Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_2221.asp ]  Page view: 2.712 Time
Country United States 1191 Peaple
1.191
Country Thailand 626 Peaple
626
Country Anonymous Proxy 485 Peaple
485
Country Germany 77 Peaple
77
Country China 55 Peaple
55
Country Italy 54 Peaple
54
Country United Kingdom 54 Peaple
54
Country Netherlands 30 Peaple
30
Country France 27 Peaple
27
Country Australia 25 Peaple
25
Country Russian Federation 22 Peaple
22
Country Norway 14 Peaple
14
Country Denmark 10 Peaple
10
Country Canada 6 Peaple
6
Country Japan 5 Peaple
5
Country Korea - Republic of 4 Peaple
4
Country Sweden 4 Peaple
4
Country Switzerland 4 Peaple
4
Country India 3 Peaple
3
Country New Caledonia 2 Peaple
2
Country Georgia 2 Peaple
2
Country Portugal 2 Peaple
2
Country Romania 2 Peaple
2
Country Ukraine 2 Peaple
2
Country Taiwan 1 Peaple
1
Country Estonia 1 Peaple
1
Country Argentina 1 Peaple
1
Country New Zealand 1 Peaple
1
Country Israel 1 Peaple
1
Country Malaysia 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 08/12/2015 
เที่ยว Gubbio ช่วงวันหยุดยาว 


Sunday, 6 December 2015

Rimini, Italy
6 Celcius , Fog

ต่อจากไดอารี่ก่อนหน้านะคะ
หลังจากชมทะเลหมอกที่ Urbino กันแล้ว
เราสองคนก็รีบบึ่งรถเพื่อไปต่อยังเมือง Gubbio
ใช้เส้นทางเดิมคือผ่าน Furlo เป็นถนนที่ใช้เป็นเส้นทางผ่านไปยังกรุงโรม
แต่เดี๋ยวนี้ผู้คนไม่นิยมใช้เส้นทางนี้มากนัก เปลี่ยนไปใช้มอเตอร์เวย์ผ่านลงไปทางเมือง ancona มากกว่า
เพราะเส้นทางนี้มีแต่ภูเขากับหุบเหว ช่วงกลางคืนน่ากลัวมากๆ
เราสองคนเคยหลงทางกันมาแล้วในวันแรกที่เรามาเหยียบอิตาลี
แล้วที่รักไปรับที่โรม เลยเป็นอะไรที่ฝังใจมาก

หลังจากผ่านอุโมงค์ที่ Furlo มาได้ไม่นาน
ถึงเมือง Cagli อุโมงค์ที่ตัดผ่านภูเขาปิด เนื่องจากหินถล่มลงมา
เอาล่ะสิ ทำงัยล่ะคราวนี้ ต้องเบี่ยงเบนเส้นทาง
เราบอกที่รักไปทาง Cagli แล้วอ้อมหลังตัวเมืองไปทางถนนสายเดิม
ที่รักบอกไม่ใช่ต้องไปอีกฝั่ง สรุปขับรถอ้อมเขาใหญ่ยักษ์กันหลายลูก
ที่สำคัญสัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่มี โชคดี เป็นช่วงกลางวัน
สรุปหลงทางขึ้นไปบนภูเขาสูง ถนนแคบๆ อยู่กับ 30 กิโลเมตร
เราแอบแซวที่รัก "นี่สิ คุณชายจีตัวจริงเสียงจริง" เพราะถ้าไม่หลงไม่ใช่ที่รัก


เพราะหลงทางเลยได้ภาพนี้มา

กว่าจะไปถึงเมือง Gubbio เลยปาไปบ่ายอ่อนๆ
โชคดีไปถึงเมืองนี้แดดจ้า จากก่อนหน้า 6 องศา กลายเป็น 14 องศา
เราต้องรีบถอดแจ็คแก็ตออกแทบไม่ทัน เพราะรู้สึกร้อนจนเหงื่อตก


ด้านหน้าตัวเมือง Gubbio


ฝั่งด้านข้าง


มาถึงก็บ่ายพอดี

เมืองนี้เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งอยู่บนเนินเขา ด้านหลังเป็นภูเขาหินแกรนิตขนาดใหญ่
ในช่วงคริสมาสต์เมืองนี้จะเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมาก
เนื่องจากจะประดับประดาไฟบนภูเขาให้เป็นรูปต้นคริสมาสต์ขนาดใหญ่ยักษ์
สามารถมองเห็นได้ในระยะไกลหลายกิโลเมตร
เมื่อก่อนเราสองคนชอบมาเที่ยวเมืองนี้ช่วงกลางคืน เพราะจะมองเห็นต้นคริสมาสต์
สูงใหญ่เท่าภูเขาหนึ่งลูก เสียดายปีนี้มาช่วงกลางวัน


