Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016
1/6/2016
23/5/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_2122.asp ]  Page view: 5.078 Time
Country United States 2100 Peaple
2.100
Country China 1131 Peaple
1.131
Country Thailand 819 Peaple
819
Country Anonymous Proxy 393 Peaple
393
Country Germany 101 Peaple
101
Country Italy 87 Peaple
87
Country Australia 83 Peaple
83
Country France 47 Peaple
47
Country United Kingdom 47 Peaple
47
Country Denmark 35 Peaple
35
Country Norway 31 Peaple
31
Country Sweden 25 Peaple
25
Country Netherlands 22 Peaple
22
Country Turkey 22 Peaple
22
Country Malaysia 18 Peaple
18
Country Switzerland 15 Peaple
15
Country Japan 9 Peaple
9
Country Ukraine 8 Peaple
8
Country Hong Kong 7 Peaple
7
Country Belgium 7 Peaple
7
Country Canada 7 Peaple
7
Country Singapore 7 Peaple
7
Country Romania 6 Peaple
6
Country Vietnam 6 Peaple
6
Country Taiwan 5 Peaple
5
Country Austria 5 Peaple
5
Country Czech Republic 4 Peaple
4
Country Lao People
4
Country New Zealand 4 Peaple
4
Country United Arab Emirates 4 Peaple
4
Country Korea - Republic of 3 Peaple
3
Country Spain 2 Peaple
2
Country Russian Federation 2 Peaple
2
Country Indonesia 2 Peaple
2
Country Kazakhstan 1 Peaple
1
Country Iceland 1 Peaple
1
Country India 1 Peaple
1
Country Finland 1 Peaple
1
Country Saudi Arabia 1 Peaple
1
Country Sri Lanka 1 Peaple
1
Country New Caledonia 1 Peaple
1
Country Lithuania 1 Peaple
1
Country Moldova - Republic of 1 Peaple
1
Country Venezuela 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 28/10/2014 
ขยันทำขยันกิน 


Tuesday ,28 October 2014

Rimini, Italy
11 Celcius ,Mostly Cloudy

นอกจากอากาศช่วงนี้จะน่าเบื่อแล้ว
ยังเบื่อตัวเองอย่างหนักเพราะขยันเข้าครัวทำอาหารซะเกิน
อากาศยิ่งหนาวก็ยิ่งชอบเข้าครัว ไปอยู่ใกล้เตาแก๊สและเตาอบอุ่นๆ
พอทำแล้วก็กิน เพราะทั้งบ้านมีอยู่กันสองคน
แต่ส่วนใหญ่ทำทีเยอะๆ ทานไม่หมดก็แช่แข็งเอาไว้
จนตอนนี้ช่องแช่แข็ง 3 ชั้นเต็มเอี๊ยด เหมือนดังที่น้องใหม่ถามไว้ในไดอารี่ที่แล้วเลย

วันอาทิตย์

แบบว่าอากาศมันเน่ามาก เรากับที่รักก็อยู่ติดบ้านกันทั้งวัน
แบบไม่ได้ออกไปไหนเลย ที่รักมีงานเขียนโปรแกรมของเค้า
ส่วนเราจะทำอะไรล่ะนอกจากงานบ้านและงานครัว
แล้วเราเป็นคนประเภทอยู่นิ่งๆเฉยๆ ไม่ได้ จะต้องหาอะไรทำ
สุดท้ายก็เข้าครัวนวดแป้งทำซาลาเปาไส้หมูสับใส่ไข่ ตามที่ที่รักรีเควสจนได้


กองทัพซาลาเปา


เริ่มจีบซาลาเปาสวยขึ้นแล้วนะ


ซาลาเปาของเราแป้งบางๆ แต่ไส้ตูมๆ นะเออ


แป้งนุ่ม ฟู บางเบา รูปนี้ให้เครดิตที่รักเธอถ่ายไว้ตอนไหนไม่รู้

สำหรับสูตรซาลาเปา ตัวแป้งเป็นสูตรเดิมจากซาลาเปาหมูแดง
เปลี่ยนแค่ไส้เป็นไส้หมูสับเท่านั้น ใครสนใจ คลิกดูสูตรที่นี่เลยค่ะ


