Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

5/8/2018
13/7/2018
19/6/2018
17/6/2018
6/6/2018
28/3/2018
12/12/2017
22/11/2017
10/11/2017
29/10/2017
12/10/2017
6/10/2017
6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_2226.asp ]  Page view: 2.979 Time
Country United States 1520 Peaple
1.520
Country Anonymous Proxy 414 Peaple
414
Country Thailand 342 Peaple
342
Country Italy 136 Peaple
136
Country China 123 Peaple
123
Country Germany 90 Peaple
90
Country France 85 Peaple
85
Country United Kingdom 59 Peaple
59
Country Netherlands 31 Peaple
31
Country Australia 26 Peaple
26
Country Canada 22 Peaple
22
Country New Caledonia 13 Peaple
13
Country Sweden 13 Peaple
13
Country Russian Federation 11 Peaple
11
Country Luxembourg 11 Peaple
11
Country Ukraine 10 Peaple
10
Country Denmark 9 Peaple
9
Country Hong Kong 8 Peaple
8
Country Japan 6 Peaple
6
Country Korea - Republic of 6 Peaple
6
Country Taiwan 5 Peaple
5
Country Czech Republic 4 Peaple
4
Country India 3 Peaple
3
Country New Zealand 3 Peaple
3
Country Poland 3 Peaple
3
Country Romania 3 Peaple
3
Country Malaysia 3 Peaple
3
Country United Arab Emirates 3 Peaple
3
Country Vietnam 2 Peaple
2
Country Brunei Darussalam 2 Peaple
2
Country Bulgaria 1 Peaple
1
Country Austria 1 Peaple
1
Country Belgium 1 Peaple
1
Country Argentina 1 Peaple
1
Country Israel 1 Peaple
1
Country Estonia 1 Peaple
1
Country Finland 1 Peaple
1
Country Macao 1 Peaple
1
Country Spain 1 Peaple
1
Country Switzerland 1 Peaple
1
Country Norway 1 Peaple
1
Country Lithuania 1 Peaple
1
Country Jordan 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 28/12/2015 
ฝ่าหมอกไปเที่ยวเมืองมรดกโลก Cinque Terre 


Saturday, 26 December 2015

Cinque Terre, Italy
15 Celcius , Mostly Sunny

หลังจากวันคริสมาสต์ปุ๊ป เราสองคนชีพจรลงเท้าอีกแล้ว
เบื่อที่จะอยู่บ้านเอาแต่กินกับกิน แถมอากาศบ้านเราก็เน่าสิ้นดี
หมอกลงหนาจัดทั้งวันแถมอากาศหนาวเย็นมากๆ

เลยตัดสินใจขับรถออกจากบ้าน
แต่ระหว่างทางก็เจอแต่หมอกขาวโพลนแทบทุกเมือง 
ตอนแรกตั้งใจว่าจะขับไปแค่เมืองฟลอแร้นแล้วกลับเพราะอากาศไม่เป็นใจเอาซะเลย
ไปที่ไหนก็เจอแต่หมอก แต่ใจจริงเราอยากไปเที่ยวที่ Cinque Terre
บ่นๆ กับที่รักมาหลายวัน แต่ที่รักบอกมันไกลแถมกว่าจะผ่านไปถึงเมืองนี้
ต้องฝ่าด่านหมอกหนาจัดไปเกือบ 400 กิโลเมตร
แต่พอเอาเข้าจริงๆ ที่รักมักเป็นโรคใจอ่อน พาเราไปถึงเมือง Cinque Terre จนได้

แค่ไปถึงเมือง La Spezia จากหมอกขาวโพลน
กลายเป็นฟ้าสดใส แดดจ้า 15 องศา ช่างแตกต่างจากช่วงก่อนหน้าราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว


เมือง La Spezia


วิวจากบนเขา สวยมาก

เสียดายเราสองคนมีเวลาไม่มาก เลยไม่สามารถแวะชมความงามของเมือง La Spezia ได้
กะว่าถ้ามีเวลาจะแวะมาทีหลัง แต่สุดท้ายก็ไม่ทัน

จากเมือง La Spezia ขับรถไปไม่กี่กิโลเมตรก็ถึงเมืองแรกของ Cinque Terre
นั่นคือเมือง Riomaggiore

Cinque Terre (ชิงเคว เทเร) ซึ่งแปลว่า 5 แผ่นดิน
ซึ่งน่าจะหมายถึงหมู่บ้านริมฝั่งทะเลทั้งห้านั่นเอง

สำหรับ 5 เมืองที่ว่าประกอบไปด้วย
หนึ่ง เมือง Monterosso al Mare (มอนเตรอสโซ อัล มาเร)

สอง เมือง Vernazza (เวร์นาซซา)
สาม เมือง Corniglia (คอร์นีเลีย)
สี่ เมือง Manarola (มานาโรลา)
ห้า เมือง Riomaggiore (ริโอมัจจอร์เร)

