Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_2173.asp ]  Page view: 2.016 Time
Country United States 1118 Peaple
1.118
Country Thailand 397 Peaple
397
Country Anonymous Proxy 177 Peaple
177
Country United Kingdom 44 Peaple
44
Country Germany 36 Peaple
36
Country Italy 36 Peaple
36
Country France 30 Peaple
30
Country China 30 Peaple
30
Country Australia 27 Peaple
27
Country Netherlands 16 Peaple
16
Country Hong Kong 14 Peaple
14
Country Denmark 12 Peaple
12
Country Canada 11 Peaple
11
Country New Zealand 9 Peaple
9
Country Japan 8 Peaple
8
Country Malaysia 6 Peaple
6
Country Belgium 6 Peaple
6
Country Sweden 6 Peaple
6
Country Norway 5 Peaple
5
Country Singapore 5 Peaple
5
Country Switzerland 4 Peaple
4
Country Romania 3 Peaple
3
Country Spain 2 Peaple
2
Country Austria 2 Peaple
2
Country India 2 Peaple
2
Country Indonesia 1 Peaple
1
Country Ireland 1 Peaple
1
Country Korea - Republic of 1 Peaple
1
Country Estonia 1 Peaple
1
Country Greece 1 Peaple
1
Country New Caledonia 1 Peaple
1
Country Russian Federation 1 Peaple
1
Country Taiwan 1 Peaple
1
Country Ukraine 1 Peaple
1
Country Vietnam 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 12/05/2015 
Thailand Trip Part II 


Wednesday, 22 April 2015

Chumphon, Italy
38 Celcius , Mostly Cloudy

ท้าเหยียบไทยวันแรกก็ต้องเจอกับอุณหภูมิเกือบ 40 องศา
เรานี่ร้อนจนเหงื่อแตกเหงื่อแตน แต่ที่รักกลับชอบเพราะปกติเป็นฝรั่งขี้หนาว
โชคดีที่บ้านเราอยู่กลางสวน กลางวันแม้อากาศจะร้อนมาก
แต่พอตกกลางคืนอุณหภูมิจะลดลง จนรู้สึกเย็นด้วยซ้ำ

กลับมาบ้านดีหน่อยตื่นมาก็มีของอร่อยๆ รอให้ทานแบบไม่ต้องทำเอง
ส่วนใหญ่จะเป็นฝีมือแม่กับพี่สาว

ขนมจีนน้ำยา+น้ำพริก ฉบับปักษ์ใต้ของแท้


ฝรั่งบอกชอบอากาศร้อนๆ แต่ก็ต้องถอดเสื้อตลอด

กลับไทยรอบนี้น้องแชมป์หลานรักโตขึ้นมาอีกหน่อย
ซนและพูดเก่งมาก เรียกว่าตัวป่วนประจำบ้านเลยก็ว่าได้
ยิ่งเราสองคนอยู่ด้วยก็ติดเราสองคนแจ จนแทบไม่ต้องทำอะไรกันเลยทีเดียว
ยิ่งกับที่รักด้วย คุยกันคนละภาษาแทบจะตีกันตาย

ยิ่งโตก็ยิ่งซน และดื้อ แถมไม่ชอบให้ถ่ายรูป
ต้องแอบถ่ายตอนเผลอ 


น้องแชมป์ 4 ขวบ แล้วครับ


มื้อน้อยๆ ของคนตัวเล็ก


แกล้งหลับไปงั้นล่ะ จริงๆ คือไม่อยากถ่ายรูป

หลังจากพักผ่อนนอนหลับเต็มที่
สายๆ น้องสาวก็พาไปนั่งทานส้มตำที่ร้านอาหารริมทะเล
ช่วงนี้ทะเลบ้านเราเข้าสู่ช่วงมรสุม น้ำทะเลไม่ใส แถมท้องฟ้ามืดมิด


ทะเลบ้านเราวันนี้ มืดมาเชียว


สองป้าหลาน

เนื่องจากอากาศไม่ค่อยเป็นใจ เลยต้องรีบสั่งอาหารมาทาน
เพราะกลัวฝนจะตก เมนูที่อยากกินสุดๆ ก็คงหนีไม่พ้นส้มตำ


ตำไทยไม่ใส่พริกของที่รัก


กุ้งชุบแป้งทอด กุ้งตัวใหญ่มว๊ากกก


ส้มตำทะเลใส่พริกขี้หนูสวน แซ่บสะใจ

ทานได้ไม่ทันไรลมพายุก็พัดมาอย่างรุนแรง
ต้องรีบจ่ายเงินวิ่งกันไปขึ้นรถ แต่ก็ไม่ทัน ลมพัดเอาทรายขึ้นมา
ใส่พวกเราจนแสบตาไปหมด ร้านอาหารหลังคาปลิวไปตามแรงลม
พวกจานปลิวกันให้ว่อน พวกเราวิ่งเหมือนหนีตายกันเลยทีเดียว
ที่รักบอกว่าตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเจอลมแรงขนาดนี้มาก่อน
นี่แค่ลมพัดแรงๆ ประมาณ 5 นาที เท่านั้น ถ้าเหมือนสึนามิจะขนาดไหนไม่อยากจะคิดเลย

