Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_2228.asp ]  Page view: 1.100 Time
Country United States 774 Peaple
774
Country Thailand 101 Peaple
101
Country Anonymous Proxy 88 Peaple
88
Country United Kingdom 32 Peaple
32
Country Italy 31 Peaple
31
Country France 20 Peaple
20
Country Germany 11 Peaple
11
Country China 10 Peaple
10
Country Australia 9 Peaple
9
Country Canada 5 Peaple
5
Country Netherlands 4 Peaple
4
Country Norway 2 Peaple
2
Country Romania 2 Peaple
2
Country India 2 Peaple
2
Country Japan 2 Peaple
2
Country Taiwan 2 Peaple
2
Country Denmark 1 Peaple
1
Country Estonia 1 Peaple
1
Country Russian Federation 1 Peaple
1
Country Sweden 1 Peaple
1
Country New Caledonia 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 11/01/2016 
เที่ยวสุดยอดเมืองหอคอย San Gimignano Part I 


Sunday, 10 January 2015

San Gimignano, Italy
14 Celcius , Mostly Sunny

หลังจากคราวก่อนตั้งใจไปเที่ยวเมืองซานจิมิญาโน(San Gimignano)
เมืองหนึ่งในแคว้นทัสคานีหรือ Toscana ตั้งอยู่ในจังหวัดเซียน่า(Siena)
แล้วที่รักกลับเบี่ยงเบนเส้นทางไปยังทะเลสาปการ์ดาแทน

รอบนี้ไม่มีพลาด ทั้งที่เช็คสภาพอากาศแล้วไม่ค่อยแจ่มใสมากนัก
แต่ถือว่าอากาศดีที่สุดเมื่อเทียบกับหลายๆ เมืองในวันนี้

เราสองคนใช้เส้นทาง Autostrada A14 จากนั้นไปเปลี่ยนเส้นทางไปยังหมายเลข A1
เพื่อมุ่งตรงไปยังเมืองฟลอแร้น จากนั้นขับตรงไปเกือบ 250 กิโลเมตร
ก่อนที่จะลงจาก Autostrada ที่เมือง Poggiabonsi เพื่อต่อไปยังเมือง San Gimignano
สำหรับใครที่เดินทางมาโดยรถไฟหรือรถบัสก็ต้องมาต่อรถที่เมืองนี้เช่นกัน

เมือง San Gimignano เป็นเมืองเล็กๆ บนเนินเขา
และเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเซียนา เรียกว่าใครมาจังหวัดนี้
ต้องแวะไปเที่ยวเมืองนี้แทบทุกราย
สิ่งที่เป็นแรงดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวพากันหลังไหลมาที่นี่ก็คงเป็นเพราะเมืองนี้
ได้รับการแต่งตั้งจากองค์กรยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี คศ.1990
เนื่องจากความเก่าแก่และมีชื่อเสียงเกี่ยวกับสิ่งก่อสร้างแบบสถาปัตยกรรมยุคกลาง
ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกล้อมรอบด้วยกำแพงโบราณ
ในอดีตนั้นเป็นจุดเปลี่ยนม้าของนักแสวงบุญที่จะเดินทางไปยังกรุงโรม
ตามเส้นทางฟรานซีเจนา(Francigena)

ในอดีต San Gimignano เป็นชุมชนชาว Etruscan และ Roman
เมืองนี้เติบโตขึ้นจนเป็นเส้นทางการค้าและเป็นจุดพักของนักแสวงบุญ ทำให้มีศิลปะที่เกี่ยวข้องกับศาสนา
เฟื่องฟูมากในยุคนั้น  แต่ในปี 1348 ได้เกิดโรคระบาดขึ้น ทำให้เส้นทางแสวงบุญถุกย้ายไปทางตะวันออก
เมืองนี้เลยเป็นเมืองที่ห่างไกลจากผู้คน ทำให้สามารถอนุรักษ์ความเป็นยุคกลางได้จนถึงปัจจุบัน



ส่วนสิ่งที่โดดเด่นมากที่สุดของเมืองก็คงเป็นบ้านหอคอยที่ถูกสร้างขึ้น
อดีตเคยมีถึง 72 หอคอย แต่ปัจจุบันยังคงเหลือแค่ 14 หอคอย
เสียหายไปตามกาลเวลาและจากระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2
หอคอยแต่ละหลังนั้นมีความสูงหลายสิบเมตร สำหรับหอคอยที่สูงที่สุดมีความสูงถึง 200 เมตรเลยทีเดียว
สมัยก่อนหอคอยเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย
เป็นการแสดงถึงความมั่งคั่งและความมีอำนาจของแต่ตระกูล
โดยสมัยนั้นตระกูลไหนสามารถสร้างหอคอยได้ได้สูงใหญ่ ก็แสดงว่าร่ำรวยและมีอิทธิพล