หมู่บ้านเหล่านี้จะตั้งเรียงรายตามฝั่งทะเลและริมหน้าผา
เบื้องหน้าคือ Ligurian Sea และมีภูเขาสูงเป็นฉากหลัง
ทัศนียภาพและความสวยงาม ทำให้แต่ละปีสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว
ให้หลั่งไหลมาที่นี่ ทำเงินและรายได้เข้าประเทศอิตาลี

นอกจากนั้นในปี 1999 Cinque Terre ได้รับความคุ้มครองทางธรรมชาติ
จัดให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ได้รับการยกให้เป็น UNESCO World Heritage
จึงไม่น่าแปลกใจถ้าหลายๆ คนจะใฝ่ฝันจะมาเยือนที่นี่สักครั้ง

เราสองคนเคยมาเที่ยวที่นี่ในช่วงหน้าร้อนเมื่อ 2 ปีก่อน
แต่ช่วงหน้าร้อนนักท่องเที่ยวหนาแน่นมาก แต่วิวสวยแบบสุดๆ เรายังติดใจแบบไม่รู้ลืม
แถมตอนนั้นยังเที่ยวไม่ครบทั้ง 5 เมือง ตั้งใจว่าจะต้องมาใหม่ให้ได้


แวะร้านกาแฟ และชมวิวสวยๆ ของเมือง Riomaggiore ด้านล่าง


ทุกเมืองตั้งอยู่บนหน้าผา


ซูมลงไปยังเมือง Riomaggiore


วิวไกลๆ

จาก Riomaggiore ถัดไปก็คือเมือง Manarola



ทางลงไปยังตัวเมืองมีน้ำตกเล็กๆ ด้วย


Manarola


หอระฆัง


บนเขามีการประดับประดาไฟเข้ากับช่วงคริสมาสต์

ตอนแรกว่าจะแวะทานข้าวที่เมืองนี้ แต่เดินหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอร้านอาหารที่ถูกใจ
เพราะส่วนใหญ่จะปิดหมด สุดท้ายเลยขับรถมุ่งหน้าตรงไปยังเมือง Vernazza ซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่ 20 กิโลเมตร
แต่กว่าจะเดินทางถึงค่อนข้างใช้เวลามาก เนื่องจากต้องขับรถขึ้นเขาลงเขา
แถมมีแต่เหวและโค้งหักศอก บอกเลยเมือง Vernazza นี่ใครไม่เซียนขับรถจริงๆ อย่าได้ขับลงไปเด็ดขาด
เรานี่กลัวใจเต้นตุ่มๆ ตลอดเวลา โชคดีที่ที่รักสามารถคุมสติได้ดี เค้าไม่เคยกลัว
แต่ก็ประมาทและพลาดไม่ได้เลยล่ะ


Vernazza in Winter


ครั้งที่ 2 ที่มาเยือนที่นี่


เรือน่ารักๆ


ร้อนมากขอบอก


นักท่องเที่ยวไม่เยอะเท่าเมืองแรกๆ เพราะที่นี่ค่อนข้างไกลและเส้นทางลำบาก


เหงื่อชุ่มไปทั้งตัว โดยเฉพาะบนหัวนึกว่าเพิ่งสระผมมา


เรือน้อยกว่าช่วงหน้าร้อนมาก


บ่ายสองกว่าๆ พระอาทิตย์ก็เริ่มคล้อยต่ำลง นั่นหมายถึงเวลาเที่ยวก็น้อยลง

มาถึงเมือง Vernazza ทั้งทีห้ามพลาดที่จะขึ้นไปชมวิวสวยๆของเมือง Vernazza
ที่บนหอคอย Castello Doria ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขา
แต่การจะขึ้นไปชมวิวสวยๆ ได้ ต้องออกกำลังกายเดินขึ้นบันไดแคบๆ หลายร้อยขั้นกันเลยทีเดียว
คนไม่ได้ออกกำลังกายมาเป็นปีแบบเราหอบแฮ่กๆ เหมือนลูกหมาเชียวล่ะ


ทางเดินขึ้น-ลง ไปยังหอคอย

สำหรับค่าขึ้นไปชมวิวบนหอคอย ตรงทางเข้าจะต้องซื้อบัตรเข้าชม
ราคาคนละ 1.50 ยูโร ซึ่งถือว่าไม่แพงเลย แลกกับภาพวิวสวยๆ ด้านบน
ขอบอกว่าพอเดินขึ้นไปถึงจากที่เหนื่อยหอบ เห็นวิวแล้วหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง


ถึงแล้ว เย้ๆ


Castello Doria

เดี๋ยวเราจะขึ้นไปชมวิวสวยๆ ด้านบนสุดของหอคอยกัน


ทางเดินขึ้นเป็นบันไดวน แคบๆ


ชื่นใจ


อีกฝั่ง


มองเห็นท่าเทียบเรือด้านหน้าตัวเมือง


เห็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน กว่าจะมาถึงที่นี่ต้องขับรถผ่านเขาเหล่านี้มาล่ะ


