Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_2119.asp ]  Page view: 1.481 Time
Country United States 598 Peaple
598
Country China 339 Peaple
339
Country Thailand 171 Peaple
171
Country Anonymous Proxy 126 Peaple
126
Country Italy 49 Peaple
49
Country Germany 46 Peaple
46
Country United Kingdom 31 Peaple
31
Country Australia 19 Peaple
19
Country France 17 Peaple
17
Country Netherlands 11 Peaple
11
Country Switzerland 11 Peaple
11
Country Sweden 8 Peaple
8
Country Denmark 7 Peaple
7
Country Japan 6 Peaple
6
Country Canada 5 Peaple
5
Country Norway 4 Peaple
4
Country Taiwan 4 Peaple
4
Country Ukraine 4 Peaple
4
Country New Zealand 3 Peaple
3
Country Romania 2 Peaple
2
Country Belgium 2 Peaple
2
Country Korea - Republic of 2 Peaple
2
Country New Caledonia 2 Peaple
2
Country Hong Kong 2 Peaple
2
Country India 2 Peaple
2
Country Indonesia 2 Peaple
2
Country Malaysia 1 Peaple
1
Country Moldova - Republic of 1 Peaple
1
Country Estonia 1 Peaple
1
Country Haiti 1 Peaple
1
Country Russian Federation 1 Peaple
1
Country Singapore 1 Peaple
1
Country Spain 1 Peaple
1
Country Oman 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 21/10/2014 
หนีหมอกไปหาแสงแดด@Chioggia 


Sunday ,19 October 2014

Chioggia, Italy
20 Celcius ,Mostly Sunny

วันอาทิตย์บ้านเราหมอกลงขาวโพลนตั้งแต่เช้า
จนเกือบสี่โมงเช้าก็ยังคงเหมือนเดิม 
เรากับที่รู้สึกเบื่อมากเลยลองเช็คข้อมูลว่าเมืองไหนมีแดดบ้าง
ปรากฎว่าเมืองใกล้ๆ โดยรอบทุกเมืองหมอกลงหนาจัดเช่นกัน
สุดท้ายเช็คไปที่เมืองเวนิสปรากฎว่าวันนี้แดดจ้า
แต่เราสองคนไม่ได้คิดจะไปเมืองเวนิส เพราะเพิ่งไปเที่ยวกันมาไม่นาน
แต่เมืองที่เราจะไปคือ Chioggia เมืองลูกของเวนิสต่างหาก

จุดหมายหลักคือทานอาหารทะเลอร่อยๆ จากร้านประจำของพวกเรา
ถึงแม้ว่าจะขับรถไกลประมาณ 220 กิโลเมตร แต่เราสองคนก็ไปกันแทบทุกสัปดาห์
เนื่องจากถนนสายเวนิสมีถนนธรรมดาไม่ต้องจ่ายค่าทางด่วน
ขับรถไปก็สะดวกสบาย ไม่มีภูเขาไม่มีอุโมงค์ให้ลอดผ่าน
เราสองคนเลยชอบเส้นทางนี้ที่สุด เวลานึกอะไรไม่ออกก็ไปเมืองนี้ล่ะ

ระหว่างเดินทางผ่านเมืองเล็กเมืองน้อยเต็มไปด้วยหมอกขาวโพลน
บางช่วงแทบมองไม่เห็นทางในระยะ 500 เมตร
แต่พอเข้าเขตเมือง Chioggia แค่นั้นล่ะ แดดจ้าฟ้าเปิดมาเลย
ฟ้าอาจจะไม่ใสแจ๋วเหมือนหลายครั้งที่เรามาเที่ยวกัน
แต่สำหรับวันนี้ที่นี่ดีที่สุดเท่าที่เราผ่านมา


กำลังขับรถผ่านสะพานข้ามเมือง


ประตูเมืองเก่าแก่


สุดแสนจะดีใจได้เจอแดดกับเค้าสักที

เนื่องจากเราออกเดินทางจากบ้านสายมาก
มาถึงที่นี่ก็ถึงเวลาทานอาหารเที่ยงพอดี เลยไม่พูดพร่ำทำเพลง
พากันไปที่ร้านอาหารประจำของพวกเรานั่นคือ
" Trattoria Buon Pesce"


วิวใกล้ๆ กับร้านอาหารที่เราไปทานกัน

มาที่นี่ทุกครั้งเราสองคนก็ยังไม่เปลี่ยนใจทานที่นี่ตลอด
เพราะทุกเมนูอาหารทะเลที่นี่ทำได้อร่อยถุกปาก แถมราคาก็พอเหมาะพอควร
ถูกและน่าทานกว่าเมืองที่เราอยู่มาก

เหมือนทุกครั้งเราจะเปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆทานไม่ซ้ำเลยสักรอบ
ตอนแรกเรากับที่รักจะสั่งพาสต้าคนละชนิดแยกกันทาน จะได้ชิมของแต่ละฝ่าย
แต่ปรากฎว่าวันนี้ลูกค้าเยอะมาก ชนิดที่ต่อคิวรอโต๊ะว่างกันเลยทีเดียว
พนักงานเลยแนะนำให้สั่งพาสต้าแบบเดียวกันจะได้เร็วมากขึ้น