สังเกตุดีๆ ด้านบนสุดจะเป็นรูปดาวนั่นคือยอดของต้นคริสมาสต์



ด้านข้างของดูโอโม่ประจำเมืองสูงโดดเด่น

ขนาดว่าเราสองคนมาช่วงกลางวัน
ยังหาที่จอดรถกันแทบไม่ได้ ต้องรอให้คนอื่นขับออก
คงเป็นเพราะช่วงวันหยุดยาวด้วย ผู้คนนิยมเดินทางท่องเที่ยวตามเมืองสำคัญต่างๆ

มาถึงไม่รอช้ารีบเดินขึ้นเขาไปชมความสวยงามของดูโอโม่ประจำเมือง
กว่าจะเดินขึ้นไปถึงด้านบนเล่นเอาเหงื่อแตกเหงื่อแตน ขนาดว่าอากาศหนาวนะเนี่ย



เดินขึ้นมาจากด้านล่าง วนกันหลายรอบ


มองเห็นด้านข้างดูโอโมล่ะ เก่าแก่ดีไหม


มองลงไปด้านล่าง แอบเสียว


เดินกันต่ออีกหน่อยเดียวก็จะถึงดูโอโมล่ะ


อะไรเอ่ย



เดินไปถ่ายไป มีแต่ของน่ารักๆ แฮนด์เมดล้วนๆ

สองข้างทางระหว่างไป Duomo เต็มไปด้วยร้านค้า
ส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์แฮนด์เมดกับสินค้าที่เลื่องชื่อของเมืองนี้
จำพวกเซรามิค ผลิตภันฑ์จากสัตว์ป่า อาหารป่า เช่น เห็ด



น่ารักเนอะ


ด้านหน้าดูโอโม่ ไม่ได้สวยเริ่ดแต่เก่าแก่นับพันปี

ช่วงคริสมาสต์ที่ลานด้านหน้าดูโอโม่มีลานไอซ์สเก็ตเหมือนเฉกเช่นหลายๆเมือง
เมืองเราก็จัดที่ใจกลางเมืองเช่นกัน แต่เราเล่นไม่เป็น กลัวล้มไม่เป็นท่า
แต่เค้าจะเปิดบริการช่วงกลางคืน 

มีโอกาสได้เข้าชมความสวยงามภายในดูโอโมด้วย
แต่เค้าไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ 



รถไฟนำเที่ยวชมตัวเมือง สวยงาม น่ารักมาก


ด้านข้างอีกฝั่ง


ตึกรามบ้านช่องแนวนี้หมด

ลงเขามาด้านล่างเหนื่อยจนแทบหมดแรง
ต้องแวะร้านกาแฟเติมพลังงานกันนิดหน่อย ไม่งั้นไม่มีแรงขับเคลื่อน
ไม่ได้ออกกำลังกายเกือบปี ร่างกายไม่แข็งแรงแบบเมื่อก่อน



ผ่านร้านนี้ ตุ๊กตาน่ารักมาก เจ้าของทำผมเหมือนตุ๊กตาเลยด้วย


อากาศยังคงดีต่อเนื่อง




บ้านเรือนผู้คนเน้นเรียบง่าย


ยังคงมีกลิ่นอายของฤดูใบไม้ร่วงให้เห็น



ใบไม้ร่วงหล่นตามกาลเวลา




ไม่มีแดดถ่ายรูปแบบถอดแว่นได้


เมืองเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยโบสถ์หลายแห่ง



บ่ายสามกว่าๆ ที่รักก็ชวนกลับบ้าน
เพราะสี่โมงเย็นก็เริ่มมืด ที่รักไม่อยากขับรถช่วงกลางคืน
เพราะเส้นทางนี้ไม่ค่อยปลอดภัยนัก อีกอย่างกลัวจะเจอหมอกขาวโพลนตลอดทาง


กลับมาที่เดิม


เราจอดรถกันด้านข้างโบสถ์


บ๊าย บาย Gubbio

ขากลับที่รักตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทาง
เพราะไม่อยากขับรถผ่านช่วงภูเขาสูง กลัวหลงทางเหมือนเช่นขามา
เลยเปลี่ยนไปใช้เส้นทาง Cesena อ้อมหน่อยแต่ปลอดภัยกว่า
ที่สำคัญเราสามารถมาขึ้นมอเตอร์เวย์ที่เมือง Cesena ต่อมายังบ้านเราได้


.............


ฝากข้อความ


พี่ Luck สามีกลับมาแล้วไม่เหงาแล้วสิค่ะ แต่ยังงัยอากาศหนาวๆก็น่าเบื่อ
บ้านมีนยังคงหมอกลงหนาจัดเหมือนเดิม เลยไม่อยากอยู่บ้าน หยุดเมื่อไหร่ต้องออกไปตะลอน
หาแสงแดดอุ่นๆ ดีกว่ากันเยอะเลยค่ะ




New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


ดีใจด้วยนะคะ ออกเที่ยวกันได้แล้ว

Joy
 11/12/2015 01:37:00