Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_225.asp ]  Page view: 7.177 Time
Country Anonymous Proxy 4019 Peaple
4.019
Country United States 3012 Peaple
3.012
Country China 51 Peaple
51
Country Thailand 49 Peaple
49
Country United Kingdom 16 Peaple
16
Country Italy 9 Peaple
9
Country France 8 Peaple
8
Country Germany 8 Peaple
8
Country Norway 1 Peaple
1
Country Russian Federation 1 Peaple
1
Country Denmark 1 Peaple
1
Country Australia 1 Peaple
1
Country Canada 1 Peaple
1
  RSS
RSS

onizuka 02/03/2010 
บ้านแพ้ว 


 02.03.10
ก่อนอื่นคงต้องบอกว่าไดวันนี้อาจจะมีรสเปรี้ยวๆเค็มๆ บ้างเพราะว่าดองมาเป็นอาทิตย์เพิ่งจะได้ฤกษ์เขียนก็วันนี้
บ้านแพ้ว เมื่อก่อนเคยได้ยินแต่ชื่อว่าบ้านแพ้วแต่ไม่รู้จักและไม่เคยไป
เพิ่งจะมากลายเป็นสะใภ้บ้านแพ้วก็อีตอนที่แม่ไปรักษาตัวนี่แหละ
ย้อนไปถึงวันที่ทำให้รู้จักบ้านแพ้วกันเถอะ
เมื่อประมาณเดือนกลางเดือนกันยายนของปี 08 อยู่ดีๆแม่ก็เดินขาพันกันแล้วก็หกล้มที่ตลาด
ตอนแรกก็คิดว่าแค่บวมช้ำเฉยๆ แม่ก็ยังฟื้นใจเดินกลับบ้านแต่พอถึงกลางทางแม่ก็เดินต่อไม่ไหว
ฝนเลยต้องวิ่งไปตามพี่สะใภ้ให้มาช่วยกันพยุงแม่และฝนจะพาแม่ไปส่งโรงพยาบาล
ด้วยความที่แม่รักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราชมาตลอดที่นั่นคือสถานที่แรกที่นึกถึง
พาแม่เข้าห้องฉุกเฉิน x-ray แล้วก็รอผล วันนั้นเป็นวันอะไรไม่รู้ รู้แต่ว่าคนไข้เยอะมาก
และทางพยาบาลก็มาบอกว่าแม่สะโพกหักยังไงก็ต้องผ่าตัด
แต่ตอนนี้ไม่มีเตียงถ้ายังไงต้องรอในห้องฉุกเฉินไปก่อน
คิดดูนะว่าห้องฉุกเฉินเป็นอะไรที่น่ากลัวแค่ไหน มีครบหมด อุบัติเหตุ ยิง ฟัน แทง ตบตี
แล้วเตียงข้างๆแม่เป็นวัยรุ่นโดนฟันมาแถมยังบอกว่า รอมา 2 วันแล้วยังไม่มีห้องเลย
เอาไงหล่ะทีนี้ฝนก็รีบติดต่อพี่ๆ เพื่อที่จะพาแม่ย้ายโรงพยาบาล ขืนปล่อยให้อยู่ในนั้นนานๆ จิตตกกันพอดี
ก็ค่ะช่วยกันได้ดีมากๆ ไม่มีใครทำอะไรรอแต่ให้ฝนส่งข่าวความคืบหน้าอย่างเดียว
พยามติดต่อโรงพยาบาลในกรุงเทพและใกล้ๆบ้านที่มีหมอชำนาญทางด้านเปลี่ยนเบ้าสะโพกแต่ส่วนมากก็จะเต็ม
มองไกลไปถึงโรงพยาบาลภูมิพลย่านรังสิตนู้น แต่ฝนก็ขอปฏิเสธเพราะไกลเกินไป
ถ้าจะถามว่าทำไมไม่มองโรงพยาบาลเอกชน ฝนต้องบอกว่าฝนไม่ได้เป็นคนจ่ายตังค์
ไม่รู้ว่าส่วนต่างมันต้องจ่ายอีกเยอะมั้ยทำอะไรลงไปแล้วจะโดนพี่ๆ ด่าตามหลังหรือเปล่า
เราเลยต้องมองเฉพาะโรงพยาบาลรัฐบาล
และอีกอย่างแม่ฝนก็สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้เพราะใช้สิทธิ์ข้าราชการ
จนกระทั่งมาหยุดที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว ซึ่งตอนนั้นฝนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแถวกระทุ่มแบน