ขนมหวานยามบ่าย หยิบเอาข้าวต้มมัดที่แช่แข็งเอาไว้มานึ่งใหม่ 5 นาทีก็ได้ทานล่ะ

เย็นๆ รู้สึกว่าหนาวจนตัวแข็ง 
ไม่ไหวล่ะ บอกที่รักเราออกไปหาแดดอุ่นๆ ที่เมืองอื่นกันเถอะ
สุดท้ายก็ขับรถกันไปเรื่อยๆ จนถึงเมือง Cesenatico
ที่นี่มีแดดอุ่นๆ รอ้เราสองคนอยู่ ถึงแม้จะมีลมแรง แต่แดดอุ่นๆ ก็ช่วยคลายหนาวได้เยอะเลย


ขอสัมผัสแดดอุ่นๆ สักนิดก็ยังดี


ทะเลหน้าหนาวมันช่างเงียบเหงาผิดกับหน้าร้อนจริงๆ

........................................

วันจันทร์

กลับเข้าสู่วัฎจักรเดิมๆ
ที่รักไปทำงาน ส่วนเราต้องรีบเคลียร์งานบ้านที่ค้างคา
ที่รักหยุดงาน 4 วันรวด เราแทบไม่ค่อยได้แตะงานบ้าน
ไม่ออกนอกบ้านก็อยู่แต่ในครัวทำอาหาร วันจันทร์เลยเป็นวันที่ยุ่งที่สุดสำหรับเรา
ต้องเคลียร์ทุกอย่าง โดยเฉพาะสวนริมระเบียงไม่ได้ออกไปดูหลายวัน
เพราะอากาศหนาวจัด เราแทบไม่อยากเหยียบออกไปนอกระเบียงเลยทีเดียว
อีกอย่างช่วงนี้ต้นไม้ดื่มน้ำน้อย 3-4 วันถึงจะรดน้ำสักครั้ง


พริกขี้หนูยังขยันออกดอกติดลูก


ตะไคร้ก็ยังงามเริ่ด ขนาดยังไม่ได้เอาเข้าบ้านนะเนี่ย

สะสางงานบ้านเสร็จ ก็ถึงเวลาเข้าครัว
วันนี้ลองเอาไข่เค็มที่ดองไว้ครบ 15 วัน มาต้มดู ไข่แดงสีสวย รสชาติเค็มกำลังดีเลยทีเดียว


ไข่เค็ม หลังดองครบ 15 วัน

ไหนๆ มีไข่เค็ม แถมมีมะละกอสดๆ ที่ได้มาจากโบโลญญ่า
เลยจัดการทำส้มตำไข่เค็ม เมนูสุดโปรดทานซะเลย
ขอบอกว่ารอเมนูนี้มานานมาก เพราะบ้านเรามะละกอแพงจัด
เราไม่เคยซื้อทานเลย พอไปโบโลญญ่าราคาถูกเท่าตัวเลยสอยมาสองลูก
คราวนี้ล่ะจะทานส้มตำให้หนำใจเลยเชียว


เมนูอื่นถอยไปเมื่อเจอจานนี้


หนาวๆ แบบนี้ต้องทำเมนูนี้ไว้ให้ที่รักทาน
มันฝรั่งพันชีสเบค่อน หรือ Bocconcini di patate formaggio e pancetta   


อบร้อนๆ ชีสเยิ้มๆ ถูกใจคุณชายที่สุด
สำหรับสูตรและวิธีทำ คลิกที่นี่เลยค่ะ

วันนี้เป็นอีกวันที่กาญจนาขยันทำอาหารแบบสุดๆ
เริ่มจากช่วงเช้านึกสนุกอยากลองทำซาลาเปาชาเขียวไส้ถั่วแดงขึ้นมา
เนื่องจากคืนก่อนหน้าเข้ายูทูปดูวิธีทำขนมปังของคนอิตาเลี่ยน
เค้าใช้ยีสต์สดชนิดหวาน ที่ใช้ทำพิซซ่า ขนมปังหรือของหวานทั่วไป
ลักษณะคล้ายๆ กับการทำแป้งทำซาเปา แถมวิธีทำก็ง่ายมากๆ
แค่นำนมอุ่นๆ มาผสมกับยีสต์สด เติมน้ำตาลทราย 
แล้วไปนวดกับแป้งเค้กผสมเกลือป่นเล็กน้อย 
นวดจนแป้งนวนเนียนไม่ติดมือ พักแป้งไว้อีก 30  นาทีแล้วนำมาตัดแบ่ง
ก้อนละ 30 กรัม จากนั้นนำมาห่อไส้ถั่วแดงที่กวนเอาไว้

