Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

10/11/2017
29/10/2017
12/10/2017
6/10/2017
6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_2230.asp ]  Page view: 4.659 Time
Country United States 3241 Peaple
3.241
Country Anonymous Proxy 538 Peaple
538
Country Thailand 277 Peaple
277
Country China 148 Peaple
148
Country Italy 69 Peaple
69
Country Netherlands 69 Peaple
69
Country United Kingdom 67 Peaple
67
Country Germany 62 Peaple
62
Country France 49 Peaple
49
Country Russian Federation 31 Peaple
31
Country Australia 29 Peaple
29
Country Japan 8 Peaple
8
Country Spain 8 Peaple
8
Country Korea - Republic of 7 Peaple
7
Country Canada 6 Peaple
6
Country Jordan 5 Peaple
5
Country Ukraine 5 Peaple
5
Country Poland 5 Peaple
5
Country Sweden 4 Peaple
4
Country Vietnam 4 Peaple
4
Country Switzerland 3 Peaple
3
Country Taiwan 3 Peaple
3
Country Romania 3 Peaple
3
Country Denmark 3 Peaple
3
Country Malaysia 2 Peaple
2
Country New Caledonia 1 Peaple
1
Country New Zealand 1 Peaple
1
Country Norway 1 Peaple
1
Country Singapore 1 Peaple
1
Country Estonia 1 Peaple
1
Country Andorra 1 Peaple
1
Country Belgium 1 Peaple
1
Country Brazil 1 Peaple
1
Country Brunei Darussalam 1 Peaple
1
Country Hong Kong 1 Peaple
1
Country Lao People
1
Country Lithuania 1 Peaple
1
Country Luxembourg 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 17/01/2016 
จาก Chioggia ไปจบที่ Belluno 


Saturday, 1ุ6 January 2015

Rimini, Italy
6 Celcius , Mostly Sunny

วันหยุดสุดสัปดาห์นี่แอบเกรงใจที่รัก
จะชวนไปเที่ยวเมืองทางทัสคานีอีกก็ไกลจากบ้านมากไป
แถมสัปดาห์ก่อนเพิ่งไปมา 

เลยชวนที่รักเปลี่ยนเส้นทางไปทางแคว้น Veneto บ้าง
เราตั้งใจไปถ่ายรูปหิมะสวยๆ ที่ปกคลุมเทือกเขาเอลฟ์
แต่ที่รักดันอยากไปทานอาหารทะเลที่ Chioggia
เราเห็นที่รักนอนดึกตีหนึ่งตีสองทุกวัน เพื่อปรับปรุงเว็บไดอารี่ให้เราใหม่
เรียกว่ายกเครื่องเลยล่ะ เพราะใช้มานานกว่า 7 ปี
เริ่มเบื่อกับรูปแบบเดิมๆ แต่สำหรับคนอ่านอาจจะคิดว่าเปลี่ยนตรงไหน
แต่สำหรับคนเขียนอย่างเราที่รักเปลี่ยนแปลงรูปแบบฟังก์ชั่นด้านในให้ใหม่หมด
ด้วยความสงสารก็เลยต้องตามใจเค้าสักหน่อย

ไป chioggia รอบนี้
รอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ เรียกว่านับไม่ถ้วนมากกว่า
เราสองคนชอบเมืองนี้เพราะมันเป็นเกาะเล็กๆ ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารอร่อยๆ
แถมราคาไม่แพงเหมือนเมืองอื่นๆ ที่อร่อยสุดๆ ก็คืออาหารทะเล
นอกจากไปทานที่ร้านประจำ เราสองคนยังซื้ออาหารทะเลสดๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้านทุกครั้ง
โดยเฉพาะหอยแมลงภู่เป็นอะไรที่ขาดไม่ได้เลย
หอยแมลงภู่ที่นี่ตัวโต อวบอิ่ม เนื้อหวาน อร่อยจริงๆ นะ ท้าให้ลอง



มาถึงก็แวะตลาดซีฟู๊ดก่อนเลย ตรงเต๊นท์สีแดงๆ นี่ล่ะ


นกเยอะเหมือนเดิม มาคอยเวลาตลาดปิดเพราะพ่อค้าแม่ค้าจะเอาเศษอาหารทะเลให้เป็นอาหาร

วันนี้ซื้ออาหารทะเลกลับบ้านไม่เยอะมากนัก
ได้หอยแมลงภู่ให้ตัวเองและฝากมามี๊ 4 กิโล นอกนั้นคือปูสดๆ
มาทีไรแม่ค้าจำได้จะต้องบอกมีปูสดๆ นะเธอ 
คือปกติคนที่นี่ไม่ค่อยทานปูกันมากนัก เพราะมันค่อนข้างทานยาก
ที่สำคัญราคาค่อนข้างแพง แต่สำหรับเราที่รักชอบเชียร์ให้ซื้อตลอด
บอกพาไปที่นี่ก็เพื่อให้เราซื้อปูสดๆ ตัวเป็นๆ นี่ล่ะ