เลยตกลงที่จะมาที่นี่ และก็จองรถโรงพยาบาลให้มาส่งเพราะแม่ต้องนอนอย่างเดียวไม่สามารถนั่งได้แล้ว
ตอนนั่งรถมาโอ้โห ไกลมากๆ อ่ะ จะกลับบ้านถูกมั้ยยังไม่รู้
คืนแรกแม่ได้นอนห้องรวมและก็ไม่มีใครเฝ้าเพราะไม่ได้เตรียมตัว
ขากลับในคืนนั้นฝนกลับกับพี่ใหญ่เพื่อนของพี่ชายที่แกอุตส่าห์ตามไปถึงบ้านแพ้วทั้งๆที่ไม่รู้จักทาง
รุ่งขึ้นเช้าฝนเตรียมของบางส่วนเพราะพี่ชายจะขับรถไปส่งจะได้ขนไปทีเดียวเลย
วันนี้แม่ได้ห้องพิเศษแล้วฝนเลยต้องกลับมาบ้านก่อนเพื่อที่จะเตรียมตัวอีกครั้ง
ความรู้สึกตอนนั้นงงค่ะ จะกลับบ้านยังไงเพราะพี่ชายก็แค่ส่งและกลับไปแล้ว
ก็ถามคนแถวๆนั้น ก็บอกให้นั่งสองแถวไปลงนครปฐมและก็ต่อรถบขส.อีกที
นั่นแหละค่ะคือชีวิตประจำวันในช่วงนั้นคือ
นอนเฝ้าแม่ตอนกลางคืน หลังจากป้อนข้าวแม่เสร็จก็ต้องรีบกลับมาบ้าน
มาเคลียงานให้เรียบร้อยและก็ต้องรีบกลับไปอีก บางครั้งอยู่ที่บ้านไม่ถึง 1 ชั่วโมงยังเคย
เพราะสงสารแม่อยู่คนเดียวคงหดหู่
แม่อยู่ที่โรงพยาบาล ประมาณ 1 เดือน ความจริงไม่ต้องอยู่นานขนาดนั้นก็ได้
แต่ฝนอยากให้แม่ทำกายภาพให้ดีๆก่อนเพราะกลับมาคงดูแลไม่ดีเท่าที่โรงพยาบาล
คงเป็นเพราะแม่เบิกค่ารักษาได้ด้วยแหละไม่งั้นคงพากลับมาตั้งแต่หมออนุญาติครั้งแรกแล้ว
ไม่เดือดร้อนค่ารักษาแม่มากนักนอกจากส่วนต่างที่ต้องจ่าย เลยอยู่ต่อได้
แต่ฝนสิคะ งอมเลยพักผ่อนก็น้อย นังรถไปกลับทุกวัน โทร๊มโทรม
ไปอยู่ที่นั่นจนชินทางและก็ทะลุปรุโปร่งเปรียบเสมือนบ้านอีก 1 หลัง
แต่อีกอย่างที่จะกระซิบๆ คืออาหารแถวนั้นไม่อร่อยเลย
หลังจากแม่ออกจากโรงพยาบาลแล้วก็ยังต้องวนเวียนไปอยู่เรื่อยๆ
เพราะแม่ต้องตรวจกระดูกอยู่บ่อยๆว่าติดกันดีหรือเปล่า
จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังต้องไปอีก เพราะแม่ยังไม่หายดีถึงแม้แม่จะเดินได้แล้วก็ตาม
แรกๆ แม่ก็เดินไม่ได้ต้องทำให้แม่ทุกอย่าง
เช็ดอึ เช็ดฉี่ ป้อนข้าว เช็ดตัว แปลกดีจากที่คิดว่าจะทำไม่ได้ จริงๆแล้วเราก็ทำได้เหมือนกันนะ
และนี่ก็คืออีกเหตุผลที่ทำให้ฝนไม่ค่อยได้ออกไปโลดโผนเหมือนอย่างเก่า
เพราะไม่มีใครดูแลแม่ ทั้งบ้านก็มีแค่ฝนกับแม่เท่านั้น(หมายถึงลูกนะ)
แรกๆ ก็อึดอัด แต่หลังๆ กลายเป็นความเคยชินและไม่อยากออกจากบ้าน
เพราะแม่ก็คงเหงานะ ถึงแม้จะมีคนอยู่เป็นเพื่อนก็เถอะยังไงก็คงไม่เหมือนลูก
แต่ก็ต้องมีกันบ้างเมื่อใจมันอยากจะไป(หมายถึงต่างจังหวัด)
ถ้าไปกินข้าวก็จะบอกเพื่อนว่าหลัง 2 ทุ่มไปแล้วนะ
เพราะแม่ฝนจะหลับไปแล้วฝนถึงจะออกจากบ้านสงสารแม่ถ้ายังไม่หลับเดี๋ยวคิดมาก
เลยกลายเป็นคนกลางคืนไปโดยปริยาย(ข้ออ้าง จริงๆแล้วกชอบเที่ยวกลางคืนเป็นทุนเดิม)
ที่ตั้งใจจะเขียนไดเรื่องบ้านแพ้วก็เพราะว่า ฝนไปเจอป้าย ป้าย 1 สะดุดตา

