Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_2242.asp ]  Page view: 4.737 Time
Country United States 3619 Peaple
3.619
Country United Kingdom 536 Peaple
536
Country Thailand 178 Peaple
178
Country Anonymous Proxy 152 Peaple
152
Country Germany 51 Peaple
51
Country China 48 Peaple
48
Country Italy 29 Peaple
29
Country Ukraine 29 Peaple
29
Country France 15 Peaple
15
Country Korea - Republic of 14 Peaple
14
Country Australia 13 Peaple
13
Country Luxembourg 9 Peaple
9
Country Netherlands 9 Peaple
9
Country Japan 5 Peaple
5
Country Canada 5 Peaple
5
Country Singapore 4 Peaple
4
Country Nepal 3 Peaple
3
Country Sweden 2 Peaple
2
Country Hong Kong 2 Peaple
2
Country India 2 Peaple
2
Country Brazil 2 Peaple
2
Country Malaysia 2 Peaple
2
Country New Zealand 2 Peaple
2
Country Norway 2 Peaple
2
Country Romania 2 Peaple
2
Country Denmark 1 Peaple
1
Country Estonia 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 23/02/2016 
One fine day in Venice 


Saturday, 20 February 2015

Venice, Italy
12 Celcius , Mostly Sunny


เนื่องจากเราไม่ได้ไปเที่ยวเวนิสค่อนข้างนานนับปี
รู้สึกว่าอยากกลับไปเที่ยวเวนิส
เพราะปกติไปทีไรก็จอดที่เมือง Chioggia ตลอด
ทั้งที่ขับรถต่อไปอีกแค่ 50 กิโลเมตรก็ถึงเมืองเวนิสแล้ว
ช่วงก่อนก็พลาดเทศกาล Carnival ไป 
เพราะสภาพอากาศไม่เป็นใจ อีกอย่างคนล้นหลามเวนิสวุ่นวายมาก
ไปก็คงหาที่จอดรถไม่ได้ รอบนี้เลยตั้งใจออกจากบ้านกันตั้งแต่เช้าตรู่
เพื่อให้ไปถึงเวนิสเช้าๆ จะได้หาที่จอดรถได้ง่าย ไม่ต้องจ่ายแพงจนเกินไป
แถมระยะทางก็ใช่จะใกล้ๆ 200 กว่ากิโลเมตร
ใช้เวลาขับรถกันเกือบ 3 ชั่วโมง ขาไปเราขับคนเดียวเลย
ถนนเส้นนี้เราขับบ่อย ตอนนี้ที่รักเลยไว้ใจให้เราขับตลอด

โชคดีมากไปถึงมีที่จอดรถของรัฐบาลเหลืออยู่
เลยจ่ายค่าจอดรถแค่ชั่วโมงละ 2 ยูโร ดีกว่าจอดในลานจอดรถของเอกชน
วันหนึ่งเกือบ 30 ยูโร

จอดรถเรียบร้อยก็มุ่งหน้าไปที่ท่าเทียบเรือ
ซื้อตั๋วเพื่อขึ้นเรือไปยังใจกลางเมืองเวนิสหรือ Pizza San Marco  นั่นเอง
มาถึงเช้าๆ ก็ดีหน่อยบนเรือพอมีที่นั่งเหลืออยู่บ้างไม่ต้องยืนให้เมื่อยขาเหมือนทุกครั้ง
นั่งเรือไปชมวิวสวยๆ ของเมืองเวนิสสองข้างทาง
ช่วงหน้าหนาวก็สวยงามไปอีกแบบ แต่ไม่ค่อยสดชื่นแบบหน้าร้อน
ที่จะมีดอกไม้สีสันสดใสประดับประดาอยู่สองฝั่งคลอง


สะพานข้ามคลอง


สะพานไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในเวนิส


เช้าๆ เรือก็ยังน้อย


กอนโดล่าทำงานกันแต่เช้า


มองเห็นคอหอยก็แสดงว่ามาถึงแล้ว


อีกฝั่ง

มาถึง Pizza San Marco อากาศกำลังดี ท้องฟ้าสดใส
เป็นใจให้เราสองคนแบบสุดๆ แถมเช้าๆ แบบนี้นักท่องเที่ยวยังไม่เนืองแน่นเหมือนช่วงสายๆ
แต่นักท่องเที่ยวชาวจีนกับญี่ปุ่นนี่มาเช้ากว่าใคร


อากาศดี สบายๆ


ฟ้าใสกิ๊ก


นักท่องเที่ยวมีมาเรื่อยๆ ไม่เนืองแน่นเหมือนช่วงสายๆ



รู้สึกโชคดีมากที่มาช่วงเช้า เพราะมีที่ให้เดินเล่นแบบสบายๆ
เดินไปแวะถ่ายรูปไป ไม่ต้องแย่งกันเหมือนทุกครั้งที่มา





สถานที่ไมเคยพลาดก็คือสะพานแห่งลมหายใจ
มาทีไรก็ต้องแวะมาถ่ายรูปทุกที จนที่รักบอกไม่เบื่อบ้างรึงัย ก็มันเป็นสะพานยอดฮิตนี่นา


กอนโดล่ากำลังจะลอดผ่านสะพานเข้าไปด้านใน


ภูมิใจนำเสนอค่ะ


ส่วนลำนี้กำลังออกมาด้านนอก ถึงกับต้องก้มตัวกันเลยทีเดียว


ช่วงเช้ายังคงโล่งๆ แต่ถ้าสายๆ แทบไม่มีที่ให้ยืน


ปกติหน้าร้อนกอนโดล่าเนืองแน่นจนแทบไม่มีที่ว่าง


ย้อนแสงก็สวยไปอีกแบบ




สัญลักษณ์แห่งเวนิส ขาดเธอไม่ได้เลย


ท่าเทียบเรือกอนโดล่า จอดกันเป็นแนว


สาวเสื้อแดงเกาะกำแพง

สักพักก็เดินเล่นกันต่อ
วันนี้ตั้งใจจะเข้าไปชมความงามด้านในมหาวิหารแห่งเวนิสหรือ Basilica di Venezia ด้วย
เพราะมาทีไรแถวยาว 3 กิโลเมตร ไม่มีโอกาสเข้าไปสักที