แต่อย่างที่บอกเราอยากดัดแปลงให้กลายเป็นซาลาเปาชาเขียว
เลยผสมผงชาเขียวมัจฉะลงไปด้วย 2 ช้อนชา ตอนทำลุ้นมากๆ ว่าผลจะออกมายังงัย
ไม่อยากบอกเลยว่าผลดีเกินคาด ซาลาเปาที่ออกมาผิวไม่แห้งตึง
ใช้นิ้วกดดูจะรู้สึกถึงความนิ่ม ขนาดตั้งทิ้งไว้เป็นชั่วโมงแป้งก็ยังนิ่มโดยที่ไม่ต้องนำมานึ่งใหม่
บอกเลยถูกใจสุดๆ เสียอย่างเดียวตอนนวดแป้ง
เราไม่ได้ชั่งตวงคือทะยอยใส่แป้งไปเรื่อยๆ นวดจนแป้งไม่ติดมือถึงหยุด
เลยไม่รู้ว่าเราใส่แป้งไปทั้งหมดเท่าไหร่ 
ไว้ถ้ามีโอกาสทำใหม่คราวหน้าจะชั่งตวงดีๆ แล้วเอาสูตรมาลงให้ลองทำทานกันดูนะคะ


ซาลาเปาชาเขียวไส้ถั่วแดงของเรา ทำสองแบบเลยวันนี้


แป้งโคตรนุ่ม ถูกใจคนทำสุดๆ


บิให้ดูด้านในว่าแป้งนุ่มฟู ไส้ถั่วแดงกวนหวาน มัน เข้ากั๊น เข้ากัน


แกงไตปลาสูตรเข้มข้นมื้อเที่ยง
สำหรับสูตรและวิธีทำ คลิกที่นี่เลยค่ะ

ทำแต่เมนูอาหารของตัวเอง จนลืมเมนูของที่รักไปเลย
นึกได้ว่าเมื่อคืนที่รักบ่นๆ อยากทานบะหมี่หยกเหมือนที่เราทำเหมือนหลายวันก่อน
ส่วนผสมมีพร้อม โรงงานก็เริ่มเดินเครื่องผลิต

ต้องขอบคุณที่รักสำหรับเครื่องรีดแป้งตัดแป้ง
เดี๋ยวนี้จะทำบะหมี่ทานกลายเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับเรามากๆ
แค่ไม่กี่นาทีเราก็ได้กองทัพบะหมี่หยกเตรียมพร้อมสำหรับเมนูมื้อเย็นของที่รัก


โรงงานหมี่หยกกำลังเดินเครื่อง อิอิ


เพียงไม่กี่นาทีก็ได้หมี่หยกมาล้นจาน ให้ที่รักทานให้เบื่อกันไปเลย


บะหมี่หยกเหนียวนุ่ม แค่โรยกระเทียมเจียวก็ทานได้แล้ว
นี่ถ้ามีเป็ดย่างด้วยนะคงอร่อยครบเครื่อง

สำหรับสูตรบะหมี่หยกคือสูตรเดิมที่เราลงไว้ให้นานแล้ว
แต่ตอนนั้นเรานวดแป้งและตัดแป้งด้วยมือ แต่เดี๋ยวนี้เรารีดและตัดแป้งด้วยเครื่อง
แต่สูตรแป้งเราใช้สูตรเดิมตลอด รับรองว่าสูตรนี้เหนียว นุ่ม อร่อยจริงๆ
ใครไม่มีเครื่องขยันหน่อยก็สามารถทำได้เช่นกัน
ใครสนใจ คลิกดูสูตรและวิธีทำที่นี่เลยค่ะ





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


To G

Che dici? Non e' vero niente

Kangi
 29/10/2014 12:24:00

To Kangioppia

non è vero, tu vinci sempre per golosaggine

GiGioppio Japan
 29/10/2014 12:21:00

To G

io non sono golosa tu sei golosissimissimo

Kangi
 29/10/2014 11:35:00

allora mi dici quanto sei golosa o no?

GiGioppio Japan
 29/10/2014 11:31:00

ma quanto sei golosa

GiGioppio Japan
 29/10/2014 10:27:00