แต่เนื่องจากเราเลือกพาสต้าที่ค่อนข้างยุ่งยาก
แทบไม่มีใครสั่งมาทาน นั่นคือพาสต้า Tagliolini ใส่ซอสปูขนตัวโตๆ
แม่เจ้า!!! กว่าจะได้ทานรอไปชั่วโมงกว่า
โต๊ะอื่นที่มาทีหลังได้ทานกันไปหมดล่ะ เรายังไม่ได้ทานกันเลย
ดีนะทางร้านมีขนมปังให้รองท้องไม่งั้นหิวจนหน้ามืดตาลายแน่ๆ

พอพนักงานนำพาสต้ามาเสิร์ฟเลยถึงบางอ้อ
เพราะกว่าเค้าจะแกะเอาเนื้อปูขนตัวโตๆ มาทำซอสพาสต้าต้องใช้เวลา
แถมร้านนี้พิถีพิถันทุกขั้นตอนซะด้วย

ไม่อยากบอกเลยว่าพาสต้าของเราสองคนเป็นที่ดึงดูดใจมากๆ
ลูกค้าหลายๆ โต๊ะชี้มาที่จานพาสต้าของเรา เนื่องจากทางร้านใส่พาสต้าลงในกระดองปู
ไหลลงมาคล้ายน้ำตกสายเล็กๆ ที่สำคัญจานใหญ่มว๊ากกก...


พาสต้าแสนอร่อยคุ้มค่ากับการรอคอย

ทานพาสต้ากันอิ่ม พนักงานมาเก็บจานเพื่อเสิร์ฟเมนูต่อไป
พนักงานเห็นพาสต้าในจานที่รักเหลือเยอะ ก็รีบวิ่งมาถามว่าทำไมถึงไม่ทาน
มันไม่อร่อยเหรอ ที่รักต้องรีบตอบว่า มันอร่อยมาก 
แต่พวกเธอให้ชั้นเยอะราวกินกันสามสี่คน ก็มันเยอะมากจริงๆ
แต่ด้วยความหิวเราทานไปเกือบหมดจานสามารถสุดๆ

ส่วนจานที่สองเราสั่งเป็นปลา Rombo ย่าง
เนื้อหวานอร่อยมาก แต่พอเช็คบิลทำเอาอึ้งไปสามวิ เพราะปลาย่างจานนี้
ราคาไม่เบาเลย ตัวละ 30 ยูโร ตอนแรกคิดว่าน่าจะประมาณ 16 ยูโร
แต่อย่างว่าปลาชนิดนี้หายาก ก้างแทบไม่มีทานง่าย ราคาเลยค่อนข้างแพง


ปลา Rombo สดๆ ย่าง แค่ราดเลม่อนก็อร่อยแล้ว

ทานจานที่สองเสร็จเราไม่มีพื้นที่ว่างให้ทานของหวานเหมือนทุกรอบ
ทั้งที่อยากกินมาก แต่มันไม่ไหวแล้วจริงๆ จุกตั้งแต่พาสต้าแล้วล่ะ

ทานอาหารกันอิ่มเลยต้องพากันมาเดินเล่นย่อยอาหาร


Chioogia ณ เวลาบ่ายๆ


สะพานข้ามคลองที่มีให้เห็นทั่วไป


นางแบบสะพานข้ามคลอง

ตั้งใจว่าจะมาถ่ายรูปนกทะเลที่แถวตลาดซีฟู๊ด
แต่เรามาถึงช้าไปหน่อยตลาดซีฟู๊ดปิดไปหลายชั่วโมง นกทะเลเลยไม่บินว่อนเหมือนทุกครั้ง
มีแต่เกาะอยู่บนหลังคาให้เห็นบ้างประปรายเท่านั้น


เธอเห็นนกนั่นไหม


มาทีไรก็ต้องถ่ายมุมนี้ ชอบมาก


บ่ายๆ แบบนี้ผู้คนอยู่แต่ในร้านอาหารตัวเมืองเงียบเชียบ


เดินผ่านโบสถ์เลฌกๆ ใจกลางเมือง


ทางเดินตามแนวคลอง


นั่งอาบแดด



รูปปั้นพระแม่มารีย์



ปลายตุลาแต่ยังใส่ขาสั้นเที่ยวได้นะคะ

บ่ายๆ ถึงอากาศจะไม่ค่อยดีมาก แดดน้อยลง
ท้องฟ้าเริ่มขาวโพลน แต่ Chioggia ก็เป็นเมืองที่มีเสน่ห์มาเที่ยวได้ไม่รู้เบื่อ
มาทีไรก็เปลี่ยนสถานที่เดินเล่นไปเรื่อยๆ ท่าเรือบ้าง ริมทะเลบ้าง
รอบนี้เราเน้นมาเดินเล่นแถวริมคลองด้านหน้าตัวเมือง


รูปปั้นที่ตั้งอยู่เรียงรายตามแนวกำแพง


ถ่ายจากบนสะพาน


ขวามือคือสถานที่ที่เราเดินเล่นกันก่อนหน้า


โบสถ์ประจำเมือง 


วิวที่เห็นได้ทั่วไปใน Chioggia


เมืองเล็กๆ แต่มีเสนห์ให้มาเยือนได้ตลอด

บ่ายแก่ๆ ขับรถกลับบ้าน ขากลับสบายมาก
ตลอดทางไร้หมอกและควัน แถมแดดจ้าหลายช่วง ทำเอาดี๊ด๊ากันสุดๆ
แต่พอกลับมาถึงเมืองเรา หมอกขาวโพลนไม่เลิกเลยค่ะ
โชคดีมากที่ตัดสินใจไปเที่ยว Chioogia กัน




New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...