Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016
1/6/2016
23/5/2016
22/5/2016
11/5/2016
28/4/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_2179.asp ]  Page view: 1.774 Time
Country United States 850 Peaple
850
Country China 337 Peaple
337
Country Thailand 215 Peaple
215
Country Anonymous Proxy 114 Peaple
114
Country Italy 36 Peaple
36
Country Japan 32 Peaple
32
Country France 27 Peaple
27
Country Germany 27 Peaple
27
Country Australia 24 Peaple
24
Country United Kingdom 21 Peaple
21
Country Hong Kong 12 Peaple
12
Country Netherlands 10 Peaple
10
Country Taiwan 10 Peaple
10
Country Canada 8 Peaple
8
Country Ukraine 7 Peaple
7
Country Switzerland 7 Peaple
7
Country Norway 6 Peaple
6
Country Denmark 5 Peaple
5
Country Malaysia 4 Peaple
4
Country Romania 3 Peaple
3
Country Korea - Republic of 3 Peaple
3
Country India 3 Peaple
3
Country Belgium 2 Peaple
2
Country Singapore 2 Peaple
2
Country Spain 2 Peaple
2
Country Sweden 2 Peaple
2
Country United Arab Emirates 1 Peaple
1
Country Austria 1 Peaple
1
Country Luxembourg 1 Peaple
1
Country New Caledonia 1 Peaple
1
Country New Zealand 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 07/06/2015 
เที่ยว Limone sul Garda, Italy 


Saturday, 6 June 2015

Limone, Italy
33 Celcius , Fog

สัญญากับที่รักว่าถ้าที่รักหายออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่
เราจะพาที่รักไปเที่ยว ทานอาหารอร่อยๆ 
ตอนนั้นพูดเพื่อให้กำลังใจที่รักจะได้หายไวไว
เพราะที่รักบ่นตลอดว่าเบื่อ อยากกลับบ้าน อยากไปเที่ยว ทานอาหารอร่อยๆ ได้สักที

หลังจากออกจากโรงพยาบาลได้ 4-5 วัน
เสาร์นี้ไหนๆ ก็วันหยุด เลยทำตามคำพูดที่สัญญากับที่รักไว้
นั่นคือการพาไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา ผ่อนคลาย 
เพราะสัปดาห์หน้าที่รักก็มีนัดกับคุณหมอเข้ารับการผ่าตัดเส้นเลือดใหญ่ที่ตีบตัน
สองจุดนั่นคือต้นขากับฝ่าเท้า ซึ่งถึงเวลานั้นคงต้องอยู่โรงพยาบาล 2-3 วัน
ถ้าไม่มีอาการข้างเคียง แถมคงต้องรักษาตัวสักพักกว่าจะหายดี

เราถามที่รักว่าอยากไปเที่ยวไหน
ที่รักบอกว่าอยากไปเที่ยวทะเลสาปการ์ดา เพราะเราสองคนไม่ได้ไปมาสักพักแล้ว
ไปก็ไป แต่ทะเลสาปการ์ด้าค่อนข้างไกลจากบ้านเรามาก
300-400 กิโลเมตรเลยทีเดียว เพราะเรารู้ว่าที่รักชอบเมืองทางเหนือของการ์ดา
แล้วเมืองทางเหนือมันใกล้ซะที่ไหนล่ะ
อย่างต่ำใช้เวลาเดินทางกัน 4-5 ชั่วโมง

แถมวันนี้เป็นวันแรกของหน้าร้อน เด็กๆ พากันปิดเทอม
ไม่ต้องคิดเลยว่านักท่องเที่ยวจะเยอะขนาดไหน
แค่ลงจากมอเตอร์เวย์รถก็ติดยาวเหยียด ทะเบียนรถนี่มีแต่เยอรมันกับฮอลแลนด์ทั้งนั้น
กว่าจะขับไปถึงเมือง Limone ซึ่งอยู่ทางเหนือของอิตาลีก็ปาไปเกือบบ่ายสองโน่นแน่ะ


จอดรถแล้วเดินเข้าเมืองโลด


ทุกเมืองรอบทะเลสาปจะประดับประดาด้วยดอกไม้สีสดใส

ไปถึงไม่พูดพร่ำทำเพลง เพราะหิวมาก
เดินเข้าร้านอาหารก่อน เนื่องจากเราสองคนเคยมาเที่ยวที่นี่บ้างแล้ว
เลยมีร้านประจำที่อาหารอร่อยและราคาไม่แพง ร้านตั้งอยู่ด้านหน้าทะเลสาป
ทานอาหารกันไปชมวิวสวยๆ ของทะเลสาปไปได้ด้วยเลย


Caprese ของที่รัก 


ครั้งแรกที่สั่งเมนูปลาจากทะเลสาปมาทาน
รสชาติคล้ายๆ ปลาแซลมอน อร่อยดี ตอนแรกนึกว่าจะมีกลิ่นคาวเหมือนที่รักบอก


ปิดท้ายด้วยไอศครีมถ้วยยักษ์
สั่่งไอศครีมแถมพัดมาให้ด้วย น่ารักมาก

ท้องอิ่มก็มีแรงเดินทัวร์รอบตัวเมืองกันแล้ว
เสียดายวันนี้ที่นี่อากาศร้อนมาก แต่มีหมอกปกคลุม ทำให้ท้องฟ้าขาวโพลน
ไม่สดใสเหมือนเมืองอื่นๆ 