Selfie หน้าพี่อย่างบาน


ชมวิวกันต่อ


น้ำทะเลใสมว๊ากกก


หน้าหนาวไม่มีคนนอนอาบแดดให้เห็นแตกต่างจากหน้าร้อนก็ตรงนี้ล่ะ


แนวทางเดินชมวิวด้านล่าง


จะเดิน จะนั่งมีพื้นที่เหลือเฟือ ถ้าหน้าร้อนคนยังกะหนอน


วิวเมือง Vernazza ด้านล่าง


งานแอบถ่าย 


บ๊าย บาย Vernazza

เราสองคนใช้เวลาอยู่ที่ Vernazza ค่อนข้างนาน
เลยไม่สามารถขับรถไปยังเมือง Monterosso al Mare ได้ต่อเพราะค่อนข้างไกลจากที่นี่มาก
เสียดายเป็นที่สุด มาคราวก่อนก็ไปไม่ถึงเพราะทางปิด
มาตอนนี้ไปไม่ถึงเพราะมืดซะก่อน เราสองคนต้องรีบเดินทางออกจากเขา
เพราะถ้ามืดระหว่างทางเป็นอะไรที่น่ากลัวมาก

ต้องขอบคุณที่รักมากๆ สำหรับทริปนี้
ขนาดบอกว่าไม่ไปๆ ยังพาเราไปจนได้ แถมระหว่างทางกลับเจอหมอกไปหลายเมือง
แม้จะน้อยกว่าช่วงขามา แต่ขับรถกลางคืนต้องระวังเป็นสองเท่า

ที่สำคัญก่อนจะถึงบ้านไม่กี่กิโลเมตรหมอกลงหนาจัดมาก
ขนาดขับรถบนทางด่วนยังมองแทบไม่เห็นทาง
ทำให้ที่รักขับรถเกือบคร่อมเลน เป็นงัยล่ะรถตำรวจเปิดหวอวิ่งตามมาบอกให้หยุด
โดยตรวจเอกสารอยู่พักใหญ่ ตำรวจเห็นเราเป็นต่างชาติก็ขอตรวจเอกสารด้วย
แต่เราได้สัญชาติอิตาเลี่ยนแล้วเลยไม่มีปัญหา
โชคดีมากที่ตำรวจสองคนนี้ใจดี ไม่งั้นที่รักคงโดนใบสั่งแถมตัดคะแนนไปหลายแต้ม
เป็นทริปที่สนุก ผจญภัย ตื่นเต้นทุกสถานการณ์จริงๆ


ปล. 

ไดอารี่นี้คงเป็นไดอารี่สุดท้ายที่จะโพสในไดอารี่คลับแล้ว
ต่อไปถ้าใครยังติดตามกันก็เข้าที่ www.diary-of-us.com โดยตรงเลยนะคะ

....................

ฝากข้อความ

คุณแฟนได ครอบครัวเราเล็กๆ แต่ก็อบอุ่นดีค่ะ Merry Christmas& Happy New Year นะคะ

น้อง A  พี่ขอ Merry Christmas ย้อนหลังให้กับน้อง A และครอบครัวเช่นกันนะคะ ขอให้มีความสุขมากๆ

พี่ Luck ขอบคุณค่ะสำหรับคำอวยพร ขอให้คำอวยพรนี้กลับไปยังพี่ลักษณ์และครอบครัวเช่นกันนะคะ
ที่อิตาลีวันคริสมาสต์จะทานเป็ดกันค่ะเป็ดจะมีขายก็ช่วงคริสมาสต์นี่ล่ะ

คนที่ไม่ได้ลงชื่อไว้จากฮอลแลนด์ (ไม่แน่ใจว่าเป็นพี่อุ้มหรือพี่เกศ)  ขอบคุณนะคะสำหรับคำอวยพร
Merry Christmas& Happy New Year นะคะ





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


Buon Anno a tutti voi

Kangi
01/01/2016 09:05:00

to G

che paura

Kangi
 01/01/2016 06:55:00

commmento web

G
 31/12/2015 20:08:00

 Bu!

G
 31/12/2015 17:04:00

ขอบคุณสำหรับสูตรและวิธีทำ
ด้วยนะคะ เมนูนี้เลิศและอลังการสุดๆค่ะ
ยังไม่ได้ลองทำแต่ต้องทำแน่นอนค่ะ

P'Nut
 29/12/2015 17:49:00

น้องมีนขา  สุขสันต์วันคริสต์มาสย้อนหลังนะคะ
รวมทั้งขออนุญาตที่ใช้เว็ปน้องมีนไปแอบอ้างนะคะ

P'Nut
 29/12/2015 17:46:00

http://jasmindajen.diaryclub.com/ »