Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_2222.asp ]  Page view: 2.020 Time
Country United States 939 Peaple
939
Country Anonymous Proxy 460 Peaple
460
Country Thailand 283 Peaple
283
Country China 62 Peaple
62
Country Italy 54 Peaple
54
Country United Kingdom 44 Peaple
44
Country Germany 37 Peaple
37
Country Netherlands 35 Peaple
35
Country France 29 Peaple
29
Country Australia 17 Peaple
17
Country Ukraine 8 Peaple
8
Country Japan 7 Peaple
7
Country Korea - Republic of 6 Peaple
6
Country Sweden 6 Peaple
6
Country Canada 5 Peaple
5
Country Denmark 3 Peaple
3
Country Nepal 3 Peaple
3
Country Norway 3 Peaple
3
Country Philippines 3 Peaple
3
Country Portugal 3 Peaple
3
Country Romania 2 Peaple
2
Country Russian Federation 2 Peaple
2
Country Ireland 2 Peaple
2
Country New Caledonia 2 Peaple
2
Country Malaysia 1 Peaple
1
Country Austria 1 Peaple
1
Country Hong Kong 1 Peaple
1
Country Spain 1 Peaple
1
Country Switzerland 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 13/12/2015 
เที่ยว Loreto แล้วต่อไปที่ Conero 


Saturday, 12 December 2015

Rimini, Italy
6 Celcius , Fog


ช่วงนี้เช้าๆ หน้าบ้านเต็มไปด้วยน้ำแข็งเกาะบนยอดหญ้าและถนน
เพราะอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศา ทุกวัน
แถมแดดก็ยังไม่มาเยือนเหมือนเคย หลังจากเฝ้ารอมาทั้งสัปดาห์

วันนี้ตื่นเช้ากันเหมือนทุกวัน
เราตื่นแล้วนอนเล่นกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนที่นอน
ที่รักก็คะยั้นคะยอให้ลุกขึ้นจากเตียงไปอาบน้ำแต่งตัว
เช้านี้มีเรื่องฮาๆ ที่ที่รักพูดกับเรา ณ เวลา 5.28 น.

ที่รัก : Kangi ตื่นได้แล้ว ไปธนาคารกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มกัน เพราะถ้าชั้นไปนอนต่อเดี๋ยวหลับยาว

Kangi : จะไปก็สวมยีนส์ให้เรียบร้อยสิ หรือจะให้ชั้นออกไปคนเดียว
ถ้าเกิดมีใครลักพาตัวชั้นไปทำงัย มีเงินไปจ่ายค่าไถ่ตัวเหรอ

ที่รัก : ไม่ต้องเป็นห่วง โจรจะปล่อยตัวเธอภายใน 5 นาที เพราะเธอกินจุ

แป่ว!!!!!!!

............


จบจากบทสนทนาก็รีบแต่งตัว
ออกไปกดเงินที่ธนาคาร แวะร้านกาแฟ จากนั้นก็ถึงเวลาเดินทางของเราสองคนอีกแล้ว
หลังจากตรวจสอบสภาพอากาศ กูเกิ้ลแจ้งว่าวันนี้เมืองทางใต้จะมีแดดจ้า
รอช้าอยู่ใย เดินทางออกจากบ้านกันตั้งแต่เช้า มุ่งหน้าสู่เมือง Loreto
ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเราประมาณ 120 กิโลเมตร 

ระหว่างเดินทางสองข้างทางเต็มไปด้วยหมอกขาวโพลน
แต่พอเข้าเขตเมือง Ancona เท่านั้นล่ะ
อุณหภูมิกลับสูงขึ้น แสงแดดโผล่มาให้เห็น จนที่รักต้องขอแว่นตาเราไปใส่