กลับบ้านต้องรีบอาบน้ำชำระร่างกายที่เต็มไปด้วยเม็ดทราย


คุณยายคุณหลาน

ลืมเล่าไปกลับบ้านรอบนี้พ่อเลี้ยงลูกแมวอายุประมาณ 2 เดือนไว้ด้วย 3 ตัว
เนื่องจากแม่แมวมาแอบคลอดไว้ในห้องเก็บของของบ้านเรา
จากนั้นก็ทิ้งลูกไว้ไม่กลับมาอีกเลย พ่อกับแม่ไปเจอเข้าเลยต้องอุปการะลูกแมวทั้งสาม
โดยชงนมผงให้ดื่ม ตอนนี้ลูกแมวโตขึ้นมาก กำลังซน น่ารักที่สุด
เราเป็นพวกรักแมวมาแต่ไหนแต่ไร เลยมีความสุขกับการอุ้มและกอดลูกแมวตัวเล็กๆ
ยิ่งเล่นกับพวกเค้าก็ยิ่งรู้สึกดี


หนึ่งในสมาชิกใหม่ของบ้าน นามว่าน้องแบงค์ แต่หนูเป็นผู้หญิงนะคะ

บ่ายๆ อาการเพลียๆเริ่มหดหาย
มีแรงเข้าครัวทำอาหารทานขึ้นมาหน่อย โชคดีบ้านเราพ่อปลูกผักผลไม้ไว้แทบทุกอย่าง
อยากทานอะไรก็ไปตัดไปเด็ดมาทำอาหารทานได้
เราเห็นชะอมยอดอ่อนๆ อดใจไม่ไหวต้องเอามาทำชะอมชุบไข่ทอด
แถมรอบนี้ไก่ของพ่อออกไข่เต็มไปหมด 
ไข่ไก่ชนที่เลี้ยงแบบธรรมชาติ กินดินกินหญ้า ไข่ฟองเล็กๆ แต่ไข่แดงเยอะกว่าไข่ขาว
ที่สำคัญเป็นไข่ปลอดสารพิษ พ่อบอกว่าปกติจะมีชาวบ้านมาขอซื้อไข่ไก่ไปทานตลอด
แต่ช่วงนี้พ่อเห็นเราสองคนกลับบ้านเลยไม่ขาย เก็บไว้ให้พวกเราทำกับข้าวกัน


ชะอมชุบไข่ทอด ฝีมือเราเอง


กระเพราไก่ชิ้น ใส่กระเพรากันเป็นดง

ส่วนของที่รักเราทำเมนูแสนพิเศษที่หาทานที่อิตาลีไม่ได้
นั่นคือ ตำลึงผัดไข่ อุตส่าห์ไปเด็ดตำลึงยอดอ่อนๆ กลางสวนมาทำให้เชียวนะ
ที่รักทานไปคำแรกบอกว่าอร่อยมาก ไม่เคยทานผักชนิดนี้มาก่อน
แหง๋ล่ะ อยู่อิตาลีจะเอาตำลึงมาจากไหน


ตำลึงผัดไข่ บำรุงเลือดกันหน่อย

กลับไทยรอบนี้ถึงแม้จะไม่ใช่ช่วงฤดูผลไม้หลักของบ้านเรา
แต่ผลไม้หลายชนิดก็มีขาย ส่วนใหญ่จะส่งมาจากทางฝั่งจันทบุรี
หนึ่งในนั้นก็คือเงาะ ราคาค่อนข้างแพงกิโลละเกือบ 100 บาท
แต่รสชาติไม่หวานกรอบเหมือนเงาะบ้านเราสักนิด แอบผิดหวังเล็กน้อย
แต่ด้วยความที่อยากกินมานาน ก็กินจนหมดอยู่ดี


หน้าตาสวยแต่ไม่อร่อย


ผลไม้สดๆ ต้องมีขึ้นโต๊ะทุกวัน ผลไม้ไทยอร่อยสุดๆ


......................

ปล.

คุณโม มีนเขียนไดอารี่ย้อนหลังค่ะ ตอนนี้กลับมาถึงอิตาลีได้ 4 วันแล้ว
กลับไปไทยแค่ 18 วัน ไม่มีเวลาเขียนไดอารี่เลย




New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


ที่บ้านน้องมีนโชคดีจังเลยค่ะ ได้ทานผัก ไข่ อะไรหลายๆอย่างปลอดสารพิษ เห็นขนมจีนปักษ์ใต้แล้ว นํ้าลายไหลเลย 

พี่อุ้ม
 13/05/2015 17:03:00