Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_2211.asp ]  Page view: 4.753 Time
Country United States 3588 Peaple
3.588
Country Thailand 625 Peaple
625
Country Anonymous Proxy 202 Peaple
202
Country United Kingdom 55 Peaple
55
Country Australia 51 Peaple
51
Country Italy 38 Peaple
38
Country Germany 34 Peaple
34
Country France 27 Peaple
27
Country China 22 Peaple
22
Country Netherlands 15 Peaple
15
Country Japan 12 Peaple
12
Country Canada 12 Peaple
12
Country Denmark 9 Peaple
9
Country Hong Kong 8 Peaple
8
Country Finland 5 Peaple
5
Country Korea - Republic of 5 Peaple
5
Country Sweden 5 Peaple
5
Country Switzerland 5 Peaple
5
Country Norway 5 Peaple
5
Country New Caledonia 4 Peaple
4
Country Malaysia 3 Peaple
3
Country India 3 Peaple
3
Country Belgium 3 Peaple
3
Country Taiwan 3 Peaple
3
Country United Arab Emirates 3 Peaple
3
Country Turkey 2 Peaple
2
Country Austria 2 Peaple
2
Country New Zealand 2 Peaple
2
Country Israel 1 Peaple
1
Country Ukraine 1 Peaple
1
Country Portugal 1 Peaple
1
Country Romania 1 Peaple
1
Country Singapore 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 15/11/2015 
ปั้นสิบไส้ปลา 


Sunday, 15 November 2015

Rimini, Italy
11 Celcius , Fog

อยากกินปั้นสิบไส้ปลามานานล่ะ ท่องว่าจะทำแต่ก็ยังไม่สบโอกาสสักที
โชคดีวันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้ บ้านเราอากาศหนาวมาก หมอกลงหนาจัดทั้งวัน
ทำให้เราสองคนต้องติดแหง็กอยู่บ้าน ทั้งที่อยากออกไปข้างนอกไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา
แต่ก็ทำไม่ได้ ขนาดในบ้านเปิดฮีตเตอร์ยังรู้สึกหนาวมาก
คงเป็นเพราะหมอกที่หนาจัดทั้งวันด้วยล่ะ

อยู่บ้านจะให้อยู่เฉยๆ เดี๋ยวเป็นบ้าตาย
มีเนื้อปลาหนึ่งแพ็คที่ซื้อมายังไม่ได้ทำอะไรทาน เลยเอามาผัดเป็นไส้ปลาซะเลย
สำหรับสูตรแป้งตอนแรกว่าจะทำแบบสูตรแป้งนุ่ม ใส่ไข่
แต่ปรากฎว่าไข่ในสต็อคหมดเกลี้ยง ขี้เกียจออกไปซื้อ
สุดท้ายเลยเสิร์ชหาสูตรที่ไม่ได้ใส่ไข่ จนไปเจอสูตรของแม่ปูขาเก เซมารุ
เลยลองทำสูตรนี้ดี ปรากฎว่าแป้งกรอบ อร่อย
ต้องขอบคุณเจ้าของสูตรด้วยนะคะ



ส่วนผสมแป้ง

แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1/2 ถ้วยตวง
แป้งข้าวจ้าว 1/2 ถ้วยตวง
น้ำมันพืช 1/4 ถ้วยตวง

น้ำปูนใส 1/4 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ


ส่วนผสมไส้ปลา

เนื้อปลา 300 กรัม
ผักชี 3 ราก
กระเทียมกลีบใหญ่ 3 กลีบ
พริกไทยเม็ด 1/2 ช้อนชา
ข่าสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
หอมแดงสับหยาบ 150 กรัม
น้ำตาลปี๊ป 4-5 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 3  ช้อนโต๊ะ
น้ำมันสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ

คราวนี้เรามาเริ่มทำตัวไส้ปลากันก่อนนะคะ


เนื้อปลาซื้อมาแบบเค้าแล่ให้เรียบร้อย ไร้ก้างค่ะ


นำไปนึ่งให้สุก


จากนั้นนำใส่ครกตำให้เนื้อปลาฟู พักไว้ก่อนค่ะ


นำกระเทียม รากผักชี พริกไทยเม็ดและข่าสับละเอียด ใส่ครก ตำรวมกันให้ละเอียด


หอมแดงสับหยาบค่ะ


นำกระทะตั้งไฟพอร้อนใส่น้ำมันพืชลงไป ตามด้วยส่วนผสมสามเกลอและข่าที่เราตำเอาไว้ลงไปผัดให้หอม


ใส่หอมแดงสับหยาบลงไปผัดพอยุบตัว


ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊ปและน้ำปลา สำหรับน้ำปลาอย่าเพิ่งหนักมือ
ทะยอยใส่แล้วลองชิมรสให้ออกหวานเค็มตามนะคะ
เพราะถ้าหนักเค็มมันจะแก้ยากค่ะ ผัดด้วยไฟอ่อนๆ จนน้ำตาลละลายดี


ใส่เนื้อปลาที่เราตำเตรียมไว้ลงไปผัดให้เข้ากับส่วนผสมอื่นๆ


ผัดด้วยไฟอ่อนๆ จนส่วนผสมแห้ง ต้องให้แห้งนะคะเวลาเอาไปห่อขนม
ตัวแป้งด้านในจะได้กรอบ ที่สำคัญสามารถเก็บไว้ทานได้หลายวันด้วยค่ะ

ต่อไปเรามาทำในส่วนผสมของแป้งกันต่อเลยค่ะ


ร่อนแป้งสองชนิดให้เข้ากัน จากนั้นใส่น้ำตาลทรายและเกลือป่น คนส่วนผสมให้เข้ากัน
ทำหลุมตรงกลาง ใส่น้ำมันพืชและน้ำปูนใสลงไป