ช่วงนี้ใกล้วันคริสมาสต์เข้าไปทุกที
สถานที่หนึ่งที่ชาวคริสเตียนนิยมไปสักการะก็คงหนีไม่พ้นมหวาิหารแห่ง Loreto
เราเห็นว่าปีนี้ที่รักดวงไม่ค่อยดีนัก
เลยอยากพาที่รักไปสักการะ ขอพรที่นี่ 
สำหรับประวัติย่อๆ ของเมืองนี้เราเคยเขียนไว้เมื่อสองปีก่อน
ขอ Copy มาให้อ่านกันอีกที เผื่อใครพลาดไดอารี่นั้นไป

Loreto เป็นเมืองซึ่งถือได้ว่าสำคัญยิ่งสำหรับชาวคริสตชน
เป็นเมืองที่ดึงดูดผู้จารึกแสวงบุญคาทอลิกทั่วโลก มาเยี่ยมชมและสักการะปีละไม่ต่ำกว่า 4 ล้านคน

เพราะเชื่อกันว่าที่นี่เดิมทีคือบ้านนาซาเร็ท
เป็นบ้านหลังแรกของแม่พระ หรือ บ้านศีักดิ์สิทธิ์ที่ลอเรโต้(Loreto)

บ้านลอเรโต้ปัจจุบันเป็นสักการสถานแม่พระที่นับถือยิ่งในโลกแห่งหนึ่ง
นับตั้งแต่ยุคกลาง เชื่อว่าเป็นบ้านที่พระแม่มารีย์ได้พักอาศัยและเลี้ยงดูพระเยซูตั้งแต่วัยเด็ก
จนเป็นหนุ่มอายุย่าง 30  ปี

ตามวารสารหรือพระคัมภีร์พระธรรมใหม่ เยซูได้รับการเลี้ยงดูจากพระแม่มารีย์และท่านยอแซฟในเมืองเล็กๆ
ที่ชื่อนาซาแร็ท(Nazareth) แคว้นกาลิลีใกล้กรุงเยรูซาแลม 
ท่านยอแซฟเป็นช่างไม้และบ้านที่อยู่อาศัยหลังเล็กเรียบง่าย
30 ปี หลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ 
องค์จักรพรรดิคอนสตันติน (Emperor Constantine of Roman Empire) 
ซึ่งได้กลับใจมาเป็นคริสตชนคาทอลิก 
ได้มีบัญชาให้สร้างมหาวิหารครอบรากฐานของบ้านที่เชื่อว่าเป็นบ้านของแม่พระ ที่นาซาเร็ท
แต่ตัวบ้านจริงๆ นั้นได้หายไปจากตรงที่เคยตั้งอยู่บนรากฐานนั้น โดยไม่มีผู้ใดทราบร่องรอย

ตามการเล่าลือของชาวคาทอลิก 
 บ้านศักดิ์สิทธิ์หลังนั้นตกอยู่ในการคุกคามจากความยุ่งยากสมัยสงคราม 
ครูเสด(Crusaders War against Muslim Occupation) 
 ดังนั้นเชื่อกันว่ากลุ่มเทวดาของพระเป็นเจ้า(ทูตสวรรค์) 
ได้ยกย้ายบ้านหลังนี้อย่างน่าอัศจรรย์ ออกจากสถานที่ตั้งเดิมในนาซาแร็ท อิสราแอล 
ข้ามทะเลเมดิเตอเรเนียน ตอนใต้ของอิตาลี ทะเลอาเดรียติค (Adriatic Sea)ไปอยู่ที่ดินแดนแห่งหนึ่ง 
ที่ปัจจุบันคือประเทศโครเอเซีย(Croatia)ใกล้รัสเซียในสมัยนั้น  เกิดที่ว่างในนาซาแร็ท
และพริบตานั้นบ้านเล็กหลังนั้นปรากฏในท้องทุ่งประเทศโครเอเซีย(ห่างจากนาซา แร็ทเป็นพันไมล์)  
พระสงฆ์เจ้าวัดใกล้ๆที่กำลังงุนงงสงสัย  ไปสถานที่นั้นจากการบอกเล่าของคนเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมาพบเข้า
 และพระสงฆ์องค์นั้นก็นิมิตเห็นพระแม่มารีย์มาเปิดเผยให้ทราบว่า  นั่นคือบ้านเก่าของพระแม่นั่นเอง