เนื่องจาก San Gimignano นั้นตั้งอยู่บนที่สูง
และแผนผังของเมืองนั้นเหมาะต่อการป้องกันข้าศึกศัตรูได้อย่างดี
และยังเป็นจุดรวมของความร่ำรวย การเมืองการปกครอง การค้า ในอดีต
จนปัจจุบันนี้ชาวยุโรปที่สนใจในการสร้างแผนผังเมือง ยังใช้เมืองนี้เป็นแนวทางการศึกษา
และยกเป็นตัวอย่างของการสร้างเมือง จนได้รับฉายาว่า
"Manhattan Medieval"










ประตูทางเข้า

เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ ไม่ค่อยสลับซับซ้อนเดินผ่านประตูเมืองอันเก่าแก่เข้าไป
ก็จะเป็นถนนสายหลักของเมืองที่มีชื่อว่า San Giovanni
สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของฝากโดยเฉพาะพวกผลิตภัณฑ์พื้นเมือง
จำพวกแฮมหมูป่า น้ำมันมะกอก ไวน์ขาวดังๆ 


ร้านขายไวน์ชนิดต่างๆ


ผลิตภัณฑ์พื้นเมือง ซึ่งดูราคาแล้วไม่กล้าแตะ


ของจุกจิกเยอะแยะมากมาย


แต่เราชอบแนวๆ นี้


มีพิพิธภัณฑ์ อาคารบ้านเรือนสวยๆ ให้ถ่ายรูปได้เรื่อยๆ


หลายตรอกซอกซอย

เมืองนี้ถ้าเดินจริงๆ หนึ่งวันเต็มๆ ก็น่าจะทั่ว
แต่ตลอดทั้งเมืองจะมีกรอกซอกซอยให้เราเดินชมไปได้เรื่อยๆ แบบไม่น่าเบื่อ
เดินอยู่ในเมืองนี้ได้อารมณ์ประมาณเหมือนเข้าไปสัมผัสเมืองในยุคกลาง
รับรองว่าใครที่ชื่นชอบในสถาปัตยกรรมเก่าแก่ จะต้องหลงรักเมืองนี้แน่นอน


หรือใครอยากเดินชมวิวสวยๆ ของแคว้นทัสคานีตามแนวริมกำแพงเมืองก็ยังได้


หน้าบ้านใครไม่รู้ ยืมถ่ายรูปหน่อย


อาคารเก่าแก่สองข้างทาง


ประตูโค้งๆ สถาปัตยกรรมแบบยุคกลาง


ก๊อกๆ เปิดประตูหน่อยค่ะ


ข้อดีของการมาเที่ยวในช่วงหน้าหนาวคือนักท่องเที่ยงบางตา

สถานที่หนึ่งที่มาถึงเมืองนี้แล้วห้ามพลาด นั่นก็คือ
Piazza della Cisterna จัตุรัสเก่าแก่ที่ถุกสร้างขึ้นในรูปสามเหลี่ยม
ซึ่งถุกล้อมรอบไปด้วยบ้านเรือนและอาคารยุคกลาง
ใจกลางจะมีบ่อน้ำ ซึ่งเล่ากันว่าเวลาที่ฝนตก น้ำจากหลังคาบ้านทุกหลัง
จะไหลผ่านพื้นดินมารวมกัน ณ บ่อน้ำแห่งนี้
เป็นความน่าทึ่งของสถาปัตยกรรมโบราณอีกอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้


Pizza della Cisterna


ยามค่ำคืนมีแสงไฟน่าจะสวย


ลานกว้างๆ กลางจัตรัส


คนก็มืดสถานที่ก็มืดพอกันเลย


แต่งชุดนี้มาเข้ากันเมืองเก่าๆว่าไหม


เดินกันต่อ

จาก Pizza della Cisterna เดินขึ้นไปอีกหน่อยก็จะเป็น Pizza del Duomo
ซึ่ง ณ ที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของ Palazzo Pubblico และ Palazzo Duomo
เรียกได้ว่าเป็นจุดสำคัญเพราะเป็นที่รวมของหอคอยน้อยใหญ่มากที่สุด







เดี๋ยวไดอารี่หน้าเราจะพาไปเที่ยวเมืองซานมจิมิญาโนกันต่อ
ขอเวลารวบรวมข้อมูลอีกนิด ที่สำคัญเราจะพาไปปีนหอคอย Grossa
หอคอยที่สูงที่สุดประจำเมือง ชมวิวสวยๆ 360 องศา กันค่ะ






New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


ติดตามแอบอ่านมาตลอดคิ คิ เป็นกำลังใจให้ในทุกเรื่องค่ะ เขียนดีและน่าอ่านสำคัญไม่มีคำผิดด้วย ขอชมเลยค่ะ รักคุณทั้งสองคนจากใจจริง


 13/01/2016 10:15:00