คนให้ส่วนผสมเข้ากัน


จากนั้นใช้มือนวดจนแป้งเนียนเกาะตัวกันดีค่ะ


คลุมแป้งด้วย Plastic Wrap พักแป้งทิ้งไว้ 30 นาทีค่ะ


นำแป้งที่พักได้ที่มาแบ่งเป็นก้อนๆ ก้อนละ 10 กรัม
หรือใครจะทำเล็กกว่านี้ก็ไม่ว่ากัน


ใช้ไม้คลึงแป้ง คลึงให้เป็นวงกลมแต่ไม่ต้องบางมากนะคะ


ตักไส้ใส่ลงไปตรงกลางมากน้อยตามชอบเลยค่ะ


พับริมเข้าหากัน 


จากนั้นเริ่มจับจีบหรือที่เรียกกันว่าขลิบ เหมือนกับการทำกะหรี่พัฟเลยค่ะ


เสร็จแล้วหนึ่งชิ้น หน้าตาจะประมาณนี้ค่ะ 


แป๊ปเดียวได้มาเป็นกองทัพ


จากนั้นนำไปทอดในน้ำมันที่ร้อนจัด แต่พอเอาขนมใส่ลงไป
ให้ปรับไฟเป็นปานกลางค่อนไปทางอ่อน ทอดไปเรื่อยๆ จนขนมสุกเหลืองเป็นสีทอง
ระหว่างทอดหมั่นคนด้วยนะคะ ขนมจะได้ไม่ติดก้นหม้อ สีสวยเสมอกัน


ทอดจนสีเหลืองสวยถูกใจ ก้ตักขึ้นมาพักไว้บนกระดาษซับมันออกเล็กน้อย
ถ่ายภาพช่วงกลางคืนดูเหมือนสีเข้มไปนิด ทำงัยได้ช่วงนี้มืดเร็วสี่โมงเย็นมืดยังกะเที่ยงคืน


จับมาถ่ายรูปช่วงกลางวัน สีสวยขึ้นมานิด


ทิ้งไว้วันที่สองแป้งยังกรอบ อร่อยอยู่เลยค่ะ


สำหรับวิธีเก็บรักษาก็คือนำใส่ขวดโหล ปิดฝาให้สนิท
อย่าให้ลมเข้าไปได้ สามารถเก็บไว้ทานได้หลายวันเลยค่ะ
แต่บ้านนี้คาดว่าไม่เกิน 3 วัน แค่ช่วงเช้าตั้งใจว่าจะทานตัวสองตัว
เผลอแป๊ปเดียวหยิบเข้าปากไปสิบตัว แม่เจ้า!!! ลืมตัวอีกแล้วค่ะ



....................


ฝากข้อความ

คุณ Kaew ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ขอบคุณมากๆ สำหรับคำอวยพรให้เราสองคน
ตอนนี้พี่จีทานอาหารและดื่มน้ำได้มากขึ้นแล้วค่ะ กำลังขุนกันสุดๆ
เพราะช่วงที่ป่วยหนักผอมมากจนเหลือแต่กระดูก






New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


น่าทานมากค่ะ จีบสวยอีกแล้ว  ยิ่งตัวเล็กๆยิ่งทานเพลิน เผลอหน่อยหมดเลย อิ อิ

nee
 17/11/2015 05:57:00

ขนมน่าทานจังค่ะ น้องมีนหาน้ำปูนใสมาจากไหนค๊ะ หรือว่าเอามาจากเมืองไทย ทำขนมไทยเก่งจัง อิจฉา

ปล อากาศที่เยอรมันช่วงนี้แดดออกแต่ลมแรงมาก ใบไม้ปลิวกระจัดกระจายไปทั่วเลย พี่ต้องคอยกวาดตลอดเลย เพราะบ้านพี่รั้วติดกับป่าเลยน่ะ แต่ป่าเป็นของเพื่อนบ้านแถวนี้ล่ะ รักษาสุขภาพด้วยน๊ะจ๊ะ

Luck
 16/11/2015 20:20:00

เวลากินปั้นสิบ โมแอบกินแต่ไส้ค่ะ แป้งเลาะเล็มๆ เอา

อาการลืมตัวเป็นได้บ่อยมากกกกก ค่ะ เวลาที่เพลิน วันก่อนเปิด FB คุณมีนให้ ลูกสาวคนเล็กดู โดยเฉพาะหน้าบัวลอย กับ ลูกชุบ เธอบอกว่าแม่ขา สุดยอดจริงๆ สวยและน่ากินมากกกก
มีการบอกด้วยนะ แม่ไม่ได้ครึ่งน้ามีน แน่ๆ โหหหห ลูกขา แค่คิดก็ผิดแล้ว อย่าเอาแม่ไปเทียบ

Mo pastamama
 16/11/2015 14:58:00

สุดยอดมากๆเลยค่ะ ทึ่งในฝีมือจริงๆ เลย ทั้งล่าเตียง ลูกชุบ ปั้นขลิบฯลฯ ปราณีตสวยงามมากเลย อยู่เมืองไทยมีเครื่องปรุงครบยังทำไม่ได้แบบนี้เลยค่ะ 

Mai
 16/11/2015 14:48:00

สุดยอดมากๆเลยค่ะ ทึ่งในฝีมือจริงๆ เลย ทั้งล่าเตียง ลูกชุบ ปั้นขลิบฯลฯ ปราณีตสวยงามมากเลย อยู่เมืองไทยมีเครื่องปรุงครบยังทำไม่ได้แบบนี้เลยค่ะ 

Mai
 16/11/2015 14:46:00