ในวันที่ 10 ธันวาคม 1294  บ้านหลังนี้ถูกเทวดาของพระเป็นเจ้า(งานเข้า)โยกย้ายไปอีก
 เพราะพวกมุสลิมบุกรุกประเทศอัลเบเนีย(Albania)ที่อยู่ใกล้เคียงโครเอเซีย 
 คราวนี้ข้ามทะเลอาเดรียติค(Adriatic Sea)ระยะทางประมาณ 300 ไมล์  
ไปลงพื้นดินพักครั้งแรกที่เรกันตี(Reganti)ประเทศอิตาลี
 จากนั้นไม่นาน(น่าจะมีบัญชาจากสวรรค์)กลุ่มเทวดาของพระเป็นเจ้าก็ยกย้ายบ้าน หลังนั้นเป็นครั้งที่สาม
 ไปยังสถานที่อยู่ปัจจุบันที่เมืองลอเรโต้  ห่างกรุงโรม เมืองหลวง ของอิตาลี
ทิศตะวันตกเฉียงใต้ 120 ไมล์หรือ 123 กิโลเมตร

บ้านศักดิ์สิทธิ์แห่งลอเรโต้หรือ Santa Casa di Loreto 
ได้รับการเคารพสักการะจากกลุ่มผู้จาริกแสวงบุญทั้งกลุ่มใหญ่และกลุ่มเล็ก 
รวมพระสันตะปาปาหลายพระองค์และนักบุญหลายองค์  อัศจรรย์มากมายและการหายจากโรคต่างๆเกิดขึ้นที่นั่น 
 นักวิทยาศาสตร์ได้ยืนยันว่าวัสดุที่สร้างบ้านนั้นเป็นชนิดเดียวกับที่ใช้ที่ นาซาแร็ท  

 เป็นงัยกันบ้างแค่ฟังประวัติคร่าวๆ ก็น่าสนใจแล้วใช่ไหม
งั้นมาชมภาพประกอบกันดีกว่า 
เสียดายที่ไม่สามารถถ่ายภาพด้านในมาให้ชมกันได้ มหาวิหารแห่งนี้ถือว่าเป็นมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่ง
มีแต่คนเข้าไปสักการะขอพร ดังนั้นจะไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพด้านใน
การเข้าไปชมด้านในต้องอยู่ในความสงบ


วิวด้านนอกจากลานจอดรถ มองเห็นเมืองเล็กเมืองน้อยรอบด้าน


เช้าๆ ฟ้ายังไม่ใสมากนัก แต่ก็พอมองเห็นวิวไกลๆ


Presepio กำเนิดพระเยซู ถูกจัดขึ้นไว้ด้านหน้าทางเข้ามหาวิหาร


รูปปั้นของพระสันตปาปา องค์ที่เท่าไหร่เราก็ลืมดู

เนื่องจากช่วงนี้ที่อิตาลีเกรงกลัวจะมีการก่อการร้ายเกิดขึ้น
ตามมหาวิหารใหญ่ๆ ที่ผู้คนเดินทางมาสักการะจำนวนมาก จะมีทหารยืนคุม
ใช้เครื่องตรวจสอบอาวุธก่อนจะอนุญาตให้เข้าไปด้านใน ณ มหาวิหารแห่งนี้ก็เช่นเดียวกัน


เดินผ่านประตูชั้นนอกเข้าไป


Basilica di Loreto มหาวิหารแห่งเมืองลอเรโต้


จัตุรัสด้านหน้ามหาวิหาร


ลานน้ำพุที่ตั้งโดดเด่นอยู่ด้านหน้า


แนวทางเดินรอบจัตุรัส


เริ่มมีแดดอุ่นๆ





มังกรพ่นน้ำ

ถ่ายรูปด้านนอกนิดหน่อย ก็พาที่รักเข้าไปสักการะ ขอพรด้านใน
โชคดีมากที่มาช่วงเช้า ผู้คนยังเดินทางมาไม่ถึง
เลยมีโอกาสได้สักการะ ขอพรแบบเต็มที่