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ป้ายคืนบัตรจอดเรือ

ทุกที่ก็จะเห็นแต่บัตรจอดรถแต่โรงพยาบาลบ้านแพ้วเนี่ยมีที่จอดเรือด้วยนะ
http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
นี่ไงเรือที่มาใช้บริการที่จอดเรือ เห็นบอกว่าวันนี้ยังน้อยนะปรกติเยอะกว่านี้
จริงๆ ข้างหลังที่ฝนยืนยังมีอีกนะแต่มีน้อง2คนนั่งอยู่หน้าตาไม่รับแขกเลยไม่ได้ถ่าย
http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

และนี่ก็คือบัตรจอดเรือที่เราต้องคืน หน้าตาเป็นแบบนี้แหละค่ะ
จริงๆตั้งใจจะถ่ายบรรยายกาศรอบๆ ที่นั่นมีตลาดโบราณริมน้ำด้วยนะ
แต่ฝนไม่ได้เดินไปเลยไม่ได้ถ่ายมาให้ดูเพราะแม่เดินไปไม่ไหว
ตลาดมันก็ไม่มีอะไรมากเพียงแค่มีมานานตั้งแต่ดั้งแต่เดิมเท่านั้น
ขากลับทุกครั้งก็จะแวะซื้อมะพร้าวเผา หรือมะพร้าวอ่อน
ที่นี่ก็ขึ้นชื่อเรื่องมะพร้าวนะ ซื้อมาทีไรไม่เคยผิดหวัง ทั้งหวานทั้งหอม
ฝนกับแม่ก็มีร้านประจำ ไปก็จะแวะตลอด ถ้าร้านนี้ปิดก็จะไปแวะอีกร้าน
เลยมาอีกนิดก็จะมีร้าน ไส้อั่ว เจ้านี้ก็อร่อย คราวนี้ฝนกับแม่แวะซื้อน้ำพริกหนุ่ม เผ๊ดเผ็ด แต่อร่อยดี
ก็ประมาณนึ้แหละคะ สำหรับบ้านแพ้วที่ฝนไปเป็นสะใภ้ (ขี้ตู่เอาเอง)
ยังไงก็ขอติดไว้ก่อนนะ เรื่องบรรยากาศ ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เดินไปตลาดริมน้ำหรือเปล่า
เพราะแม่ไม่มีใครอยู่ด้วยขณะตอนที่หาหมอ
จะเก็บป้ายบอกทางมาให้ ก็ทำไม่ได้เพราะฝนเป็นคนที่ทำอะไรไม่ได้ระหว่างนั่งในรถ
ไม่ว่าจะเป็นคนขับหรือเป็นผู้โดยสาร ก้มๆ เงยๆ ก็พาลจะเวียนหัวทุกที(เป็นอย่างนี้มานานไม่เกี่ยวกับอายุที่มากขึ้น)
ไปละค่ะ ยังไงก็ขอให้ทุกๆคนมีความสุขทุกๆวันนะคะ

สวัสดี

FooN
 Edit 20.11 ลืมบอกไปค่ะว่าแม่ฝนอายุ 77 ปีแล้ว ถ้าแม่ไม่ล้มนะคะพวกฝนเนี่ยเดินตามไม่ทันเลยแข็งแรงมากๆ
ตอนนี้ก็เดินได้บ้างค่ะ ช่วยเหลือตัวเองได้หมดแล้ว แต่คงไม่ปรกติแล้วค่ะ
ตอนนี้แค่ต้องระวังไม่ให้ล้มอีกไม่อย่างนั้นคงเจ็บยาวแน่ๆ
เลยต้องดูแลกันไม่ให้คลาดสายตา เพราะแม่เป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดของพวกเราไงคะ

 





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


ขอบคุณนะค่ะพี่ฝนที่ชมว่ารูปน้องน่ารัก นี่คุณแม่อาการเป็นยังงัยบ้างค่ะ ขอให้หายป่วยเร็วๆ น๊าา

มีน
04/03/2010 07:36:00

ขอเอาใจช่วยให้คุณแม่หายป่วยเร็ว ๆ นะฝน

สู้ สู้ (เพื่อแม่) จ้ะ

jeab77
04/03/2010 07:14:00

 ขอบคุณมากค่ะพี่ฝน :)
enjoy ur day ค่ะอย่าลืมอัพไดนะจ๊ะมีคนรออ่านอยู่จ้า :)

Fairy
04/03/2010 06:50:00

 มาทานเลยค่ะพี่ฝน พี่เจี๊ยบ ยินดีต้อนรับมากๆเลยค่ะ อิอิ ;)

Fairy
03/03/2010 16:15:00

 เป็นกำลังใจให้พี่ฝนอีกแรงนะคะ หลิวเข้าใจว่าการเฝ้าไข้พ่อแม่รู้สึกเป็นยังไง
บางครั้งก็เหนื่อย อยากเที่ยวบ้าง เป็นเรื่องปกติละคะ พี่ฝนยังดีอยู่บ้างได้ออกไปพบปะเพื่อนๆ

หลิวไม่ชอบออกไปไหน แต่อยากเที่ยวต่างจังหวัดทางบ้านก็ไม่ให้ไป จนชินแล้วคะกับการอยู่บ้าน

อาหารแถวโรงพยาบาลหลิวรู้สึกว่าที่ไหนก็ไม่อร่อยทั้งนั้นละคะ เอาใจช่วยนะพี่ฝนท่านอายุมากแล้ว

ได้ลูกมาดูแลมันอุ่นใจเยอะ ผลบุญที่พี่ฝนกตัญญูรู้คุณได้แน่นอนในชาตินี้คะ

บางทีเราเหนื่อยเราเครียด มานั่งอ่านไดอารี่ๆพี่ ๆเพื่อนๆ ก็ผ่านคลายได้บ้างน๊า :P

หลิว
03/03/2010 05:34:00

 ขอให้คุณแม่พี่ฝนมีสุขภาพแข็งแรงนะคะ :) 

Fairy
02/03/2010 20:54:00

กะหล่ำปลีต้องสุกนะพี่ฝน ทานดิบๆ นี่เสี่ยงเป็นมะเร็งได้เลย มีนก็ชอบทานนำมาลวกจิ้มน้ำพริก ที่นี่กะหล่ำปลีใหญ่มาก หวานด้วยล่ะ

มีน
02/03/2010 14:35:00

 ฝนถึงได้ทานกะหล่ำปลีเยอะๆไงคะไม่อยากแก่ เพราะในกะหล่ำปลีมีฟอร์มาลีนเยอะ ฝนจะได้อยู่ยงคงกระพันไง http://www.diary-of-us.com - Emoticon kapook-5702-8657.gif

(แต่ชอบทานกะหล่ำปลีนี่ของจริง)

FooN
02/03/2010 14:15:00

 ขอโทษค่ะ ไปสองครั้งเลย อิอิอิ    เป็นคนแก่นี้ลำบากเน๊อะ...เพราะฉะนั้นเราจะไม่แก่เน๊อะคุณฝน

maita
02/03/2010 14:12:00

 น้านแล้ว...คุณแม่คงหายดีแล้วใช่ไหมคะ

maita
02/03/2010 14:09:00

ยังเลยคะคุณไมตา เพราะแม่ฝนอายุมากแล้วก็ 77 ปีนี้แล้วค่ะ

กระดูกก็เลยติดยาก แต่ก็เดินได้บ้าง แต่ถ้าเดินเยอะๆ ก็จะเจ็บค่ะ

FooN
02/03/2010 14:06:00

 นานแล้ว....คุณแม่คงหายดีแล้วใช่ไหมคะ

maita
02/03/2010 14:03:00