ทะเลสาปการ์ด้าด้านหน้าเมือง Limone


บรรยากาศรอบๆ ทะเลสาป


ถ้าฟ้าใสๆ จะมองเห็นเมืองอีกฝั่งเลยทีเดียว


เป็นคนรักดอกไม้ค่ะ


คนป่วยถ่ายรูปให้


เธอขี้เกียจหาโฟกัสหน้าก็เบลอๆ ตลอด แบบว่าตากล้องเต็มใจสุดๆ (ประชด)


อากาศอบอ้าว ร้อนเหงื่อแตกเหงื่อแตน โชคดีได้พัดฟรีมาจากร้านอาหาร


มีทุกชาติในยุโรป 


ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าที่นี่ที่ไหน อิตาลีสิค่ะ


ตึกด้านหน้าส่วนใหญ่เป็นโรงแรม


นี่ก็โรงแรมเล็กๆ แต่น่ารักดี


เราอยู่ที่นี่ Limone sul Garda


ร้อนมากแต่ก็ยังยิ้มได้นะคะ


แค่เห็นก็เย็นชื่นใจ

ชื่อของเมืองนี้ Limone นั่นก็คือ Lemon ที่เรารู้จักกันดี
ดังนั้นทั้งเมืองจะมีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเลม่อน ทั้งของกินของใช้ 
แม้แต่ของตกแต่งประดับบ้านก็ยังมีลวดลายเป็นรูปเลม่อน
ตามตัวเมืองก็ประดับประดาไปด้วยต้นเลม่อน


รับเครื่องดื่มสักขวดไหมค่ะ ราคาเบาๆ ตามที่เห็น


ร้านนี้ของใช้น่ารักๆ รูปเลม่อนเต็มร้านไปหมด


ของหวานที่หน้าตาเหมือนลูกชุบบ้านเรา แต่รสชาติแตกต่างกันมาก
เราซื้อทานได้สามชิ้น ขอบอกว่าหวานมาก ทานไปน้ำตาลพุ่งปรี๊ดเลยทีเดียว
แถมราคาก็ใช้ถุกๆ กิโลละ 28 ยูโร แน่ะ


บ้านเรือนตั้งอยู่ตามไหล่เขา


ท่าเทียบเรือใจกลางเมือง ดูซะก่อนว่านักท่องเที่ยวเยอะขนาดไหน

มาเมืองนี้ทั้งทีก็ต้องไม่พลาดที่จะขึ้นเขาไปเยือน
"Limonaia del Castel"
เป็นสถานที่ปลูกและจัดแสดงเลม่อนหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงพืชตระกูลส้ม
ตอนแรกเราคิดว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดง
ที่ไหนได้พอเข้าไปมันคือสวนเลม่อนชัดๆ 
สำหรับค่าเข้าชม คนอิตาเลี่ยน 1 ยูโร ต่างชาติ 2 ยูโร


แค่เดินเข้าไปก็เต็มไปด้วยพืชตะกูลส้ม แต่เน้นไปทางเลม่อนมากที่สุด


แบบกระถางตั้งเรียงราย


เลม่อนแต่ละต้นลูกโตและดกมาก

ใครมีเวลาสมารถเดินอ่านประวัติและที่มาของต้นไม้แต่ละชนิด
มีให้ชมกันถึง 4 ชั้น สามารถขึ้นลงบันไดอันสูงชัน
เพราะเค้าปลูกก็ตามไหล่เขา  แถมด้านในมีพิพิธภัณฑ์ให้ได้เข้าชม
ส่วนเราไม่ค่อยได้สนใจต้นไม้มากนัก เพราะสิ่งที่เราสนใจคือวิวสวยๆด้านล่างต่างหากล่ะ


วิวสวยๆ ด้านล่าง


เดินชมต้นเลม่อนไปด้วย ชมวิวไปด้วย


ตัวเมือง 


เสียดายฟ้าไม่ใส ไม่งั้นคงได้ภาพแจ่มๆ

เดินเที่ยวสักพักก็ต้องรีบลงจากเขา
เพราะบ่ายแก่ๆ เราสองคนต้องใช้เวลาเดินทางกลับบ้านอีกหลายชั่วโมง


ยังคงเก็บภาพวิวทะเลสาปอีกเล็กน้อย




เหมือนนกกระจิบว่าไหม


ลานจอดเดินไปด้านหน้าอีกหลายร้อยเมตรเลย


บ๊าย บาย ทะเลสาปแสนสวย ไว้เจอกันใหม่น๊าา..


................

ฝากข้อความ

คุณ Joy ขอบคุณค่ะที่ชื่นชอบไดอารี่มีน ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ 

พี่แขก ขอบคุณสำหรับคำอวยพรให้พี่จี พี่แขกสบายดีใช่ไหมค่ะ เดี๋ยวนี้ไม่เห็นเขียนไดอีกเลย




New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


อยากจะเขียนเหมือนกันค่ะ แต่ความขี้เกียจเยอะเกิน ฮ่าๆๆๆ ขอเป็นขยันอ่านดีกว่าเนาะ  แวะมาขโมยเมนูประจำค่ะ  อากาศดี ๆ เหมาะกับการท่องเที่ยวค่ะ ทางนี้ร้อนไม่มากเท่าไหร่ ยังหนาว ๆ อยู่เลย

Khaek
 08/06/2015 21:32:00

yes yes why you really golosa

G
 08/06/2015 13:34:00

have only big gelato...
no see chili

G
 08/06/2015 13:29:00