ออกจากมหาวิหารอากาศก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ
ยังพอมีเวลาท่องเที่ยวก่อนที่ตะวันจะตกดินอีก 3-4 ชั่วโมง
ตอนแรกขับรถมุ่งหน้าไปเที่ยวเมืองเล็กเมืองน้อยละแวกเดียวกับ Loreto
แต่พอไปถึงส่วนใหญ่หาที่จอดรถไม่ได้ เพราะวันเสาร์มักจะมีตลาดนัดใหญ่ใจกลางเมืองตลอด

เลยต้องเปลี่ยนแผนมุ่งหน้ามายังเมือง Ancona
เพื่อไปชมวิวสวยๆ ที่ Conero กันดีกว่า ช่วงหน้าหนาวแบบนี้ผู้คนคงไม่เยอะ


Conero วันนี้ สวยงามเหมือนเดิม


ที่สำคัญได้รับแดดอุ่นๆ

ที่รักพอเจอแสงแดดก็อารมณ์ดี
เพราะเค้าชอบอาบแดดมาก บอกให้ถ่ายรูปให้ก็ถ่ายให้แบบไม่งอแง
แถมวันนี้เราขออนุญาตถ่ายรูปที่รักมาลงได ที่รักก็ยอมแบบง่ายๆ ไม่มีงอแงเหมือนทุกครั้ง


ฝีมือตากล้องคนเดิม


เอาหน้ารับแสงเชียวนะ 


มีแอบขำ 


Happy Me


น้ำทะเลหน้าหนาวสีสวย แต่หนาวจับใจ


จับไว้แน่นๆ ไม่งั้นอาจจะมีตก


ท่านกกางปีก พร้อมบิน ที่รักบอกน้ำหนักเกินบินไม่ขึ้นหรอกเรา เช๊อะ!!!



ด้านล่างไกลๆ เป็นท่าเทียบเรือที่มีชื่อว่า Portonovo

บ่ายแก่ๆ ก็ถึงเวลาเดินทางกลับบ้าน
ยังขับไม่ถึงบ้านมามี๊โทรมาหา ถามว่าอยู่ไหน วันนี้อากาศหนาว หมอกลง
อย่าเดินทางไปไหนนะ

มามี๊หารู้ไม่ว่าเราสองคนมาตามหาแสงแดดกันจนเจอ
อาบแดดจนอิ่มกลับบ้านกันเลยทีเดียว วันนี้คงไม่ขาดวิตามินดีกันแล้วสินะ


.................


ฝากข้อความ

คุณ Joy พอพี่จีเริ่มหายดี เราก็เริ่มเดินทางท่องเที่ยวกันทุกสัปดาห์เลยค่ะ
หลังจากห่างหายไป 6-7 เดือน ช่วงนั้นยอมรับว่าทรมานมาก
คุณจอยสบายดีใช่ไหมค่ะ




New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


อากาศดีจริงจริงจ้า ยินดีด้วยจ้าได้กลับไปเที่ยวเหมือนเดิมอีกแล้ว

ช่วงนี้พี่มีธุระต้องไปข้างนอกตลอด สามีพี่หยุดพักร้อนสองวัน จันทร์ อังคาร

ใกล้วันคริสท์มาส เข้ามาแล้ว วางแผนไปเที่ยวไหนมั้ยค๊ะ ของพี่ปีนี้อยู่บ้านไม่ได้ไปไหน เพื่อนที่นี่กลับไปเที่ยวเมืองไทยกันบ้างแล้วค่ะ ไปกันเป็นเดือนเลย อิจฉาเลย

Luck
 15/12/2015 17:01:00