เอาอาหารทะเลไปเก็บไว้ท้ายรถ
ก็ยังเหลือเวลาอีกเป็นชั่วโมง กว่าร้านอาหารร้านประจำของเราสองคนจะเปิด
เลยชวนกันเดินเล่น ถ่ายรูปสวยๆ ฆ่าเวลาไปพลางๆ
เพราะวันนี้อากาศที่นี่ดีมาก แต่แอบหนาวเพราะ 3 องศาเท่านั้น
แต่ถ้ามีแดดกาญจนาสู้ตายค่ะ


น้องๆ เวนิส


เรือประมงเล็กๆ อาชีพหลักของคนที่นี่


โบสถ์เก่าๆ


สะพานข้ามคลองที่มีให้เห็นอยู่ทั่วเมือง


มีสะพานสำหรับให้ปั่นจักรยานข้ามได้ด้วย


หอระฆังสูงมากเกือบเก็บภาพไม่หมด


นางแบบยิ้มเหมือนไม่เต็มใจ จริงๆ กำลังบ่นตากล้อง


รูปแบบอาคารบ้านเรือนของคนเมืองนี้ เก่าๆ ขลังดี


ฤดูใบไม้ผลิน่าจะสวยนะ


สีสันสดใส


แนวๆ นี้มีเยอะ

อากาศดีเดินถ่ายรูปได้เรื่อยๆ แบบไม่มีเหนื่อย
สำหรับที่รักเค้าเฉยๆ เพราะสำหรับเค้าจะมากินอย่างเดียว
ส่วนเราเรื่องกินไม่เคยเน้น เน้นชมวิวกับถ่ายรูป
ถึงชอบไม่ค่อยเหมือนกันแต่ไปด้วยกันได้นะ เพราะที่รักเค้าชอบตามใจเรา
 


เก็บภาพไปเรื่อย


ถ่ายจากบนสะพาน


สะพาน ประตูเมืองและโบสถ์เก่าแก่ด้านหน้า


ภาพสะท้อนผิวน้ำ

เที่ยงตรงรีบเดินกลับไปที่ใจกลางเมืองเพื่อเดินไปยังร้านอาหารร้านประจำของพวกเรา
แต่พอเดินไปถึงหน้าร้านแทบเข่าตก มีกระดาษแผ่นใหญ่แปะไว้หน้าประตูว่า
"Chiuso per ferie"
เค้าปิดเพื่อไปพักผ่อน 1 เดือน

เศร้าเลยหลายร้านที่เราเคยทานก็ปิด
สุดท้ายเลยซื้อขนมปังและพิซซ่าง่ายๆ ทานกัน 
พอไม่ได้ทานอาหารเที่ยงที่ร้านอาหาร ที่รักเกิดไอเดียว่างั้นเราไปเที่ยวเมือง Belluno
เพื่อเล่นหิมะเหมือนตอนแรกที่เราตั้งใจดีกว่า
ไม่รอช้า ขับรถต่อไปยังเส้นทางเวนิส
จากนั้นขึ้นทางด่วนที่เวนิสต่อไปยัง Belluno ใช้เวลาอีกชั่วโมงครึ่ง


on da way


เริ่มใกล้ก็เริ่มเห็นหิมะลางๆ มีแอบยิ้ม

เนื่องจาก Belluno เป็นเมืองหนึ่งในแคว้น Veneto
ที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขาเอลฟ์ ที่ทอดยาวไปถึงประเทศออสเตรียและเยอรมัน
ทุกปีเมืองนี้จะเต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน
แต่พอเราสองคนไปถึงกลับไม่มีหิมะเลยแม้แต่น้อย นอกจากน้ำแข็งที่เกาะบนยอดหญ้า
เพราะด้วยอุณหภูมิ -9 องศา หนาวมาก แต่มีแดดอุ่นๆ
ชาวบ้านที่นี่บอกว่าปีนี้หิมะตกแค่วันเดียว
แถมพอตกลงมาแดดก็ออก หิมะละลายไปจนหมด เหลืออยู่บนยอดเขาสูงแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น



