้เจอครอบครัวน้องติ๊กอีกครั้ง ขอบคุณสำหรับการต้อนรับอย่างดี
ไว้เจอกันที่อิตาลีปีหน้านะจ๊ะ

ขอบคุณพี่แขกกับพี่โทมัสที่อุตส่าห์เดินทางมาหาเราสองคน
ยังงัยอย่าลืมพูดโน้มน้าวให้พี่โทมัสพามาเที่ยวเวนิสเร็วๆ น๊าา
เราสองคนรอเป็นไกด์ให้อยู่ค่ะ




New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


เข้ามาอ่านแล้วจ๋าาาา น้องมีนเขียนถึงพี่เล่นเอาพี่เขินเลยนะเนี้ย อิอิอิ ขอบคุณไดคลับที่ทำให้เราได้รู้จักกัน(ถึงแม้ตอนนี้จะไม่ได้เขียนแล้ว) ดีใจเช่นกันคะที่ได้เจอ น้องมีนถ่ายรูปออกมาสวยมากๆเลยคะ ไว้มีโอกาสพี่จะไปเยี่ยมที่อิตาลีนะคะ ฝากสวัสดีพี่จีด้วยน๊าาาา

ขอบคุณนะคะที่นำพาพี่ได้มารู้จักกับน้องติ๊ก ยินดีที่ได้รู้จักน้องติ๊กเช่นกันคะ ไว้พี่จะหาเวลาแวะไปเยี่ยมที่โคโลญจน์อีกนะจ้ะน้องติ๊ก ยังไม่ได้ชิมอาหารญี่ปุ่นฝีมือคุณสามีน้องติ๊กเลย ต้องหาโอกาสไปชิมซะละ อย่าลืมแวะมาเที่ยวที่เมืองพี่บ้างนะคะ แล้วเจอกันนะคะ

kak
 20/06/2014 10:00:00

ma dove vai?

G
 19/06/2014 10:50:00

ดีใจเช่นกันนะพี่มีน ที่พี่ยังคิดที่จะมาหาน้องแล้วก็มาหาจนได้ แม้จะลำบากลำบนไปบ้างแต่ก็สนุกเน่อะ ยังดีที่ได้เจออากาศดีๆ ยังถือว่าไม่เลวร้ายซะทีเดียวเน่อะ ไว้ได้ไปอิตาลี น้องจะขนซอสเทริยากิไปให้ด้วย 

ฝากถึงพี่แขก ถ้าพี่ได้มาอ่าน ยินดีที่ได้รู้จักพี่แขก ไว้จะไปเที่ยวหาแถวบ้านพี่นะคะ 😍

ยังคิดถึงวันที่ร่ำลากันได้ดี 😣 ไว้เจอกันใหม่น๊าาาา 😘😘

Tikkachan
 19/06/2014 00:02:00