สถาปัตยกรรมงามๆ


คุณป้าคงคิดยัยนี่บ้าเปล่าเนี่ย


อากาศดีคนก็มีความสุขเป็นธรรมดาว่าไหม


Pizza San Marco จัตุรัสใจกลางเมืองเวนิส


หอระฆังไม่ได้เอียงนะแต่ตากล้องสายตาเอียง






นกพิราบน้อยกว่าปกติ เพราะวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจห้ามนักท่องเที่ยวให้อาหารนก

และแล้วในที่สุดเราสองคนก็ได้เข้าไปชมความงามภายในมหาวิหาร
ภายในสวยงามอลังการมาก แต่เสียอย่างเดียวห้ามถ่ายรูป และต้องอยู่ในวามสงบ
เนื่องจากเป็นมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งในอิตาลี

แต่ละห้องที่จะเข้าไปชมความสวยงามของศิลปกรรมที่ทำจากทองแท้ๆ
จะต้องซื้อบัตรเข้าชม ห้องหนึ่ง 2 ยูโร ส่วนอีกห้อง 3 ยูโร
มันสวยนะ แต่ในความรู้สึกเข้าไปชมหนึ่งนาทีแล้วออกมามันค่อนข้างแพงมากเลยล่ะ
เป็นมหาวิหารที่ต้องจ่ายเงินค่าเข้าชมทุกห้อง
แม้กระทั่งจะขึ้นไปชมความงามด้านบน ซึ่งเป็นที่รวบรวมศิลปกรรม
พระคัมภีร์ไบเบิ้ล รวมถึงเข้าของเครื่องใช้ของพระสันตปาปารุ่นก่อนๆ
ก็ต้องเสียค่าเข้าชมอีก 5 ยูโร แถมถ่ายรูปไม่ได้ ยกเว้นตอนออกไปชมวิวที่นอกระเบียงเท่านั้น



อันนี้แอบถ่ายจากประตูระเบียงเข้ามาด้านในมหาวิหาร



ถ่ายรูปด้านในไม่ได้ก็ออกมาถ่ายภาพวิวที่ระเบียงแทนแล้วกัน














ออกมาจากด้านในมหาวิหาร
ที่รักก็ชวนกลับบ้าน รายนี้ไม่ชอบเมืองเวนิสแต่ที่มาเพราะตามใจเราแค่นั้น
ไม่รู้ทำไมคนอิตาลีส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบเมืองเวนิสมากนัก
อาจจะเป็นเพราะค่าครองชีพที่นี่สูง อะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด
จะเข้าชมอะไรก็ต้องซื้อบัตรเข้าไป อาหาร เครื่องดื่มก็แพงกว่าที่อื่นหลายเท่าตัว
เราซื้อตั๋วเรือสำหรับไปกลับตั้งแต่ขามาเลยสบายหน่อย
อยากขึ้นเรือตอนไหนก็ได้ ไม่ต้องต่อแถวซื้อตั๋วยาวเหยียด

ขากลับได้ที่นั่งหัวเรือเลยได้เก็บภาพสวยๆ ระหว่างทางแบบสบายๆ






Ponte di Rialto ปิดซ่อมแซมมา 2 ปีล่ะ ยังไม่เสร็จสักที









ก่อนกลับแวะทานอาหารกันที่เมือง Chioggia
อาหารอร่อยที่สำคัญราคาสบายกระเป๋า ถ้าทานที่เวนิสคงกระเป๋าฉีกกลับบ้านกันแน่ๆ

...............................


ฝากข้อความ

ทิพย์ เรื่องคอมเม้นก็อย่างที่เราคุยกัน ตัวยุ่งกกำลังปรับปรุงเว็บไดอารี่ใหม่ คอมเม้นเลยรวนมาก

คุณมล ช็อคโกแล็ตทำเหมือนเป็นสนิมของจริงเลยค่ะ แต่ราคาแพงหูดับตับแล่บ
ได้แต่ดูไม่กล้าแตะค่ะ




New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


ภาพสวยงามตามท้องเรื่อง มีแอบถ่ายด้วยนะ 555 เมืองนี้สวยจริงๆ อยากลองนั่งกอนโดล่าจัง แต่กลัวตกน้ำอ่ะแถมว่ายน้ำไม่เป็นด้วย ขอผลัดไปเรื่อยๆก่อนนะ อิอิ

ทิพย์
 27/02/2016 09:18:00

hello venice lady

G
 24/02/2016 19:03:00

prova III°
Davvero bellissimo

G
 24/02/2016 14:10:00

comment new version II°

G
 24/02/2016 13:51:00

test comment diay new version

G
 24/02/2016 13:48:00

แอบมาดูอีกตามเคย คิ คิ รูปสวยจังเลยค่ะคุณมีน ท้องฟ้าสีครามจริงอย่างเค้าว่า น้ำทะเลก็สวยใส น่าไปเที่ยวบ้างจัง ( เก็บตังค์ให้ได้ก่อน T T ) คุณมีนถ่ายรูปได้สวยถูกใจจังค่ะ เห็นคุณมีนมีความสุขจากการเดินทางท่องเที่ยวและทำอาหาร ทำให้คนอ่านพลอยอมยิ้มไปได้ด้วยเลยค่ะ

มล
 24/02/2016 03:12:00