ล้อมรอบด้วยเทือกเขาเอลฟ์


วิวทิวทัศน์ของเมือง Belluno 



มาถึงก็รีบดิ่งมาใจกลางเมือง
เพื่อหาเครื่องดื่มร้อนๆ ดื่มคลายหนาวกันก่อน 
เพราะตอนที่เราสองคนมาถึงก็ปาไปเกือบบ่ายสาม พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงมาก


จัตุรัสใจกลางเมือง


ร้านกาแฟโล่งๆ เฉพาะในช่วงหน้าหนาว


เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร


แวะเข้าไปชมโบสถ์เล็กน้อย

จากนั้นก็ขับรถลงเขามาด้านล่างเพื่อถ่ายรูปวิวสวยๆ รอบนอก
เสียดายมากๆ ที่ไม่มีหิมะสีขาวๆ บนเทือกเขาเอลฟ์ เป็นพื้นหลัง


จอดรถกันแถวๆ นี้


มีหิมะบนยอดเขาแค่เพียงเล็กน้อย


สะพานข้ามแม่น้ำ อายุนับพันปี แข็งแกร่งทนทาน


วันนี้นางแบบไม่ค่อยมีรูปเลย ตากล้องหนาวมือสั่น


ตาท่านไม่ได้มีปัญหา แต่ตากล้องถ่ายได้เบลอมาก


งั้นเราถ่ายวิวดีกว่า


น้ำในแม่น้ำแห้งมาก เพราะฝนไม่ตกยาวนาน


สวยแบบเหงาๆ ว่าไหม


แม่น้ำขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบตัวเมือง


ดูโอโม่กับหอระฆังประจำเมืองตั้งโดดเด่นมองเห็นแต่ไกล


อดีตสะพานข้ามแม่น้ำ


เวลามีแดดแม้แต่บ้านคนยังสวย

บ่ายแก่ๆ พระอาทิตย์ตกดิน ลูกนกสองตัวก็ต้องรีบกลับรังเช่นเดิม
ไม่อยากบอกเลยว่ามืดระหว่างทาง ทำให้หลงทางกันอีกแล้ว
ปัญหาเกิดจาก GPS ทำงานดีเกินไป ไม่ยอมให้เราลงจากทางด่วน
จะให้เราสองคนใช้บริการทางด่วน 3 เส้นทางเพื่อกลับบ้าน
ทั้งที่เราสองคนตั้งใจลงจากทางด่วนที่เวนิส แล้วใช้เส้นทางธรรมดาต่อมาที่ริมินิ
กว่าจะหาทางออกได้หลงไป 30 กว่ากิโลเมตร
แต่สุดท้ายก็สามารถย้อนกลับมาทางเดิมผ่านเมือง Chioggia เพื่อกลับบ้านกันจนได้
แต่กว่าจะถึงบ้านก็ปาไปสามทุ่ม
เรานี่อาบน้ำแล้วนอนเลย ส่วนที่รักอึดมากมานั่งเขียนโปรแกรมต่อถึงตีสอง

ปิดท้ายด้วยอาหารทะเลที่ได้มาจากเมือง Chioggia แล้วกันนะคะ
ช่วงนี้ทำอาหารบ่อยแต่ไม่มีโอกาสอัพลงไดเลย


สด ใหญ่ อวบ เนื้อหวาน


อยู่อิตาลีก็ต้องสปาร์เก็ตตี้บ้างไรบ้าง

..............

ฝากข้อความ

คุณที่ไม่ได้ลงชื่อไว้จากไดอารี่ก่อนหน้า

ขอบคุณนะคะสำหรับกำลังใจในทุกเรื่องที่ส่งผ่านตัวอักษรมายังเราสองคน
เรื่องภาษาไทยมีนพยายามที่จะเขียนให้ถูกมากที่สุด
แต่บางคำก็แอบใช้คำแสลงบ้างเหมือนกันค่ะ ไม่ถึงกับเป๊ะๆ





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


จดเมืองนี้ไว้ใน list แล้วมีโอกาสจะตามรอยนะจ๊ะ ดูแลสุขภาพด้วยนะทั้ง

ทิพย์
 18/01/2016 16:11:00

น่ากินจังเลย  ไปเที่ยวพักผ่อนน่าสนุกจังค่ะ อยู่ที่นี่ก็เที่ยวไหว้พระไปเรื่อยขอพรเผื่อทุกคนด้วยนะ ขับรถมะมัดระวังด้วยนะคะ คุณมีนน่ารักจังเลยทั้งกายและใจ  ดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายพักผ่อนนอนให้หลับสนิทก่อน เที่ยงคืนด้วยนะคะเพื่อสุขภาพ เป็นห่วงค่ะ เย้ เย้ ^ ^

มล
 18/01/2016 04:09:00